ฉันไม่ใช่คนง่ายๆ นะ
กู้รุ่ยเจี๋ยเห็นว่าเขาตอบตกลงที่จะไม่เดินเล่นต่อ ใบหน้าของเธอก็เปื้อนยิ้มทันที
“พี่ชาย เดี๋ยวฉันเอาของไปเก็บที่บ้านก่อน แล้วขอเป็นคนเลี้ยงข้าวพี่สักมื้อนะคะ ได้ไหม?”
หยางฟานเพิ่งจ้างเธอเป็นเพื่อนเล่นแค่สองชั่วโมง ซึ่งเวลานั้นก็หมดไปนานแล้ว แต่หญิงสาวกลับไม่เอ่ยถึงเรื่องค่าจ้างอีกเลย
เขามองดูของพะรุงพะรังที่ทั้งสองคนกำลังหอบหิ้วกันอยู่ ก็เห็นจริงว่าไม่สะดวกจะไปไหนไกล จึงพยักหน้ารับตกลงอย่างไม่ลังเล
ระหว่างยืนรอรถ หญิงสาวก็หันมาถามเขาด้วยน้ำเสียงแฝงความสงสัย
“พี่ไม่ได้ขับรถมาเหรอคะ?”
ตอนนี้เธอมั่นใจเต็มที่แล้วว่าหยางฟานต้องเป็นคนมีเงินแน่ ๆ ถ้าเขาจะมีรถหรูสักคัน เธอก็ไม่แปลกใจเลย แต่กลับกลายเป็นว่าทั้งคู่กำลังรอรถจากแอปฯ เรียกรถแทน
หยางฟานได้ยินดังนั้นก็ยักไหล่ก่อนพูดอย่างจนใจ
“ฉันยังไม่มีใบขับขี่น่ะ กะว่าจะรออีกหน่อยแล้วค่อยคิดเรื่องซื้อรถ”
ซื้อรถ? เงินเขามีแค่สองหมื่นกว่าหยวน จะให้ไปซื้อรถตู้มือสองขับรึไง?
แค่คิดก็รู้สึกเสียศักดิ์ศรีแล้ว ขอบายดีกว่า
กู้รุ่ยเจี๋ยพยักหน้าเข้าใจในทันที
“อ๋อ แบบนี้นี่เอง”
ไม่นานนัก ทั้งสองก็มาถึงเขตชุมชนธรรมดาแห่งหนึ่ง ใกล้กับมหาวิทยาลัยการเงิน
หลังจากลงจากรถ หญิงสาวก็หันมาพูดกับเขาด้วยท่าทีเก้อเขินเล็กน้อย
“พี่ชาย ห้องที่ฉันเช่าอยู่นี่แหละค่ะ ของมันเยอะไปหน่อย รบกวนช่วยฉันขนขึ้นไปหน่อยได้ไหมคะ?”
“ไปกันเถอะ!”
หยางฟานไม่ขัดข้องอะไร รีบคว้าของแล้วเดินนำหน้าไปทันที
ห้องเช่าของเธอเป็นแบบสองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น ดูสะอาดสะอ้านและน่าอยู่ โดยเฉพาะห้องของเธอเองที่ตกแต่งไว้อย่างอบอุ่นและเป็นระเบียบ บ่งบอกได้ว่าเธอเป็นคนรักความสะอาดอย่างเห็นได้ชัด
ก็ไม่แปลกอะไรถ้าห้องรก เธอคงไม่กล้าชวนเขาเข้ามาหรอก
หลังจากเก็บของเสร็จแล้ว อารมณ์ของกู้รุ่ยเจี๋ยก็ดูสดใสเป็นพิเศษ เธอหันมายิ้มให้แล้วพูดว่า
“พี่ชายพักสักครู่นะ เดี๋ยวฉันไปเอาน้ำมาให้”
ไม่นาน หยางฟานก็นั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับถือแก้วน้ำในมือ ถามขึ้นขณะจิบเบา ๆ
“เธอเรียนอยู่มหาวิทยาลัยการเงินแถวนี้ใช่ไหม?”
