หยางฟานชอบเพลง อิลิเซียม
อีกด้านหนึ่ง ภายในห้องไลฟ์สดของซาซ่า เหล่าผู้ชมขาประจำก็กำลังแซวกันอย่างสนุกสนาน
“ซาซ่า! พี่เสี่ยวเหยาออนไลน์แล้วนะ แต่ตอนนี้กำลังส่งคาร์นิวัลอยู่ในห้องของเสี่ยวลู่ล่ะ เธอโดนพี่ใหญ่ลดชั้นแล้วมั้ง”
“พักนี้พอพี่เสี่ยวเหยาออนไลน์ก็ไม่เข้ามาแวะห้องเธอก่อนเลย แบบนี้เรียกว่ากำลังโดนแย่งพี่ใหญ่ไปล่ะสิ ฮ่าๆๆ”
“จำได้ว่าเสี่ยวลู่รู้จักพี่เสี่ยวเหยาก็ตอนแข่ง PK กับซาซ่านี่แหละ ใช้โอกาสนั้นตีสนิทได้เลยแฮะ หล่อนก็ไม่ธรรมดานะเนี่ย”
“ฉันวิเคราะห์ดูแล้วพี่เสี่ยวเหยาก็แค่เป็นผู้ชายคนหนึ่งนั่นแหละ เปลี่ยนใจง่าย ชอบของใหม่ ลืมของเก่า”
“พูดแบบนั้นมันตื้นเกินไป! เรื่องของพี่ใหญ่จะเรียกว่าชอบของใหม่ลืมของเก่าได้ที่ไหน? ต้องเรียกว่าแจกความสุขอย่างเท่าเทียมต่างหาก!”
“……”
ซาซ่าเห็นแชทที่เต็มไปด้วยข้อความแซวเกี่ยวกับพี่ใหญ่ของเธอ แม้จะรู้สึกเจ็บจี๊ดในใจอยู่บ้าง แต่ก็ยังรีบเอ่ยห้ามและตอบอย่างสงบเสงี่ยม
“พี่เสี่ยวเหยาก็ให้ความเอ็นดูซาซ่ามากพอแล้วนะ ซาซ่ารู้จักพอใจค่ะ พี่เขาไม่ได้เป็นของซาซ่าคนเดียว ใครที่เขาอยากให้ เขาก็มีสิทธิ์ให้ ขอแค่พี่เสี่ยวเหยาเล่นแล้วมีความสุข ซาซ่าก็พอใจแล้ว เชื่อสิ เขาจะกลับมาหาเราแน่นอนค่ะ!”
แล้วก็เป็นไปตามนั้นจริง ๆ ไม่กี่นาทีต่อมา เอฟเฟกต์คาร์นิวัลก็ปรากฏบนหน้าจออีกครั้ง พร้อมเสียงร้องตื่นเต้นของซาซ่าดังขึ้นทันที
“ขอบคุณพี่เสี่ยวเหยาสำหรับคาร์นิวัลค่า!! เห็นไหมคะทุกคน พี่เสี่ยวเหยากลับบ้านแล้ว!”
[เสี่ยวเหยา]: “เต้นอิลิเซียมให้ดูหน่อยสิ”
“พูดถึงเสี่ยวเหยา เสี่ยวเหยาก็โผล่มาจริง ๆ ด้วย! สุดท้ายแล้วก็ยังเป็นแฟนตัวยงของอิลิเซียม ของซาซ่าอยู่ดี”
“ดูสิว่าเจ้าตัวตื่นเต้นขนาดไหน ก็แน่ล่ะ พี่เสี่ยวเหยานี่แหละรักแท้ของซาซ่า ฉันล่ะเสียดายรถสปอร์ตที่เพิ่งส่งไปเลย”
“อยากถามพี่เสี่ยวเหยาเลยว่า คาร์นิวัลสิบรอบนี่พอจะบดขยี้รถสปอร์ตของฉันได้ไหม? ถ้ายังไม่พอ ฉันจะส่งต่อ!”
“……”
ซาซ่าเปิดเพลงทันที แล้วพูดเสียงใส
“เพลงอิลิเซียมชุดนี้ มอบให้พี่เสี่ยวเหยาค่ะขอบคุณสำหรับความเอ็นดูนะคะ!”
