บังเอิญเจอแฟนเก่าระหว่างทาง

เธอก็เห็นหยางฟานกับอีกคนที่กำลังเดินตรงมาทางนี้เช่นกัน ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างด้วยความไม่อยากเชื่อเมื่อมองไปที่เสี่ยวลู่ ก่อนจะไล่สายตามองถุงสินค้าหรูในมือทั้งสองคน พลันสีหน้าก็ปรากฏความตกตะลึง

อะไรกัน

เป็นไปได้ยังไง

ต่อมา แววตาของเธอก็เริ่มสับสนและซับซ้อนขึ้นมา

ไม่มีทางที่เธอจะคิดฝันเลยว่า วันหนึ่งจะได้เจอแฟนเก่าอีกครั้งในสถานการณ์เช่นนี้

ข้างกายของอีกฝ่ายกลับมีผู้หญิงคนหนึ่งที่ถึงแม้เธอเองก็ยังต้องยอมรับว่า เด็กกว่าและสวยกว่า แถมยังซื้อของแบรนด์เนมหรูหรามากมายอีกต่างหาก

เธอคิดไม่ตกเลยจริง ๆ ว่าเรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นได้ยังไง

เธอปรายตามองชายหนุ่มใส่แว่นข้างกายด้วยความรู้สึกเหมือนเพิ่งสูญเสียบางอย่างไป

ชายใส่แว่นเองก็รู้สึกถึงความผิดปกติ จึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ที่รัก เป็นอะไรหรือเปล่า?”

เธอส่ายหน้าเบา ๆ

“เปล่า ไม่มีอะไร”

แล้วก็ก้มหน้าลงเลือกของต่อไป ทำเป็นไม่รู้จักหยางฟานราวกับคนแปลกหน้า

หยางฟานเองในตอนแรกก็ลังเลว่าจะเปลี่ยนไปร้านอื่นดีไหม แต่คิดไปคิดมา ถ้าทำแบบนั้นกลับจะยิ่งดูไม่เป็นธรรมชาติ สู้ทำตัวปกติยังจะดีกว่า

แม้เขาจะเก็บอารมณ์ไว้ได้ค่อนข้างดี แต่เสี่ยวลู่ที่อยู่ข้าง ๆ กลับจับความผิดปกติได้ทันที

เธอหันไปมองหลี่จือหลานอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมายิ้มหวานให้หยางฟาน

“ที่รัก วันนี้พี่ซื้อของให้หนูตั้งเยอะแยะ หนูก็อยากจะซื้อของขวัญให้พี่บ้างเหมือนกัน ไปเลือกกันหน่อยดีไหมคะ?”

น้ำเสียงของเธอดังขึ้นนิดหน่อย มากพอให้หลี่จือหลานได้ยินอย่างแน่นอน

และก็ได้ผลจริง ๆ

เสียงของเธอเรียกความสนใจจากผู้คนรอบข้างได้ทันที แม้แต่ชายหนุ่มใส่แว่นยังต้องตกตะลึงกับรูปร่างหน้าตาของเธอ

เขามองหยางฟานด้วยแววตาอิจฉา แล้วเบ้ปากเล็กน้อยก่อนจะบ่นในใจว่า
“เฮอะ! ดอกไม้สวย ๆ อีกแล้วที่ต้องไปปักอยู่บนกองมูลควาย”

มีเพียงหลี่จือหลานเท่านั้นที่ทำทีว่าไม่สนใจ มองแวบหนึ่งแล้วก็หันกลับไปเลือกของต่อ แต่ในใจนั้นกลับปั่นป่วนราวพายุ

เพียงไม่กี่เดือนเองนะหมอนี่กลับดูเหมือนจะรวยขึ้นมาซะอย่างนั้น

เธอรู้สึกคล้ายกับว่าตัวเองพลาดอะไรบางอย่างไปมากมาย

หยางฟานได้ยินเสี่ยวลู่เรียกตนว่าที่รักแถมยังจงใจพูดให้ได้ยินชัดเจนว่าเขาซื้อของให้เธอ ก็ดูออกทันทีว่าแม่สาวคนนี้คงจับได้อะไรบางอย่างเข้าแล้ว

