ช้อปปิ้ง (ฟรี)

ทันทีที่พวกเขาเดินออกมานอกตัวร้าน เสียงจอแจของรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาผสมกับเสียงชีวิตของผู้คนบนท้องถนนก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบระหว่างทั้งสอง

ดาร์เรนยืนนิ่ง ตัวตรง แข็งราวกับหิน สีหน้าไม่พอใจอย่างชัดเจน มือข้างหนึ่งยังคงกำเบอร์เกอร์ที่เขาไม่ยอมทิ้งไว้เบื้องหลังแน่นหนา

ดวงตาสีฟ้าของเขาลุกวาบด้วยความขุ่นเคืองเงียบ ๆ กรามขบแน่น ขณะภาพเหตุการณ์ในร้านยังวนเวียนอยู่ในหัวทุกอย่างที่เขาเพิ่งทำลงไปยังคงสดใหม่ในความคิด และมันทำให้เขารู้สึกรำคาญใจแปลก ๆ

บางทีอาจเป็นเพราะอีโก้ที่พองตัวเร็วเกินไป จนทำให้เขาอดรู้สึกดูถูกหรือรังเกียจอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ได้

ข้าง ๆ เขา เพเนโลยืนตัวเกร็งเล็กน้อย ร่างบอบบางยังสั่นระริกจากความตกใจ ผมหางม้าสีทองของเธอทิ้งตัวตรงขณะที่สายตากังวลจับจ้องมาที่เขา

ชุดยูนิฟอร์ม ชูเทอร์ส ที่แนบเนื้อยังคงเกาะติดกับร่างเธออย่างไร้ความเหมาะสม ราวกับหลุดออกมาจากอีกโลกหนึ่ง ดวงตาสีฟ้ากลมโตของเธอมองสลับไปมาระหว่างใบหน้าของดาร์เรนกับถนนเบื้องหน้า แววตาปนเปทั้งความสับสนและไม่เชื่อในสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

เธอไม่เข้าใจเลยว่าตัวเองเพิ่งทำอะไรลงไป เธอเพิ่งเดินออกจากที่ทำงานเพียงแห่งเดียวที่ยังให้เธอพอหาเงินเรียนได้และยิ่งกว่านั้น เธอทำไปกับคนแปลกหน้า

แล้วจะหาเงินค่าเล่าเรียนจากที่ไหนอีกล่ะ?

“คุณทำแบบนั้นทำไมกันคะ?” เธอโพล่งออกมา เสียงสั่นปนกับความสงสัยและแววตำหนิเล็กน้อยในน้ำเสียง

ดาร์เรนไม่ตอบ ไม่ใช่เพราะเขาเมินเฉย แต่ดูเหมือนคำถามของเธอจะทะลุผ่านเข้าไปโดยที่ไม่ได้สัมผัสอะไรเลยในจิตใจเขา

เขาเพียงแค่ยกเบอร์เกอร์ที่กินไปครึ่งขึ้นมาอีกครั้ง แล้วกัดอย่างตั้งใจ เคี้ยวอย่างหนักแน่นราวกับมันเป็นเส้นด้ายสุดท้ายที่ยึดสติของเขาไว้

น้ำจากเนื้อฉ่ำ ๆ ไหลซึมออกมาเล็กน้อย ขณะที่เขาเคี้ยวไปด้วยท่าทีหิวกระหายราวหมาป่า

เพเนโลขมวดคิ้ว ความตกใจเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจ “คุณคะ! ตกลงว่าคุณทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร? แล้วฉันจะหาเงินเรียนยังไง?” เธอถามเสียงแข็ง มือไขว้ที่อก แม้ท่าทางจะพยายามแสดงความกล้าแต่ด้วยชุดที่เธอสวมอยู่ กลับดูเปราะบางมากกว่าดุดัน

ดาร์เรนกลืนคำสุดท้ายลงคอ เช็ดปากด้วยหลังมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ “เธอเป็นคนเลือกจะออกมากับฉันเองไม่ใช่หรือ?” น้ำเสียงของเขานิ่ง เยือกเย็น แต่เฉียบขาดดุจมีดที่กรีดฝ่าหมอกแห่งความว้าวุ่นของเธอ