กู้รุ่ยเจี๋ยนั่งลงข้าง ๆ เขา ใกล้เสียจนแขนเกือบจะชนกัน
“ใช่ค่ะ ฉันเรียนปีหนึ่ง ไม่อยากอยู่หอพักเลยมาเช่าห้องอยู่กับเพื่อนสนิทค่ะ”
“เด็กมหาลัยว่างขนาดนี้เลยเหรอ? ถึงมีเวลาทำงานพาร์ทไทม์ได้”
“ชีวิตในมหาวิทยาลัยค่อนข้างอิสระค่ะ นอกจากรับงานพาร์ทไทม์เป็นเพื่อนเที่ยวแล้ว ฉันยังรับงานเป็นนางแบบด้วยนะคะ”
หยางฟานมองเธออย่างพินิจพิจารณาเล็กน้อย
“รูปร่างแบบนี้ เหมาะกับการเป็นนางแบบจริง ๆ”
กู้รุ่ยเจี๋ยเห็นสายตาแบบนั้น ไม่เพียงไม่เขินอาย แต่ยังแอบยิ้มในใจเสียด้วยซ้ำ
“ขอบคุณที่ชมค่ะ พี่ชาย”
“เธอรับงานนางแบบสายไหนเหรอ?”
“ก็รับหมดเลยค่ะ แต่งานที่ได้บ่อยหน่อยก็พวกเปิดร้าน KTV หรือบาร์ จัดงานกิจกรรม อะไรประมาณนี้ งานใหญ่ ๆ ส่วนมากเขาจะไม่ใช้นางแบบพาร์ทไทม์”
“วงการนี้แข่งกันหนักสินะ?”
“ก็ใช่น่ะสิคะ บางทีเป็นเดือน ๆ ยังไม่มีงานเข้ามาสักครั้ง แต่ก็ไม่เป็นไร ฉันแค่อยากหาค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ เอง ไม่ได้หวังอะไรเยอะอยู่แล้วค่ะ แค่พอมีค่าขนมก็พอแล้ว ฮิฮิ”
หยางฟานพยักหน้ารับเข้าใจ ก็ยังเป็นนักศึกษา การหาเงินยังไม่ใช่เรื่องหลักนัก
“แล้วพี่ชายล่ะ ทำงานอะไรเหรอคะ?”
เธอสงสัยมานานแล้วว่าเขาทำงานอะไร ถึงใช้เงินเป็นหมื่น ๆ ได้โดยไม่กระพริบตา
ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยเชื่อว่ามีคนแบบนี้อยู่จริง แม้แต่คุณชายบ้านรวยหลายคน ก็ยังทำตัวเหมือนเงินมีไว้โชว์ ไม่ได้มีไว้ใช้
แต่ผู้ชายตรงหน้าเธอกลับใช้จ่ายอย่างใจกว้าง ชัดเจนว่าเป็นหุ้นดีอย่างไม่ต้องสงสัย
“ฉันน่ะเหรอ? ทำงานด้านการลงทุน”
ใครจะไปบอกได้ว่าจริง ๆ แล้วเขาเป็นนักเขียนนิยายออนไลน์ที่แทบจะไม่มีใครรู้จัก?
“พี่ชายลงทุนในหุ้นเหรอคะ ดูท่าจะเป็นรายใหญ่เลยใช่ไหม?”
