นางฟ้าตัวน้อยผู้คิดจะเลี้ยงปลา
แม้คำพูดของหยางฟานจะทำให้ค่าความสนิทของกู้รุ่ยเจี๋ยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
แต่เธอก็ยังยืนยันในใจแน่วแน่ว่า ไม่อยากให้เขาได้ตัวไปง่าย ๆ จึงพูดออกมาด้วยท่าทางไม่พอใจเล็กน้อย
“พี่ชายไม่ควรชวนฉันไปโรงแรมนะเราเพิ่งรู้จักกันวันนี้เอง ฉันยังไม่พร้อมเลย แล้วก็พี่ชายไม่ควรเริ่มจากการจีบฉันก่อนเหรอคะ? ฉันก็อยากมีความรักแบบหวาน ๆ บ้างนี่นา”
จีบอะไร
หยางฟานบ่นในใจใช้เงินหว่านไม่ง่ายกว่าเหรอ? ใครจะไปเสียเวลามาไล่ตามจีบกันล่ะ
แม้ในใจจะเบื่อหน่ายเต็มที แต่เขาก็พอจะมองออกว่าอีกฝ่ายไม่ได้แค่เล่นตัว เธอจริงจังและตั้งใจจะปฏิเสธในวันนี้แน่นอน
ท่าทางแบบนี้ดูยังไงก็รู้ว่าจะจับไว้ให้นานที่สุดชัด ๆ
แต่นับตั้งแต่เขามีระบบทัศนคติเก่า ๆ ก็เปลี่ยนไปพอสมควร จะให้มาตามใจอีกฝ่ายตลอดคงไม่ใช่เรื่อง
เขาจึงพูดอย่างไม่ใส่ใจนักว่า
“งั้นก็ได้ เดี๋ยวฉันไปส่งเธอขึ้นรถ”
???
กู้รุ่ยเจี๋ยได้ยินแล้วอึ้งไปชั่วขณะ เธอเงยหน้ามองเขา สีหน้าของหยางฟานกลับดูเรียบเฉย ไม่มีวี่แววโกรธหรือเย็นชา แต่กลับยิ่งน่ากลัวกว่าซะอีก
เธอรีบถามเสียงเบาอย่างลังเล
“พี่ชายโกรธแล้วเหรอ? ฉันแค่”
หยางฟานส่ายหน้า ตัดบทด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ
“ไม่มีอะไรหรอก เอาล่ะ เรียกรถเถอะ”
เมื่อเห็นว่าเขาตั้งใจจะให้เธอกลับจริง ๆ กู้รุ่ยเจี๋ยก็เข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังงอนแน่ ๆ เพียงแต่ไม่ยอมพูดออกมาตรง ๆ เท่านั้น
แต่เธอเองก็ไม่ได้รู้สึกเป็นกังวลอะไรนัก ในเมื่อทั้งคู่แอดวีแชทกันไว้แล้ว ขอแค่เธอรู้จักเอาใจหน่อย เดี๋ยวก็กลับมาเหมือนเดิม
หลังจากส่งกู้รุ่ยเจี๋ยขึ้นรถ หยางฟานก็เรียกรถกลับบ้านตัวเองเช่นกัน
ในขณะที่ยังอยู่บนรถ โทรศัพท์ของเขาก็มีข้อความเด้งขึ้นมา
<พี่ชาย ฉันถึงบ้านแล้วน้า>
หยางฟานตั้งค่าการแจ้งเตือนไว้เป็นไม่รบกวนเลยไม่ได้ตอบกลับใด ๆ เพราะเขาตั้งใจจะแสดงท่าทีให้ชัดเจน กันไม่ให้เธอเหลิงจนคิดว่าควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด
…..
