ของสมนาคุณยามเช้า
หลังจากออกจากไลฟ์ของเสี่ยวลู่ หยางฟานก็เปิดดูข้อความส่วนตัวของอาลี่ แล้วก็กดรับแอดวีแชทจากเธอในที่สุด
อีกฝ่ายกดยอมรับทันที แล้วก็รีบส่งข้อความมาในเวลาไม่นาน
ดูท่าว่าอาลี่น่าจะปิดไลฟ์แล้ว และกำลังเล่นมือถืออยู่ เลยตอบเร็วขนาดนี้
〈พี่เสี่ยวเหยา ในที่สุดก็แอดอาลี่แล้ว ฮือ อาลี่แทบจะร้องไห้แน่ะ〉
〈เพิ่งเห็นน่ะ〉
〈วันนี้ทำให้พี่เสี่ยวเหยาเปย์เยอะเลย ไม่รู้ว่าอาลี่พอจะมีอะไรทำให้พี่เสี่ยวเหยาพอใจบ้างไหมคะ?〉
พอเห็นข้อความนี้ หยางฟานก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอะไรเนี่ย? สาวสวยสมัยนี้จีบง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?
〈อะไรก็ได้เหรอ?〉 เขาพิมพ์กลับไปพร้อมกับอีโมจิหน้าทะเล้นแบบเจ้าเล่ห์
พออาลี่เห็นข้อความนั้นก็เดาออกทันทีว่าอีกฝ่ายคิดไปไกล ใบหน้าเธอก็ขึ้นเส้นดำทันตา
คิดว่าอาลี่เป็นผู้หญิงง่าย ๆ หรือไง?
แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่ได้อยากขัดใจพี่ใหญ่คนนี้ เลยรีบเปลี่ยนหัวข้อเข้าเรื่องทันที
〈หึ! คนบ้า อาลี่หมายถึงว่า พี่เสี่ยวเหยาเป็นพ่อค้าเหรอคะ? อยากให้อาลี่ช่วยโปรโมทสินค้าหรือรับงานโฆษณาอะไรหรือเปล่า〉
หยางฟานอ่านข้อความแล้วถึงบางอ้ออ๋อ แบบนี้นี่เอง
ไม่น่าแปลกใจเลย เพราะอาลี่มีผู้ติดตามมากกว่าหนึ่งล้าน ไลฟ์ของเธอก็มีคนดูค่อนข้างเยอะ ถือว่าเป็นสตรีมเมอร์ระดับกลางค่อนไปทางบน
แตกต่างจากซาซ่าหรือเสี่ยวลู่ที่ยังเป็นแค่สตรีมเมอร์ตัวเล็ก ๆ เพราะงั้นมุมมองหรือสิ่งที่ต้องระวังก็ย่อมแตกต่างกัน
การที่เธอเจอพี่ใหญ่ที่เพิ่งทักทายกันไม่กี่ประโยคแต่เปย์ให้เป็นแสน มันก็ไม่แปลกที่เธอจะสงสัยว่าเขาเป็นเจ้าของแบรนด์หรือบริษัทอะไรที่เข้ามาเป็นสปอนเซอร์
ดังนั้นเธอจึงตั้งใจถามให้แน่ใจไว้ก่อน
เมื่อเข้าใจแล้ว หยางฟานก็ตอบกลับไปสั้น ๆ
〈ฉันไม่ได้ขายอะไร〉
อาลี่เห็นข้อความนี้แล้ว ใจแทบพองโตไม่ขายอะไร แสดงว่าเปย์เพราะใจล้วน ๆ แบบนี้แหละพี่ใหญ่ตัวจริงเสียงจริง!