“ก็เรื่อย ๆ น่ะ ยังไงเงินที่มีอยู่ก็ใช้ไม่หมดอยู่แล้ว ยิ่งใช้ยิ่งเพิ่ม”
ฟู่ว
กู้รุ่ยเจี๋ยได้ยินประโยคนั้นก็ถึงกับกลั้นหายใจ อะไรเนี่ย พ่อคุณเล่นใหญ่ไม่เบาเลยนะ
ว่าเขาเป็นคนมีเงินเธอเชื่อแน่ ๆ แต่ที่ว่ามีเงินใช้ไม่หมด แล้วยิ่งใช้ยิ่งเพิ่ม อันนี้เธอรู้สึกว่าเริ่มจะคุยโม้เกินไปหน่อยแล้ว
【ค่าความสนิทสนมกับกู้รุ่ยเจี๋ย -2】
แต่พอนึกว่าอีกฝ่ายแค่พูดเอาเท่ ก็ไม่ได้คิดมากอะไร เธอเลยแสร้งทำตาเป็นประกาย มองเขาอย่างชื่นชมตามบทบาท
หยางฟานเห็นแววตาแบบนั้น พอได้ยินเสียงแจ้งเตือนเรื่องความสนิทสนมลดลงในหัว ก็ได้แต่สบถในใจ
ให้ตายสิ เขาพูดความจริงนะเว้ย
ด้วยระบบผู้ถูกหลอกที่เขามีติดตัว ถึงจะมีเงินแค่สองหมื่นกว่า แต่ทุกครั้งที่ใช้จ่าย ระบบจะคืนเงินให้เสมอ ต่อให้ใช้เท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมดจริง ๆ
และยิ่งระบบอัปเกรดขึ้น การคืนเงินก็จะยิ่งมากขึ้นอีก แบบนี้จะไม่เรียกว่ายิ่งใช้ยิ่งเพิ่มได้ยังไง?
ช่างเถอะ คิดในใจไว้ก็พอ ภายนอกเขายังคงยิ้มบาง ๆ
“รู้ว่าเธอไม่เชื่อ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก”
หญิงสาวรีบส่ายหน้า
“ฉันไม่ได้ไม่เชื่อนะ! พี่ชายพูดอะไรฉันก็เชื่อทั้งนั้นค่ะ แค่รู้สึกว่าพี่ชายเก่งมาก ๆ เลยต่างหาก”
แม้จะพูดแบบนั้น แต่ในใจเธอกลับคิดว่าฉันเองก็ใช้เงินไม่หมดเหมือนกัน ถ้าแบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ ล่ะก็ ยังไงก็พอ
แต่หยางฟานดูรวยจริง เธอไม่อยากทำให้เขารู้สึกไม่ดี เลยเลือกจะตามน้ำไปแบบไม่คิดมาก
หยางฟานก็ไม่คิดจะมาเถียงเรื่องนี้ให้เสียเวลา
“พักพอแล้ว งั้นไปกินข้าวกันเถอะ?”
“ได้เลยค่ะพี่ชาย แถวนี้มีร้านหม้อไฟร้านหนึ่งอร่อยมาก เดี๋ยวฉันพาไปนะ?”
“วันหยุดทั้งทีจะมากินหม้อไฟทำไม? ไปกินของอาหารหรูๆกันดีกว่า”
พอพูดจบ เขาก็เห็นสีหน้าของหญิงสาวดูลังเลนิดหน่อย จึงเข้าใจทันทีว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
“ไปเถอะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง จะให้เธอเลี้ยงได้ยังไงกัน?”
แม้เขาจะรู้ดีว่าการให้ฝ่ายหญิงออกแรงเพื่อเขาบ้างคือวิธีสร้างความผูกพันที่ถูกต้อง
แต่ก็ใช่ว่าเขากำลังหาภรรยาเสียหน่อย จะต้องเล่นเกมดึงเชงกันให้เหนื่อยไปทำไม?
ใช้เงินทุ่มใส่เลย ง่ายดี รวดเร็วด้วย
ในเมื่อมีโอกาสได้กินอาหารหรูฟรี ๆ จะไปกินหม้อไฟให้เสียของทำไม?