ทางด้านกู้รุ่ยเจี๋ยเอง พอกลับถึงห้องก็ดูมีความสุขเป็นพิเศษ รีบหยิบพวกของแบรนด์เนมที่ซื้อมาในวันนี้ขึ้นมากองไว้บนเตียงด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม
เธอลองเสื้อใหม่อยู่สองชุด ก่อนจะสังเกตว่ามือถือยังไม่มีข้อความตอบกลับเลย
พอหยิบขึ้นมาดูก็เห็นว่าหยางฟานไม่ได้ตอบอะไรเลย เธอจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วส่งข้อความเพิ่มไปอีกหนึ่งบรรทัด
<พี่ชาย ทำไมไม่ตอบฉันเลยล่ะคะ? อย่าโกรธฉันเลยนะ>
เวลาผ่านไปพักใหญ่ก็ยังไร้ความเคลื่อนไหว เธอจึงได้แต่คิดว่าเขาคงยังไม่ได้เปิดดูข้อความ
ในใจยังมั่นใจสุด ๆ ว่า คนอย่างเธอ ใครจะไม่ตอบได้ลงคอ?
ในเมื่อเธอยอมให้โอกาสกับเขาขนาดนั้น เขาย่อมต้องรู้สึกขอบคุณและให้ความสำคัญมากขึ้นสิ
คิดได้แบบนั้น เธอก็เลิกสนใจโทรศัพท์แล้วหันกลับไปชื่นชมของแบรนด์เนมที่วางอยู่เต็มเตียงต่ออย่างอารมณ์ดี
กระทั่งเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง พบว่ายังไม่มีข้อความตอบกลับแม้แต่บรรทัดเดียว
หัวใจเธอเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะไม่ใช่ว่าเขายังไม่ได้ดู แต่จงใจไม่ตอบ?
【ค่าความสนิทกับกู้รุ่ยเจี๋ย -1】
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังมาจากหน้าห้อง
“เสี่ยวรุ่ยรุ่ย ทำอะไรอยู่?”
เป็นเสียงของเพื่อนสนิทและรูมเมทของเธอ สาวน้อยหางม้าคนสวยที่เพิ่งกลับมาถึงห้อง
กู้รุ่ยเจี๋ยหันไปมอง ยังไม่ทันจะตอบอะไรก็ได้ยินเสียงกรีดร้องอย่างตกใจจากอีกฝ่าย
“ว้ากกก!! กระเป๋า หลุยส์ วิตตอง! ชุดเซ็ทชาแนล! รุ่ยรุ่ย เธอบุกปล้นห้างมารึไงเนี่ย!?”
เพื่อนสาวรีบวิ่งเข้ามาคว้าข้าวของบนเตียงไปพลิกดูด้วยความตื่นเต้น
กู้รุ่ยเจี๋ยเห็นท่าทีตกตะลึงของอีกฝ่ายก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้
“ซานซาน เธอกลับมาเร็วอะไรขนาดนี้เนี่ย วันนี้วันหยุดนะ แฟนเธอยอมปล่อยตัวกลับมาด้วยเหรอ?”
“ชิ! อย่ามาเปลี่ยนเรื่องเลย ยอมรับมาเถอะ วันนี้เธอไปทำอะไรมา ทำไมถึงได้ของพวกนี้มาเยอะขนาดนี้?”
“เกี่ยวอะไรกับเธอล่ะ?”
“โอ้โห ยัยรุ่ยรุ่ย! กล้าตอบแบบนี้เหรอ? งั้นเจอนี่หน่อย!”
พูดยังไม่ทันจบ ซานซานก็พุ่งเข้ามาหาแล้วเริ่มจู่โจมด้วยการจี้เอวหยิกขี้เล่น
“ว้ากกก! อย่า ๆ! อย่าจี้แล้ว! ยอมแล้ว ๆ! จะเล่าให้ฟังแล้ว”
หลังจากนั้น กู้รุ่ยเจี๋ยก็เริ่มเล่าเรื่องราวการพบกันของเธอกับหยางฟานให้เพื่อนสนิทฟังแบบหมดเปลือก
ฟังไปซานซานก็อึ้งไปเป็นพัก ๆ พอเธอเล่าจบ คำแรกที่หลุดออกมาจากปากอีกฝ่ายคือ
“แน่ใจนะว่าเขาสมองยังปกติอยู่?”
