ความน่าเศร้าของคนคลั่งรัก
หยางฟานถามแบบหยอกล้อเล็กน้อยว่า
“หน้าตาเป็นไงบ้าง? ถ้าไม่สวยกว่าเธอล่ะก็ ฉันไม่สนใจหรอกนะ”
เพราะถ้ายังสู้โจวเวินเวินไม่ได้ นั่นแปลว่าไม่ผ่านเกณฑ์ที่ระบบจะให้รางวัลเลย ไม่มีทางได้คืนเงินแน่นอน แล้วเขาจะมีความสนใจไปทำไม?
โจวเวินเวินหัวเราะคิกทันทีเมื่อได้ยิน
“ยังจะเลือกอีกเหรอ? คนหน้าตาดีแบบฉันจะหาได้สักกี่คนกันเชียว? แต่เพื่อนฉันก็นิสัยดีนะ เพิ่งเรียนจบไม่กี่ปี กำลังตั้งใจเรียนเตรียมสอบเข้าปริญญาโท เธอ”
“ไม่เอาๆ ขอบใจนะ แต่ฉันมีแฟนแล้ว ไม่ต้องห่วงฉันหรอก”
หือ?
โจวเวินเวินถึงกับงุนงง
“นี่นายอยู่บ้านเขียนนิยายทุกวัน จะมีโอกาสไปเจอสาวที่ไหนกันล่ะ?”
“ฉันก็ออกไปเที่ยวบ้าง เพิ่งกลับมาเนี่ยแหละ”
“งั้นถ้ามีโอกาสก็พาแฟนมาให้รู้จักกันบ้างสิ”
“โอเค”
…..
อีกด้านหนึ่ง
กู้รุ่ยเจี๋ยเดินเข้าหมู่บ้านพักอาศัยของตัวเองด้วยท่าทางอารมณ์ดี ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่รอยยิ้มบนใบหน้าก็เผยออกมาเป็นระยะอย่างไม่รู้ตัว
พอใกล้จะถึงตึกที่เธออยู่ จู่ ๆ ก็มีชายหนุ่มผมทองแต่งตัวสะอาดสะอ้านทันสมัย เดินออกมาจากข้างแปลงดอกไม้ มายืนขวางทางเธอไว้
“เธอลบวีแชทฉันทำไม? ยังบล็อกเบอร์ฉันอีก!”
กู้รุ่ยเจี๋ยถึงกับชะงักเมื่อเห็นคนตรงหน้า แล้วพูดอย่างเย็นชาว่า
“ไม่มีเหตุผลอะไรหรอกแค่อยากลบก็ลบเท่านั้นเอง”
ฝ่ายชายที่ตอนแรกดูเหมือนจะมาต่อว่า ถึงกับนิ่งงันไปเพราะคำตอบ
“อย่างน้อยก็น่าจะมีเหตุผลบ้างสิ? เมื่อสองสามวันก่อนเรายังดี ๆ กันอยู่เลย เธอเป็นอะไรไป?”
กู้รุ่ยเจี๋ยเริ่มรู้สึกรำคาญ ตอบกลับไปอย่างไร้อารมณ์
“คนที่ลบนายทุกช่องทางการติดต่อ มันสื่อความหมายได้ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? มันแปลว่าการมีอยู่ของนายกำลังรบกวนฉันอยู่”
“……”
ชายหนุ่มเงียบไป เมื่อเห็นท่าทีจริงจังของอีกฝ่าย เขาก็เริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่แค่การงอนเล่น ๆ ให้ตามง้อเหมือนที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนเธอจะ เอาจริง
ความรู้สึกนั้นทำให้เขาเริ่มสับสน ก่อนจะเปลี่ยนท่าที พูดด้วยเสียงเบาลงเล็กน้อย
“ฉันทำอะไรผิดไปเหรอ? บอกฉันได้ไหม ฉันจะเปลี่ยนแปลงก็ได้...”
กู้รุ่ยเจี๋ยเห็นเขาทำท่าอ่อนขนาดนั้นก็รู้สึกดูถูกอยู่ในใจนิด ๆ แต่เมื่อคิดถึงสิ่งที่เขาเคยทำดีกับเธอมาในอดีต ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะพูดว่า
“บางทีสิ่งเดียวที่นายทำผิดก็คือการที่นายเลือกมาชอบฉัน ไปหาใครที่เหมาะกับนายดีกว่า อย่าเสียเวลาไปกับฉันเลย”
คำพูดของเธอทำให้ฝ่ายชายรู้สึกเจ็บลึกในใจ เขานิ่งเงียบอยู่นาน กำลังจะพูดอะไรออกมา แต่ก็ถูกเธอขัดอีกครั้ง
“ถ้าไม่อยากให้ฉันเกลียดเธอมากกว่านี้ ก็อย่ามารอฉันที่หน้าตึกอีกเลยนะ”
พูดจบ สาวน้อยก็เตรียมหันหลังเดินจากไป
แต่ชายหนุ่มกลับตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนจะร้องถามด้วยเสียงดังลั่นอย่างหมดความอดทน
“ฉันทำอะไรผิดนักหนา!? แค่ไม่กี่วันก่อนเธอไม่สบาย ฉันเห็นโพสต์ในโซเชียลก็รีบลางาน นั่งรถตั้งชั่วโมงกว่าเอายามาให้ถึงหน้าประตู!”
