พบกู้รุ่ยเจี๋ยอีกครั้ง
แต่หยางฟานกลับยังไม่รีบเดินเข้าไปหาเธอทันที
เพราะในขณะนั้นตรงหน้ากู้รุ่ยเจี๋ยกำลังมีหนุ่มหล่อรูปร่างสูงโปร่งคนหนึ่งสูงเกือบหนึ่งเมตรแปดสิบ หน้าตาจัดว่าหล่อแบบสดใสสไตล์วัยรุ่น กำลังยืนคุยกับเธออยู่
พอเดินเข้าไปใกล้ ๆ ก็ได้ยินชัดว่าเป็นการจีบแบบตรงๆ นั่นเอง
“พี่สาวครับ ผมไม่ได้มีเจตนาไม่ดีนะ ผมแค่สังเกตคุณจากตรงนู้นมาสักพักแล้ว รู้สึกว่าคุณสวยมากเลยอยากรวบรวมความกล้าเข้ามาทำความรู้จักครับ”
กู้รุ่ยเจี๋ยเพียงแค่ส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะปฏิเสธอย่างสุภาพ
“ขอโทษค่ะ ไม่รับแอดวีแชท”
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธออาจจะยังมีอารมณ์เล่นด้วยเล็ก ๆ อย่างน้อยก็โยนเบ็ดให้ติดไว้ในบ่อปลา
แต่ตอนนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วผู้ชายหน้าตาดีแต่ไม่มีเงิน ไม่มีอะไรให้น่าสนใจอีกแล้ว
ถึงอย่างไรผู้ชายที่หน้าตาดี ๆ แบบนี้ เธอก็เจอมาจนนับไม่ถ้วนแล้ว และบรรดาคนที่ตามตื๊อเธออยู่รอบตัวก็มักจะเป็นพวกหน้าตาดีไม่แพ้กัน
แต่หลังจากได้รู้จักกับหยางฟาน เธอก็เริ่มตาสว่าง
ผู้ชายหล่อ ไม่ได้มีค่าอะไรเลยเมื่อเทียบกับผู้ชายที่เปย์เก่ง
วันนี้หนุ่มที่มายืนจีบเธอก็แต่งตัวดูดีอยู่หรอก แต่แค่เห็นก็รู้แล้วว่าชุดทั้งหมดเป็นของก๊อปเกรดตลาดจากเว็บขายออนไลน์
แบบนี้คิดจะเข้ามาอยู่ในบ่อปลาเธองั้นเหรอ?
ฝันไปเถอะ!
ยิ่งวันนี้เธอมีภารกิจสำคัญในใจ เธอมาที่นี่เพื่อพบเป้าหมายตัวจริงซึ่งกำลังจะมาถึงในไม่กี่นาทีข้างหน้า เธอไม่มีเวลามาเล่นกับเด็กหน้าใหม่
ก็อย่างว่าแหละสุดท้ายก็ยังเป็นมหาเศรษฐีที่มัดใจนางฟ้าได้จริง ๆ
แต่หนุ่มคนนั้นกลับไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
“คือผมไม่ได้เป็นคนไม่ดีนะ ผมพักอยู่แถวนี้เอง ที่ตรงหัวมุมมีร้านชานมร้านนึงอร่อยมาก ผมเลี้ยงสักแก้วได้ไหมครับ?”
ในใจของกู้รุ่ยเจี๋ยถึงกับกลอกตาหนักมากใครอยากกินชานมไร้สาระของนายกันยะ?
ถึงจะรำคาญสุดขีดแล้วก็ตาม แต่เธอยังพยายามรักษาหน้าไว้ ไม่แสดงอารมณ์ให้เสียภาพ
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ ไม่ต้องลำบากหรอก”
พูดจบเธอก็เตรียมจะเดินหลบออกมาทางด้านข้าง เพื่อหนีออกจากวงจรความวุ่นวายนี้
แต่แล้วทันใดนั้นพอเธอหันกลับมาก็เห็นหยางฟานยืนอยู่ไม่ไกล กำลังยิ้มมองมาที่เธออยู่แล้ว
หัวใจเธอถึงกับสะดุ้งวาบขึ้นมาทันที
เกือบไปแล้วไหมล่ะ! ถ้าเมื่อกี้เผลอใจอ่อนให้วีแชทกับหมอนั่นไป ตอนนี้เรื่องคงแย่แน่นอน!
ยังดีที่เธอเล่นบทคุณหนูเย็นชาได้อยู่
แล้วหยางฟานก็เดินเข้ามา พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงยียวน
“น้องสาว ที่บ้านฉันมีแมวเต้นฮิปฮอปได้นะอยากไปดูไหม?”
