กวางน้อยก็แอบน่ารักเหมือนกันนะ
หลังจากอาลี่เต้นต่ออีกสองสามเพลง เธอก็เริ่มพักเหนื่อยบ้าง
หยางฟานยังคงดูอย่างเพลิดเพลิน พอจะออกจึงโยนคาร์นิวัลไปอีกไม่กี่อันเหมือนโยนทิ้งเล่น ๆ
แม้อาลี่และซาซ่าจะเป็นสตรีมเมอร์สายเต้นเหมือนกัน แต่ทั้งสองก็มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
ซาซ่าเป็นแนวใสบริสุทธิ์ถนัดพวกแดนซ์สไตล์อนิเมะหรือเต้นแบบสาวโอตาคุญี่ปุ่น
ขณะที่อาลี่นั้นจัดอยู่ในสายเซ็กซี่เต้นเก่งที่สุดคือพวกเต้นสไตล์เกิร์ลกรุ๊ปกับฮอตแดนซ์
สไตล์คนละแนว แต่ในสายตาของหยางฟานแล้วเขาชอบทั้งคู่
เขาเคยคิดด้วยซ้ำว่า ถ้ามีโอกาส อยากให้ทั้งสองคนมาลองแลกเปลี่ยนท่าเต้นกัน เต้นแบบของอีกฝ่ายดูบ้าง น่าจะได้อะไรที่เร้าใจไม่น้อย
อยู่ที่นี่ก็นานพอตัวแล้ว แถมเปย์ไปเกือบแสน หยางฟานจึงพิมพ์ออกไปว่า
“ขอไปเดินเล่นหน่อย”
อาลี่ที่กำลังคุยกับแฟน ๆ อยู่พอเห็นข้อความนี้ก็กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็พบว่าฝ่ายตรงข้ามออกจากห้องไปแล้ว
“……”
เธอได้แต่เงียบไป แล้วก็กลับมาสตรีมต่ออย่างปกติ
หยางฟานออกจากห้องของอาลี่แล้วพบว่าซาซ่าปิดไลฟ์ไปแล้ว แต่เสี่ยวลู่ยังคงไลฟ์อยู่
เขานึกถึงใบหน้าของเธอแล้วก็คิดว่า ผู้หญิงคนนี้ก็น่ารักดี เลยคลิกเข้าไปดู
ตอนนั้นเสี่ยวลู่กำลังตอบคำถามจากแฟนๆ พอเห็นว่าพี่เสี่ยวเหยาเข้ามาในไลฟ์ของเธอ ใบหน้าของเธอก็สว่างวาบทันที
“ยินดีต้อนรับพี่เสี่ยวเหยาค่า”
คำตอบที่เธอได้รับคือ
【เสี่ยวเหยา】ส่งคาร์นิวัล *2
…
【เสี่ยวเหยา】ส่งคาร์นิวัล *9
“ขอบคุณพี่เสี่ยวเหยาสำหรับคาร์นิวัลค่ะ! พี่เสี่ยวเหยาเจ๋งที่สุดเลย!!”
