บัตรคืนเงินระดับสาม
กู้รุ่ยเจี๋ยนั่งอยู่ในห้องเช่าของตนเองด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดีหลังจากได้รับข้อความจากหยางฟาน
เธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว รีบเดินไปนั่งหน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้ง เริ่มแต่งหน้าอย่างตั้งใจ
ในตอนนั้นเอง ซานซาน เพื่อนสนิทของเธอก็เดินมาหยุดที่ประตูด้วยความสงสัย
“อ้าว? นี่รู้เหรอว่าวันนี้มีงานกิจกรรม?”
กู้รุ่ยเจี๋ยชะงักไปเล็กน้อยกับคำถามนั้น
“งานอะไรเหรอ?”
“อ้าว งั้นก็แปลว่ายังไม่รู้เหรอ? แล้วจู่ ๆ แต่งหน้าทำไมล่ะ?”
หญิงสาวมองซานซานกลับไปด้วยสายตาแปลกใจ ก่อนจะตอบด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ
“พี่ชายนัดฉันไปกินข้าวนะสิ ก็แน่นอนว่าต้องแต่งหน้าสิ!”
“เอ่อ งั้นคือจะออกไปข้างนอกเหรอ?”
“ก็ใช่น่ะสิ จะให้แต่งหน้าอยู่บ้านหรือไง”
ซานซานมีท่าทางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น
“พี่หยวนหยวนที่รับงานแสดงใน KTV ช่วงเทศกาลเมื่อไม่กี่วันก่อนเพิ่งโทรมาหาฉันเมื่อกี้ บอกว่าคนที่นัดไว้ด่วนมีปัญหา เลยอยากให้ฉันกับเธอไปแทน ตอนบ่ายเธอจะกลับมาทันไหม?”
กู้รุ่ยเจี๋ยฟังแล้วถึงกับถอนหายใจ พลางมองซานซานด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย
“ตอนนี้ฉันจะไปรับงานอะไรอีกล่ะ? จะให้ฉันไปวิ่งหาตังค์แค่ไม่กี่หยวนนี่นะ? ต่อไปงานแบบนี้กับงานเล่นเกมเป็นเพื่อนไม่ต้องเรียกเลย ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการไปอยู่กับพี่ชายของฉันแล้วล่ะ”
ซานซานฟังแล้วก็อดรู้สึกอิจฉาขึ้นมาไม่ได้ เธอกลอกตาเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมา
“รุ่ยรุ่ย เธอนี่มันลอยละลิ่วจริง ๆ! งั้นฉันจะปฏิเสธให้ก็แล้วกัน”
เธอรู้ดีว่าเพื่อนของเธอโชคดีแค่ไหนที่ช่วงก่อนหน้านี้ได้คบหากับหนุ่มกระเป๋าหนัก ซึ่งให้ทั้งของแบรนด์เนมและเงินค่าขนมหลายหมื่นหยวนโดยแทบไม่ต้องทำอะไร
อิจฉาแต่ก็เข้าใจความคิดของเพื่อนดี
ถ้าเป็นเธอ ก็คงไม่สนงานเล็กน้อยแบบนี้เหมือนกัน แถมอาจพูดออกมาด้วยซ้ำว่า งานแค่นี้ หมาไม่ทำยังดีซะกว่า
แต่น่าเสียดายที่เธอไม่มีโชคแบบนั้น
งานเป็นนางแบบใน KTV ทีหนึ่งก็ได้เงินหลายร้อยหยวนแล้ว เธอแทบอยากทำทุกวันด้วยซ้ำ
กู้รุ่ยเจี๋ยหัวเราะออกมาอย่างขำขัน
“ฮ่า ๆ ๆ ฉันเองก็รู้สึกเหมือนตัวเองลอย ๆ เหมือนกันนั่นแหละ”
ซานซานเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังอารมณ์ดี ก็ไม่อยากรบกวนต่อ จึงเดินกลับเข้าห้องไปเริ่มแต่งหน้าของตัวเองเช่นกัน
…..
ทางด้านของหยางฟาน เขารออยู่พักใหญ่กว่าจะได้รับข้อความตอบกลับจากกู้รุ่ยเจี๋ยว่าอีกฝ่ายเตรียมตัวออกมาแล้ว
เขารีบเรียกรถจากแอปแล้วมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารจีนระดับมิชลินสองดาวร้านเดิมที่เคยไปกินกับเฉินซืออี๋เมื่อคราวก่อน รสชาติดีจนเขาอยากกลับไปซ้ำอีกครั้ง
ที่พักของกู้รุ่ยเจี๋ยอยู่ใกล้ร้านมากกว่าที่เขาอยู่ พอเขาไปถึง เธอก็ยืนรออยู่หน้าร้านเรียบร้อยแล้ว
ทันทีที่เห็นเขา หญิงสาวก็วิ่งมาหาแล้วกระโดดกอดเขาอย่างสนิทสนม
“พี่คิดถึงหนูไหม”
หยางฟานไม่แน่ใจนักว่าคำพูดนี้จริงแค่ไหน แต่ก็ต้องยอมรับว่าฟังแล้วชวนให้รู้สึกดีไม่น้อย
วันนี้สาวน้อยสวมชุดนักเรียนญี่ปุ่นสีใหม่ที่ต่างจากครั้งก่อน ขาเรียวยาวของเธอสวมถุงน่องสีขาวดูสะดุดตาไปอีกแบบ แตกต่างจากสไตล์ที่เคยเห็น
เขาสังเกตได้ว่าเด็กคนนี้น่าจะจับทางได้ว่าเขาชอบเวลาที่เธอใส่ชุด JK เลยไปหาซื้อแบบใหม่ ๆ มาสวมสลับเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เพื่อเอาใจเขาโดยเฉพาะ
ต้องยอมรับเลยว่า หญิงสาวคนนี้ก็มีลูกไม้อยู่ไม่น้อย
“เพี๊ยะ!” เสียงฝ่ามือฟาดลงบนสะโพกงอนที่โผล่พ้นชายกระโปรงสั้นของเด็กสาว
เธอสะดุ้งนิดหนึ่ง ก่อนจะหันมาทำหน้ามุ่ยทันที
“อ๊า! พี่ชาย! มาตีตรงนั้นของหนูอีกแล้ว!!”