กู้รุ่ยเจี๋ยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจในทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังเล่นมุก เพื่อช่วยเธอออกจากสถานการณ์
เธอยิ้มหวานตอบกลับทันที
“จริงเหรอคะ!? แมวเก่งขนาดนั้น หนูต้องไปดูให้ได้เลย”
“งั้นก็ไปกันเลย!”
หยางฟานพูดจบก็เดินนำหน้าไปก่อน กู้รุ่ยเจี๋ยรีบเดินตามไปแล้วใช้สองแขนกอดแขนเขาแน่นอย่างสนิทสนม
ส่วนหนุ่มที่ถูกเมินไปอย่างไร้เยื่อใย ก็มองตามทั้งสองด้วยสีหน้าร้อนเป็นหมาอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี
นี่ไม่รู้จักคำว่ามาก่อนก็มีสิทธิ์ก่อนเลยหรือไง! หืม!?
แต่เพียงชั่วครู่เดียว หนุ่มหน้าหล่อผู้โชคร้ายก็เริ่มตั้งสติได้
เพราะสิ่งที่เขาเห็นในสายตานั้นคือหญิงสาวในฝันของเขากำลังเดินเข้าโรงแรมกับชายแปลกหน้าคนนั้นตรง ๆ
เหี้ยเอ๊ย!!
แมวเต้นฮิปฮอปบ้านนายสิ! ที่แท้ก็เป็นแฟนกันอยู่แล้วนี่หว่า!!
แต่เมื่อคิดถึงใบหน้าหวานสวยของกู้รุ่ยเจี๋ยเมื่อครู่ แล้วจินตนาการภาพเธอเข้าโรงแรมไปกับผู้ชายหน้าตาธรรมดาจนหลุดเข้าไปในฝูงชนแล้วหาไม่เจออย่างหยางฟาน หัวใจของเขาก็เจ็บจี๊ดขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
เขาได้แต่นึกในใจด้วยความเศร้าผสมข้องใจ
สังคมทุกวันนี้มันเป็นอะไรไปแล้ว? ทำไมถึงได้มีแต่ภาพสาวสวยคู่กับลุงแก่หน้าตาธรรมดาให้เห็นกันบ่อย ๆ แบบนี้? แล้วคนหล่ออย่างฉันล่ะจะให้ไปอยู่ตรงไหน?
ตัดภาพกลับมาที่หยางฟานแน่นอนว่าเขาไม่มีแม้แต่จะหันไปสนใจความรู้สึกของหนุ่มคนนั้นแม้แต่น้อย
เขาพากู้รุ่ยเจี๋ยเดินตรงเข้าสู่ล็อบบี้โรงแรมเคมพินสกี้ พูดคุยกับพนักงานต้อนรับไม่นานก็ใช้บัตรประชาชนของเธอในการเช็คอิน และเปิดห้องห้องเพรสซิเดนเชียลสวีททันที
เมืองเป่ย์ซูเพิ่งได้รับการยกระดับเป็นเมืองระดับสองราคาห้องเพรสซิเดนเชียลสวีทของโรงแรมที่นี่จึงยังไม่แพงเกินไปไม่ถึงหมื่นหยวนด้วยซ้ำ
หยางฟานจึงถือโอกาสลองสักครั้งอย่างไม่ลังเล
แม้พนักงานหน้าฟร้อนต์จะเจอเหตุการณ์ผู้ชายพาผู้หญิงมาเช็คอินแบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว แต่พอได้ยินว่าขอเปิด ห้องระดับสูงสุด ก็อดไม่ได้ที่จะมองทั้งคู่ด้วยสายตาสงสัยและสำรวจขึ้นมาอีกหลายรอบ
แต่ไม่นาน ทั้งคู่ก็ได้รับคีย์การ์ด และมีพนักงานต้อนรับของโรงแรมพาขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบน
หยางฟานแอบประหลาดใจเล็กน้อย เพราะพนักงานหญิงที่มาส่งนั้นหน้าตาดีมากทีเดียว เรียกได้ว่าแทบจะไม่แพ้กู้รุ่ยเจี๋ยเลยด้วยซ้ำ
แต่แปลกตรงที่ระบบกลับไม่แสดงผลใด ๆ ไม่มีเสียงแจ้งเตือน ไม่มีค่าความสนิทสนมเพิ่ม ไม่มีอะไรทั้งสิ้น
หรือว่าความสวยนั้นไม่ได้มาจากหน้าตาจริง?หรือจะเป็นฝีมือเมคอัพขั้นเทพ?