บางครั้งเธอก็ฉลาดแบบไม่น่าเชื่อ แต่บางครั้งก็ซื่อจนแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่

ในเมื่อเสี่ยวลู่ให้ความร่วมมือขนาดนี้ เขาย่อมไม่คิดจะพูดอะไรให้เสียบรรยากาศ

“ได้สิ แต่มีข้อแม้ข้อหนึ่งนะ”

“ข้อแม้อะไรเหรอคะ?”

“เธอเลือก ส่วนฉันจ่าย แต่เงินเธอเก็บไว้ใช้เอง”

เสี่ยวลู่ชะงักไปนิด ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างสดใส

“ที่รักใจดีที่สุดเลย”

พนักงานร้านเห็นว่ามีลูกค้าเข้ามาก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับทันที เสี่ยวลู่เลือกสร้อยคอเส้นหนึ่งให้เขา ราคากว่าสามหมื่นหยวน

แต่หยางฟานเองก็ไม่ได้คิดอะไร เรื่องพวกนี้ระบบก็คงไม่ยอมให้เขาเอาไปขายเปลี่ยนเป็นเงินอยู่แล้ว เอาไว้ใส่เป็นของประดับเล่น ๆ ก็ยังดี

หลังรูดบัตรจ่ายเงินเสร็จ เขาหันไปบอกพนักงานว่า

“แนะนำสร้อยข้อมือหรือเครื่องประดับสำหรับผู้หญิงให้เธอดูหน่อย”

พนักงานสาวดีใจแทบแย่ เมื่อกี้เพิ่งปิดยอดได้ตั้งสามหมื่นกว่าหยวน ตอนนี้อีกฝ่ายยังจะซื้อเพิ่มอีก รีบใส่ใจต้อนรับอย่างเต็มที่ทันที

“ได้เลยค่ะ คุณผู้หญิงลองดูอันนี้ก่อนนะคะ”

เสี่ยวลู่ก็ไม่เกรงใจ เดินไปเลือกของต่อเองอย่างรื่นเริง

ด้านหลี่จือหลาน แม้ว่าจะดูเหมือนกำลังเลือกต่างหูอยู่ แต่ใจกลับไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยแม้แต่น้อย

ในหัวมีแต่ความคิดวนเวียนซ้ำ ๆ
“เป็นไปได้ยังไง เป็นไปได้ยังไง”

คนอื่น ๆ รอบข้างก็ค่อย ๆ เริ่มเข้าใจในสถานการณ์
ทำไมผู้ชายหน้าตาธรรมดาคนนี้ถึงมีแฟนสาวสวยระดับดาราอยู่เคียงข้าง
ที่แท้ก็เป็นเพราะพลังของเงินนี่เอง

สุดท้ายแล้ว ความรักแท้จริงอะไรนั่นก็แค่เรื่องลวงโลก

หลังจากรูดบัตรอีกกว่าสี่หมื่นหยวน หยางฟานก็หันไปยิ้มเอ็นดูเสี่ยวลู่แล้วพูดขึ้น

“ไปเถอะ ไปเดินดูร้านอื่นต่อกันดีกว่า”

เสี่ยวลู่มองข้าวของในมือแล้วเบะปากเล็กน้อย

“ที่รัก ของเยอะขนาดนี้แล้ว วันนี้เอาแค่นี้ก่อนดีไหม เรากลับไปเก็บของกันก่อน วันหลังค่อยออกมาเดินอีกก็ได้”

หยางฟานพยักหน้า

“ก็ได้ งั้นไว้คราวหน้าค่อยมาใหม่”

พูดจบก็พาเธอเดินออกจากร้านโจวไท่ฝู๋

หลี่จือหลานเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังของพวกเขาที่ค่อย ๆ เดินห่างออกไป ใบหน้าดูเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่พูดออกมา สุดท้ายจึงได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ

เมื่อทั้งสองออกจากห้าง เสี่ยวลู่ก็รีบพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี ราวกับจะอวดความดีความชอบ

“ว่าไงล่ะ พี่เสี่ยวเหยา หนูเล่นบทได้ไม่เลวเลยใช่ไหม?”

