ยังไม่ได้ตั้งชื่อตอน

ลู่เสี่ยวลู่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน แต่ด้วยความที่เธอเข้าใจดีถึงสถานะความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับพี่เสี่ยวเหยา เธอจึงไม่ซักถามอะไร และแน่นอนว่าไม่ได้แสดงอาการหึงหวงหรืองอแงแบบเด็กๆ เลยแม้แต่น้อย

บนรถ เมื่อเห็นหยางฟานก้มหน้าส่งข้อความ เธอก็อดจะแซวขึ้นมาขำๆ ไม่ได้

“ไม่เสียแรงที่เป็นพี่เสี่ยวเหยาจริงๆ สาวเมื่อกี้นี่เล่นเอาฉันยังรู้สึกหวั่นไหวเลยนะ เสน่ห์ร้ายกาจเกินไปแล้ว เชอะเชอะเชอะ”

หยางฟานได้ยินก็วางโทรศัพท์ลง ก่อนจะโอบตัวเธอเข้ามาใกล้ ยิ้มขำแล้วกระซิบเบาๆ

“แต่ฉันว่าลู่ลู่ของเรา สวยกว่าเธอตั้งเยอะ”

ประโยคนั้นไม่ได้พูดไปเพราะจะหว่านล้อมให้ดีใจ แต่จากมุมมองของเขา ลู่เสี่ยวลู่กับกงจิ้งมีระดับความสวยที่สูสีกันจริงๆ

แต่สิ่งที่ต่างกันก็คือเสี่ยวลู่ดูสะอาดกว่า ใสซื่อบริสุทธิ์แบบที่ผู้ชายหลายคนหลงใหล

แน่นอน ว่าคำว่าสะอาดนี้ต้องเป็นในเงื่อนไขที่อีกฝ่ายสวยด้วย ไม่งั้นคงไม่มีใครใส่ใจ

ลู่เสี่ยวลู่กลอกตาใส่เขา พร้อมแกล้งถอนหายใจ

“คำหวานลอยมาเชียว เดาว่าหนูไม่เชื่อแน่นอนใช่มั้ย?”

“แล้วเธอไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลยหรือไง?”

“ฮึ่ม ถ้าหนูนั่งอยู่ข้างๆ พี่แล้วพี่มัวแต่เล่นมือถือคุยกับคนอื่น หนูควรจะคิดยังไงล่ะ?”

“นี่ไง ฉันวางมือถือแล้วไง ดูสิ”

...

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

ทั้งคู่มาถึงโรงแรมระดับห้าดาว หยางฟานเช็คอินแล้วเปิดห้องสวีทประธานให้ลู่เสี่ยวลู่ พร้อมช่วยถือกระเป๋าเข้าไปวางให้เรียบร้อย

หลังจากนั้น เสี่ยวลู่ก็ถามอย่างร่าเริง

“ว่าแต่พี่เสี่ยวเหยาจะพาเสี่ยวลู่ไปเที่ยวที่ไหนเหรอ?”

หยางฟานยิ้มมุมปาก ก่อนจะโน้มตัวกระซิบข้างหูเธอเบาๆ ด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์

“วันนี้ตื่นเช้าเกินไปหน่อยว่าแต่ เรามาพักกันก่อนดีมั้ย?”

น้ำเสียง แววตา และท่าทางของเขาบ่งบอกความหมายได้อย่างชัดเจน จนต่อให้ใครฟังก็เข้าใจได้ทันที

และแน่นอนว่าเสี่ยวลู่เองก็เข้าใจดี

【ค่าความสนิทของลู่เสี่ยวลู่ -2】

เฮ้ย!?

นี่เธอเป็นฝ่ายเสนอตัวมาหาเขาเองนะ แล้วทำไมตอนนี้กลับทำเหมือนไม่ได้เตรียมใจไว้เลย?