เพเนโลกะพริบตาปริบ ราวกับถูกทำให้ชะงัก “ก็ใช่ แต่ว่า คุณก็แค่ลูกค้าคนหนึ่ง ฉันแทบไม่รู้จักคุณเลย” เสียงของเธอดูเหมือนจะพูดกับตัวเองมากกว่า ตั้งคำถามว่าทำไมถึงตัดสินใจแบบนั้น

เธออยู่กึ่งกลางระหว่างความโกรธ กับความรู้ตัวบางอย่างที่เริ่มก่อตัว

ดาร์เรนเอียงคอ สีหน้าไร้ความรู้สึก “แต่สุดท้าย เธอก็เดินออกมากับฉันอยู่ดี”

เพเนโลถอนหายใจ พลางเบ้ปากน้อย ๆ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงทำแบบนั้น” เธอบ่นพึมพำ ราวกับยอมรับว่าเธอเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเอง

“อืม” ดาร์เรนพยักหน้าเบา ๆ มองเธออย่างพินิจพลางจัดการคำสุดท้ายของเบอร์เกอร์ในมือ “บางครั้งก็แค่ต้องตามสัญชาตญาณไป”

เขาว่าขณะปัดเศษขนมปังออกจากมือ “มันไม่ค่อยพาเราไปผิดทางนักหรอก”

เพเนโลมองเขาเคี้ยว แล้วจู่ ๆ ก็ยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

เหมือนกับว่าท่าทางจริงจังของเขากับการกินเบอร์เกอร์ทำให้เธออดขำไม่ได้

“ดูท่าคุณจะหิวจริง ๆ แฮะ” เธอพูด แล้วดวงตาก็พลันเป็นประกายขึ้นมาเหมือนนึกอะไรออก

“ถ้าคุณอยากกินอีกนะ ฉันทำให้ที่บ้านได้นะ คุณพ่อก็อยู่บ้านด้วย ฉันทำกับข้าวให้ได้นะคะ”

ดาร์เรนไม่ใช่คนที่ปฏิเสธเรื่องอาหารได้ง่ายนัก เขาก้มลงมองเธอ คิ้วข้างหนึ่งยกขึ้นเล็กน้อยอย่างสนใจ

“เธอทำอาหารเป็นเหรอ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังได้ถึงความอยากรู้จริง ๆ

เพเนโลยิ้มกว้าง ใบหน้าทั้งหมดสดใสราวกับแดดออกกลางวัน ฝันของเธอพลันผุดขึ้นมาท่ามกลางความมืดมัว

“แน่นอนสิคะ! ฉันเป็นคนทำอาหารส่วนใหญ่ที่ร้านของพ่อเองเลยนะ ที่จริงฉันมีความฝันอยู่อย่างหนึ่งด้วย ฉันอยากเปิดร้านอาหารใหญ่ ๆ เป็นของตัวเองเลยค่ะ อยากสร้างอาณาจักรอาหารที่แบบว้าวไปเลย!” เธอพูดพลางแกว่งมือไปมา สีหน้าเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ

“อืมดูเธอมีแรงผลักดันดีนะ” ดาร์เรนตอบพลางมองเธออย่างพิจารณา ‘แต่อยากให้เธอหยุดเรียกฉันว่าคุณนั่นหน่อยก็ยังดี’

ขณะนั้น สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งเดินผ่าน แววตาเต็มไปด้วยความหื่นกระหายไล่มองเรือนร่างของเพเนโลตั้งแต่หัวจรดเท้า

สีหน้าดาร์เรนพลันเปลี่ยน กลับมาเคร่งขรึมอีกครั้ง สัญชาตญาณปกป้องบางอย่างในตัวเขาถูกกระตุ้นขึ้นมาในทันที

“เธอใส่ชุดนี้ออกมาเดินข้างนอกแบบนี้ไม่ได้นะ” เขาพูดเสียงต่ำ ก่อนจะถอดเสื้อเบลเซอร์สีเทาถ่านของตัวเองออกโดยไม่รอคำตอบ

ก่อนที่เธอจะทันได้ปฏิเสธ

เขาก็คลี่เสื้อเบลเซอร์คลุมลงบนไหล่ของเธอเสียแล้ว เนื้อผ้าเนียนเรียบสีเข้มดูใหญ่โตเกินกว่าจะอยู่บนร่างเล็ก ๆ ของเธอ แขนเสื้อยาวจนเกินฝ่ามือลงมา

