การพบกงจิ้งครั้งแรก

คิดไปคิดมา หยางฟานก็ประเมินได้ว่าน่าจะมีความเป็นไปได้อยู่สองอย่าง

หนึ่งอีกฝ่ายกำลัง แอบใบ้ ว่าตัวเองอยากได้ขวดนี้ เพื่อดูท่าทีของเขา

แต่เขากับเธอก็ใช่ว่าจะสนิทอะไรกันนัก ถึงขั้นจะใช้วิธีล่อเอาเงินแบบที่สาวสตรีมเมอร์ชอบทำกับพวกสายเปย์ตอนนี้ก็ดูจะเร็วเกินไป ถ้าทำแบบนี้จริง ๆ ก็ออกจะดูไม่ฉลาดนัก

สองอาจจะส่งผิดจริง ๆ

แต่ที่น่าสงสัยคือกงจิ้งในตอนนี้กลับเปลี่ยนลุคจากคุณหนูเย็นชาตอนกลางวัน กลายมาเป็นคนที่ทักมาแชทหาเขา แถมยังตอบไวเป็นพิเศษ

บวกกับค่าความบริสุทธิ์ในระบบของเธอที่ต่ำอยู่แล้ว และตอนที่เธอรู้ว่าเขาเป็นอันดับหนึ่งก็มีค่าความสนิทเพิ่มขึ้นทันทีหลายสัญญาณแบบนี้ชัดเจนว่ามีโอกาสสูงมากที่อีกฝ่ายคือสาวใช้เสน่ห์หาผลประโยชน์ มากกว่าจะจริงใจกับใคร

หยางฟานแอบหัวเราะในใจ
แต่ก็ไม่ได้กลัวอะไรพวกนี้อยู่แล้ว
ใช้เสน่ห์หาผลประโยชน์งั้นเหรอ? ไม่เป็นไร ในเมื่อเขาไม่ได้เสียอะไร แถมยังมีของให้ใช้ฟรี จะกลัวไปทำไม?

คิดได้แบบนั้น เขาก็เลยอยากลองทดสอบเธอดูสักหน่อย

เลยโอนเงินไปให้ทันทีสามหมื่นห้าพันหยวน พร้อมพิมพ์ข้อความว่า

〈ถ้าชอบก็ซื้อไปสิบขวดเลย〉

!!!

พอเห็นยอดโอนสามหมื่นห้า กงจิ้งถึงกับนั่งไม่ติด

แผนเดิมของเธอคือแค่ส่งภาพแอบใบ้ให้หยางฟานเห็นเฉย ๆ ถ้าอีกฝ่ายใจกล้าโอนเงินมาให้จริง เธอก็จะรีบโอนคืนทันที
แล้วทำเป็นผู้หญิงที่ไม่เห็นแก่เงิน เพื่อสร้างภาพลักษณ์สาวมีศักดิ์ศรี เพื่อให้เขารู้สึกประทับใจ

สามพันกว่าหยวน โอนคืนไปไม่เสียหาย แลกกับคะแนนความประทับใจของเศรษฐีได้ก็คุ้มสุด ๆ

แต่ใครจะคิดว่าหมอนี่จะไม่เล่นตามสูตร! โอนมาทีเดียวสามหมื่นห้า แถมบอกให้ไปซื้อสิบขวด!?

จะให้ดื่มรึไง!?

กงจิ้งถึงกับลังเลไปชั่วครู่
แต่พอคิดอีกทีผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกันแต่กล้าโอนเงินสามหมื่นห้าให้ได้ง่าย ๆ แบบนี้ ไม่ใช่แค่เศรษฐีธรรมดาแน่นอน

หัวใจเธอเลยยิ่งเต้นแรง แถมยังมีความคิดหนึ่งแวบขึ้นมาในใจ

ทันใดนั้น เธอรีบโอนเงินกลับไป พร้อมพิมพ์กลับมาว่า

〈นายโอนเงินมาให้ฉันทำไม?〉

หือ?

ไม่รับ?