ความจริงค่าความสนิทของเธอก็ต่ำอยู่แล้ว แล้วดันเป็นพวกลดง่ายอีกต่างหาก

เสี่ยวลู่ที่ก่อนหน้านี้เอาหัวพิงไหล่เขาอยู่ก็ขยับออก แล้วยิ้มหวานพลางเหล่มองเขา

“อย่าเพิ่งใจร้อนสิพี่เสี่ยวเหยาคือช่วงนี้ฉันไม่ค่อยสบายเท่าไหร่น่ะค่ะ”

พูดจบเธอก็มองหน้าหยางฟานอย่างสังเกต เหมือนอยากดูว่าเขาจะมีปฏิกิริยายังไง

หยางฟานได้ยินก็หรี่ตานิดหนึ่งในทันที เธอกำลังเล่นละครเหรอ?

เพราะเมื่อวานเขาเพิ่งลองใช้ระบบเช็คข้อมูลของโจวเวินเวิน แล้วพบว่าหากผู้หญิงกำลังมีประจำเดือนระบบจะระบุสถานะพิเศษไว้ด้วยชัดเจน

แต่ตอนนี้ ในสถานะของลู่เสี่ยวลู่กลับไม่มีอะไรแบบนั้นเลย

แน่นอนว่าเขาไม่ได้พูดอะไรออกไป เพียงแค่ปล่อยแขนที่โอบเธออยู่ออก แล้วถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“แล้วทำไมถึงเลือกวันนี้มาล่ะ?”

ลู่เสี่ยวลู่พยายามจะโน้มตัวเข้ามากอดเขาอีกครั้ง แต่กลับถูกเขาผลักเบาๆ ออกไป

เธอเลยแกล้งทำหน้าหงอย ยู่ปาก พูดเสียงออดอ้อน

“อย่าโกรธเลยนะคะพี่เสี่ยวเหยา ก็หนูคิดถึงพี่นี่นา อยากมาเจอ มาเที่ยวกับพี่จริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องนั้นเรื่องเดียวหรอก”

ที่จริงแล้ว ลู่เสี่ยวลู่มาที่นี่ในฐานะสตรีมเมอร์สาวที่หวังจะจับพี่ใหญ่ไว้ให้มั่นที่สุด แผนของเธอคือใช่หน้าตาและความใกล้ชิดสร้างความผูกพัน หวังให้หยางฟานหลงรักเธอจริงจัง

ถ้าโชคดีเธออาจเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นพี่ใหญ่ประจำตัวที่จะคอยเติมของขวัญให้ไม่หยุดในไลฟ์ของเธอ

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เธอให้ความสำคัญจริงๆ ไม่ใช่เขา แต่คือเงินของเขา

ความสัมพันธ์นี้ไม่มีคำว่ารัก มีเพียงการแลกเปลี่ยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มและคำหวานเท่านั้น

ลู่เสี่ยวลู่เองก็ไม่ใช่ไม่พร้อมกับเรื่องแบบนั้น เธอก็เคยเตรียมใจไว้ระดับหนึ่งเช่นกัน แต่อย่างน้อยเธอก็หวังว่าถ้าต้องเสียก็ขอให้มันเกิดจากความจำเป็น ไม่ใช่เพราะความใจร้อนหรือคาดหวังผิดๆ จากอีกฝ่าย

ดังนั้นเมื่อหยางฟานแสดงออกชัดเจนเกินไป เธอจึงเลือกใช้ข้ออ้างเรื่อง ร่างกายไม่พร้อมเป็นเกราะกำบังชั่วคราว เพื่อจะได้ดูว่า หากไม่ให้ในตอนนี้ ยังพอรักษาความสัมพันธ์ไว้ด้วยความคลุมเครือหรือไม่

แต่หยางฟานเห็นเธอทั้งลงทุนมาหาถึงที่แล้วยังมาเล่นบทเก็บตัวลับอีก ก็เริ่มรู้สึกขัดใจขึ้นมาทันที

ถึงเขาจะไม่ใช่คนใจร้อน แต่ในเมื่อเทียบกับบรรดาสตรีมเมอร์ที่แม้แต่แตะต้องยังทำไม่ได้ ลู่เสี่ยวลู่ยังถือว่าดีกว่าเยอะ

แต่อีกอย่างที่ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดคือ ในเมื่อเธออุตส่าห์บินมาเอง ถึงขั้นทุ่มแบบนี้ ยังจะต้องมาเล่นเกมเล่ห์เหลี่ยมอีกเหรอ?