〈ที่ถามไปเมื่อกี้ เพราะพี่เสี่ยวเหยาเปย์เยอะเกินไป อาลี่เลยเผลอคิดไปไกล ต้องขอโทษจริง ๆ นะคะ อย่าโกรธอาลี่เลยน้า〉
〈ไม่เป็นไร แค่เงินนิดหน่อยเอง ไม่ต้องใส่ใจ〉
คำตอบนี้ทำเอาอาลี่แทบจะลอยขึ้นฟ้า ความเหนื่อยล้าที่สะสมจากการเต้นติดกันหลายเพลงก่อนหน้านี้หายเป็นปลิดทิ้ง
ตอนนี้เธอกำลังอยู่ในโหมดอารมณ์ดีสุดขีด พร้อมลุยต่อเพื่อหว่านเสน่ห์ใส่หยางฟานให้ถึงที่สุด
แต่พอส่งข้อความไปอีกสองสามครั้ง อีกฝ่ายก็หายเงียบไป ไม่มีการตอบกลับใด ๆ
เหมือนออกหมัดใส่ลมว่างเปล่า ทำเอาเธอสะอึกอยู่เงียบ ๆ
สุดท้ายก็ทำได้แค่ส่งข้อความอีกหนึ่งบรรทัดไปอย่างจนปัญญา
〈พี่เสี่ยวเหยาเข้านอนแล้วเหรอคะ? งั้นอาลี่ขอไปนอนก่อนนะคะ ฝันดีค่ะ〉
ที่จริงแล้วหยางฟานไม่ได้หลับ เขาแค่กำลังเล่นเกมอยู่ และเขาก็ไม่ชอบตอบข้อความระหว่างเล่นเกมด้วย
เพราะมันก็ไม่ได้เป็นเรื่องด่วนอะไร แค่คุยเล่น ๆ เฉย ๆ เลยเลือกที่จะไม่ตอบ
ต่อมาในช่วงสองวันหลังจากนั้น เขาก็ไม่ได้ไปเดินเล่นที่ไหนอีก
ตอนกลางวันอยู่บ้านนั่งเขียนนิยาย ส่วนตอนกลางคืนก็เข้าแอปโต่วหยู ไล่ดูไลฟ์ของสาว ๆ สวย ๆ
แน่นอนว่ายังคงเปย์ไม่ขาดมือ
ไม่นานชื่อของเขาก็เริ่มมีชื่อเสียงในแวดวงของ โต่วหยู
เขาชอบดันสามสาว อาลี่ ซาซ่า และเสี่ยวลู่ ขึ้นอันดับบนของชาร์ตประจำชั่วโมงบ่อย ๆ จนทำให้สตรีมเมอร์และผู้ชมทั้งหลายเริ่มรู้จักพี่เสี่ยวเหยา คนนี้
อย่าคิดว่าเปย์หลายหมื่นถึงแสนทุกวันมันไม่ใช่เรื่องใหญ่
ในความเป็นจริง ความสามารถในการใช้จ่ายระดับนี้ ถือว่าอยู่ในกลุ่มแนวหน้าของแพลตฟอร์มโต่วหยูเลยทีเดียว
พวกที่เปย์มากกว่านี้ส่วนมากก็เป็นเพราะสะสมมานาน ไม่ใช่เปย์ถี่และหนักขนาดนี้ตั้งแต่ต้นแบบหยางฟาน
อีกทั้งในบรรดาผู้ใช้ที่เปย์หนัก ๆ เหล่านั้น ส่วนใหญ่ก็เป็นไอดีของกิลด์หรือไม่ก็บริษัทการตลาด
จะมีแบบหยางฟาน ที่เปย์ของจริงแบบไม่กั๊ก แถมยังไม่ใช่พ่อค้า ไม่ใช่กิลด์ ไม่ใช่หน้าม้า แบบนี้นับว่าน้อยมาก
มีชื่อเสียงขึ้นมาหน่อยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
สองสามวันที่ผ่านมา เขาถึงกับนั่งปั่นต้นฉบับ เพราะยังหาทางอัปเกรดระบบไม่เจอ เลยคิดว่ารายได้จากค่าลิขสิทธิ์น่าจะยังมีประโยชน์อยู่
แม้รายได้จะมีแค่ไม่กี่พันต่อเดือน แต่ก็ยังพอใช้ต่อทุน เอาไว้ปั่นเงินคืนจากระบบได้อยู่ดีจริงไหมล่ะ?
