บทที่ 7 เพลงดาบสิงโต! (ฉบับแก้ไข)

บทที่ 7 เพลงดาบสิงโต!(ฉบับแก้ไข)

การออกแบบแผนที่ของเกมหนึ่งเกมนั้นต้องใช้เวลาอย่างมหาศาล การใช้เวลาเป็นปีหรือสองปีก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

แต่กงชีอิงไม่มีเวลามากมายขนาดนั้น เขาทำได้เพียงแค่ผสมปนเปแผนที่ต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างหยาบๆ

หลังจากผ่านการระดมสมองไปพักใหญ่ ดันเจี้ยนเซนโฉมใหม่ก็เสร็จสมบูรณ์ออกมา

ชั้นบน ผสมผสานระหว่าง【ป้อมปราการฟาร์รอน】และ【เมืองโรคระบาด】

นักผจญภัยต้องลุยฝ่าบึงพิษเพื่อจุดไฟที่แท่นบูชาอัคคีสามแห่ง จึงจะสามารถเปิดประตูป้อมปราการได้ เพื่อเข้าไปท้าทายบอส—การ์กอยล์คู่

【การ์กอยล์ (มอนสเตอร์พื้นเมือง)】

【พลังจิตที่ต้องการอัญเชิญ: 120】

【พลังชีวิต: C, ความแข็งแกร่ง: D+, ความฉลาด: E, ความอดทน: D, ความเร็ว: D-, พลังต่อสู้รวม: D】

หากท้าทายสำเร็จ ก็จะสามารถผ่านบันไดลงไปยัง “เมืองโรคระบาด” ซึ่งเป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่สร้างอยู่บนหน้าผาสูงชันได้

ที่นี่ได้รวบรวมการออกแบบอันแสนชั่วร้ายทุกอย่างที่กงชีอิงพอจะนึกออกเอาไว้ จนกระทั่งกับดักจำนวนไม่น้อยในชั้นกลางและชั้นล่างเกิดความซ้ำซ้อนกับชั้นบน

ทั่วทั้งเมืองโรคระบาดนี้ เขาไม่ได้ใส่บอสหลักเอาไว้ แค่วาง “เซอร์ไพรส์เล็กๆ” ที่หนักหน่วงยิ่งกว่าบอสเอาไว้ไม่กี่อย่างเท่านั้น

คาดการณ์ว่าอัตราการตายของชั้นบนน่าจะสูงถึงประมาณห้าสิบเปอร์เซ็นต์

ชั้นกลาง ผสมผสานระหว่าง【โปเกมอน】, 【เมืองผีดิบนอกกำแพง】 และ【โพรงไม้ใหญ่】

โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองผีดิบนอกกำแพง ซึ่งเป็นแหล่งรวมศัตรูอย่างฮอลโลว์และอื่นๆ บริเวณรอบนอกเป็นป่าที่เกิดจากต้นไม้ยักษ์ระฟ้า ในป่านั้นเต็มไปด้วยพงหญ้าสูงถึงระดับเอว ซึ่งภายในจะมีโปเกมอนกระโดดออกมาแบบสุ่ม

ที่นี่ก็ไม่มีงบประมาณสำหรับสร้างบอสเช่นกัน ดังนั้นกงชีอิงจึงได้วางประตูหินที่หนาเตอะเป็นพิเศษ ซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะพังด้วยกำลัง เอาไว้ในเมืองผีดิบนอกกำแพง ต้องฝ่าฟันกับดักและอุปสรรคมากมาย เพื่อไปยังสถานที่สองแห่ง เอาชนะมอนสเตอร์ระดับอีลิท และตามหากุญแจสองดอกให้พบ จึงจะสามารถเปิดประตูได้