〈ก็โอนให้แล้ว รับไว้สิ แค่น้ำหอมนิดหน่อย ชอบก็ซื้อเลย ฉันไม่ได้ลำบากเรื่องเงิน〉

กงจิ้งอ่านแล้วถึงกับหมดคำจะพูด

แบบนี้มันอะไรกัน คิดว่าฉันเป็นแฟนนายรึไง? เราเคยคุยกันเกินสามประโยคไหม?

〈ถ้าฉันอยากได้ ฉันซื้อเองได้ แค่น้ำหอม ฉันก็ไม่ได้จนขนาดนั้น〉

หยางฟานเลยตอบกลับไปเล่น ๆ

〈ไม่เอางั้นฉันเอาไปเปย์สาวไลฟ์สดละกัน〉

เวรเอ๊ย!!

นี่มันปีศาจชัด ๆ!!!

นายส่งข้อความแบบนี้ให้ฉันเห็นเพื่ออะไรกัน!? คิดจะจีบฉันไม่ใช่เหรอ?

กงจิ้งยอมรับเลยว่าตอนนี้เธอเริ่มอารมณ์เสียจริง ๆ โดยเฉพาะเมื่อคิดว่าเงินสามหมื่นห้าที่เกือบจะเป็นของเธอ ต้องไปตกอยู่ในมือของสาวไลฟ์สดคนอื่น มันก็อดหงุดหงิดไม่ได้จริง ๆ

〈ฉันอยากจะด่านายจริง ๆ〉

หยางฟานเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้
เมื่อกี้ยังทำเป็นไม่สนเงินอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้ล่ะทำเป็นหัวร้อนซะแล้ว

〈เป็นอะไรอีกล่ะ?〉

〈ไม่มีอะไรฉันไปอาบน้ำก่อนนะ〉

กงจิ้งเองก็รู้สึกสับสน ไม่รู้จะตอบอะไรกลับไปดี เพราะในเมื่อเลือกที่จะเดินเกมเพิ่มความสนิทสนมไปแล้ว จะมาถอยตอนนี้ก็คงไม่ใช่เรื่อง

แต่เธอก็เข้าใจดี
ถ้าเช็คบิลคุณชายคนนี้ได้ดี ผลประโยชน์ในระยะยาวอาจจะมากกว่าเงินสามหมื่นห้าที่เสียไปในตอนนี้หลายเท่าตัว

คิดได้ดังนั้น ความหงุดหงิดเมื่อครู่ก็หายไปทันที
พอเข้าใจจุดสมดุลของการเล่นตัวได้ เธอก็ยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วเดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำอย่างอารมณ์ดี

ใครจะไปรู้ว่า พออาบน้ำเสร็จออกมา เธอกลับพบว่าอีกฝ่ายไม่มีแม้แต่ข้อความตอบกลับ
ไม่สนใจเลยด้วยซ้ำว่าเธอโกรธหรือไม่

ผู้ชายซื่อบื้อ!

เธอจึงไม่ได้ทักไปอีกเช่นกัน ยังไงเวลาก็ยังมีอีกเยอะ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน

…..

ทางฝั่งหยางฟาน ตอนนี้กำลังนอนดูอาลี่เต้นอยู่ในมือถือ
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงขยับ เขาหันไปเห็นว่าเสี่ยวลู่เดินมาหา

“ไม่ไลฟ์แล้วเหรอ?”

สาวน้อยยิ้มพยักหน้า

“อื้อ วันนี้เลิกก่อนเวลา ก็กลัวว่าพี่จะเหงา เลยรีบมาหา”

“เหงาบ้านเธอน่ะสิ! ช่วงนี้เธออยู่ในช่วงพิเศษ ฉันทำอะไรไม่ได้ ฉันว่าจะกลับละ”

เสี่ยวลู่ฟังแล้วทำหน้าแปลกใจ

“หือ? จะไปไหนเหรอ?”