แต่ก็ต้องบอกว่าเขาคิดผิดอย่างแรง
เพียงแค่สองวันเท่านั้น เขาก็พบว่าตัวเองเขียนอะไรไม่ออกเลย
เพราะตอนนี้สภาพจิตใจเปลี่ยนไปมากเกิน เขียนยังไงก็ไม่เข้าที่ ผลงานที่ได้ออกมาเรียกได้ว่าเละเทะจนตัวเองยังอ่านไม่ไหว
สุดท้ายก็ทำได้แค่ถอนใจและตัดใจต้องเลิกแผนนี้ชั่วคราวไปก่อน
…..
เช้าวันที่สามหลังตื่นนอน หยางฟานก็หยิบมือถือขึ้นมาเช่นเคย
พบว่ามีข้อความยังไม่ได้อ่านหนึ่งข้อความ เป็นของเสี่ยวลู่ส่งมา
ในบรรดาสามสาวที่เขาเปย์ให้ เสี่ยวลู่คือคนที่ชอบทักเขามากที่สุด แม้ว่าจะเป็นคนที่เขาเปย์ให้น้อยที่สุดก็ตาม
ต่อให้เขาไม่ตอบ อีกฝ่ายก็มักจะส่งเรื่องราวในชีวิตประจำวันมาแบ่งปันเป็นครั้งคราว
เหมือนจะสื่อว่าจะมีปฏิกิริยาตอบกลับหรือไม่ก็ไม่เป็นไร ขอแค่ได้บอกก็พอ
〈ภาพ.jpg〉
〈ภาพ.jpg〉
〈พี่เสี่ยวเหยา นี่คืออาหารเช้าที่เสี่ยวลู่ทำเองนะ หน้าตาน่ากินใช่มั้ยล่ะ? บอกแล้วว่าเสี่ยวลู่ทำกับข้าวเก่ง พี่กลับไม่เชื่ออีกแน่ะ หึหึ〉
หยางฟานมองภาพอาหารในมือถือแล้วก็อดรู้สึกหิวไม่ได้ ดูหน้าตาก็ใช้ได้ทีเดียว อย่างน้อยก็ทำให้เขาเกิดความอยากอาหารขึ้นมานิดหน่อย
แต่เขาไม่เล่นตามเกมของเธอ หันไปเข้าสู่โหมดหยอกล้อประจำวันแทน
〈รูปอาหารมันมีอะไรน่าดู? ถ้าเธอส่งรูปส่วนตัวมาให้ล่ะก็นั่นแหละถึงจะน่ากิน〉
〈บ้า! ลามก!〉
ขณะกำลังจะลุกขึ้นจากเตียง เขาก็ได้ยินเสียงวิดีโอคอลดังขึ้น
กลายเป็นว่าเสี่ยวลู่โทรมาหาเขา
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย กดตัดสายทันที ก่อนจะพิมพ์กลับไป
〈โทรมาทำไม? บ้าไปแล้วเหรอ?〉
〈ไม่มีรูปส่วนตัว แต่เสี่ยวลู่ตัวเป็น ๆ มีอยู่นะ อยากดูไหมล่ะ?〉
“……”
หยางฟานอ่านแล้วถึงกับอึ้งไปชั่วครู่ ในใจก็แอบรู้สึกสนใจอยู่ไม่น้อยอยากรู้เหมือนกันว่ายัยเด็กคนนี้จะเล่นอะไรอีก
แต่ตอนนี้เขาเพิ่งตื่น หน้าตาโทรม ผมยุ่ง ชุดก็ยังไม่เปลี่ยน ถ้าโผล่หน้าจอไปแบบนี้คงดูไม่ดีแน่
เลยตอบกลับไปสั้น ๆ
〈แปบ〉
หลังจากนั้นก็ลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟัน เช็คทรงผมในกระจกโชคดี เมื่อวานเพิ่งไปเซ็ตมา ยังอยู่ทรงดีอยู่ แถมหน้าตาก็หล่อใช้ได้
จัดแจงตัวเองเรียบร้อยแล้วจึงกดวิดีโอคอลกลับไป
ไม่นานนัก ภาพหน้าจอก็เผยให้เห็นใบหน้าของหญิงสาวคนหนึ่ง
ทำเอาหยางฟานอึ้งไปเลยทีเดียว
เสี่ยวลู่ที่แต่งหน้าอ่อน ๆ ในจอหน้าตาแทบไม่ต่างจากตอนที่ไลฟ์สดเลย
หรือว่าเธอไม่ได้เปิดฟิลเตอร์อะไรตอนไลฟ์จริง ๆ?