ด้านหลังประตูนั้นคือโพรงไม้ใหญ่ แผนที่ที่สูงถึงหนึ่งพันเมตร มีกิ่งไม้หลากหลายสีสันสอดประสานพันกันอย่างยุ่งเหยิง นักผจญภัยต้องเล่นด่านกระโดดไปตามกิ่งไม้ที่ซับซ้อน หากพลาดพลั้งเพียงเล็กน้อยก็จะร่วงหล่นลงไปตาย ผู้ที่สามารถรอดชีวิตไปถึงพื้นด้านล่างได้เท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์ท้าทายชั้นล่างต่อไป

ชั้นล่าง ผสมผสานการออกแบบแผนที่ใต้ดินจากเกมตระกูลโซลส์ เช่น ซากโบราณสถานนิโลนโดร, สุสานใต้ดินต่างๆ ของเอลเดนริง, เหมืองแร่ และอื่นๆ กลายเป็นจับฉ่ายขนาดใหญ่

บอสสุดท้ายย่อมเป็นอัศวินเตาหลอม มอนสเตอร์ระดับ C คือหน่วยรบที่แข็งแกร่งที่สุดที่กงชีอิงสามารถใช้งานได้ในตอนนี้

หลังจากเอาชนะอัศวินเตาหลอมได้แล้ว นักผจญภัยก็จะสามารถผ่านประตูเทเลพอร์ตกลับไปยังชั้นบน และออกจากดันเจี้ยนเซนได้

กงชีอิงเลียนแบบวิธีการของก็อดวิน โดยได้สร้างกลไกปริศนาอันซับซ้อนขึ้นมากว่าสิบด่าน เพื่อขวางกั้นหน้าห้องเจ้าเมืองที่ซ่อนอยู่ ระหว่างกลไกแต่ละชั้นล้วนมีกับดักและมอนสเตอร์คอยอยู่ การออกแบบแผนที่อันแสนนรกแตกนี้ทำให้แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังรู้สึกขยะแขยง

แต่อย่างน้อย ด้วยวิธีนี้ ความปลอดภัยของตัวเขาเองก็จะได้รับการรับประกัน

รางวัลตามแผนที่ต่างๆ ก็ได้มีการจัดวางไว้บ้างแล้ว และเขาก็มั่นใจว่า รางวัลเหล่านี้ล้วนเป็นของที่มีอยู่เฉพาะในดันเจี้ยนเซนเท่านั้น จะต้องสามารถดึงดูดนักผจญภัยได้อย่างแน่นอน

【หน้าต่างเจ้าเมือง】

【กงชีอิง/ก็อดวิน】

【พลังชีวิต: E+, ความแข็งแกร่ง: E, ความฉลาด: E+, ความอดทน: E, ความเร็ว: E, พลังต่อสู้รวม: E】

【สามารถใช้พลังจิตอัปเกรดได้】

กงชีอิงจ้องมองหน้าต่างอยู่นาน ในท้ายที่สุด เขาก็ไม่ได้ใช้พลังจิตไปกับการอัปเกรดตัวเอง

เขาสามารถทุ่มพลังจิตจำนวนมากเพื่อปรับเปลี่ยนแผนที่สำหรับซ่อนมอนสเตอร์เพิ่มอีกสองสามตัวได้ แต่เขาก็ยอมประหยัดค่าใช้จ่ายโดยไม่อัปเกรดตัวเอง

สรุปโดยรวมก็คือ การใช้เงินไปในส่วนที่ทำให้ตัวเองมีความสุขนั่นเอง

“ความแข็งแกร่งส่วนตัวของข้าจะเป็นอย่างไรไม่สำคัญ ข้ายังมีพลังจำแลงกายอยู่”

สิทธิ์เจ้าเมืองระดับสอง ได้ปลดล็อกความสามารถที่เรียกว่า “จำแลงกาย”

นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอก เสียง และอื่นๆ ได้ตามใจชอบแล้ว กงชีอิงยังสามารถใช้พลังจิตเพียงครึ่งหนึ่งของค่าอัญเชิญ เพื่อแปลงร่างตนเองให้กลายเป็นมอนสเตอร์ในรายชื่อ【มอนสเตอร์ที่ใช้ได้】ได้อีกด้วย