“แน่นอนว่าสมองปกติดี!”
“ถ้างั้นก็น่าเหลือเชื่อจริง ๆ เลยนะ ว่าแต่ แนะนำลุงกระเป๋าหนักคนนั้นให้ฉันรู้จักบ้างสิ”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น แววตาของกู้รุ่ยเจี๋ยก็พลันเปลี่ยนไปเป็นอันตราย มองเพื่อนสาวของเธอด้วยสายตาไม่ไว้ใจ
“ฝันไปเถอะ!! เธอก็มีแฟนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”
ซานซานกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ตอบกลับหน้าตาเฉย
“แฟนฉันจะไปสู้กับลุงกระเป๋าหนักคนนั้นได้ยังไงล่ะ? แล้วถ้าเธอไม่เอา งั้นก็ส่งต่อมาให้ฉันสิ น้ำดีในบ่อจะปล่อยไหลไปคนนอกได้ยังไง”
“ใครบอกว่าฉันไม่เอา?”
“แล้วเธอยังจะเล่นตัวอีก? คิดว่าเขาเป็นพวกเด็กหนุ่มธรรมดาที่วิ่งตามเธอหรือไง? คนรวยขนาดนั้นจะขาดผู้หญิงเหรอ? เงินที่เขามี จะให้ใครใช้ก็ยังได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเธอสักหน่อย!”
เจอคำถามซ้อนคำถามเข้าไปแบบนี้ กู้รุ่ยเจี๋ยถึงกับเงียบลงไปชั่วขณะ
หรือว่าฉันคิดผิดจริง ๆ?
แต่สาวน้อยนางฟ้าอย่างฉัน จะคิดผิดได้ยังไงล่ะ!?
ซานซานเห็นว่าเพื่อนสาวเข้าสู่โหมดครุ่นคิด ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงโยนคำพูดทิ้งท้ายไว้
“คิดดูให้ดีนะ ถ้าเธอไม่เอาจริง ๆ ฉันจะเตรียมตัวรับช่วงต่อแล้วนะ”
พูดจบก็หันหลังเดินออกจากห้องไป
…..
ทางด้านหยางฟาน หลังจากกลับถึงบ้านแล้วพักได้ไม่นาน เขาก็หยิบมือถือขึ้นมาเปิดแอปโต่วหยูดูว่าใครกำลังไลฟ์อยู่
ปรากฏว่าซาซ่ากับเสี่ยวลู่กำลังไลฟ์พร้อมกัน เขาจึงกดเข้าไปในห้องของซาซ่าทันที
“ยินดีต้อนรับพี่เสี่ยวเหยา! ขอบคุณพี่เสี่ยวเหยาที่แวะมาหาซาซ่าน้า!”
เจ้าตัวเพิ่งกดเข้าไปก็ถูกสาวน้อยที่กำลังคุยกับผู้ชมอยู่ทักทายเสียงสดใสทันที
อย่างน้อยก็รู้จักรู้บุญคุณหน่อยล่ะนะ
วันนี้สาวน้อยผู้มีลุคโลลิถูกกฎหมายคนนี้มาในลุคแฝดหางม้า ใส่เสื้อยืดแขนสั้นลายแมวน่ารักกับกางเกงขาสั้นผ้าสีชมพูสดใสและที่ขาดไม่ได้เลยคือถุงน่องสีขาวแบบข้างยาวข้างสั้นอันเป็นเอกลักษณ์
จะเรียกว่าน่ารักและเย้ายวนในเวลาเดียวกันก็ไม่ผิด
หยางฟานยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะเติมเงินเข้าไป 27,000 หยวน แล้วกดส่ง คาร์นิวัล ไป 9 ครั้งติดกันเสียง ปั้ง! ปั้ง! ปั้ง! ดังสนั่นห้องแชท
“ขอบคุณพี่เสี่ยวเหยาสำหรับคาร์นิวัล 9 อัน เพื่อน ๆ ในไลฟ์ช่วยพิมพ์ว่า พี่เสี่ยวเหยาสุดยอด! กันหน่อย!”
