การเปลี่ยนแปลงทัศนคติของกู้รุ่ยเจี๋ย
หยางฟานรู้ดีว่าบัตรเงินคืนที่เพิ่งได้รับนั้นใช้ยังไง แต่เขาก็เข้าใจทันทีว่าตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะจะใช้
เพราะถ้าใช้ตอนจ่ายเงินมื้อนี้ มันจะนับเป็นหนึ่งครั้งเลยทันที ซึ่งถือว่าเปลืองมาก
เขาจึงตัดสินใจเก็บไว้ใช้ในโอกาสที่คุ้มค่ากว่านี้
ทางด้านกู้รุ่ยเจี๋ย ตอนนี้กำลังอารมณ์ดีสุด ๆ เธอโพสต์ภาพลงวีแชทโมเมนต์ อย่างร่าเริง
ภาพอาหารจานสวย ภายในร้านหรู ภาพด้านข้างใบหน้าของหยางฟาน และเซลฟี่สุดน่ารักของเธอเอง ทั้งหมดถูกจัดวางลงในโพสต์เดียว
แคปชันก็เรียบง่ายน่ารัก: ขอบคุณพี่ชายที่พามากินของอร่อย (หัวใจ หัวใจ หัวใจ)
หยางฟานเห็นโพสต์นั้นแล้วก็ต้องยอมรับว่าเขาคิดมากไปหน่อย จริง ๆ แล้วแคปชันแบบนี้ก็ไม่ได้ถึงขั้นเป็นการประกาศความสัมพันธ์อะไรขนาดนั้น
แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี อย่างน้อยเธอไม่ได้คาดหวังให้เขาโพสต์อะไรตอบกลับ ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริงเขาคงต้องหาทางเลี่ยงด้วยการอธิบายยืดยาว แล้วยังเสี่ยงจะทำให้ระดับความสนิทลดลงอีก
แบบนี้แหละดีที่สุดแล้ว
หลังจากทั้งสองทานอาหารกันเสร็จ ตอนจ่ายเงินยอดรวมพุ่งไปถึงสามหมื่นเจ็ดพันกว่าหยวน ทำเอากู้รุ่ยเจี๋ยลอบเบิกตากว้าง แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ก็ยังแอบตกใจในฝีมือการสั่งของตัวเองอยู่ดี
ที่จริงสิ่งที่แพงที่สุดคือไวน์แดงขวดนั้น ขวดเดียวก็ทะลุไปกว่าสองหมื่นหยวนเข้าไปแล้ว
หลังจากดื่มไปนิดหน่อย แก้มของกู้รุ่ยเจี๋ยก็เริ่มระเรื่อ เธอเดินแนบเขาตลอดทาง สองแขนกอดแน่นที่แขนข้างหนึ่งของเขา ดูออดอ้อนและติดเขามากขึ้นกว่าเดิม
เนินอกนุ่มนิ่มภายใต้เสื้อคลุมเบียดแนบแขนเขาเป็นระยะ ความรู้สึกนุ่มนวลทำให้ใจเขาเริ่มจะเตลิดไปไกล
ทั้งสองเดินเล่นเบา ๆ พอให้ย่อยอาหาร พอรู้สึกสบายขึ้น หยางฟานก็ถามขึ้นว่า
“อยากไปไหนต่อ?”
สาวน้อยตอบอย่างนุ่มนวล
“ไปไหนก็ได้ค่ะ ขอแค่ได้อยู่กับพี่ก็พอแล้ว”
หยางฟานได้ยินคำตอบนี้ก็หัวเราะเบา ๆ
“ยังไงวันนี้ก็เป็นวันเทศกาล งั้นไปช้อปปิ้งกันเถอะ”
ได้ยินอย่างนั้น กู้รุ่ยเจี๋ยตาเป็นประกายทันที
“ดีเลยดีเลย! ที่นี่ใกล้กับห้างเฮงเถ่อร์อินเตอร์พอดี ไปเดินที่นั่นดีไหมคะ?”