อย่างที่เขาคิดไว้ระบบอาจไม่มีศีลธรรมแต่สายตาของระบบนั้นเชื่อได้เสมอ
หน้าตาเธอนี่จัดว่าไม่แพ้กู้รุ่ยเจี๋ยเลยแม้แต่น้อย
ไม่ใช่แค่เขาที่ตกใจฝั่งเสี่ยวลู่เองก็แสดงสีหน้าประหลาดใจเช่นกัน
“อ่า ที่แท้พี่เสี่ยวเหยาเป็นแบบนี้เองเหรอ? ดูเด็กกว่าที่คิดอีกนะ!”
หยางฟานได้ยินแล้วเหงื่อซึมเล็กน้อย มองเสี่ยวลู่ที่ใส่เสื้อยืดสีขาวธรรมดา ๆ แล้วอดจะแซวไม่ได้
“ไหนล่ะ เสี่ยวลู่เวอร์ชั่นส่วนตัว? เรียกเธอออกมาหน่อยสิ”
“หึ ๆ ๆ ก็อยู่นี่ตรงหน้าพี่ไงล่ะ”
“ให้ตายสิเชื่อใจเธอแท้ ๆ ดันโดนเธอลวงซะงั้น?”
เสี่ยวลู่แกล้งทำหน้าเขิน แล้วพูดเสียงหวาน
“ไม่ได้นะ เสี่ยวลู่ใส่แค่เสื้อยืดตัวเดียวเอง ยังไม่นับว่าเป็นเวอร์ชั่นส่วนตัวเหรอ?”
ฮึ่ยยย!!
หยางฟานได้ยินคำนี้แล้วแววตาก็เปล่งประกายทันทีประโยคนั้นมันชัดเลยว่าข้างล่างไม่ได้ใส่อะไรอยู่!?
ยัยเด็กนี่มันเล่นเป็นเหมือนกันนี่นา หึหึหึ
“งั้นก็ถอยกล้องออกไปอีกหน่อยสิ จะได้เห็นชัด ๆ หน่อย”
“ไม่เอาอะ!”
“……”
“โอเค เสี่ยวลู่เวอร์ชั่นส่วนตัวพี่ก็เห็นแล้ว งั้นขอวางสายละนะ”
“กล้านักก็วางดูสิ!!”
ตุบ!
เหวอเวรเอ๊ย!!
หลังจากพูดจบ ยัยเด็กนี่ก็วางสายจริง ๆ ทำเอาหยางฟานถึงกับสบถในใจอย่างหัวเสีย
ที่จริง ตอนเสี่ยวลู่โทรวิดีโอมา เขาก็พอเดาได้อยู่แล้วว่าฝ่ายนั้นต้องมีอะไรในใจแน่ ๆ
พอวิดีโอคอลเชื่อมต่อปุ๊บ เขาก็มั่นใจทันทียัยนี่มีแผน
เธอน่าจะอยากเห็นหน้าตาของเขาให้ชัด ๆ
เป้าหมายของการทำแบบนี้ เขาก็เข้าใจดีเสี่ยวลู่คงเริ่มมีความคิดอยากนัดเจอกันนอกจอแล้วล่ะ
เขาไม่ได้เป็นฝ่ายขอเจอก่อน แต่ถ้าอีกฝ่ายคิดจะโผล่มาหาเอง เขาก็ไม่มีเหตุผลจะปฏิเสธ
ยิ่งกว่านั้น เขาเองก็ไม่ได้ขี้เหร่ขนาดต้องหลบหน้าหลบตาใคร วิดีโอก็วิดีโอสิ จะกลัวอะไร?
สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าเขากระโดดเข้ากับดักด้วยตัวเองเต็ม ๆ