เขาคิดว่าอย่างหลังน่าจะมีความเป็นไปได้มากกว่าแน่นอนและแน่นอนว่าเขา ไม่ยอมรับเด็ดขาดว่ารสนิยมของตัวเองกับระบบอาจไม่ตรงกัน
เขาหันไปมองหน้ากู้รุ่ยเจี๋ยที่เดินอยู่ข้าง ๆ ถึงแม้จะไม่สามารถแยกแยะชั้นเชิงการแต่งหน้าได้ด้วยสายตาตัวเอง แต่ในใจกลับรู้สึกขึ้นมาทันทีว่าการแต่งหน้าของเด็กคนนี้ดูยัง ใสซื่อเกินไปหน่อย
ไว้ให้เธอไปเรียนเพิ่มเติมบ้างก็ดีถ้าฝีมือการแต่งหน้าพัฒนาขึ้นต่อไปก็อาจแต่งออกมาได้ถึงระดับ 90 คะแนนเต็ม ก็เป็นได้
เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามา กู้รุ่ยเจี๋ยก็กวาดตามองไปรอบห้องด้วยความตื่นเต้นเหมือนเด็กน้อย
“ไม่อยากจะเชื่อเลย นี่คือห้องเพรสซิเดนเชียลจริง ๆ เหรอ! หนูเคยได้ยินแต่ชื่อ ไม่เคยเห็นของจริงมาก่อนเลย!”
หยางฟานเองก็เช่นกันนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้มาสัมผัสห้องหรูขนาดนี้
แต่เขาไม่ได้อยากแสดงท่าทีบ้านนอกเข้ากรุงแบบเด็กสาวตรงหน้า
เขาจึงเดินตรงไปที่ตู้เย็น หยิบเปอริเอ้ น้ำแร่พรีเมียมฝรั่งเศสขึ้นมาขวดหนึ่ง เปิดดื่มอย่างเท่ ๆ ก่อนจะไปนั่งลงบนขอบเตียง สายตาจับจ้องไปยังร่างที่เดินวนไปวนมาอยู่ในห้องอย่างตื่นตา
“จะเดินดูอะไรนักหนา? มานี่สิ”
“อ๊ะ โอเคค่ะ”
เด็กสาวตอบเบา ๆ อย่างเขินอายก่อนจะเดินมานั่งลงข้าง ๆ กลิ่นหอมจาง ๆ จากตัวเธอลอยมากระทบจมูกในทันที ทำเอาหยางฟานใจไม่สงบขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ตรงข้ามกับเขากู้รุ่ยเจี๋ยกลับดูสบายใจมาก เธอเอนตัวซบลงบนไหล่เขาอย่างเป็นธรรมชาติ
หยางฟานโน้มใบหน้าลงสัมผัสเส้นผมนุ่มของเธอ สูดกลิ่นหอมละมุนที่แผ่วเบาแต่ชวนหลงใหล จิตใจเริ่มหวั่นไหวโดยไม่รู้ตัว
จากจูบกลายเป็นสัมผัส จากสัมผัสกลายเป็นไออุ่นในที่สุดทั้งสองก็ปล่อยตัวไปตามกระแสอารมณ์ที่ไม่อาจหยุดยั้งได้
และเมื่อทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นกู้รุ่ยเจี๋ยที่เดิมทีดูมั่นใจกลับเผยความสับสนเล็ก ๆ ในแววตา
แต่ไม่นาน เธอก็คืนสติกลับมา ราวกับสวมบทบาทของนักล่ามืออาชีพ ความกลัวในคราแรกเปลี่ยนเป็นความแน่วแน่ และหยางฟานก็ตกลงไปในกับดักนั้นโดยสมบูรณ์
กับดักซ้อนกับดัก ซ้อนจนไม่มีทางถอยกลับ
ในขณะที่ร่างหนึ่งแนบแน่นอยู่ในอ้อมแขน หัวใจของหยางฟานกลับแฝงไปด้วยความอึดอัดและอารมณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้
เขากอดกู้รุ่ยเจี๋ยแน่นขึ้น สายตาเหม่อลอยไป พร้อมกับยกมือขึ้นลูบใบหูของตัวเองเบา ๆ
ส่วนกู้รุ่ยเจี๋ยก็พลางกระซิบปลอบโยนเบา ๆ อยู่ข้างหูเขา แม้จะไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่เธอไม่อยากให้เขาตกอยู่ในอารมณ์เศร้าหมอง
เธอขยับตัวขึ้นนั่งบนตักเขา กอดเขาแน่นขึ้นเล็กน้อย
แต่หยางฟานกลับไม่ใส่ใจ