พูดจบลิต้าน้อยผมหางม้าคู่ในชุดถุงน่องขาวก็เริ่มเต้นทันที
ต้องยอมรับว่า สาวน้อยน่ารักแบบนี้เต้นเพลงนี้มันช่างดูเพลินจริง ๆ
หยางฟานเองก็นั่งดูไป ยิ้มไป พลางกดไลค์ในใจทุกครั้งที่เห็นท่วงท่าที่คุ้นเคยเหล่านั้น
หลังจากอยู่ในห้องของซาซ่าพักใหญ่ เขาก็ส่งคาร์นิวัลไปอีกสองสามรอบ แล้วจึงกดออก
ขณะนั้นเอง ที่ห้องไลฟ์ของ อาลี่ ก็กำลังมีพี่ใหญ่คนหนึ่งไล่แจกคาร์นิวัลอย่างหนัก
ชื่อของเขาคือ เสี่ยวหงเฉิน
“ขอบคุณพี่หงเฉินสำหรับคาร์นิวัลค่าา บอกรักจากใจเลย”
พี่หงเฉินเพิ่งเข้ามาในห้องของอาลี่วันนี้ แต่พอดูเธอเต้นไปแค่สองเพลง เขาก็เริ่มส่งคาร์นิวัลติด ๆ กันหลายรอบ
ดูจากท่าทางแล้ว เป็นพี่ใหญ่ที่ใจถึงพึ่งได้แน่ ๆ ซึ่งทำให้อาลี่อารมณ์ดีมาก
ไม่นาน เสี่ยวหงเฉินก็พิมพ์ข้อความขึ้นมา
“ดูแล้วเธออยู่เมืองเดียวกับฉันนะ แอดวีแชทมาก่อนสิ เดี๋ยวพอจบไลฟ์จะไปรับไปกินข้าวต้มมื้อดึกหน่อย เป็นไง?”
พอได้อ่าน ขมวดคิ้วของอาลี่ก็ขยับขึ้นทันที
จุดประสงค์ของอีกฝ่ายมันชัดเจนเกินไป ทำให้ความรู้สึกดีที่เคยมีก่อนหน้านี้หายวับไปในพริบตา
เธอเคยเจอเรื่องแบบนี้มาเยอะแล้วผู้ชายส่วนมากก็แบบเดียวกันทั้งนั้น
แต่คนอื่นอย่างน้อยก็ยังรู้จักใช้วิธีหลังไมค์
แต่หมอนี่ กลับพิมพ์ออกมาโจ่งแจ้งในห้องไลฟ์!?
เรื่องแบบนี้เอามาพูดในที่สาธารณะได้เหรอ? นี่มันตั้งใจจะทำให้เธอลำบากใจชัด ๆ!
ในใจอาลี่อยากจะสบถ ไอ้เวร ไปสักชุดใหญ่ แต่สีหน้ายังคงต้องยิ้มหวาน ตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า
“มื้อดึกไว้วันหลังดีกว่าค่ะ อาลี่ไม่ค่อยชินกับการกินมื้อดึกเท่าไหร่ ถ้าพี่หงเฉินไม่รังเกียจ ไว้วันหลังอาลี่เลี้ยงข้าวพี่แทนนะคะ”
คำพูดของเธอชัดเจนมาก จะแลกวีแชทก็พอไหว แต่จะไปกินข้าวตอนดึกนั้นขอบาย ส่วนที่ว่า ไว้วันหลังเลี้ยงข้าว ก็เป็นแค่คำพูดเลี่ยง ๆ ทั่วไปเท่านั้น จะมีวันนั้นจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ กระทั่งตัวเธอเองยังไม่มั่นใจด้วยซ้ำ
แค่ส่งคาร์นิวัลไม่กี่รอบ ก็หวังจะคว้าตัวเธอออกไปเจอฝันไปเถอะ!
แต่เธอก็ไม่อยากปฏิเสธตรง ๆ ให้เสียน้ำใจ เพราะถ้าทำตัวแข็งเกินไป เดี๋ยวอีกฝ่ายจะเลิกเปย์เสียก่อน ยังไงก็ต้องเอาไว้หลอกให้ส่งเงินเพิ่มอีกสักหน่อย
ทว่าใครจะคิดว่า เสี่ยวหงเฉิน ดันไม่รู้จักพอ กลับพิมพ์มาอีก
“ยังไม่พอใจเหรอ?”
“แปะ! แปะ!”
สองคาร์นิวัลปัง ๆ โดนส่งขึ้นมาบนจออีกครั้ง
อาลี่ในใจแทบจะระเบิด แต่สีหน้ายังต้องยิ้มพร้อมพูดขอบคุณ พยายามจะหาโอกาสเบี่ยงประเด็นอยู่พอดี ทว่าแฟนคลับบางคนทนไม่ไหวแล้ว เริ่มเปิดศึกกันกลางจอแชท!
@เสี่ยวหงเฉิน: “เอะอะจะพาอาลี่ไปกินข้าวมื้อดึก? นี่ส่งแค่ไม่กี่คาร์นิวัลเองนะ? คิดว่าเงินตัวเองเป็นเหรียญดอลลาร์หรือยังไง? ต่อให้เป็นดอลลาร์ก็ยังไม่น่าพอเลยว่ะ!”
@เสี่ยวหงเฉิน: “แค่สองสามหมื่นหยวน ทำเป็นยิ่งใหญ่ ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น แค่พี่ชายอย่างฉันยังเปย์เยอะกว่า แล้วจะมาอวดอะไร?”
