เจอเฟิงอวี่ถิงอีกครั้ง

หยางฟานตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจนัก

“ฉันไม่ได้คิดจะแต่งงานอยู่แล้ว”

เสี่ยวลู่ฟังแล้วมีสีหน้าฉงนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ

“หมายความว่าพี่จะหาคนรักแต่ไม่คิดมีภรรยาล่ะสิ?”

หยางฟานส่ายหน้า

“จะว่าแบบนั้นก็ได้หรือจะพูดอีกอย่างว่าฉันหาคนเป็นภรรยาได้ แต่จะไม่จดทะเบียนกับใครทั้งนั้น”

“เชอะ! ผู้ชายเฮงซวย!”

เสี่ยวลู่ด่าทอพร้อมเสียงหัวเราะ ก่อนจะขยับหัวเล็ก ๆ มาแนบอกเขาแน่นขึ้นอีกนิด แต่ค่าความสนิทก็ยังไม่ลดลง

ว่าในใจเธอกำลังคิดอะไร หยางฟานก็ไม่อาจเดาได้แน่ชัด

บางทีอาจเป็นเพราะคำพูดเมื่อเช้านั้นเองระหว่างวันเขาจึงพาเสี่ยวลู่ออกไปเที่ยวชิมอาหารพื้นเมืองอีกหลายร้าน
แวะสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่าไร เพื่อให้เธอรู้สึกถึงความพิเศษ

ถึงอีกฝ่ายยังยิ้มแย้มและสนิทสนมเหมือนเดิม แต่ค่าความสนิทกลับไม่ขยับไปไหนเลย
จากเดิมที่คิดว่าอีกแค่ไม่กี่จุดก็จะถึง 60 แล้วจะได้ปลดล็อคบัตรเงินคืนระดับสอง
ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเรื่องมันไม่ง่ายอย่างที่คิด

เขาอดไม่ได้ที่จะกลับไปคิดทบทวนอยู่เงียบ ๆ
สุดท้ายก็ตัดสินใจได้ว่าปัญหาน่าจะอยู่ที่คำพูดปฏิเสธเมื่อเช้านั่นแหละ

บทเรียนวันนี้สอนให้รู้ว่า ต่อไปถ้าความสนิทยังไม่ถึงระดับหนึ่ง อย่าเพิ่งไปทำลายความฝันเรื่องแต่งงานของผู้หญิงเด็ดขาด

ส่วนเสี่ยวลู่เขาก็คิดว่าควรปล่อยให้เธอใช้เวลาไตร่ตรองไปเอง
ถ้าเธอยอมรับได้ก็โชคดีไป ถ้าไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรนัก

คืนวันนั้น ระหว่างที่เธอกำลังไลฟ์ เสี่ยวลู่เห็นเขาเปย์ของขวัญหลักแสนเหมือนเคยแต่ในใจเธอกลับรู้สึกว้าวุ่นเล็กน้อย

ด้านหนึ่ง เธอรู้สึกว่าการเป็นคนรักของเขาก็ไม่เลว
เพราะไม่เพียงเธอจะมีชีวิตดีขึ้นมาก ยังรวมไปถึงครอบครัวที่บ้านด้วย
แต่ในอีกมุมหนึ่ง เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดายหน้าตาดีขนาดนี้ แต่สุดท้ายกลับได้แค่ตำแหน่งคนรักของใครบางคน

ความไม่พอใจเล็ก ๆ นั้นก่อตัวขึ้นเงียบ ๆ
แต่เธอก็ไม่แสดงออกให้หยางฟานรู้เลยสักนิด
ตรงกันข้าม หลังจากเลิกไลฟ์ เธอกลับยิ่งแสดงความรักต่อเขาอย่างชัดเจนยิ่งกว่าเมื่อคืนก่อนเสียอีก

วันต่อมา เสี่ยวลู่ยังอยู่กับเขาอีกสองวันเต็ม จนกระทั่งค่าความสนิทขยับเพิ่มเพียงเล็กน้อยเพิ่งทะลุ 50 ไปได้หยก ๆ

และในที่สุด วันที่ต้องลาจากก็มาถึงเสี่ยวลู่จองตั๋วเครื่องบินไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

ก่อนขึ้นเครื่อง เธอสวมกอดหยางฟานไว้แน่น ซบใบหน้าลงบนอกเขาแล้วพูดเบา ๆ

“พี่เสี่ยวเหยา หนูจะกลับแล้วนะ ไว้คราวหน้าเรานัดกันไปเที่ยวที่อื่นอีกนะ~?”