ถ้าทำให้ดูจริงใจตั้งแต่แรก ทุกอย่างคงไปได้สวยกว่านี้แท้ๆ

คิดได้ดังนั้น เขาก็ยิ้มเย็น แล้วพูดขึ้นเรียบๆ

“ก็เห็นหน้ากันแล้ว ถ้าจะมาเล่นเกมคลุมเครือ ฉันไม่ว่างนะ ไหนๆ ก็มาแล้ว ก็หาที่เที่ยวเอาเองแล้วกัน อยู่สักสองสามวันแล้วกลับไปเถอะ”

พูดจบ เขาก็หันหลังเตรียมจะเดินออกจากห้องทันที

ลู่เสี่ยวลู่ถึงกับชะงักหลุดคอนโทรลขนาดนี้เลย?

เธอไม่คิดว่าเขาจะเป็นผู้ชายประเภทพูดตรง ทำเร็วแบบนี้ ที่สำคัญคือหน้าตาเธอก็ไม่น้อยหน้าใคร ยังมีคนกล้าหันหลังเดินจากไปแบบไม่ลังเลอีกเหรอ?

ไหนว่าแค่บอกว่าไม่สบายไม่ได้หมายถึงปฏิเสธซะหน่อย ทำไมเขาถึงจริงจังขนาดนี้?

ในใจเริ่มรู้สึกทั้งงง ทั้งน้อยใจ

แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลามาเคาะโต๊ะคิดอะไรแล้ว เพราะชัดเจนว่าหยางฟานกำลังจะเทเธอจริงๆ

เธอรีบเดินเข้าไปคว้าแขนเขาไว้จากด้านหลัง

“พี่เสี่ยวเหยา อย่าเพิ่งไปสิคะ!”

หยางฟานถูกคว้าแขนไว้ ก็หันมามองด้วยสายตานิ่งๆ

“มีอะไรอีกเหรอ?”

ใบหน้าของลู่เสี่ยวลู่แดงระเรื่อ แววตาอายๆ แต่ก็เอียงหน้าเข้าไปกระซิบบางอย่างข้างหูเขาเบาๆ

ดูออกชัดว่าเป็นความพยายามกอบกู้สถานการณ์

เธอไม่เคยคิดว่า ผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งที่เธอเคยมองว่าจับง่ายจะกล้าหันหลังให้เธอแบบนี้ มันกระทบกับความมั่นใจในเสน่ห์ของเธอไม่น้อย

หยางฟานได้ยินสิ่งที่เธอกระซิบ ก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

“ไม่ต้องหรอก”

จากนั้นก็พยายามดึงแขนออกจากมือของเธอ แต่เธอกลับจับแน่นกว่าเดิม แล้วพูดเสียงอ้อนเล็กน้อย

“ก็อีกแค่สองวันก็หายแล้วนี่นา พี่เสี่ยวเหยาช่วยอดทนให้หนูหน่อยไม่ได้เหรอ?”