เสี่ยวลู่ตื่นเต้นถึงขีดสุด กล่าวขอบคุณอย่างไม่ขาดปาก แถมยังโค้งคำนับให้หลายครั้ง
เดิมทีเธอเตรียมจะปิดไลฟ์แล้วด้วยซ้ำ แต่พอเจอเหตุการณ์นี้ เธอกลับมามีไฟขึ้นมาทันที
แม้เธอจะเป็นสตรีมเมอร์ที่ไม่มีทักษะพิเศษอะไร ใช้เพียงหน้าตาในการประคับประคองไลฟ์มาเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยมีอะไรหวือหวาเท่าที่ควร
ในใจเธอรู้สึกอิจฉาซาซ่า และแม้กระทั่งอาลี่
ตอนที่หยางฟานส่งคาร์นิวัลในไลฟ์ของคนอื่น ชื่อเขาลอยเด่นเต็มหน้าจอ เธอก็เห็นชัดเจน
อีกทั้งในชาร์ตสตรีมเมอร์รายชั่วโมงวันนี้ อาลี่กับซาซ่าก็สลับกันขึ้นอันดับต้น ๆ ทำให้เธอรู้จักชื่อทั้งคู่ดี
เมื่อวานตอนที่พี่เสี่ยวเหยาแอดวีแชทเธอก็ดีใจไปทั้งวัน แต่ไม่ว่าเธอจะส่งข้อความอะไรไป อีกฝ่ายก็ไม่ตอบเลยสักครั้งเดียวทำให้รู้สึกผิดหวังไม่น้อย
เธอก็พอจะเข้าใจว่าอาจเป็นเพราะเธอยังไม่สามารถดึงดูดความสนใจของพี่ใหญ่คนนี้ได้การแอดเธอเข้าไปก็คงเป็นแค่ความสุภาพตามมารยาทเท่านั้น
เสี่ยวลู่มีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก เธอคิดว่าใบหน้าแท้ ๆ ของตัวเองยังดูดีกว่าอาลี่กับซาซ่าด้วยซ้ำ
เพราะตอนไลฟ์เธอเปิดบิวตี้ฟิลเตอร์แค่เบา ๆ และตั้งแต่เด็กเธอก็เป็นสาวหน้าสวยหุ่นดีจนใคร ๆ ก็ชมไม่ขาดปาก เธอจึงเชื่อมั่นในรูปลักษณ์ของตัวเอง
น่าเสียดายก็แต่เรื่องเดียวเธอไม่มีความสามารถที่จะหยิบมาโชว์ได้เลย
บางครั้งเธอก็รู้สึกขัดใจฟิลเตอร์พวกนี้ ถ้าทุกคนไม่เปิดฟิลเตอร์กันหมด เชื่อว่าเธอนี่แหละคือของจริงที่มีศักยภาพเหนือกว่าคนอื่น
แต่พอทุกคนเปิดฟิลเตอร์แล้วหน้าสวยเหมือนกันหมด สุดท้ายสิ่งที่ต้องวัดกันก็คือพรสวรรค์แบบนี้ไม่ต่างจากการถูกกลั่นแกล้งเลยไม่ใช่เหรอ?
ทว่าเธอไม่เคยคิดเลยว่าพี่เสี่ยวเหยาจะโผล่มาที่ไลฟ์ของเธอแบบกะทันหัน แถมยังเปย์คาร์นิวัลแบบไม่ยั้งมืออีก ทำให้เธอตื่นเต้นสุดขีดจนเก็บอาการแทบไม่อยู่
เสี่ยวลู่มีดวงตาเป็นประกาย รูปหน้าและองค์ประกอบของเธอค่อนข้างชัดเจนแบบสวยคม เรียกได้ว่าเป็นสาวสวยเต็มตัว
จุดอ่อนมีอยู่เรื่องเดียวการแต่งตัวของเธอเรียบร้อยเกินไป ไม่นับว่าเปิดเผยเลยด้วยซ้ำ
หยางฟานมองสาวงามที่มีความสวยระดับเดียวกับอาลี่กับซาซ่าแต่กลับไม่มีแรงดึงดูดเท่าอีกสองคนแล้วก็ได้แต่ถอนใจเงียบ ๆ
ก็เล่นแต่งตัวมิดชิดกว่าชาวบ้าน ทั้งที่คนอื่นเขาโชว์ไหล่ โชว์ขา โชว์เอวกันยกใหญ่ เธอในฐานะสตรีมเมอร์สายหน้าตา กลับใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยเสียยิ่งกว่าไปโบสถ์แบบนี้จะดึงดูดใครได้ยังไง?