@เสี่ยวหงเฉิน: “เอาเศษเหรียญนั่นของนายมาทำเท่ เห็นแล้วมันขัดตาจริง ๆ คิดว่าอาลี่ไม่เคยเจอของดีหรือไง?”
“เกลียดพวกประเภทนี้สุด ๆ แค่เปย์นิดหน่อยก็อยากได้ตัวคนอื่น ไปคลับเถอะน้อง ที่นั่นน่าจะเหมาะกับนิสัยนายมากกว่า!”
“ดูพี่เสี่ยวเหยาเขาสิ เปย์เป็นแสนยังไม่เคยพูดอะไรต่ำ ๆ แบบนี้เลย คนจริงไม่ขี้อวด รู้จักมั้ย?”
แฟนคลับอาลี่ไม่ใช่พวกกลืนไม่ลงแม้เธอจะไม่กล้าว่าตรง ๆ แต่เหล่ามือเปล่าท้าชนพี่ใหญ่เหล่านี้พร้อมเปิดวอร์แทนเสมอ
โดนรุมยำในแชทขนาดนี้ เสี่ยวหงเฉินก็เดือดเช่นกัน
เขาเป็นนักล่าในโต่วหยูที่มีชื่ออยู่ไม่น้อย มักมองหาเหล่าสตรีมเมอร์ในเมืองเดียวกันที่หน้าตาดีๆ และไม่ดังเกินไป จากนั้นก็จะเปย์ระดับหนึ่งเพื่อปั่นคะแนน แล้วหาโอกาสนัดเจอ
แน่นอนว่าเขาไม่เคยเข้าไปยุ่งกับสตรีมเมอร์ระดับท็อป เพราะรู้ว่าคนพวกนั้นเล่นกันระดับเงินแสนเงินล้าน เงินของเขาไม่ทำให้ใครสะเทือน
ด้วยกลยุทธ์นี้ ความสำเร็จของเขาจึงถือว่าไม่น้อย
แต่ใครจะคิดว่า วันนี้ดันมาเจอสาวไลฟ์เต้นที่ถูกใจสุด ๆ แค่สองหมื่นกว่าก็ออกไปแล้วแท้ ๆ ดันโดนแฟนคลับรุมกระทืบกลางห้อง
ทั้งเจ็บใจทั้งเสียหน้า เขาพิมพ์โต้กลับอย่างไม่พอใจ
“ฉันเล่นแบบนี้ตลอด! พวกนายพูดกันเหมือนมีเงินกันนักหนา งั้นมาเลย เอาชั้นอันดับหนึ่งของฉันไปสิ!”
“ฉันไม่แอบเหมือนพวกนายหรอก ถ้าไม่มีอะไรในหัวจะนั่งเฝ้าไลฟ์ทั้งวันไปเพื่อ? จะออกไข่เหรอ? ถ้ามั่นใจก็มาแข่งกับฉันเลย! อย่าแค่ปากดี แย่งอันดับหนึ่งจากฉันไม่ได้ก็หุบปากซะ!”
พอเขาเปิดศึกแบบนี้ แฟนคลับบางคนที่ก่อนหน้านี้ปากกล้า แต่กระเป๋าแบน ก็เริ่มเงียบ
แม้จะมีคนที่ส่งมากกว่าเขาจริง แต่ก็เป็นการสะสมมาเรื่อย ๆ ไม่ใช่ทีเดียวเหมือนวันนี้ แล้วถ้าส่งออกไปตอนนี้แต่ไม่ได้ชนะก็จะดูน่าอับอายเสียเปล่า
แถมพี่ใหญ่ที่อาลี่พึ่งพาอยู่ก็ไม่โผล่มาสักคน คนหนึ่งยังไม่ออนไลน์ อีกคนกำลังสนุกอยู่ในห้องของซาซ่า
มีบางคนถึงกับแอบคิดว่าหรือจะวิ่งไปห้องซาซ่า แล้วลากพี่เสี่ยวเหยามาช่วยอัดเจ้าหมอนี่ดี?
อาลี่เองก็มองจอแชทด้วยสีหน้าหนักใจ เธอรู้ดีว่าแฟนคลับเธอมีศักยภาพขนาดไหน
สถานการณ์เริ่มตึงเครียด เธอกำลังคิดถ้อยคำจะพูดให้สถานการณ์เบาลง
แล้วจู่ ๆ
[เสี่ยวเหยา เข้าห้องไลฟ์]
อาลี่ชะงักไปครู่เดียว จากนั้นก็เห็น เอฟเฟกต์ คาร์นิวัล พุ่งขึ้นบนหน้าจอแบบไม่ทันตั้งตัว!
-เปลี่ยนคำว่าเพลงแดนสุขาวดีเป็นเพลงอิลิเซียม