จุดประเด็นสนทนา (ฟรี)

ภายใต้แสงไฟของเมืองยามค่ำคืน บนถนนที่ลูบไล้ด้วยแสงจากตึกระฟ้า หลอดไฟของบูติก ร้านรวง และแสงหน้ารถยนต์ที่สวนผ่าน บรรยากาศเงียบสงบแต่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา ซึมซาบอยู่ในห้องโดยสารของรถ แอสตันมาร์ติน มันง่ายเหลือเกินที่จะตกหลุมรักใครสักคนในช่วงเวลาเช่นนี้

เสียงเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนไปอย่างนุ่มนวล แทรกซึมเข้าแทนที่ความเงียบ เป็นเสมือนซิมโฟนีบรรเลงเบา ๆ กลางค่ำคืน

ดาร์เรนขับรถอย่างชำนาญ อมีเลียนั่งอยู่ข้างเขา พยายามรักษาสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด แม้ต้นขาจะเบียดแน่นเข้าหากันจนผิวหนังเริ่มกดทับ ขาไขว้กันอย่างเรียบร้อย ขณะที่สายตาจับจ้องไปยังเมืองที่ค่อย ๆ เลื่อนไปนอกหน้าต่าง

ดาร์เรนแอบเหลือบมองเธอแวบหนึ่ง เธอรู้เขากำลังจ้องมองอยู่ และนั่นเกือบทำให้สีหน้าที่แสนสงบนิ่งของเธอแตกกระจาย

‘ระบบ’ เขาเรียกในใจ ‘วิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคล อมีเลีย’

มีเพียงความเงียบสั้น ๆ ก่อนที่เสียงของระบบจะตอบกลับมา

[อมีเลีย ฟอเรสต์]

[...]

สักพัก ผลลัพธ์ก็แสดงขึ้น

[การวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลเสร็จสมบูรณ์]

[ข้อมูลของเป้าหมายมีดังนี้]

[ชื่อเต็ม: อมีเลีย โรส ฟอเรสต์

อายุ: 27 ปี

อาชีพ: ที่ปรึกษาด้านการบริหารความมั่งคั่ง นักวิเคราะห์อาวุโสที่ มูน เวลธ์ แมนเนจเมนต์ เลขานุการของซีอีโอ

การศึกษา: มหาวิทยาลัยโคลัมบัส เศรษฐศาสตร์การเงินและธุรกิจ

รางวัล: ผู้นำทางการเงินรุ่นเยาว์ยอดเยี่ยม (2007) การยกย่องจาก วอลล์สตรีท (2008) ฟอร์จูน 40 อันเดอร์ 40 (2010)

ที่อยู่: 42 ถนนเรดวัลลีย์ เลน ย่านออฟ-กรีนเบบี้ ลอสแอนเจลิส แคลิฟอร์เนีย 80730

เบอร์โทรศัพท์: (303) 555-07787]

ดวงตาของดาร์เรนไล่อ่านข้อมูลอย่างรวดเร็ว จดจำทุกรายละเอียดไว้ในหัว ‘ออฟ-กรีนเบบี้เหรอ? เธออยู่บนถนนเดียวกับฉัน? บังเอิญกันเกินไปแล้ว’

‘แถมประวัติก็ไม่ธรรมดา เกือบจะเทียบเท่าราเชลได้เลย เข้าใจล่ะว่าคนที่จะได้ทำงานให้พวกมหาเศรษฐีพวกนั้นต้องเจ๋งแค่ไหน พวกเขานี่เก่งจริง เลือกคนแบบไม่เคยพลาด’

เขาเอนหลังเล็กน้อย ปล่อยให้ความเงียบทอดยาว ก่อนพูดขึ้น

“ขอเดานะ” เขาแกล้งทำเสียงเหมือนคิด “เธอเรียนจบจากโคลัมบัส ยูนิเวอร์ซิตี้ ใช่ไหม?”

อมีเลียหันขวับมามองอย่างตกใจเล็ก ๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนี “เดาได้เร็วจังนะ” เธอตอบเสียงเรียบ “รู้ได้ยังไง?”