“อ๊ะ” เพเนโลอุทานเสียงเบา ใบหน้าร้อนวูบขึ้นทันที เธอรีบรวบเสื้อเข้าหาตัวอย่างเขินอาย ใบหน้าเล็ก ๆ

ซุกลงใต้เงาของเสื้อสีเข้ม แก้มเปล่งประกายเป็นสีชมพูระเรื่อ

ดาร์เรนขยับเนคไทสีแดงบนเสื้อเชิ้ตขาวสะอาดเรียบของเขา ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ “จริง ๆ แล้ว ฉันอยากเจอพ่อของเธอ”

“หืม?” เพเนโลเลิกคิ้ว มุมปากบิดน้อย ๆ “คุณอยากเจอเขาเหรอ?”

“เรื่องร้านนั่นแหละ ฉันกำลังคิดว่าเราอาจจะเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจกันได้”

ดวงตาของเธอเบิกกว้าง แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความสับสนกลับเปล่งประกายขึ้นทันที

“จริงเหรอคะ!? ถ้าอย่างนั้น ไปกันเลย ฉันจะพาคุณไป บ้านเราอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เลย” เธอไหล่กระตุกนิดหน่อย ก่อนจะแดงหน้าอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเขาพยักหน้าอย่างจริงจัง

“แล้วระหว่างนั้น เราอาจจะได้คุยกันเพิ่มเรื่องอาหารที่เธอจะทำให้ฉันก็ได้นะ” เขาแซว ดวงตาเรียบนิ่ง แต่มีแววหยอกเย้าแฝงอยู่

เพเนโลยิ้มเขิน หันหน้าหนีเล็กน้อยก่อนทั้งสองจะเริ่มเดินไปตามทางเท้าริมถนนด้วยกัน

…..

ดาร์เรนในตอนนี้เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว เนคไทหลุดคลายอย่างเท่จัด เดินด้วยท่วงท่ามั่นใจ ข้างกายเขาคือเพเนโลที่ดูเหมือนเด็กน้อยในเสื้อเบลเซอร์ตัวโต มือของเธอหายไปในแขนเสื้อเหมือนเด็กเล่นแต่งตัว

ขณะพวกเขาเดินผ่านผู้คน บางคนเหลือบมอง บางคนถึงกับหันกลับมามองตาม ราวกับทั้งคู่เป็นคู่รักหนุ่มสาวที่สวยหล่อเกินห้ามใจ

มันเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ที่อยากเห็นคนหน้าตาดีอยู่ด้วยกัน เหมือนกฎข้อหนึ่งที่เขียนไว้ในจิตใต้สำนึก

ภาพทั้งสองตัดกันอย่างน่าประทับใจความภูมิฐานของดาร์เรน กับเสน่ห์แบบธรรมชาติปนยุ่งเหยิงของเพเนโล

“เรื่องเรียนน่ะ เป็นยังไงบ้าง?” ดาร์เรนเอ่ยขึ้นขณะเสียงเมืองค่อย ๆ กลายเป็นเพียงเสียงพื้นหลัง

เพเนโลถอนหายใจเบา ๆ พลางเตะก้อนกรวดเล็ก ๆ ไปข้างหน้า “เหนื่อยแต่ก็สนุกค่ะ รู้ไหมว่าฉันเรียนอะไรอยู่? การโรงแรมฟังดูเชยใช่มั้ย”

“เธอไม่ชอบมันเหรอ?”

“ก็มันทำงานได้แหละมั้ง ฉันอาจเป็นพยาบาลก็ได้นะ ถ้าทำดีพอก็อาจได้เข้าทำงานโรงพยาบาลใหญ่ ๆ อย่างของมอร์ริสันน่ะ”

ดาร์เรนขมวดคิ้วเล็กน้อย “ฮอลโลเวย์ ก็ไม่เลวหรอก”

เพเนโลพยักหน้าโดยไม่ติดใจ “ใช่ค่ะ ที่นั่นก็เหมือนกัน แต่ค่าเล่าเรียนนี่สิ.มันโหดมาก ฉันต้องทำงานที่ ชูเทอร์ส กับเรียนไปด้วย แทบไม่ได้นอนเลย พ่อก็พยายามช่วยแล้วแต่”

เธอหยุดพูดเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้ามองเขาอย่างอยากรู้ “แล้วคุณล่ะคะ คุณดูหรูหราจัง ทำงานอะไรเหรอ?”