หยางฟานตอบอย่างหน้าตาเฉย

“ไปไหนก็เรื่องของฉันสิ! มีสาวสวยอยู่ข้าง ๆ แล้วแตะต้องไม่ได้มันทรมานรู้ไหม? ไว้พรุ่งนี้ฉันค่อยมาใหม่”

ยังไม่ทันได้ลุกขึ้น สาวน้อยก็ปีนขึ้นเตียงมาดึงแขนเขาไว้

“ไม่ให้พี่ไป! หนู หนูทำเหมือนคราวก่อนก็ได้”

เธอเพิ่งจะได้รับของขวัญใหญ่โตจากหยางฟานไปหมาด ๆ
ในหัวเต็มไปด้วยภาพฝันของชีวิตสุขสบาย
จะให้ปล่อยพี่ใหญ่แบบนี้เดินหนีไปเฉย ๆ ได้ยังไง?

หยางฟานมองใบหน้าที่ยั่วเย้า กับริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มของอีกฝ่ายแล้วก็รู้สึกว่าเอาเถอะ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน

เขายิ้มเจ้าเล่ห์

“งั้นก็ต้องดูว่าเธอแสดงได้ดีแค่ไหนแล้วล่ะ”

“หึ! คนเลว!”

“มองฉันสิ”

หือ?

เสี่ยวลู่ได้ยินคำพูดนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้างงงวย เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

…..

เช้าวันต่อมา

หยางฟานลืมตาตื่นขึ้น ก็เห็นว่าเสี่ยวลู่ตื่นก่อนแล้ว กำลังนอนเล่นมือถืออยู่ข้าง ๆ

เห็นเขาขยับ เธอก็หันมาบ่นเสียงอ้อน

“ขี้เซาชะมัด ถ้าพี่ไม่ตื่นอีก หนูจะหิวตายอยู่แล้วนะ!”

ช่วงเช้าแบบนี้ร่างกายของผู้ชายส่วนมากก็มักจะตื่นก่อนตัว
พอเห็นใบหน้าทะเล้นของสาวน้อยในผ้าห่ม หยางฟานก็อดใจไม่ได้ที่จะพูดหยอก

“หิวเหรอ? หิวก็ต้องกินสิ”

พูดจบก็ก้มลงจะกอดเธออีกครั้ง

“อ๊ะ! ไม่เอา! หนูไม่กินอันนี้นะ ไม่กินอื้อ”

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

หยางฟานพาเสี่ยวลู่ที่กำลังทำหน้างอนแบบน่ารัก ๆ ไปกินมื้อใหญ่เพื่อไถ่โทษ
ถึงจะโดนบ่นเล็กน้อย แต่ก็ยังได้รับการอภัยอย่างเฉียดฉิว

หลังจากนั้น ทั้งคู่ก็ไปเดินเที่ยวที่เมืองโบราณด้วยกัน กินของพื้นเมืองหลายอย่าง
ยังไม่พอ ยังได้ลองใส่ชุดชนกลุ่มน้อยถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอีกด้วย

เที่ยวเล่นกันจนถึงค่ำ พอกลับถึงโรงแรม เสี่ยวลู่ก็แอบกระซิบกับเขา

“พี่เสี่ยวเหยา หนูหมดช่วงพิเศษแล้วนะ” เสียงของเสี่ยวลู่ดังขึ้นด้วยรอยยิ้มขี้เล่น

หยางฟานได้ยินกลับไม่รู้สึกแปลกใจแม้แต่น้อย
ก็ยัยนี่น่ะตอนแรกก็โกหกว่าอยู่ในช่วงพิเศษ แล้วใช้สารพัดข้ออ้างกลบเกลื่อน
พอจะดูให้ดี ๆ ก็เหมือนหลุดปากโกหกแล้วต้องใช้โกหกอีกหลายชั้นมาปิดทับ

แต่ก็นั่นแหละ ถึงจะโดนหลอก แต่ก็ยังได้บริการพิเศษล่วงหน้ามาอยู่ดี
เรียกว่าถูกหลอกแบบได้กำไรกลับมาก็แล้วกัน