“เธออารมณ์ไม่ดี ฉันก็พยายามทำทุกอย่างให้เธอยิ้มได้ เธอบอกว่าเธอเป็นคนช้า ฉันก็ไม่เคยเร่ง ไม่เคยกดดัน ให้เวลาคิดเต็มที่!”
“วันเกิดเธอ ฉันถึงกับไปกู้เงินซื้อมือถือรุ่นใหม่ให้ นั่นมันเงินเดือนสองสามเดือนของฉันเลยนะ! ฉันต้องกินมาม่าทุกวันเป็นเดือน!”
“แต่ตอนนี้ เธอกลับไม่พูดอะไรสักคำแล้วจะหายไปจากชีวิตฉันแบบนี้! ทำไมใจร้ายกับคนที่รักเธอได้ขนาดนี้!? ฉันผิดตรงไหนกันแน่วะ!?”
เมื่อพูดถึงช่วงท้าย น้ำเสียงของเขาก็แทบจะกลายเป็นเสียงตะโกน เหมือนความรู้สึกอัดแน่นทั้งหมดระเบิดออกมาในชั่ววูบเดียว
กู้รุ่ยเจี๋ยชะงักฝีเท้าทันทีเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ใบหน้าสวยหวานปรากฏร่องรอยแห่งความโกรธ เธอหันขวับกลับมา ตะโกนตอบเสียงดัง
“ฉันเคยขอให้นายทำสิ่งพวกนั้นเหรอ? ตอนฉันป่วย ฉันขอให้นายมาส่งยาไหม? แถวบ้านฉันไม่มีร้านขายยาหรือไง? หรือฉันสั่งเดลิเวอรี่ไม่เป็น? ไม่มีนาย ฉันดูแลตัวเองไม่ได้เลยเหรอ!?”
“ฉันเคยขอให้นายซื้อโทรศัพท์ให้ฉันไหม!? ฉันก็บอกแล้วว่าไม่เอา นายก็ยังดื้อจะให้ ฉันบอกให้เอากลับไปก็ไม่เอา พอถึงวันจริง ฉันต้องเดินถือโทรศัพท์รุ่นเดียวกันสองเครื่อง รู้ไหมว่ามันน่าขายหน้าแค่ไหน!? นายมาตะโกนใส่ฉันทำไม? นายซาบซึ้งในตัวเองฝ่ายเดียว! แล้วทำไมฉันต้องมารับผิดชอบกับการซาบซึ้งของนายด้วย!?”
“……”
คำพูดเหล่านั้นเหมือนมีดกรีดลงกลางใจของเด็กหนุ่ม น้ำตาไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว เจ็บปวดราวหัวใจถูกบีบ
กู้รุ่ยเจี๋ยยังคงฉุนเฉียว สูดลมหายใจลึกพยายามควบคุมอารมณ์ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“เป็นผู้ชายแท้ ๆ จะร้องไห้อะไรนักหนา? ยิ่งเห็นแบบนี้ฉันก็ยิ่งดูถูกนายเข้าไปใหญ่ โทรศัพท์ที่นายให้ ฉันขายทิ้งแล้ว ฉันจะคืนเงินให้ตามราคาซื้อ รวมถึงเงินโอนสองรอบ 200 หยวน กับอีกรอบ 520 หยวน ฉันจะโอนคืนให้ทั้งหมด กรุณาอย่ามายุ่งกับฉันอีก เข้าใจไหม?”
พูดมาถึงขนาดนี้ ตามสามัญสำนึกก็สมควรจบได้แล้ว ทว่าชายหนุ่มยังไม่ยอมแพ้ น้ำตาเปื้อนหน้า ขยับปากพูดอย่างอ่อนแรง
“แต่ฉันรักเธอจริง ๆ จะให้ฉันตัดใจง่าย ๆ ได้ยังไง ฉัน”
“พอ!! เก็บมาดซาบซึ้งนั่นของนายไปเถอะ อย่าทำให้ตัวเองน่าสมเพชไปกว่านี้เลย ยิ่งนายทำแบบนี้ ฉันก็ยิ่งรู้สึกขยะแขยง นายรู้ไหมว่าพอเห็นนายเป็นแบบนี้ ฉันรู้สึกโชคดีแค่ไหนที่ตัดสินใจเลิก! ความรักที่มีอยู่ฝ่ายเดียวมันไม่มีวันเวิร์ก! ฉันไม่ชอบนาย เข้าใจไหม!? ทุกอย่างพูดชัดแล้ว ฉันไม่อยากเสียเวลาพูดซ้ำอีก!”