ดาร์เรนหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยืดตัวตรงอย่างภาคภูมิ “ฉันเป็นนักลงทุน”

เพเนโลเบิกตานิด ๆ “นักลงทุน? ว้าว ฟังดูสนุกดีนะคะ”

“สนุก?”

“ก็คุณได้เลือกดูธุรกิจหรือสินทรัพย์ที่จะสร้างรายได้ให้ใช่มั้ยล่ะ? มันก็น่าตื่นเต้นดีออก” เธอชี้นิ้วแตะคางอย่างครุ่นคิด “ไม่ใช่เหรอ?”

“มันทำให้ฉันยุ่งตลอดก็จริง” ดาร์เรนตอบ “แต่ใช่ บางทีมันก็สนุก โดยเฉพาะตอนที่ไม่มีใครเชื่อในสินทรัพย์นั้น แล้วสุดท้ายเราพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาคิดผิด”

เพเนโลเม้มปากเล็กน้อย “คุณดูอายุน้อยมากเลยนะคะที่ทำงานแบบนี้ คุณต้องเก่งมากแน่ ๆ”

ดาร์เรนหันมองไปข้างหน้า สีหน้าติดจะขบขันเล็กน้อย ‘ก็หวังว่าอย่างนั้น’

ระหว่างที่เดินผ่านหน้าร้านบูติกแห่งหนึ่ง หน้าต่างกระจกสะท้อนแสงไฟอ่อน ๆ เพเนโลชะลอฝีเท้าลง

สายตาของเธอไปสะดุดอยู่กับชุดเดรสสีเขียวมรกต เดรสพลิ้วบางที่แต่งลายลูกไม้ตรงขอบเรียบง่าย แต่แฝงความหรูหราไว้ในตัว

ดาร์เรนหันมาเห็นสายตาเธอแล้วก็หยุด “ชอบเหรอ?” เขาถามเสียงเรียบ แต่แฝงแววสังเกต

เพเนโลสะดุ้งเล็กน้อย หน้าแดงพลัน “ไม่ ๆ มันแค่น่ารักดีแต่ฉันซื้อไม่ไหวหรอกค่ะ” เธอโบกไม้โบกมืออย่างลนลาน

ดาร์เรนมองเธอ แล้วเหลือบมองชุดอีกครั้ง ‘เอาเข้าจริง ฉันยังไม่ได้โชว์ฐานะเลยนี่นา บางที นี่อาจเป็นเวลาที่เหมาะที่สุด หญิงสาวอย่างเพเนโลคงไม่เคยมีใครตามใจเธอแบบนี้มาก่อน’

เขาตัดสินใจทันที “งั้นซื้อเถอะ”

“อะไรนะคะ?” เพเนโลร้องเสียงแหลม ดวงตาเบิกกว้าง

“เธอชอบมัน” เขาพูดเรียบ ๆ “งั้นก็ให้ฉันซื้อให้เธอสิ”

เพเนโลส่ายหัว “คุณคะ เชื่อฉันเถอะ ที่นี่ราคาโหดมากเลยนะ”

ดาร์เรนเลิกคิ้ว ไม่สะทกสะท้าน “งั้นเธอไม่อยากได้?”

เธอจ้องหน้าเขา เหมือนจะลังเล ก่อนจะพึมพำเบา ๆ “อยากค่ะ”

“งั้นก็ซื้อเถอะ” เขาพยักเพยิดไปทางประตู “แล้วอย่าหยุดแค่นั้น เลือกอะไรก็ได้ที่เธออยากได้เลย”

ดวงตาเธอเริ่มวาวด้วยทั้งความไม่เชื่อและความตื่นเต้น เธอชะงักเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะรีบก้าวเข้าไปในร้าน

ภายในบูติก เพเนโลกลายเป็นคนละคน เธอวิ่งวุ่นไปตามราวแขวนเสื้อด้วยพลังงานที่เต็มเปี่ยม