หยางฟานชะงักทันทีที่ได้ยินชื่อห้างนี้
“เฮงเถ่อร์อินเตอร์” งั้นเหรอ?
ทันทีที่ชื่อห้างนี้โผล่ขึ้นมาในหัว เขาก็อดนึกถึงเฟิงอวี่ถิงไม่ได้ สาวงามผู้มีใบหน้าน่าหลงใหลคนนั้นตอนนี้น่าจะยังทำงานอยู่ที่นั่นในแผนกขายเครื่องสำอาง
ในใจเขาแอบมีแรงกระตุ้น อยากจะแอบแวะไปดูเธอสักหน่อย
แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ตอนนี้ เพราะกู้รุ่ยเจี๋ยยังอยู่กับเขา
เขาไม่อยากให้เฟิงอวี่ถิงเห็นตัวเขากำลังเดินช้อปปิ้งกับสาวอื่น
เพราะฉะนั้นเฮงเถ่อร์อินเตอร์ตัดออก
เขาจึงกล่าวขึ้น
“ไปกั๋วเม่าเถอะ! แล้วก็เธอมีแต่กระเป๋า หลุยส์ วิตตอง เดี๋ยวฉันซื้อ แอร์เมส ให้สักใบเป็นของขวัญ”
ฟึ่บ!
【ความสนิทสนมกู้รุ่ยเจี๋ย +1】
สาวน้อยแทบกรี๊ดตายคาที่ เมื่อได้ยินว่าจะได้ แอร์เมส ดวงตาเป็นประกายวิบวับ ใจเต้นแรงไม่หยุด
“พี่คะ! หนูรักพี่ที่สุดเลย!!”
พูดยังไม่ทันจบประโยค เธอก็ลืมไปเลยว่ากำลังยืนอยู่กลางถนนใหญ่ รีบโผเข้าไปกอดเขาเต็มแรง แล้วจูบริมฝีปากของเขาอย่างแรงโดยไม่ลังเล
ริมฝีปากสีชมพูจางประกบแนบสนิท แล้วเธอก็หลับตาลงเล็กน้อย แย้มปากออก พร้อมส่งปลายลิ้นหอมละมุนเข้ามาให้เขาได้ลิ้มรสอย่างเต็มที่ ราวกับต้องการมอบความสุขให้เขาแบบไม่ต้องร้องขอ
“……”
แน่นอนไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่ตื่นเต้นกับคำว่าช้อปปิ้ง เครื่องสำอาง หรือ กระเป๋า ต่อให้เธอจะมีอยู่แล้วมากแค่ไหนก็ตาม
ดูจากท่าทางตื่นเต้นของสาวน้อยตอนนี้ก็รู้ว่าเธอกำลังมีความสุขสุด ๆ
ภาพตรงหน้าทำเอาคนที่เดินผ่านไปมาหลายคนต้องหันหน้าหนีแบบกระอักกระอ่วน
วันนี้ถ้าจำไม่ผิด มันควรจะเป็นวันเด็กไม่ใช่วันวาเลนไทน์ใช่ไหม? แล้วนี่มันมาจูบกันแบบนี้กลางถนน ไม่กลัวเด็กเห็นหรือไง?
ผู้ใหญ่บางคนที่ผ่านไปอดถอนหายใจไม่ได้
เดี๋ยวนี้เด็กสมัยใหม่ช่างกล้า สมัยฉันแค่จับมือแฟนก็โดนพี่ชายแฟนตามมาต่อยแล้ว
โอ๊ย ไม่อยากพูดให้ช้ำใจเลย
หยางฟานพากู้รุ่ยเจี๋ยเดินทางไปที่ห้างกั๋วเม่าแล้วตรงไปยังเคาน์เตอร์ แอร์เมส
ที่นั่น กู้รุ่ยเจี๋ยก็เริ่มทำในสิ่งที่สาว ๆ ทั่วโลกถนัด เลือกกระเป๋า!