หยางฟานหัวเราะ

“ดีมาก แล้วเธอดูออกได้ยังไง?”

“หึ ๆ! สัญชาตญาณผู้หญิงน่ะสิ! แค่เห็นแวบเดียว หนูก็รู้แล้วว่ายัยนั่นมองพี่ หนูเลยเดาว่าเธอน่าจะเป็นพวกสาวคลั่งรักคุณ ก็เลยช่วยไล่แมลงวันให้ไง”

แมลงวัน?

สาวคลั่งรัก?

แค่เห็นก็กล้าฟันธงขนาดนี้ แล้วเธอยังจะกล้าอวดว่าสัญชาตญาณผู้หญิง แม่นอีกเหรอ?

แต่เขาก็ไม่คิดจะพูดขัด

จะมองว่าเป็นสาวคลั่งรักก็แล้วกัน!

ที่จริงแล้ว เสี่ยวลู่จะเข้าใจผิดแบบนี้ก็ไม่แปลกเลย
ในสายตาเธอ หยางฟานคือคุณชายผู้ร่ำรวยระดับมหาเศรษฐี การจะมองผู้หญิงหน้าตาธรรมดาคนหนึ่งเป็นคู่ควรกับเขานั้น แทบเป็นไปไม่ได้เลย

เธอจึงไม่แม้แต่จะคิดไปถึงเรื่องแฟนเก่าแต่กลับเข้าใจว่าอีกฝ่ายคือสาวที่เคยแอบหลงรักแต่โดนหยางฟานเมินเฉยเท่านั้นเอง

เมื่อกลับถึงโรงแรม ทั้งคู่ก็รู้สึกเพลียจากการเดินซื้อของตลอดวัน ถึงขั้นไม่อยากออกไปกินข้าวข้างนอก จึงสั่งอาหารขึ้นมากินในห้องแทน

หลังจากกินเสร็จ ทั้งคู่ก็นั่งเล่นเกมกันต่อจนถึงค่ำ เสี่ยวลู่พูดขึ้นว่า

“พี่เสี่ยวเหยา หนูจะเริ่มไลฟ์แล้วนะ”

หยางฟานโบกมือให้

“เริ่มเลย เดี๋ยวฉันจะเข้าไปดูในห้องไลฟ์ของเธอ”

จากนั้นเขาก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง เปิดดูมือถือ และส่วนใหญ่ก็เข้าไปอยู่ในห้องไลฟ์ของเสี่ยวลู่ แน่นอนว่าของขวัญก็ไม่ขาด

เรียกได้ว่า ครั้งนี้เป็นครั้งที่เขาเปย์ของขวัญให้เธอมากที่สุดตั้งแต่รู้จักกันมา

เสี่ยวลู่ก็ยิ้มปลื้มในใจสุด ๆ
รู้สึกได้ทันทีว่าการลงทุนของตัวเองไม่เสียเปล่า และที่สำคัญมันเป็น การลงทุนต่ำ กำไรสูงอย่างแท้จริง
รอบนี้ได้กำไรอื้อเลยทีเดียว!