ครั้งนี้ไม่ใช่เพราะเธออยากถ่วงเวลา แต่เพราะกลัวว่าความพยายามที่ลงทุนมาทั้งหมดจะสูญเปล่าจริงๆ

จะให้บินมาเอง เจอหน้ากัน แล้วสุดท้ายโดนเตะออกจากเกมเพราะเล่นไม่ถึงใจงั้นเหรอ? แบบนั้นเธอคงต้องเสียทั้งหน้า ทั้งโอกาส

หยางฟานฟังแล้วก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย อย่างน้อยก็ยังพอมีใจจะรักษาอะไรไว้บ้าง

แค่เสียดาย ที่ลู่เสี่ยวลู่ยังมีค่าความสนิทต่ำมาก ทำให้เขายังไม่สามารถปลดรางวัลพิเศษได้ง่ายๆ ต้องใช้เวลาและความพยายามค่อยๆ สะสมไป

แต่โชคดีที่ค่าความสนิทไม่ใช่ตัวชี้ขาดทุกอย่าง มันแค่ส่งผลกับรางวัลจากระบบเท่านั้น

เมื่อเขาพูดแผนถัดไปออกมาลู่เสี่ยวลู่ก็ได้แต่ถอนหายใจเบาๆในใจ ถึงจุดที่เธอเลี่ยงไม่ได้แล้ว

แต่เมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่มองเห็นได้ชัดเจนในตอนนี้ กลับไม่รู้สึกกลัวเท่าไหร่

เธอเหลือบตามองเขา ยิ้มหวานอย่างน่ารัก แต่กลับแฝงความเย้ยหยันเล็กๆ ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ แล้วส่งเสียงเบาๆ ใส่ชะตาชีวิตที่กำลังจะมาถึงว่า

“เชอะเชอะเชอะ”

ขณะที่หยางฟานมองลู่เสี่ยวลู่ด้วยแววตาอ่อนโยน เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบเส้นผมนุ่มสลวยของเธอเบาๆ ไม่ได้พูดอะไรอีก

ส่วนเธอก็ไม่ตอบรับ ไม่ปฏิเสธ ทำเพียงแค่เผชิญหน้ากับความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยความรู้สึกหวั่นไหวที่ซ่อนอยู่ในใจ

เวลาผ่านไปช้าๆ

หยางฟานถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหยิบกระดาษเช็ดหน้าจากโต๊ะ ยื่นให้เธอ พร้อมรอยยิ้มมุมปาก

“ถ้าทำแบบนี้ตั้งแต่แรกก็คงดี”

ลู่เสี่ยวลู่รับกระดาษมา พลางมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์

“ตอนนี้พอใจแล้วใช่มั้ยล่ะ? หนูต้องไปเติมหน้าหน่อยผู้ชายเลว!”

หยางฟานหัวเราะเบาๆ ก่อนจะโอบไหล่เธอ

“แต่งหน้าเสร็จแล้ว จะพาไปเดินเล่น ซื้อของช้อปกระจายเลย”

สาวน้อยเบ้ปาก แล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งนิดๆ

“รู้งี้ก็ดี!”

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสองก็ตรงไปยังห้างสรรพสินค้า

ที่นั่นเรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของผู้หญิงแทบทุกคน โดยเฉพาะถ้าได้มาช้อปกับผู้ชายที่ใจป้ำแบบหยางฟาน

ดังนั้น ห้างจึงกลายเป็นสถานที่ประจำของเขาเวลาจะจีบสาว

ทันทีที่เข้าไป เสี่ยวลู่ก็ไม่เกรงใจอะไรอีก เธอเลือกซื้อแบรนด์หรูไปหลายชิ้นแบบไม่ลังเล

【ค่าความสนิทของลู่เสี่ยวลู่ +5】

เมื่อทั้งสองเดินมาถึงหน้าร้านโจวไท่ฝู๋ หยางฟานก็ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย

เพราะเขาเห็นคนคุ้นเคย

แฟนเก่าของเขา หลี่จือหลาน

ตอนนี้ เธอกำลังยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์กับชายคนหนึ่งอายุประมาณสามสิบกว่าๆ ทั้งคู่กำลังเลือกต่างหูด้วยท่าทางสนิทสนม



ตอนก่อน

จบบทที่ ยังไม่ได้ตั้งชื่อตอน

ตอนถัดไป