พอเห็นว่าต้านไม่ไหว กู้รุ่ยเจี๋ยก็พยักหน้าตกลงในที่สุด
หลังจากทั้งคู่จัดมื้ออาหารทะเลสุดหรูมื้อหนึ่ง ซึ่งหมดเงินไปหลายพันหยวน ก็เดินเล่นรับลมยามค่ำด้วยกันอยู่ริมถนน
ในตอนนั้น กู้รุ่ยเจี๋ยก็ค่อย ๆ ยื่นมือมาเกาะแขนหยางฟานเบา ๆ ราวกับเป็นคู่รักที่เดินเคียงข้างกันอย่างกลมกลืน
ถ้าไม่เห็นค่าความสนิทยังอยู่ที่ 39 เขาคงคิดไปแล้วว่าเธอเริ่มมีใจจริง ๆ
ทันใดนั้น เธอก็เอ่ยถามเสียงเบา
“พี่ชาย แล้วตอนนี้เราจะไปไหนกันต่อเหรอคะ?”
หยางฟานยิ้มอย่างมีเลศนัย
“เหนื่อยนิดหน่อยแล้วนะ ไปโรงแรมกันเถอะ”
???
ร่างของกู้รุ่ยเจี๋ยสะดุ้งเล็กน้อยทันทีที่ได้ยิน เธอเข้าใจเจตนาของเขาในพริบตาเดียว
เธอไม่ใช่เด็กใสซื่ออะไร ถึงจะใช้เท้าคิดก็รู้ว่าผู้หญิงกับผู้ชายจะไปทำอะไรกันที่โรงแรม
แต่ลึก ๆ แล้ว เธอกลับรู้สึกต่อต้านอยู่บ้างไม่ใช่เพราะรังเกียจหยางฟาน หรือหวงแหนความบริสุทธิ์ของตัวเองเป็นพิเศษหรอก
แต่เพราะเธอรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่กำลังก้าวเร็วเกินไป หากเธอยอมง่าย ๆ เขาอาจจะไม่เห็นค่า
ต้องเล่นตัวบ้างถึงจะได้ผลอะไรที่ยังไม่ได้ครอบครอง ย่อมล่อตาล่อใจที่สุด
จนถึงตอนนี้ สิ่งที่เธอคิดก็แค่เลี้ยงหยางฟานเอาไว้ในบ่อปลาแบบระดับพรีเมียมเท่านั้น ยังไม่คิดจะยกหัวใจหรือร่างกายให้ใครทั้งนั้น
หญิงสาวจึงหยุดเดิน พร้อมกับทำแก้มป่องแกล้งงอน แล้วแสร้งพูดด้วยเสียงแฝงความไม่พอใจว่า
“พี่ชายคิดว่าฉันเป็นคนยังไงกันคะ? ในสายตาพี่ ฉันเป็นคนง่าย ๆ แบบนั้นเหรอ?”
หยางฟานได้ยินก็ชะงักไปเล็กน้อย หันมามองเธอด้วยแววตาฉงน
ค่าความสนิทไม่ได้เพิ่มขึ้นหรือลดลง เขาเลยไม่แน่ใจว่าเธอกำลังเล่นละครเชิงยั่วเย้า หรือปฏิเสธจริง ๆ กันแน่
“ถ้าฉันแค่อยากหาใครง่าย ๆ คิดว่าฉันไม่รู้จักไปคลับแล้วเรียกพริตตี้รุ่นใส ๆ มาหรือไง?”
“……”
คำพูดนี้ถึงกับทำให้กู้รุ่ยเจี๋ยต้องยอมรับในใจว่ามีเหตุผลจริง ๆ
ก็ใช่น่ะสิ มีเงินเป็นหมื่นเป็นแสนแบบเขา จะหาเด็กสาวน่ารัก ๆ มาเอาใจสักคนก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
【ค่าความสนิทกับกู้รุ่ยเจี๋ย +1】