เหล่าผู้ชมต่างก็เริ่มคอมเมนต์กันอย่างคึกคัก
“ก็ต้องเป็นพี่เสี่ยวเหยาสิ! เข้ามาไม่พูดพร่ำทำเพลง ฟาดคาร์นิวัลรัว ๆ เลยนะ!”
“วันนี้อีกวันหนึ่งที่ฉันอิจฉาคนรวย”
“@เสี่ยวเหยา พี่เสี่ยวเหยาไม่ไปเที่ยววันหยุดเหรอ? มาโผล่ในไลฟ์แทนเนี่ยนะ?”
“นี่เขาก็มาฉลองกับซาซ่าไงล่ะ มอบคาร์นิวัลเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์อะคิดดู”
“แบบนี้น่าเลือกกว่าดอกไม้หรือช็อกโกแลตตั้งเยอะ”
ทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างสนุก ก็เห็นคาร์นิวัลอีก 9 อันพุ่งขึ้นจออีกระลอก ส่งผลให้ซาซ่าขึ้นอันดับต้น ๆ ของกระดานช่วงเวลานั้นทันที
วันนี้หยางฟานตั้งใจจะมาแจกของขวัญให้สาวน้อยคนนี้โดยเฉพาะ ถือเป็นการตอบแทน และอีกเหตุผลคือ เขาอยากรู้ว่าทำไมเลเวลในระบบยังไม่ขยับเสียที
เขาคิดว่าอาจเพราะยอดใช้จ่ายยังไม่ถึงเกณฑ์
พอกดเติมเงินอีกครั้งแล้วกำลังจะส่งคาร์นิวัลรอบใหม่ ก็ได้ยินซาซ่าพูดขึ้นว่า
“พี่เสี่ยวเหยา มีสตรีมเมอร์อีกคนขอเชื่อมไลฟ์มาด้วยนะคะ จะรับมั้ย?”
“รับเลย!”
หน้าจอเปลี่ยนฉับพลัน ปรากฏหญิงสาวอีกคนที่ดูเซ็กซี่อย่างเห็นได้ชัดขึ้นมาทางฝั่งตรงข้าม
ดวงตาคมชัดแต่งด้วยอายไลเนอร์ เสริมด้วยไฝเสน่ห์ตรงหางตา ยิ่งมองยิ่งน่าหลงใหล
เธอสวมเสื้อยืดแบบเปิดไหล่ แถมสายเสื้อชั้นในสีดำยังโผล่มาให้เห็นแบบจงใจ เสื้อผ้าที่เป็นผ้าชีฟองสีอ่อนบางเบาทำให้เนื้อผ้าดูเกือบจะโปร่งแสง ส่วนหน้าอกก็ชวนสะดุดตาไม่แพ้ส่วนอื่น
เพราะเธออยู่ใกล้กล้องเกินไปเลยมองไม่เห็นว่าข้างล่างใส่อะไร
“ว้าว สวัสดีค่ะพี่สาว ยินดีที่ได้รู้จักนะ!”
สตรีมเมอร์สาวที่ชื่อว่าอาลี่เป็นฝ่ายทักทายก่อน
【ตรวจพบเป้าหมายการใช้จ่ายที่มีคุณภาพ】
สายตาระบบยังคงเชื่อถือได้เสมอคนนี้ระดับความสวยเกิน 80 แน่นอน
ซาซ่าก็ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม
“สวัสดีค่ะ พี่สาวก็น่ารักมากเลย โดยเฉพาะดวงตา สะกดสายตาสุด ๆ เลย”
“ขอบคุณที่ชมค่ะ เห็นว่าพี่ใหญ่บ้านเธอสายเปย์มาก ฉันเลยแวะมาทำความรู้จักด้วยคน เราเล่นเกมด้วยกันซักตาสองตาดีไหม?”
“ได้เลยแล้วจะลงโทษกันไหมคะ?”