ราคาในการอัญเชิญอัศวินเตาหลอมหนึ่งตัวคือ 800 หน่วย เขาแปลงร่างเป็นอัศวินเตาหลอมต้องการเพียง 400 หน่วยเท่านั้น

ข้อเสียคือ การแปลงร่างแต่ละครั้งจะคงอยู่ได้เพียง 24 ชั่วโมง หลังจากยกเลิกการแปลงร่างแล้ว เวลาที่เหลืออยู่จะถูกสะสมไว้ ครั้งต่อไปสามารถนำมาใช้ต่อได้

“เอาแค่นี้ก่อนแล้วกัน เป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ดีที่สุดได้ในครั้งเดียว”

หลังจากทำการแก้ไขครั้งสุดท้ายเสร็จสิ้น กงชีอิงก็ถอนหายใจยาว เหยียดตัวลงนอนแผ่หลาบนแท่นบูชา

ห้องเจ้าเมืองของเขานั้นว่างเปล่า มีเพียงแท่นบูชาที่ไม่มีเทวรูปตั้งอยู่เท่านั้น ไม่รู้ว่ามีไว้ใช้ทำอะไร

หลังจากคลำหาอยู่ครึ่งค่อนวัน เขาก็พบร่องเล็กๆ ที่ฐานของแท่นบูชา รูปร่างของมันดูคุ้นตาอยู่บ้าง

กงชีอิงลองนึกย้อนกลับไปครู่หนึ่ง ก็ถึงบางอ้อในทันใด

รูปร่างของร่องนี้นั้น เหมือนกับแหวนเจ้าเมืองพอดีเป๊ะ! เขาเสียบแหวนเข้าไปในร่อง หมุนดูเล็กน้อย แท่นบูชาก็พลันสั่นสะเทือนครืนๆ ขึ้นมา

【สิทธิ์ไม่เพียงพอ】

เสียงสั่นหยุดลง

กงชีอิงส่ายศีรษะ ดูท่าแล้วคงจะต้องอัปเกรดสิทธิ์เจ้าเมืองเสียก่อน ถึงจะสามารถไขความลับของแท่นบูชานี้ได้

“เทเลพอร์ต, ทางเข้าชั้นบน”

ร่างของเขาพร่าเลือนไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นที่ชั้นบนในทันที

สภาพแวดล้อมที่มืดทะมึน ป้อมปราการที่อยู่ห่างไกลออกไปปรากฏให้เห็นเป็นเงาๆ อยู่ท่ามกลางป่าไม้ บึงพิษสีเขียวเข้มปนเหลืองขี้ม้าที่อยู่ใต้เท้ากำลังผุดฟองปุดๆ ส่งกลิ่นเหม็นที่น่าคลื่นไส้ออกมา

ใครก็ตามที่อยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ค่าสติ(SAN) ก็จะลดลงฮวบฮาบ แต่กงชีอิงไม่เป็นเช่นนั้น

เขากลับยิ้มออกมาเสียด้วยซ้ำ

“นี่มันดูอลังการกว่าแบบจำลองย่อส่วนเยอะเลย!”

การได้มาอยู่ท่ามกลางแผนที่ที่เคยเห็นแต่ในเกมด้วยตัวเอง ทำให้กงชีอิงรู้สึกหลากหลายอารมณ์ปนเปกันไปชั่วขณะ มีความรู้สึกเหมือนกับความฝันได้กลายเป็นจริง

เขาใช้เวลาช่วงหนึ่งในการสำรวจดันเจี้ยนในจุดต่างๆ จนทั่ว แล้วก็พบปัญหาเพิ่มขึ้นอีกบางประการ ดูเหมือนว่าการดูแค่แบบจำลองย่อส่วนนั้นไม่เพียงพอจริงๆ

“ผาชันตรงนี้ต้องยกให้สูงขึ้นอีกหน่อย ข้างล่างซ่อนก็อบลินไว้สักสองตัว ริมผาวางจุดแสงสีขาวไว้สักจุด เพื่อล่อผู้ไม่ตาย… เอ๊ย เพื่อล่อนักผจญภัยสักหน่อย” “ตึง ตึง…”