เขาเองก็ไม่รู้ว่า แท้จริงแล้วเหตุผลที่เสี่ยวลู่ยอมขนาดนี้
ก็เพราะเธอเริ่มเบื่อกับชีวิตที่ต้องวิ่งตามหาโอกาส
ตอนนี้พบว่ามีทางลัดที่นุ่มนวลกว่า เธอจึงตัดสินใจปล่อยให้ชีวิตพาไป

ขณะหยางฟานกำลังจะขยับตัวลงมือ เสี่ยวลู่กลับหัวเราะแล้ววิ่งหนีไปก่อน

“ตอนนี้ยังไม่ได้น้า หนูต้องไปไลฟ์ก่อนคนดี ไปเล่นอะไรคนเดียวรอก่อนนะ”

“……”

เล่นเอง บ้าอะไรวะ!?

สุดท้ายหยางฟานก็ทำได้แค่ถอนหายใจ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเปิด โต่วหยู ไล่ดูไลฟ์ไปเรื่อย
พอเสี่ยวลู่เริ่มไลฟ์ เขาก็เข้าไปในห้องไลฟ์ทันที และแน่นอน ของขวัญก็ยังคงจัดเต็มเหมือนเดิม

หลังจากทุ่มเปย์หนักอีกหลายรอบ ตอนกลางคืน ในที่สุดเขาก็ได้กินเนื้ออย่างที่ใจหวัง
สาวน้อยเปิดคอนเสิร์ตส่วนตัวทั้งร้องทั้งเต้น ให้เขาเพลิดเพลินแบบยาว ๆ จนถึงดึก

……

เกือบหนึ่งชั่วโมงเต็มของการแสดงจึงสิ้นสุดลง เสี่ยวลู่ถึงกับหมดแรง ล้มพิงอยู่บนอกเขาอย่างหมดสภาพ

【ความสนิทสนมกับลู่เสี่ยวลู่ +5】

เธอเอียงหน้าเข้ามาถามเขาเบา ๆ

“พี่เสี่ยวเหยา ตอนนี้หนูถือว่าเป็นแฟนคุณหรือยังคะ?”

หยางฟานได้ยินก็ชะงักไปนิด
พอเหลือบดูค่าความสนิทในระบบแล้วเห็นว่าแค่ 46 เท่านั้น
ยังไม่ถึง 60 ด้วยซ้ำจะมาเล่นบทรักแท้อะไรตอนนี้?

“อย่ามัวแต่ฝันกลางวันเลย ฉันน่ะหัวใจมันแตกเป็นเสี่ยง ๆ ไปนานแล้วเราไม่คุยเรื่องความรักหรอกนะถ้าเธอทำตัวดี ๆ บางทีอาจได้เศษเสี้ยวไปสักชิ้นก็ได้”

ก็ต้องยอมรับว่า ถึงกฎหมายจะไม่ได้ห้ามมีผู้หญิงกี่คนก็ได้
แต่มันก็ไม่ได้เปิดให้แต่งงานได้หลายคนอยู่ดี

สำหรับเขาแล้ว หลังจากได้ระบบมาครอบครอง
ก็รู้ตัวเลยว่าไม่มีทางได้แต่งงานกับใครแน่ ๆ

【ความสนิทสนมกับลู่เสี่ยวลู่ +2】

หือ?

ยังไม่ทันจะเข้าใจว่าทำไมค่าความสนิทถึงเพิ่มขึ้นอีกสอง เสี่ยวลู่ก็พูดต่อทันที

“หนูเข้าใจค่ะ พี่เป็นคนแบบนั้น ต้องหาใครที่เหมาะสมจริง ๆ
ไม่งั้นที่บ้านก็คงไม่ยอมแน่ ๆ”

โอ้เข้าใจผิดเต็มรูปแบบแล้วสิ
นี่เธอกำลังจินตนาการว่าเขาเป็นคุณชายจากตระกูลเศรษฐีที่ต้องแต่งงานตามตระกูลที่เหมาะสมงั้นเหรอ?



ตอนก่อน

จบบทที่ การพบกงจิ้งครั้งแรก

ตอนถัดไป