หยางฟานลูบเส้นผมยาวนุ่มของเธออย่างเบามือ

“ได้สิ! แต่ถ้าอยากเป็นผู้หญิงของฉันจริง ๆ กลับไปแล้วห้ามไปอ่อยหนุ่มๆคนอื่นล่ะไม่งั้นระหว่างเราก็จบแค่นี้”

【ค่าความสนิทกับลู่เสี่ยวลู่ +1】

“ฮึ”
เธอทำเสียงใส่เบา ๆ ก่อนจะพูดตามหลัง “หนูรู้แล้วล่ะ”

เสี่ยวลู่จากไปแล้ว รวมเวลาอยู่ด้วยกันทั้งหมดสี่วัน
ทั้งสองแทบจะไม่ห่างกันเลยตลอดช่วงเวลานั้น

หลังจากผ่านวันคืนแห่งความหฤหรรษ์ติดต่อกันหลายวัน
หยางฟานก็ตัดสินใจว่าจะพักสักวัน

เขาส่งเสี่ยวลู่ขึ้นเครื่องเสร็จ ก็ต่อแท็กซี่ตรงกลับบ้านทันที

ระหว่างที่รถกำลังวิ่งไปตามถนน
ก่อนจะถึงบ้าน เขาก็มองเห็นเงาร่างที่คุ้นตาบนป้ายรถเมล์

หือ!?

เขาจำได้ทันทีเป็นผู้หญิงคนเดียวกับที่เขาเคยช่วยไว้ที่ป้ายรถเมล์ก่อนหน้านี้เธอเพิ่งลงจากรถ ขณะนี้กำลังเดินอยู่พร้อมสะพายกระเป๋าเล็ก ๆ ใบหนึ่ง

หยางฟานลังเลไปแวบหนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวไปบอกคนขับ

“พี่ครับ เลี้ยวตรงแยกหน้าแล้วจอดหน่อยครับ!”

คนขับรถขับต่อไปอีกเล็กน้อยก่อนจะชะลอรถแล้วจอดริมทาง

หลังหยางฟานจ่ายเงินแล้วลงจากรถ เขาก็ยืนลังเลอยู่พักหนึ่ง
ในใจครุ่นคิดว่าถ้าเขาเดินเข้าไปทักตรง ๆ จะดูเหมือนแสดงความต้องการมากเกินไปไหม?

สุดท้าย เขาก็ตัดสินใจยืนอยู่ตรงหัวมุมถนน ทำทีเป็นเล่นมือถือ
รอให้ฝ่ายหญิงเดินผ่านมาพอดี ค่อยให้เธอเป็นคนจำเขาได้ก่อนจะดูดีกว่า
เพราะจากทิศทางที่อีกฝ่ายเดินมา นี่เป็นทางผ่านแน่นอน

ขณะที่เขายืนรออยู่นั้น เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหัว

【ตรวจพบเป้าหมายที่มีศักยภาพ ต้องการดูข้อมูลหรือไม่】

“ดู!”

ครั้งก่อนเขาลืมกดดูข้อมูล จนกระทั่งฝ่ายหญิงเดินจากไปแล้ว ถึงนึกขึ้นได้ก็สายเกินแก้

【ชื่อ】: เฟิงอวี่ถิง
【อายุ】: 23
【ส่วนสูง】: 165 ซม.
【น้ำหนัก】: 50 กก.
【คะแนนความงามโดยรวม】: 90
【——】: 99
【สถานะ】: ปกติ
【ค่าความสนิทสนม】: 25

!!!

ช่องว่างนั้นคือ 1
แต่คะแนนความงามถึง 90!?

ตัวเลขขนาดนี้ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอย่างมาก
และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ค่าความสนิทสนมของเธอที่สูงถึง 25 ทั้งที่เขาแค่ช่วยเธอไว้ครั้งเดียว

คงเพราะตอนนั้นเธอโดนชายโรคจิตคุกคามจริง ๆ จึงตกใจมาก
ความรู้สึกดีที่มีต่อเขาจึงฝังลึกและชัดเจน

ทางด้านเฟิงอวี่ถิง เพิ่งเลิกงานวันนี้และตั้งใจจะแวะมาเยี่ยมคุณยาย
ขณะเดินอยู่ เธอรู้สึกว่าเงาร่างหนึ่งตรงหัวมุมถนนดูคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก

เธอคิดไปพลางเดินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งใกล้เข้ามา จู่ ๆ ก็พลันนึกออกว่าเขาเป็นใคร
แม้จะยังมองไม่เห็นหน้าชัดเจน แต่เธอก็ไม่รอช้า รีบสาวเท้าเดินเร็วขึ้น
พอถึงตัวเขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงประหลาดใจปนยินดี

“พี่ชาย! จริง ๆ ด้วย เป็นคุณจริง ๆ เหรอ!?”

หยางฟานหันไปมองเธออย่างตั้งใจในทันที

สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือใบหน้าสวยหวานที่สัดส่วนละมุนละไม แต่งหน้าบาง ๆ พอประมาณ รูปร่างสมส่วน
ผมมัดเป็นทรงบันเหมือนวันก่อน ใส่ชุดเดรสสั้นสีฟ้าอ่อน สวมรองเท้าส้นสูงแบบเปิดหน้าขาเรียวยาวขาวสะอาดตาโดดเด่น

หากวันนั้นในชุดพนักงานออฟฟิศ เธอให้ความรู้สึกสง่างาม สุภาพเรียบร้อยวันนี้เธอกลับเปล่งประกายของความสดใสบริสุทธิ์แบบสาวสวยวัยมหาวิทยาลัย