เสียงระฆังที่ไม่รู้ว่าดังมาจากที่ใดดังขึ้นอีกครั้ง ขัดจังหวะความคิดของกงชีอิง

เขาปิดหน้าต่างสิ่งก่อสร้างลงอย่างอาลัยอาวรณ์ เมื่อดันเจี้ยนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว เขาก็จะไม่สามารถแก้ไขภูมิประเทศใดๆ ได้อีก ทำได้เพียงแค่เปลี่ยนแปลงตำแหน่งการวางมอนสเตอร์เท่านั้น

“รอดูรายรับของวันนี้หน่อยแล้วกัน”

————————

เมืองเบตัง, เมืองที่ตั้งอยู่ข้างดันเจี้ยนเซน เป็นศูนย์รวมของผู้คนที่โอบกอดความฝันในการเป็นนักผจญภัย

นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดันเจี้ยนเซนได้มอบความรู้สึกถึงความสำเร็จในการเคลียร์ดันเจี้ยนให้กับเหล่านักผจญภัยหน้าใหม่ด้วยระดับความยากที่แสนง่ายดายมาโดยตลอด หรือแม้กระทั่งบางคน ที่เนื่องจากความแข็งแกร่งไม่เพียงพอที่จะท้าทายดันเจี้ยนอื่นๆ ได้ ก็จะหันหน้ามายังดันเจี้ยนเซนเพื่อหาความสบายใจ

ด้วยเหตุนี้ จึงมีคนกลุ่มหนึ่งที่ใช้ที่นี่เป็นที่หลบภัยทางใจ ในโลกอันแสนอันตรายใบนี้ มีเพียงดันเจี้ยนเซนเท่านั้นที่สามารถมอบความรู้สึกปลอดภัยให้กับพวกเขาได้

แต่ความรู้สึกปลอดภัยนั้น ได้มลายหายไปจนหมดสิ้นแล้ว!

ภายในกิลด์นักผจญภัย โถงหลักกำลังตกอยู่ในความโกลาหลวุ่นวาย

“ว้า ดันเจี้ยนเซนของข้า ทำไมการเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติถึงต้องมาเกิดขึ้นกับมันด้วยนะ ให้ตายสิ!”

“บัดซบเอ๊ย แบบนี้ก็หมายความว่าไม่มีดันเจี้ยนที่ข้าสามารถเคลียร์ได้แล้วน่ะสิ หรือว่าข้าจะต้องกลับบ้านนอกไปทำนาจริงๆ แล้ว…”

และนอกเหนือจากเสียงโอดครวญของพวกขี้เกียจบางส่วนแล้ว เหล่านักผจญภัยที่มีฝีมือทั้งหลายก็ได้เริ่มรวมกลุ่มตั้งทีมกันแล้ว

การเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติครั้งใหม่หมายถึงโอกาสครั้งใหม่ ข้อมูลต่างๆ เช่น แผนที่ของดันเจี้ยน, ประเภทของมอนสเตอร์, ชนิดของแร่/สมุนไพร และอื่นๆ ล้วนสามารถนำไปทำเงินได้ ยิ่งไปกว่านั้น กิลด์นักผจญภัยยังได้ประกาศภารกิจให้กับสมาชิกทุกคน โดยมอบรางวัลจำนวนมากเป็นการตอบแทน เพื่อให้ผู้คนเข้าไปสำรวจ

ดังนั้น พวกที่มีความมั่นใจในฝีมือของตนเองจึงได้เตรียมพร้อมลุยกันแล้ว

แต่คนที่มีไหวพริบมากกว่านั้น ได้คว้าคริสตัลเทเลพอร์ตวิ่งเข้าไปสำรวจดันเจี้ยนก่อนแล้ว! ตัวอย่างเช่น นักผจญภัยระดับทองแดงคนหนึ่ง, แจ็ค

“เฮะๆ โชคดีที่ข้าพกตัวตายตัวแทนมาเยอะแยะ กับดักจะแข็งแกร่งแค่ไหน ใช้ชีวิตคนก็สามารถฝ่าเข้าไปได้อย่างแน่นอน!”