เธอเดินวนไปรอบ ๆ เคาน์เตอร์ เลือกดูทีละใบ หยิบใบนี้ ลองถือใบโน้น ใบหน้าทั้งตื่นเต้นและจริงจังไปพร้อมกัน
พนักงานสาวที่ดูแลเคาน์เตอร์ก็ยืนอยู่ข้าง ๆ คอยแนะนำและอธิบายรายละเอียดให้เธออย่างเป็นมิตร
แต่พอถึงตอนสุดท้าย ขณะที่เธอยืนอยู่หน้าชั้นวางกระเป๋า กู้รุ่ยเจี๋ยก็แสดงอาการลังเลอย่างเห็นได้ชัด
กระเป๋าสองใบนี้ดีไซน์ต่างกันพอสมควร แต่กลับถูกใจเธอทั้งคู่ เธอมองใบหนึ่ง แล้วก็หันไปมองอีกใบ สีหน้าเต็มไปด้วยความลำบากใจเหมือนเด็กน้อยที่เลือกขนมได้แค่ชิ้นเดียว
ช่วงเวลาแบบนี้ แน่นอนว่าคนที่ต้องตัดสินใจก็คือหยางฟาน
เขาก้มมองป้ายราคา ใบหนึ่งราคาแปดหมื่นกว่า อีกใบเจ็ดหมื่นกว่า ต่างกันไม่มากนัก
เขายกมือขึ้นลูบศีรษะเธอเบา ๆ พลางพูดด้วยรอยยิ้ม
“แค่เรื่องแค่นี้ จะคิดมากไปทำไมล่ะ? งั้นก็ซื้อทั้งสองใบไปเลยสิ”
สาวน้อยฟังแล้วหัวใจพองโต อบอุ่นไปถึงข้างใน แต่ก็ยังส่ายหน้าเบา ๆ พร้อมชี้ไปที่ใบที่ถูกกว่า
“ไม่เป็นไรค่ะพี่ หนูเอาใบนี้พอ ของเยอะเกินก็ใช้ไม่ทันอยู่ดีน้า”
หยางฟานเห็นแววตาเธอ ก็รู้ทันทีว่าเธออยากได้ทั้งสองใบ เพียงแค่พูดแบบนี้เพื่อไม่ให้ตัวเองดูโลภ หรืออาจจะเพื่อเรียกแต้มความเอ็นดูจากเขาเพิ่ม
ส่วนข้ออ้างเรื่องใช้ไม่ทันน่ะ ไม่ต้องคิดให้มาก ผู้หญิงกับกระเป๋า ไม่มีคำว่าพอแล้วหรอก
ต่อให้ไม่ได้ใช้ วางไว้เฉย ๆ ในตู้กระจกก็ยังสุขใจได้เป็นเดือน ๆ
เด็กคนนี้ยังคงไม่ละทิ้งบทบาทที่เธอเล่นอย่างต่อเนื่อง พร้อมเก็บแต้มในหัวใจเขาไปด้วยทุกจังหวะ
แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปตรง ๆ เพียงแต่หันไปบอกพนักงาน
“คิดเงินครับ จ่ายด้วยวีแชท”
เมื่อพนักงานสาวเห็นว่าสำเร็จการขาย สีหน้าก็เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มทันที
“ได้เลยค่ะ เชิญทางนี้นะคะ”
หยางฟานเดินไปที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน โอนผ่านแอปสำเร็จ และยังได้คืนเงินตามที่คาดไว้ด้วย
แต่เมื่อเสร็จ เขาก็โน้มตัวพูดเบา ๆ กับพนักงานอีกครั้ง
“ใบที่แปดหมื่นกว่านั้นก็เอาด้วยครับ เปิดบิลอีกใบ”
พนักงานถึงกับชะงักเล็กน้อย แต่แล้วก็เบิกบานอย่างชัดเจน เธอแอบเหลือบมองกู้รุ่ยเจี๋ยที่ยืนอยู่ไม่ไกลอย่างเงียบ ๆ แล้วตอบเสียงเบา
“ได้เลยค่ะ เดี๋ยวจัดการให้ทันที”