“มีลางสังหรณ์น่ะ” ดาร์เรนตอบ “ชื่อเสียงของที่นั่นก็ดังอยู่แล้ว คงเหนื่อยน่าดูสิ กว่าจะเรียนจบได้”

สีหน้าเธอไม่เปลี่ยน ยังสงบนิ่งเหมือนเดิม “เหนื่อยสิ แต่ถ้าอยากรอดในวงการนี้ ก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องดีให้สุด”

“วงการนี้? หมายถึงบริหารความมั่งคั่ง? หรือหมายถึง มูน เวลธ์ แมนเนจเมนต์ โดยเฉพาะ?” ดาร์เรนพูดกึ่งหยอกกึ่งจริง “แล้วพอได้ทำงานที่นั่นจริง ๆ เป็นยังไงบ้าง?”

แม้คำถามจะฟังดูเรื่อยเปื่อย แต่ดาร์เรนตั้งใจจับทุกถ้อยคำ เขาอยู่ที่นีเพื่อประเมินบริษัทก่อนจะเจอกับไรอัน แอนเดอร์ส และอมีเลียคือแหล่งข้อมูลสำคัญ

การชวนเธอมาด้วยอาจจะเป็นกลยุทธ์เพื่อแสดงความเหนือกว่าและรักษาอำนาจควบคุม แต่ขณะเดียวกัน เขาก็ใช้โอกาสนี้ขุดข้อมูลให้ได้มากที่สุด

อมีเลียกอดอกอย่างครุ่นคิดว่าจะตอบดีไหม ในที่สุดเธอก็ยอมพูด

“เหมือนกับงานทั่วไปนั่นแหละ หนัก แข่งขันกันสูง บางครั้งก็โหดร้าย แต่นั่นแหละคือโลกการเงิน”

“โหดร้าย?” ดาร์เรนทวนคำ พลางหันไปมองเธอ

อมีเลียปรายตามาเหมือนจะถามว่า ทำไมต้องขีดเส้นใต้คำนั้น แต่เธอก็อธิบายเพิ่ม “ไม่ได้หมายถึงอะไรน่ากลัวหรอก ถ้าคุณไม่ทำเงินให้ได้หลักล้าน คุณก็กลายเป็นคนที่บริษัทไม่เห็นค่า ง่าย ๆ แค่นั้นเลย”

“อ้อ แสดงว่าเงินคือทุกอย่างที่บริษัทเธอให้ความสำคัญสินะ?” ดาร์เรนพยักหน้า

ดวงตาของอมีเลียเบิกกว้าง ใบหน้าขึ้นสีทันที “ไม่ใช่นะ! ไม่ใช่แบบนั้นเลย! ฉันหมายถึงเฉพาะพนักงาน ไม่ใช่ลูกค้า!”

“เข้าใจล่ะ” ดาร์เรนเม้มปาก แล้วถามต่อ “ในเมื่อเธอเป็นพนักงาน งั้นช่วยเล่าให้ฟังหน่อยสิ ว่าเจ้านายของเธอ ไรอัน แอนเดอร์ส เป็นคนแบบไหน?”

แววลังเลแวบผ่านบนใบหน้าเธอ อมีเลียเอียงศีรษะนิด ๆ มองเขาอย่างจับตา “ทำไมคุณถึงถามแบบนั้นล่ะ?”

ดาร์เรนจ้องกลับ ดวงตาแน่วแน่ “ผมชอบเตรียมตัวให้พร้อม ถ้าจะมอบทรัพย์สินและอนาคตของบริษัทผมให้ใครสักคนดูแล ผมก็ควรรู้จักเขาให้มากที่สุด ไม่ใช่หรือ?”

อมีเลียถอนหายใจเบา ๆ แล้วหรี่ตา “แสดงว่าคุณยอมรับแล้วสินะ”

สีหน้าดาร์เรนพลันมืดลง แววตาเฉียบคม ‘หญิงคนนี้เฉียบขาดจริง ๆ เกือบทำให้ฉันยอมรับว่าฉันคือ ฟักลี่ดักลิ่ง’

“ว่ายังไงนะ?”

นั่นคือคำตอบเดียวที่เขาสามารถให้ได้

เธอกำลังทดสอบเขา และเขาก็ตอบโต้กลับด้วยการทดสอบเช่นกัน ดาร์เรนยังไม่พร้อมเปิดเผยตัว ไม่ใช่ต่อเธอ และไม่ใช่ต่อแอนเดอร์ส

ยังมีคนอีกมากที่สมควรรู้ก่อนเธอ

สำหรับตอนนี้ ความไม่รู้คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

เขาหรี่ตามองเธอ น้ำเสียงเยือกเย็นขึ้น “ผมนึกว่าที่ถูกเชิญมาก็เพราะกำลังเริ่มบริษัทใหม่ และสำนักงานของคุณสนใจจะบริหารทรัพย์สินให้ผม ไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่น หรือว่า มีจุดประสงค์แอบแฝง?”