เจ้าคนสารเลวผู้นี้ได้ใช้วิธีการต่างๆ นานาเพื่อหาเพื่อนร่วมทางมาได้เก้าคน เมื่อเจอกับกับดักหรือการซุ่มโจมตี ก็จะทรยศหักหลังผู้อื่นโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ด้วยความเจ้าเล่ห์แสนชั่วร้ายเช่นนี้ เจ้านี่จึงสามารถเปิดประตูป้อมปราการได้สำเร็จ ถึงขั้นเอาชนะการ์กอยล์มาได้อย่างฉิวเฉียด กลายเป็นนักผจญภัยคนแรกที่เดินทางมาถึงเมืองโรคระบาด! และเมื่อข้างกายไม่มีตัวตายตัวแทนให้ใช้อีกต่อไปแล้ว เขาจึงตัดสินใจที่จะหยุดการสำรวจไว้เพียงเท่านี้

“แผนที่ของบริเวณนี้ข้าจำได้หมดแล้ว ประเภทของมอนสเตอร์ยิ่งรู้แจ้งเห็นจริง ข้อมูลเหล่านี้เอาไปขายต้องได้เงินก้อนโตอย่างแน่นอน ต่อให้ข้าโดนไอ้ตัวตายตัวแทนเก้าคนนั่นรุมกระทืบก็ยังคุ้ม! ฮิๆ หากมีคนยอมจ้างข้าให้ไปสำรวจด้วยกันล่ะก็ ข้ายังสามารถชี้ตำแหน่งของกับดักได้อีกด้วย เพียงแต่ราคาค่าจ้างนั้นน่ะเหรอ เจี๊ยกๆๆๆ”

ก่อนที่จะเดินทางกลับตามเส้นทางเดิม เขาก็ได้ทำการสำรวจภายในป้อมปราการอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง น่าเสียดายที่ภายในนี้ทั้งใหญ่ทั้งโล่ง ไม่มีอะไรอยู่เลย ราวกับว่าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้เป็นสนามต่อสู้ของบอสการ์กอยล์สองตัวโดยเฉพาะ

อย่างไรก็ตาม แจ็คก็ “โชคดี” ไปเจอหีบสมบัติใบหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในมุมเข้าจนได้ เขาเปิดหีบออกอย่างตื่นเต้น

นั่นคือจุดแสงสีม่วงซึ่งเป็นตัวแทนของความหายาก เมื่อหยิบขึ้นมาดู เขากลับนิ่งอึ้งไป

“นี่มัน… ดาบใหญ่?”

เป็นเพียงดาบใหญ่ที่มีรูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้โดดเด่นอะไร นอกจากความรู้สึกที่หนักมือเป็นพิเศษแล้ว ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกอื่นใดแก่แจ็คเลย

สีหน้าของเขาพลันย่ำแย่ลงทันที “เสียแรงไปตั้งครึ่งค่อนวัน ได้มาแค่ดาบใหญ่เล่มเดียว รางวัลนี่มันขี้เหนียวชะมัด!”

“ช่างเถอะ ช่างเถอะ ดูจากฝีมือการตีเหล็กแล้วก็ยังพอใช้ได้อยู่ เอาไปขายเป็นเงินก็น่าจะได้กำไรอยู่บ้าง”

แต่แล้ว เรื่องประหลาดก็เกิดขึ้น

ในขณะที่สองมือจับด้ามดาบของดาบใหญ่เล่มนั้น ในสมองของแจ็คก็พลันเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา

จากนั้น เขาก็ชูดาบใหญ่ขึ้นสูงแล้วฟันลงอย่างแรง ร่างกายของเขาก็อาศัยแรงนั้นทะยานสูงขึ้น กลิ้งหลบกลางอากาศ แล้วฟันลงอีกครั้งด้วยพลังที่เหนือกว่าที่ตนเองมีอยู่มาก! พื้นดินถึงกับสั่นสะเทือน ทิ้งรอยลึกเอาไว้

“ทะ ทำอะไรลงไป…”

แจ็คยืนนิ่งอึ้งไปครึ่งค่อนวัน มองดาบใหญ่ในมืออย่างเหม่อลอย “นี่ข้าเป็นคนทำเหรอ นี่คืออานุภาพของท่าศึก?”