หลังจากการชำระเงินครั้งที่สองเสร็จสิ้น พนักงานก็กลับมาพร้อมกล่องกระเป๋าสองใบ แล้วยื่นให้กู้รุ่ยเจี๋ย
สาวน้อยถึงกับยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง เหมือนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
จนกระทั่งพนักงานสาวพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชมว่า
“คุณผู้หญิงคะ แฟนของคุณน่ารักมากเลยนะคะ กลัวคุณตัดสินใจไม่ถูก เขาเลยซื้อให้ทั้งสองใบเลย”
คราวนี้เองที่เธอเข้าใจ และหัวใจเธอก็พองโตเหมือนถูกน้ำผึ้งราดจนทั่ว
【ความสนิทสนมกู้รุ่ยเจี๋ย +1】
เธอเริ่มรู้สึกว่า ตัวเองมักจะถูกหยางฟานทำให้ใจสั่นได้เสมอ
เธอคิดในใจอย่างเงียบ ๆ พี่คนนี้ ดีกับเธอจริง ๆ
เธอไม่รู้เลยว่า ยิ่งระดับความสนิทเพิ่มขึ้นมากเท่าไร ใจของเธอก็ยิ่งเปลี่ยนไป
จากที่เคยสนใจแต่เงินของเขา ตอนนี้กลับเริ่มรู้สึกชอบตัวเขามากขึ้นเรื่อย ๆ
เธอก็แค่เด็กสาววัย 19 เท่านั้น ใจยังบริสุทธิ์ และง่ายต่อการถูกใครบางคนทำให้ประทับใจ
ในตอนนั้น หยางฟานเดินเข้ามาโอบไหล่เธอไว้เบา ๆ แล้วถามขึ้น
“คิดอะไรอยู่เหรอ?”
กู้รุ่ยเจี๋ยยิ้มหวาน ละไมดั่งน้ำตาล
“ไม่ได้คิดอะไรค่ะ แค่รู้สึก ขอบคุณพี่มาก ๆ”
“กับฉันไม่ต้องพูดแบบนั้นหรอก มาเถอะ ไปเดินดูอย่างอื่นกันต่อดีกว่า”
หยางฟานกำลังจะพาเธอเดินต่อ แต่กู้รุ่ยเจี๋ยก็พูดขึ้นเบา ๆ
“พี่คะ รอก่อนค่ะ”
ว่าแล้วเธอก็ค่อย ๆ แกะมือเขาออก เดินไปหาพนักงานที่เคาน์เตอร์แล้วกระซิบอะไรบางอย่างเบา ๆ
พนักงานพยักหน้า ก่อนจะเดินหายเข้าไปในส่วนหลังร้าน
หยางฟานเห็นท่าทางแปลก ๆ ก็อดสงสัยไม่ได้ เดินตามไปถาม
“มีอะไรอยากซื้ออีกเหรอ?”
กู้รุ่ยเจี๋ยยิ้มตาหยี
“อื้ม เดี๋ยวพี่ก็รู้เองแหละ”
ไม่นานนัก พนักงานก็กลับมาพร้อมเสื้อเชิ้ตหนึ่งตัวกับกางเกงขายาวหนึ่งตัว
เธอยกขึ้นถามอย่างมั่นใจ
“คุณผู้หญิง หมายถึงชุดนี้ใช่ไหมคะ?”
กู้รุ่ยเจี๋ยพยักหน้า
“ใช่ค่ะ!” จากนั้นหันไปทางหยางฟาน “พี่คะ เมื่อกี้หนูเห็นชุดนี้แล้วรู้สึกว่าพี่ต้องใส่ออกมาดูดีแน่นอน หนูอยากซื้อให้พี่เป็นของขวัญเทศกาลนะคะ พี่ใส่ไซส์อะไร หรือจะลองก่อนดี?”
เธอรู้ดีว่า คนที่มีฐานะจริง ๆ มักจะไม่เสียเวลาไปลองชุดในร้าน ส่วนมากแค่บอกไซส์ก็พอ
ดังนั้นการถามแบบนี้ จึงเป็นทั้งความใส่ใจ และการให้เกียรติในเวลาเดียวกัน