เผชิญกับคำพูดเฉียบขาดและการตัดเยื่อใยอย่างไม่เหลือเยื่อใยของกู้รุ่ยเจี๋ย เด็กหนุ่มก็ถึงจุดที่รับไม่ไหวอีกต่อไป ในที่สุดก็หันหลังเดินจากไปอย่างหมดสภาพ
กู้รุ่ยเจี๋ยเดินกลับเข้าบ้านด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์สุด ๆ พอปิดประตูได้ก็อดสบถออกมาไม่ได้ว่า
“ซวยจริง”
ตอนนั้นเอง เพื่อนร่วมห้องของเธอที่ชื่อซานซานก็เดินออกมาด้วยท่าทีขำ ๆ ถามขึ้นว่า
“ยังไงล่ะ? หนุ่มหล่อผมทองข้างล่างทำให้รุ่ยรุ่ยของเราอารมณ์เสียอีกแล้วเหรอ? ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าให้ที่อยู่กับใครง่าย ๆ”
กู้รุ่ยเจี๋ยถอนหายใจ พลางถามกลับด้วยน้ำเสียงหมดแรง
“เธอได้ยินหมดเลยเหรอ?”
ซานซานกลอกตาให้ทันที
“พวกเธอสองคนตะโกนกันเสียงดังจะตาย ฉันไม่ได้หูหนวกนะ อยากจะไม่ฟังยังยากเลย”
…..
ในขณะที่กู้รุ่ยเจี๋ยเพิ่งเจอเหตุการณ์ไม่น่าพอใจ หยางฟานที่เพิ่งกลับถึงบ้านกลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย
เขาเอนกายลงบนเตียงอย่างสบายมือถือในมือเปิดแอปโต่วหยู
แม้เสี่ยวลู่จะเดินทางมาหาเขาในวันพรุ่งนี้ แต่วันนี้เธอยังไลฟ์สดตามปกติ ขณะนั้นเธอกำลังเล่นมุกกับแฟนคลับอยู่บนหน้าจอ จู่ ๆ ก็เห็น คาร์นิวัล ลอยขึ้นมาบนจอ ไลฟ์สดถึงกับหยุดไปชั่ววินาที ก่อนจะตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น
“ยินดีต้อนรับพี่เสี่ยวเหยากลับบ้าน!! ขอบคุณสำหรับคาร์นิวัลคอมค่าาา!”
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา รายได้ของเสี่ยวลู่พุ่งสูงราวกับนั่งจรวด เธอสดใสและกระตือรือร้นทุกครั้งที่ไลฟ์ ทุกอย่างนี้ก็ต้องขอบคุณหยางฟานพี่ใหญ่ของเธอ ที่ทำให้เธอพลิกชีวิตจากสาวไลฟ์โนเนมกลายเป็นคนที่บรรดาเพื่อนสาวต่างอิจฉาตาร้อนกันทั้งกลุ่ม
ในเวลาไม่กี่วัน เธอหาเงินได้มากกว่าที่บางคนใช้เวลาหลายปียังไม่ได้เท่านี้ จนสาว ๆ หลายคนเริ่มมาถามเคล็ดลับการไลฟ์สดจากเธอ
ใครกันล่ะจะไม่อยากรวยทางลัด?
[เสี่ยวเหยา]: “เธอไลฟ์ต่อเถอะ ไม่ต้องสนใจฉัน ฉันแค่จะส่งให้ขึ้นชาร์ตชั่วโมง แล้วจะออกไปเดินเล่นหน่อย”
“พี่เสี่ยวเหยาใจปล้ำมาก! รักเลย! ทุกคน! พิมพ์ในแชทพร้อมกันเลยนะพี่เสี่ยวเหยาใจปล้ำ!”
เสี่ยวลู่ไม่ได้พูดถึงประโยคสุดท้ายที่หยางฟานจะออกไปเดินเล่นเลย
เพราะเธอรู้ดีว่าเขายังมีจิ้งจอกสาวอีกสองคนที่ต้องคอยเอาใจ สามสาวที่ไลฟ์สดอยู่ ต่างก็เป็นสถานีประจำที่เขาจะแวะไปทุกครั้งที่ออนไลน์
แค่ตอนนี้ลำดับเปลี่ยนไปจากที่เธอเคยเป็นคนสุดท้าย กลายเป็นคนแรกที่เขาเข้ามาหา
การเปลี่ยนแปลงแบบนี้มันหมายความว่าอะไร ใจผู้หญิงอย่างเธอย่อมรู้ดี
และที่สำคัญเธอมั่นใจเต็มที่ ว่าหยางฟานยังไม่เคยเจอสองคนนั้นในชีวิตจริงเลย
ด้วยรูปร่างหน้าตาของเธอแล้ว พรุ่งนี้ต้องทำให้เขาหลงหัวปักหัวปำได้แน่นอนเธอมั่นใจว่าแค่ได้พบกันเขาก็ต้องตกเป็นของเธอทันที!