ขณะที่หยางฟานกำลังเล่นมือถืออยู่ จู่ ๆ ก็มีข้อความเด้งขึ้นมา เป็นข้อความจากกงจิ้ง

「กำลังทำอะไรอยู่?」

「ดูไลฟ์สด」

ในอพาร์ตเมนต์หรูแห่งหนึ่ง กงจิ้งซึ่งสวมเสื้อผ้าแบบสบาย ๆ ที่โชว์สัดส่วนพอเหมาะพอเจาะกำลังนอนเอนตัวอยู่บนโซฟาด้วยท่าทีเกียจคร้าน

รูปร่างโค้งเว้าของเธอนั้นไม่ต่างจากลูกพีชที่สุกเต็มที่ ทั้งนุ่มนวลและยั่วยวน ชนิดที่ถ้ามีผู้ชายอยู่ในห้องตอนนี้ล่ะก็ คงได้เลือดกำเดาพุ่งกันบ้างไม่มากก็น้อย

ขณะกำลังส่งข้อความคุยกับเพื่อน เธอก็บังเอิญเห็นชื่อหยางฟานในรายชื่อผู้ติดต่อ
หลังจากอีกฝ่ายทักมาไม่กี่ประโยคตอนเพิ่งแอดกัน ก็ไม่ได้ติดต่ออะไรกันอีกเลย

เธออดไม่ได้ที่จะคิดว่าเวลานี้ หมอนั่นคงกำลังทำอะไรลับ ๆกับยัยสาวสตรีมเมอร์คนนั้นอยู่แน่ ๆ

ด้วยความหมั่นไส้ปนอยากรู้อยากเห็น เธอจึงลองส่งข้อความไปหาเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจนัก และก็ไม่คาดคิดเลยว่า อีกฝ่ายจะตอบกลับมาจริง ๆ

〈นายชอบดูไลฟ์สดขนาดนั้นเลยเหรอ?〉

〈สนุกดีนะ〉

〈นี่นายเป็นพวกพี่ใหญ่อันดับหนึ่งตามที่เขาเรียกกันรึเปล่า?〉

〈อืมจะว่าอย่างนั้นก็ได้〉

พูดแบบนี้ก็ไม่ผิดอะไร เพราะในห้องไลฟ์ที่เขาเข้าบ่อย เขานี่แหละคือ อันดับหนึ่งตัวจริงเสียงจริง ไม่ว่าจะในแง่ยอดของขวัญหรือการปรากฏตัว

กงจิ้งเห็นเขายอมรับก็พลันตาเป็นประกาย
ในใจนึกว่าดูท่าฉันจะเกือบมองพลาดซะแล้ว

【ความสนิทสนมของกงจิ้ง +5】

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีข่าวลือว่า คนรวยบางคนชอบทำตัวเงียบ ๆ ตอนนี้เธอก็เข้าใจแล้วว่ามันเป็นเรื่องจริง

〈นายดูเป็นคนถ่อมตัวดีนะ〉

หยางฟานแอบบ่นในใจถ้าเลือกได้ ฉันก็ไม่อยากเงียบหรอก! แต่ระบบมันไม่ให้โอ้อวด จะให้ทำยังไงล่ะ!

เขากำลังจะตอบกลับอยู่แล้วเชียว จู่ ๆ ก็เห็นอีกฝ่ายส่งภาพมารูปหนึ่ง ด้วยความอยากรู้ เขาจึงกดเปิดดูทันที

เป็นภาพน้ำหอม ชาแนล รุ่นสะสม ขนาด 200 มล. ราคา 3,358 หยวน

เขาถึงกับชะงักไปชั่วครู่

〈???〉

พอกดส่งเครื่องหมายคำถามไปหมาด ๆ ก็เห็นว่าภาพนั้นถูกอีกฝ่ายกดยกเลิกส่งทันที

〈ส่งผิดคนอะ จะส่งให้เพื่อนช่วยดูหน่อย〉

หยางฟานมองข้อความนั้นแล้วถึงกับกรอกตาอย่างอดไม่ได้

เธอคิดว่าฉันจะเชื่อเหรอ?

เขานั่งครุ่นคิดแม่คนนี้กำลังเล่นอะไรอยู่กันแน่?



ตอนก่อน

จบบทที่ บังเอิญเจอแฟนเก่าระหว่างทาง

ตอนถัดไป