จะดึงดูดพวกผู้ชมทั่วไปว่ายากแล้ว ถ้าอยากให้พี่ใหญ่เปย์ก็คงยิ่งเป็นไปได้ยากเข้าไปอีก
แต่ถึงจะคิดอย่างนั้น เขาก็ไม่อยากจะบอกอะไรเสี่ยวลู่ตรง ๆ
ในใจเขาแค่บ่นเบา ๆ ก็พอแล้ว
ในสายตาของหยางฟานแล้ว เสี่ยวลู่ก็ถือว่าเป็นสายน้ำใสกลางคลื่นทะเลเน่าคนหนึ่งจะให้เธอไปแต่งตัวโป๊หรือโชว์อะไรขนาดนั้นก็เกินไป
เขาเดาว่าอีกฝ่ายเองก็น่าจะรู้ดีว่าเส้นทางไหนที่ได้เงินเร็ว แต่อาจแค่ไม่อยากไหลตามกระแสน้ำเท่านั้น
ถึงยังไงในห้องไลฟ์ของเธอก็มีคนดูราวร้อยกว่าคน น่าจะมีแฟน ๆ ที่พูดเรื่องนี้กับเธอไปแล้วบ้าง
หยางฟานส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนจะส่งคาร์นิวัลไปอีกหลายลูก จากนั้นก็พิมพ์ข้อความว่า
“พอแล้ว ไม่ต้องขอบคุณแล้ว เธอก็ไลฟ์ของเธอต่อไปเถอะ”
ตอนที่เสี่ยวลู่ก้มโค้งขอบคุณ หยางฟานก็สังเกตเห็นว่า รูปร่างของเธอนั้นก็ถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
เสี่ยวลู่ชะงักนิด ๆ เมื่อเห็นข้อความนั้น หน้าตาเธอดูเหวอไปครู่หนึ่งอะไรกันเนี่ย พูดซะเหมือนเสือป่าหิวโซยังไงยังงั้น
บรรดาผู้ชมในไลฟ์เห็นดังนั้นก็เริ่มแซวกันทันที
“ฮ่า ๆ ๆ เสี่ยวลู่โดนพี่ใหญ่บ่นเข้าให้แล้ว”
“เธอควรนั่งนิ่ง ๆ เป็นแจกันไปเถอะ เดี๋ยวพอเลียพี่ใหญ่แรงไปจะโดนไล่ออกเอานะ ฮ่าฮ่า”
“ว่าไงต่อ เสี่ยวลู่ ตอบคำถามก่อนสิ ถ้ามีผู้ชายเพิ่งหย่ามาหมาด ๆ แต่ยอมเปิดไฟทุกห้องในนิทรรศการของเธอทุกสัปดาห์ เธอยังจะอยากได้เขาเป็นแฟนอยู่ไหม?”
“นิทรรศการอะไรไม่รู้ล่ะ พี่เสี่ยวเหยาเปย์คาร์นิวัลทีเดียวสิบกว่าลูกแบบนี้ ไม่ดีกว่าไปรอใครมาเปิดห้องเหรอ?”
“ใช่เลย! เสี่ยวลู่ นี่แหละแฟนที่ตรงสเปคของเธอมาแล้วไง ไม่ต้องไปหาให้เหนื่อย!”
“……”
เสี่ยวลู่เริ่มหน้าแดงด้วยความเขินอาย ถูกแฟน ๆ ล้อหนักเข้าไปอีก เธอก็ทนไม่ไหว ตะโกนกลับทันที
“ขอเตือนเลยนะ อย่าพูดกันมั่ว ๆ เดี๋ยวพี่เสี่ยวเหยาตกใจหนีไปแล้วพวกนายจะรับผิดชอบกันยังไง! ฉันนี่เอาจริงนะ ฉันมีเข็มขัดสายดำในเทควันโดนะ!”
หยางฟานอ่านข้อความแล้วเลิกคิ้วขึ้นอย่างงง ๆ ก่อนจะพิมพ์ถาม
“เกิดอะไรขึ้น?”
แฟน ๆ ก็พากันตอบกันสนุกสนาน
“@เสี่ยวเหยา พี่เสี่ยวเหยา ก่อนพี่เข้ามา พวกเรากำลังถามเสี่ยวลู่ว่าเธออยากได้แฟนแบบไหน แล้วเธอก็บอกว่าอยากได้คนที่มาเปิดห้องให้ครบทุกสัปดาห์ไง!”
“@เสี่ยวเหยา งั้นพี่ก็สนองความปรารถนาเสี่ยวลู่ไปเลยสิ ผมนี่ดูดวงแล้วนะ เสี่ยวลู่เธอจริงจังกับความรักนะ!”
“ใช่เลย! เสี่ยวลู่ก็แค่เสียงร้องเพลงแย่นิดหน่อย แต่หน้าตาเธอน่ะของจริงเลยนะพี่!”
“……”
เสี่ยวลู่เห็นพวกแฟน ๆ พูดกันใหญ่ก็เริ่มร้อนรน
“พอเลยนะทุกคน! ล้อฉันฉันไม่ว่า แต่หยุดล้อพี่เสี่ยวเหยาได้แล้ว! พี่ใหญ่คนหนึ่งเข้ามาห้องฉันได้มันยากขนาดไหนรู้ไหม? เฮ้อแฟนคลับนี้พากันเอาใจยากจริง ๆ”
“หืม เสี่ยวลู่ดูถูกฉันเหรอ? งั้นฉันขอเลิกติดตามเลยละกัน!”
