แมวที่บ้านฉันเต้นฮิปฮอปได้
หรือว่าเขาจะไม่อยากยุ่งกับเธออีกแล้วจริง ๆ เพราะเรื่องในวันนั้น?
กู้รุ่ยเจี๋ยเริ่มรู้สึกเสียใจ ภาพความใจดีของหยางฟานผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุด ทั้งความเอาใจใส่ ความใจกว้าง และของแบรนด์เนมหรูหรามากมายที่เขาเคยซื้อให้เธอ
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเธอไม่อยากเสียเขาไปแบบนี้
เธอไม่อยากให้ผู้ชายที่ทั้งรวยและใจกว้างแบบเขา ไปตกเป็นของผู้หญิงคนอื่น
แค่คิดว่าเธอผลักเต่าทองทองคำออกไปต่อหน้าต่อตา แล้วปล่อยให้ผู้หญิงคนอื่นมาเก็บไปง่าย ๆ เธอก็อยากตบหน้าตัวเองแรง ๆ สักสองฉาด
เมื่อวานนี้ เธออดไม่ไหวจนต้องยอมเป็นฝ่ายง้อก่อน เธอส่งข้อความไปหาเขา บอกว่าคิดถึงเขานิดหน่อย แต่ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิมไม่มีแม้แต่การตอบกลับ
เธอยอมรับว่า ตอนนี้เธอเริ่มกลัวแล้ว
กลัวว่าถ้าพลาดหยางฟานไป เธออาจจะไม่มีวันได้เจอผู้ชายที่ทั้งมีเงิน และทุ่มเทให้เธอมากขนาดนี้อีกเลยในชีวิต
หลังจากต่อสู้กับความคิดในหัวอยู่พักใหญ่ ในที่สุดกู้รุ่ยเจี๋ยก็ตัดสินใจเด็ดขาด เธอเริ่มพิมพ์ข้อความลงไปในมือถืออย่างมุ่งมั่น
(พี่ อย่าเมินหนูเลยนะคะ)
(ตลอดหลายวันที่พี่ไม่สนใจ หนูทรมานใจมากเลยค่ะ จะเรียน จะกิน จะนอน ก็มีแต่ภาพพี่ลอยมาในหัวหนูเหมือนจะเริ่มชอบพี่แล้วล่ะ)
พอส่ง เรียงความสารภาพรัก ไปเสร็จ เธอก็มองหน้าจอมือถืออย่างคาดหวัง
ข้อความที่เธอส่งไปนั้น เธอกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่าชัดเจนยิ่งกว่าการสารภาพรักเสียอีก!
ในเมื่อผู้หญิงสวย ๆ อย่างเธอยอมอ่อนข้อให้ถึงขนาดนี้ ผู้ชายคนไหนจะอดใจไหว?
แต่แล้วความจริงก็ฟาดใส่หน้าอย่างจังผ่านไปครึ่งชั่วโมงเต็ม
หน้าจอแชทยังคงเงียบสงัด
ไม่มีแม้แต่ข้อความว่า กำลังพิมพ์อยู่…
เธอขบฟันแน่นด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาดกดปุ่ม วิดีโอคอล
…..
หยางฟานเห็นข้อความที่กู้รุ่ยเจี๋ยส่งมาก็รู้ทันทีว่ายัยตัวแสบคนนี้ยอมอ่อนข้อแล้ว
แต่เขายังรู้สึกว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะตอบกลับ ตั้งใจจะปล่อยให้เธอรอไปอีกหน่อย
ในเมื่อยัยเด็กนี่เริ่มไปถึงขั้นสารภาพรักแล้ว แบบนี้ก็เท่ากับว่าเหยื่อรายนี้หนีไม่รอดแล้วล่ะ
และในเมื่อเขายังไม่รีบอะไรก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องรีบตอบกลับเช่นกัน
แต่แล้วอยู่ ๆ อีกฝ่ายกลับโทรวิดีโอมาเสียอย่างนั้น
เขาชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็รับสาย
ทันทีที่สายเชื่อมต่อกัน ใบหน้าของกู้รุ่ยเจี๋ยก็ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอพร้อมรอยยิ้มและเสียงหวานแหลม
“พี่”
แต่หยางฟานกลับยังคงไร้อารมณ์ พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“คนอื่นเขาไม่ตอบแชทเธอหลายรอบ นั่นก็แปลว่าเขาไม่อยากตอบ มันเป็นเรื่องปกติ เธอไม่รู้หรือไง? ยังจะกล้าโทรวิดีโอมาอีก เธออยากให้ฉันลบเธอออกเลยหรือไง?”
คำพูดแสนเย็นชานี้ฟาดเข้าหน้ากู้รุ่ยเจี๋ยจนชาไปหมด
จากที่ดีใจอยู่เมื่อครู่ ตอนนี้ความโกรธพุ่งขึ้นมาแทนทันที
แต่เธอไม่อยากทำให้เรื่องแย่ไปกว่านี้ จึงพยายามกลั้นอารมณ์เอาไว้
ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกน้อยใจก็พุ่งขึ้นมาไม่แพ้กัน เธอเอ่ยเสียงแผ่วเบา ราวกับกำลังจะร้องไห้
“พี่ยังโกรธหนูอยู่หรือเปล่าคะ? หนูไม่ได้ตั้งใจจะปฏิเสธพี่ในวันนั้นหรอกนะ แค่รู้สึกว่ามันเร็วเกินไป ตอนนี้หนูคิดได้แล้วพี่จะให้อภัยหนูได้ไหม?”
หยางฟานตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ฉันไม่ใช่พวกที่งอนแค่เพราะถูกผู้หญิงปฏิเสธหรอก แบบนั้นมันดูน่ารังเกียจเกินไป”
“ถ้าอย่างนั้นทำไมพี่ถึงไม่ยอมตอบหนูล่ะ?”
“เธอคิดว่าฉันควรจะไปสนใจคนที่เห็นฉันเป็นแค่ปลาในบ่องั้นเหรอ?”
โครม!!
ประโยคนั้นเหมือนฟ้าผ่ากลางใจของกู้รุ่ยเจี๋ย
เขารู้? เขามองออกว่าเธอพยายามเลี้ยงปลาไว้หลายตัวจริง ๆ?
แต่เรื่องแบบนี้ต่อให้จริง ก็ไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด!
เธอรีบกลืนอารมณ์ตกใจลงไป เปลี่ยนสีหน้าให้กลับมาอ่อนหวานอีกครั้ง
“ไม่ใช่นะ! หนูไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ พี่อยู่ที่ไหนคะ? ให้หนูไปหาได้ไหม? หนูอยากอธิบายด้วยตัวเอง”
ในเมื่อเขาเริ่มสงสัยแล้ว ต่อให้พูดอีกกี่คำก็คงไร้ประโยชน์ตอนนี้เธอต้องงัดไม้ตายออกมาใช้ บุกไปง้อถึงที่!
หยางฟานได้ยินก็แอบหัวเราะในใจอย่างพึงพอใจ
หึ สาวน้อย ฉันน่ะมีทั้งบ่อเลี้ยงปลาเป็นของตัวเองอยู่แล้ว เธอยังจะคิดมาแขวนเบ็ดใส่ฉันอีกงั้นเหรอ? คิดว่าฉันจะยอมง่าย ๆ ไหมล่ะ?
แต่เมื่อเจออีกฝ่ายถึงขั้นจัดส่งถึงหน้าประตูแบบนี้ หยางฟานเองก็รู้สึกว่าคงไม่มีเหตุผลอะไรให้ปฏิเสธอีกต่อไป
ก็ในเมื่อเป็นชายโสดที่อยู่ลำพังมานาน จะให้บอกว่าไม่มีความต้องการทางร่างกายเลยก็คงโกหกเกินไป
ไม่อย่างนั้น ก่อนหน้านี้เขาคงไม่เผลอคิดจะทำข้อตกลงกับเฉินซืออี๋ไปแล้วด้วยซ้ำ
หรือว่านี่จะเป็นอย่างที่เขาว่าไว้ ตะวันออกไม่ส่องแสง ก็ให้ตะวันตกสว่างแทน
ในเมื่อฝ่ายนั้นรุกมาเองขนาดนี้ หยางฟานก็คิดจะเล่นตรง ๆเลยแล้วกัน
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ
“ไปรอที่หน้าโรงแรมเคมพินสกี้”
โรงแรมเคมพินสกี้ เป็นโรงแรมระดับห้าดาวชื่อดัง และการที่หยางฟานเลือกสถานที่แบบนี้ก็ไม่ต้องอ้อมค้อมให้มากความแล้ว
มันคือ คำใบ้ที่ชัดเจนที่สุด
เมื่อได้ยินคำตอบนี้ กู้รุ่ยเจี๋ยก็ยิ้มออกมาทันทีในใจ
หึ! คิดเหรอว่าจะต้านทานเสน่ห์ของนางฟ้าอย่างฉันได้?
สุดท้ายแล้ว ผู้ชายก็แค่ ตีนหมูตัวใหญ่ เหมือนกันหมดทั้งนั้น
ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกเสียใจนิด ๆ ที่ยอมอ่อนข้อเร็วเกินไปนิดหนึ่ง ถ้าทนรออีกหน่อย บางทีอาจจะได้มากกว่านี้ก็ได้
แต่ถึงอย่างไรเรื่องก็เป็นแบบนี้ไปแล้ว เธอจึงทำท่าทางเขินอายขึ้นมาทันที
“ก็ได้ค่ะ งั้นตอนนี้หนูจะออกไปเลยนะคะ”
“ไปเถอะ ฉันจะถึงภายในครึ่งชั่วโมง”
หลังวางสาย หยางฟานก็เดินฮัมเพลงออกจากบ้าน อารมณ์ดีเป็นพิเศษ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เขาก็มาถึงจุดนัดหมาย
และแล้วภาพแรกที่เขาเห็นก็คือร่างของกู้รุ่ยเจี๋ยที่ยืนหันข้างอยู่ตรงหน้าทางเข้าโรงแรม
วันนี้เธอยังคงมาในชุด JK เช่นเดิม แต่ไม่ใช่ชุดเดิมจากครั้งก่อน
เสื้อเชิ้ตลายตารางสีแดงเข้มคู่กับเนคไทเล็ก ๆ กระโปรงสั้นจับจีบและถุงเท้ายาวถึงเข่าเป็นสีดำสนิท รองเท้าหนังสีตาลทรงนักเรียนสะอาดเอี่ยม
กระเป๋าที่สะพายอยู่บนหลังคือ หลุยส์ วิตตอง รุ่นใหม่ล่าสุด
เธอยืนอยู่ตรงนั้นในท่วงท่าสง่างาม องค์ประกอบทุกอย่างเหมือนถูกจัดวางอย่างตั้งใจ ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านต้องเหลียวมองไม่วางตา
แม้จะรู้ดีว่าเด็กคนนี้เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและความคิดซ่อนเร้น แต่หยางฟานก็ยอมรับในใจว่าเธอเป็นคนที่เกิดมาเพื่อใส่ชุดสวย
ไม่ว่าจะชุดไหน เธอก็ใส่ออกมาได้อย่างน่าดึงดูดใจเสมอ