ท่าศึก, เป็นเทคนิคที่นักรบเรียนรู้ได้หลังจากผ่านการฝึกฝนอย่างหนัก แม้แต่ท่าศึกที่ง่ายที่สุด ผู้เรียนก็ยังต้องใช้เวลาในการฝึกฝนอย่างมหาศาล อีกทั้งยังต้องการพรสวรรค์ด้านความเข้าใจในระดับหนึ่งอีกด้วย นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ที่สามารถใช้ท่าศึกได้นั้นมีเพียงส่วนน้อย

อย่างนักผจญภัยระดับล่างเช่นแจ็คนั้น ไม่มีทั้งพรสวรรค์ในการเรียนรู้ท่าศึก และยิ่งไม่มีความมุมานะที่จะฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงเทคนิคปลดล็อก และทักษะการลอบเร้นที่พอจะผ่านเกณฑ์เท่านั้น

ถึงแม้ว่าจะยอมแพ้ต่อโชคชะตาไปนานแล้ว แต่ลึกๆ ในใจของเขาก็ยังคงใฝ่ฝันมาโดยตลอด ว่าจะสามารถใช้ท่าศึกได้เหมือนกับเหล่าผู้แข็งแกร่ง สังหารศัตรูได้อย่างสะใจ! และในวินาทีที่เขากำดาบใหญ่เล่มนั้น ในสมองของเขาก็ปรากฏความรู้เกี่ยวกับท่าศึกที่ชื่อว่า【เพลงดาบสิงโต】ขึ้นมาในทันที เมื่อลองตั้งสมาธิในใจ ก็สามารถใช้มันออกมาได้จริงๆ!

ดาบใหญ่เล่มนี้ สามารถทำให้ผู้ครอบครองใช้ท่าศึกได้!

ไม่จำเป็นต้องฝึกฝน! ไม่จำเป็นต้องมีพรสวรรค์! ขอเพียงแค่มีสองมือที่สามารถจับดาบได้เท่านั้น!

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ แจ็คก็รู้สึกตื่นเต้นจนร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัว

“ขะ ของล้ำค่า! ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีอาวุธที่ติดท่าศึกมาให้ด้วย!”

“คราวนี้ข้ารวยแล้วโว้ย!”

ปฏิกิริยาทั้งหมดของเขา ถูกกงชีอิงมองเห็นอย่างชัดเจน

เขาผู้ซึ่งใช้ลูกแก้วคริสตัลเฝ้าสังเกตการณ์ดันเจี้ยนอยู่ตลอดเวลา ก็เผยรอยยิ้ม “แผนสำเร็จ” ออกมา

“ทายถูกแล้ว อาวุธที่ติดท่าศึกมาให้ในตัวนั้น หายากจริงๆ ในโลกใบนี้”

“เช่นนั้นแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไปก็ชัดเจนแล้ว รอให้ข่าวที่ว่า ‘ดันเจี้ยนเซนดรอปอาวุธที่ติดท่าศึกมาให้ในตัว’ แพร่สะพัดออกไป ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีคนมาแล้ว อิสรภาพทางพลังจิตอยู่ใกล้แค่เอื้อม!”

【ดาบใหญ่】

【ท่าศึก: เพลงดาบสิงโต】

【ระดับ: E】

【พลังจิตที่ต้องการต่อหน่วย: 10】

(จบบท)




ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 7 เพลงดาบสิงโต! (ฉบับแก้ไข)

ตอนถัดไป