“กล้าขึ้นเสียงใส่เราด้วย? ไม่เลิกตามให้มันรู้ไป!”
“เลิก เลิกแน่นอน รอบนี้ต้องเลิกตาม เสี่ยวลู่ทำให้ฉันเจ็บช้ำ!”
“พวกเราก็แค่ช่วยเธอแท้ ๆ ดันมาหาว่าเราอีก? ไม่ต้องพูดอะไรละ เลิกตาม”
“……”
พอเสี่ยวลู่เห็นข้อความ ขอเลิกติดตาม เต็มหน้าจอ ก็ตกใจแทบทรุด รีบยิ้มแห้ง ๆ แล้วพูดอย่างอ้อน ๆ ว่า
“โอ๋ ๆ ๆ อย่าเพิ่งหัวร้อนกันนะที่รักทั้งหลาย เราค่อย ๆ คุยกันดี ๆ ได้มั้ยล่ะ เราเป็นครอบครัวเดียวกัน จะเลิกตามทำไมกันล่ะ มันไม่คุ้มหรอก จริงมั้ยคะ?”
เมื่อเสี่ยวลู่ปลอบแฟนคลับอยู่สักพัก ทุกคนก็ค่อย ๆ ใจอ่อน ยอมให้อภัยแบบขึงขังแต่ก็แอบอมยิ้ม
เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง เสี่ยวลู่ถึงกับทิ้งตัวลงบนเก้าอี้เหมือนคนหมดแรง สีหน้าไร้ซึ่งความหวังในชีวิต
หยางฟานนั่งมองไลฟ์อยู่ก็อดรู้สึกเอ็นดูไม่ได้ ห้องไลฟ์นี้ก็น่าสนุกดีเหมือนกัน ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีแฟนคลับที่ภักดีติดตามเธอเยอะขนาดนี้
เขายิ้มพลางกดส่งคาร์นิวัลไปอีกสอง
เสี่ยวลู่ที่ยังอยู่ในสภาพหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเก้าอี้ พอเห็นเอฟเฟกต์คาร์นิวัลลอยขึ้นบนหน้าจอ ก็กระเด้งตัวขึ้นทันทีอย่างกับสปริง
แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยคำขอบคุณ ก็เห็นพี่เสี่ยวเหยาพิมพ์ข้อความมาว่า
“ห้ามขอบคุณอีก ถ้าขอบคุณอีกจะเลิกติดตาม”
เสี่ยวลู่ถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ มองข้อความบนหน้าจอด้วยแววตาตกตะลึง
นี่มัน พูดแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย?
นี่ใช่พี่เสี่ยวเหยาคนเดียวกับที่เธอรู้จักแน่เหรอ? ทำไมจู่ ๆ ถึงไปร่วมมือกับพวกแฟนคลับพวกนั้นซะแล้ว!?
หลังจากยืนยันหลายรอบว่าข้อความนั้นมาจากพี่เสี่ยวเหยาตัวจริง เสี่ยวลู่ก็ทรุดตัวลงบนเก้าอี้อีกครั้ง
แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะหมดอาลัยตายอยาก
เธอเริ่มสงสัยในชีวิตแล้วจริง ๆ
หลังจากนั้น หยางฟานก็อยู่ในไลฟ์ของเธออีกพักใหญ่ ก่อนจะค่อย ๆ ออกไป
วันนี้เขาเปย์ให้เสี่ยวลู่ไปร่วมแสน แค่คิดก็แทบทำให้สาวน้อยคนนี้ดีใจจนนอนไม่หลับ
แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือเธอไม่ได้รับอนุญาตให้ขอบคุณสักคำเดียว ต้องเก็บไว้ในใจทั้งหมด
พอหยางฟานออกจากไลฟ์ไปเท่านั้นแหละ เสี่ยวลู่ก็แทบระเบิดความดีใจออกมาในทันที
ทั้งกระโดด ทั้งเต้น ทั้งหมุนตัว
ตื่นเต้นจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้!