ช่วงแรก เธอเลือกแต่ของราคาถูกผ้าพันคอเรียบ ๆ เสื้อแขนยาวธรรมดาพลางเหลือบมองดาร์เรนเหมือนรู้สึกผิด เธอไม่เคยมีใครเปย์ให้แบบนี้ จึงไม่อยากให้ดูเหมือนฉวยโอกาส

ดาร์เรนพิงแขนกับตู้โชว์ กอดอกพลางส่ายหน้าเบา ๆ

“ไม่ต้องทำแบบนั้น เลือกของที่เธอชอบจริง ๆ เถอะ” เขาบอกอย่างหนักแน่น “ไม่ต้องเกรงใจ”

เพเนโลเม้มปาก แล้วพยักหน้าเบา ๆ “ก็ได้ค่ะ”

เวลาผ่านไป เธอก็ค่อย ๆ คลายตัวและสนุกกับมันเต็มที่ เธอเลือกเดรส กระเป๋า บู๊ตหุ้มข้อสวยเฉี่ยว

ทุกครั้งที่เปลี่ยนชุด เธอจะโผล่ออกมาจากห้องลองเสื้อ หมุนตัวหนึ่งรอบให้ดาร์เรนดู

ชุดแรกคือเดรสสีกรมเข้มแนบตัว เส้นผมสีทองของเธอสะท้อนแสงนวล ดาร์เรนพยักหน้ารับ “เหมาะกับเธอ”

ชุดต่อมาเป็นเดรสสีแดงเข้มสะดุดตา จากนั้นเป็นเดรสไหมพรมสีครีม แล้วตามด้วยเดรสทรงดินสอรัดรูปแน่นอก เผยเนินอกผ่านคอวีลึก

ดาร์เรนกระแอมเบา ๆ ก่อนจะยกนิ้วโป้งให้

เพเนโลยิ้มกว้าง ความงามของเธอฉายชัดขึ้นทุกครั้งที่ลองเสื้อใหม่ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอเติมเต็มบรรยากาศในร้าน

สุดท้าย เคาน์เตอร์เต็มไปด้วยเสื้อผ้า กระเป๋าหนัง บู๊ต และอีกมากมาย ยอดรวม5,875 ดอลลาร์

เพเนโลอ้าปากค้าง มือกำแขนเสื้อเบลเซอร์แน่น ขณะที่ดาร์เรนจ่ายเงินโดยไม่กระพริบตา

“คุณบ้าไปแล้ว” เธอกระซิบเสียงเบา ขณะทั้งสองเดินออกจากร้านพร้อมถุงของเต็มมือ เขาถือแทบทั้งหมด ส่วนเธอถือแค่ใบเดียว

พวกเขาเดินถึงอพาร์ตเมนต์ของเธอตึกอิฐเก่าที่ผิวสีหลุดร่อน มีแสงไฟทางเข้ากระพริบไม่หยุด

ทั้งสองยังคุยหัวเราะกันไม่ขาดตอนตลอดทาง ก่อนเพเนโลจะหันมาหาเขา ดวงตาสุกใสด้วยความจริงใจ “ขอบคุณมากนะคะ พ่อฉันต้องขอบคุณคุณแน่ ๆ”

ดาร์เรนขยับถุงในมือก่อนจะยิ้มมุมปาก “หวังว่าเขาจะขอบคุณมากพอที่จะยอมฟังแผนธุรกิจของฉันล่ะนะ”

เพียงได้ยินแบบนั้น รอยยิ้มของเธอก็แปรเปลี่ยนเล็กน้อย กลายเป็นรอยยิ้มเจื่อน ๆ

เธอเคาะประตู “พ่อคะ หนูกลับมาแล้ว!”

ประตูแง้มเปิดออก เผยให้เห็นชายร่างท้วม ผมหงอกแซมเต็มศีรษะ ใบหน้าดูเหนื่อยแต่ใจดี

“เพนนี! กลับเร็วจังเลยนะ” เขาหยุดชะงักทันทีเมื่อเห็นดาร์เรน “แล้วคนนี้คือ?”

ดาร์เรนยืนตรง ยกตัวขึ้นเล็กน้อยอย่างให้เกียรติผู้ใหญ่ “สวัสดีครับ คุณแคสเซิล”



ตอนก่อน

จบบทที่ ช้อปปิ้ง (ฟรี)

ตอนถัดไป