อมีเลียมองเขานิ่ง สีหน้าเรียบแต่ดวงตาฉายแวววิเคราะห์ “ถ้าคุณต้องการเล่นเกมแบบนั้นก็ได้ค่ะ คุณสตีล”

เธอยักไหล่ “ไรอันน่ะ เขาเฉียบคม มีเสน่ห์ เป็นนักวางกลยุทธ์ที่เก่งกาจ เขาไม่เคยพลาด และไม่ยอมรับความล้มเหลว เขาเล่นเกมนี้ได้ดีกว่าใคร”

เธอเงียบไปอีกรอบ เสียงเธอเริ่มสั่นเล็กน้อย

“เขาเป็นคนฉลาด”

ดาร์เรนรับฟังแต่ถามต่อ “แล้วเขาปฏิบัติกับเธอยังไง?”

คำถามนั้นทำให้เธอสะอึก หันมามองเขาตรง ๆ คิ้วขมวด “ทำไมคุณถึงถามแบบนั้น? มันสำคัญตรงไหน?”

ดาร์เรนสังเกตเห็นปฏิกิริยาป้องกันตัวทันที แต่เขายังคงรักษาน้ำเสียงให้เรียบ “ผมให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างนะ จากประสบการณ์ตรงเลย”

ตลอดเวลาที่คุยกัน ดาร์เรนจับได้ถึงการเปลี่ยนสีในดวงตาเธอทุกครั้งที่พูดถึงไรอัน มันเหมือนกับว่าเธอเกลียดเขาลึก ๆ และการโกหกมันดึงชีวิตออกจากแววตาเธอทีละนิด

สุดท้ายอมีเลียบดกรามแล้วตอบสั้น ๆ “ฉันโอเคดี”

ดาร์เรนไม่ซักต่อ แต่เสนออย่างตรงไปตรงมา “มาทำงานกับผมสิ”

อมีเลียเลิกคิ้ว “เมื่อกี้คุณยังบอกตัวเองเป็นสตาร์ตอัพอยู่เลย ทำไมฉันต้องลาออกจากบริษัทที่ให้เงินเดือนดี มาร่วมงานกับบริษัทที่ยังไม่มีชื่อเสียงเลยล่ะ? หรือว่า” เธอเอียงหน้าเล็กน้อย ริมฝีปากยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “คุณรวยกว่าที่แสดงออก?”

‘ดูเธอสิ เหมือนเอาราเชลกับบรู๊คลินมารวมกัน’ ดาร์เรนหัวเราะในใจ

เขาไม่ได้ตอบอะไร เงียบฟังเสียงถนนยามค่ำไปอีกสักพัก ก่อนจะพูดขึ้น “ลองคิดดูนะ สุดท้ายแล้ว มันก็เป็นทางเลือกของเธอ บริษัทผมกำลังจะกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สุดในประเทศ อยู่ที่เธอแล้วว่าจะอยากเป็นส่วนหนึ่งของมันหรือเปล่า”

อมีเลียมองเขานาน ก่อนตอบเพียงว่า “คุณมั่นใจดีนะ”

ดาร์เรนหัวเราะในลำคอ “ความมั่นใจคือความหวังที่หลอกตัวเอง ผมน่ะแค่แน่ใจ”

เธอยังคงมองเขาอย่างลึกซึ้ง คล้ายอยากอ่านให้ทะลุ ท้ายที่สุดเธอก็ค่อย ๆ เบือนหน้าไปทางหน้าต่าง ใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นครุ่นคิด เงียบงัน

ช่วงที่เหลือของการเดินทางผ่านไปอย่างเงียบเชียบ ไม่นานนัก พวกเขาก็มาถึงที่หมาย

“ถึงแล้ว” ดาร์เรนกล่าว

เขาจอดรถหน้าร้านอาหาร เดอะ เพ็นดิวลัม ร้านอาหารระดับเอ็กซ์คลูซีฟที่แม้แต่มหาเศรษฐียังต้องลังเลก่อนจะก้าวเข้าไปข้างใน



ตอนก่อน

จบบทที่ จุดประเด็นสนทนา (ฟรี)

ตอนถัดไป