ถึงแม้ในสายตาของหยางฟานเอง จะยังไม่เห็นว่าเฟิงอวี่ถิงดูดีกว่ากงจิ้งหรือกู้รุ่ยเจี๋ยอย่างไรแต่ก็รู้สึกได้ว่าทั้งสามคนต่างมีเสน่ห์เป็นของตัวเอง

กงจิ้งโดดเด่นด้วยหน้าอกหน้าใจและถุงน่องสีดำ บวกกับส่วนสูงที่พอใช้ได้กู้รุ่ยเจี๋ยชนะตรงความอ่อนวัย บอบบาง และพลังเยาว์วัยที่ยากจะต้านในชุดนักเรียน

เฟิงอวี่ถิงนั้นแต่งตัวธรรมดากว่า แต่ก็อาศัยความงามตามธรรมชาติและสัดส่วนที่ได้เปรียบหากเธอรู้จักแต่งตัวเหมือนอีกสองคน ก็คงจะเห็นความเหนือกว่าอย่างชัดเจน

อย่างไรเสีย ระบบก็ต้องมีเหตุผลของมัน

หยางฟานคิดอยู่เงียบ ๆ อย่างไม่พูดออกมา

ขณะที่เขามองเธออยู่ เฟิงอวี่ถิงก็อดหัวเราะไม่ได้ ก่อนจะเอ่ยอย่างขบขัน

“จำไม่ได้เหรอคะ? ให้ใบ้สักหน่อยไหม?”

หยางฟานยิ้ม

“จะลืมได้ไงล่ะ? ความจำฉันไม่ได้แย่ขนาดนั้น เราได้เจอกันอีกแล้วสินะ”

“ใช่ค่ะ! ได้เจอกันอีกแล้ว งั้นขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะคะ ฉันชื่อเฟิงอวี่ถิง ขอบคุณที่ช่วยเหลือกันวันนั้นด้วย”

“หยางฟาน หยางที่ไม้ยี่ ฟานที่ธรรมดา วันนั้นแค่ช่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ เอง ไม่ต้องเกรงใจ”

“เล็กน้อยสำหรับคุณ แต่สำหรับฉันมันไม่ใช่เลยนะคะ งั้นเราแลกวีแชทไว้เผื่อฉันได้ตอบแทนบ้าง”

จะให้เขาปฏิเสธได้ยังไง ในเมื่อสาเหตุที่เขาจัดฉากบังเอิญเจอครั้งนี้ก็เพื่อสิ่งนี้อยู่แล้ว

หลังจากทั้งคู่แลกวีแชทกันเรียบร้อย
เฟิงอวี่ถิงก็ถามอย่างเป็นกันเอง

“พี่ฟาน บ้านพี่อยู่แถวนี้เหรอคะ?”

“ใช่ แล้วเธอล่ะ?”

“อื้ม คุณยายหนูอยู่แถวนี้น่ะค่ะ บางทีก็จะแวะมาหาท่านบ้าง” เฟิงอวี่ถิงตอบอย่างสุภาพ พร้อมรอยยิ้มอบอุ่น

ทั้งสองคนเดินคุยกันไปเรื่อย ๆ เพราะดูเหมือนจะไปทางเดียวกันพอดี
ระหว่างนั้น หยางฟานก็เริ่มใช้จังหวะอย่างแนบเนียนค่อย ๆ สืบข้อมูลของเธออย่างมีเป้าหมาย

“วันนั้นฉันเห็นเธอใส่ชุดเหมือนพนักงานออฟฟิศทำงานอะไรเหรอ?”

สาวสวยตอบอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้มีท่าทีอึดอัดแต่อย่างใด

“ทำงานขายเครื่องสำอางอยู่ในห้างค่ะ”

“โอ้ เจ้าของร้านเองเหรอ?”

“ไม่ใช่เลยค่ะ! หนูแค่พนักงานธรรมดา”

“งั้นก็เริ่มจากเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ สร้างตัวจนเป็นเจ้าของกิจการก็ได้นี่นา เธอทำงานอยู่ห้างไหนเหรอ? เผื่อฉันแวะไปอุดหนุน”

พอได้ยินแบบนี้ เฟิงอวี่ถิงก็ลังเลนิดหน่อย
แต่เมื่อคิดว่าอีกฝ่ายดูจริงใจ แถมก็เป็นวัยรุ่นน่าจะมีโอกาสกลายเป็นลูกค้าจริง เธอจึงยอมบอกอย่างไม่ติดขัด

“หนูอยู่ที่เคาน์เตอร์ ชาแนล ในห้างเฮงเถ่อร์อินเตอร์นะคะ ถ้าพี่ฟานสนใจก็มาหาได้เลย หนูจะพยายามจัดส่วนลดให้~”

“ได้เลย! ไม่มีปัญหา”

ทั้งสองเดินคุยกันต่อไปอย่างเป็นกันเอง บรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลาย




ตอนก่อน

จบบทที่ เจอเฟิงอวี่ถิงอีกครั้ง

ตอนถัดไป