พูดจบเธอก็ยกมือมาบีบแขนเขาเบา ๆ สองที
ทันใดนั้น หยางฟานก็รู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาจาง ๆ
เขาแกล้งทำหน้าบิดเบี้ยว พูดโอ้อวดออกมา
“โอ๊ย!! เจ็บๆๆ!”
“หะ?!”
เด็กสาวตกใจ รีบปล่อยมือ แล้วเปลี่ยนจากบีบเป็นลูบเบา ๆ พร้อมพูดเสียงอ่อนอย่างกระวนกระวาย
“พี่คะ หนูทำให้พี่เจ็บเหรอ? หนูไม่ได้ตั้งใจนะ เดี๋ยวหนูช่วยลูบให้นะ”
หยางฟานยิ้ม แล้วคว้ามือของเธอไว้เบา ๆ
“หลอกเล่นน่ะ ไปเถอะ ไปกินข้าวกัน”
พูดจบก็คว้ามืออีกฝ่ายพาเดินตรงไปยังหน้าประตูร้านอาหาร
บรรดาผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ซึ่งบังเอิญเห็นภาพตรงหน้า ต่างพากันหน้าดำหน้าแดง
ชายร่างอ้วนวัยยี่สิบต้น ๆ ที่แอบมองกู้รุ่ยเจี๋ยมาตั้งแต่ต้นถึงกับอดพึมพำไม่ได้
“แหวะ! ฉันกำลังดูสาวสวยเพลิน ๆ ดันโดนยัดข้าวหมาเข้าปากซะงั้น ไม่ทันตั้งตัวเลยโว้ย!”
ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว บางคนที่เดินผ่านก็หน้าตาบูดเบี้ยวไม่ต่างกัน
“ฉันก็แค่เดินผ่าน จะหาอะไรกินง่าย ๆ สักหน่อย ตอนนี้ไม่ต้องแล้ว กินข้าวหมาอิ่มเลย!”
“เดินโปรยข้าวหมาแบบนี้ ไม่มีมารยาทเอาซะเลย!”
“เฮ้อ! เข้าใจล่ะว่าทำไมฉันถึงแพ้ผู้ชายแบบนี้ ที่แท้เขากินข้าวกลางวันเป็นมิชลินสองดาว ส่วนฉันกินแค่ก๋วยเตี๋ยวเนี่ยนะ”
“อิจฉาว่ะ! ต้องรีบหาเงินให้ได้เยอะ ๆ จะได้มีแฟนแบบนี้บ้าง!”
…..
แต่ทางด้านหยางฟานกับกู้รุ่ยเจี๋ยที่เดินเข้าร้านอาหารและเริ่มสั่งอาหารกันแล้วนั้น กลับไม่รู้เลยว่าตัวเองได้เผลอแจกข้าวหมาให้คนรอบข้างไปหลายคำ
ตอนนี้สาวน้อยของเรารู้ดีว่า พี่ชายของเธอไม่ใช่คนที่ขี้เหนียว เธอจึงสั่งอาหารอย่างมั่นใจ ไม่ได้เกรงใจหรือเลือกเฉพาะจานราคาถูกเหมือนตอนนัดเจอกันครั้งแรกอีกแล้ว
สั่งทุกอย่างที่อยากกินแบบไม่แม้แต่จะดูราคาด้วยซ้ำ
หลังจากสั่งเสร็จ เธอก็เอียงคอถามเขาด้วยรอยยิ้ม
“พี่คะ วันนี้วันเทศกาลนะคะ เราสั่งไวน์แดงสักขวดมาฉลองกันดีไหม?”
หยางฟานฟังแล้วก็มีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย
“เธอไม่เคยบอกเหรอว่าไม่ดื่ม?”
ใบหน้าหญิงสาวขึ้นสีชมพูอ่อน ๆ
“จริง ๆ หนูดื่มได้นิดหน่อยค่ะ แค่ไม่ค่อยเก่งเท่านั้นเอง”
แม้จะพูดแบบนั้น แต่ในใจของเธอกลับคิดว่าวันนั้นที่เจอกันครั้งแรก พี่ก็ยังเป็นแค่คนแปลกหน้าสำหรับหนู จะให้ดื่มเหล้าด้วยได้ยังไงกันล่ะ? ไม่จำเป็นเลยสักนิด
ไม่อยากดื่มก็แค่พูดว่าหนูไม่ดื่มไปให้จบ ไม่คิดเลยว่าพี่จะจำได้ขนาดนี้
หยางฟานไม่ได้ใส่ใจอะไรกับเรื่องเล็ก ๆ แบบนี้นัก
“งั้นก็สั่งเลยสิ!”
“เย่! ใจดีจัง”
หลังจากอาหารมาเสิร์ฟครบ กู้รุ่ยเจี๋ยก็หยิบมือถือขึ้นมา เปิดโหมดกล้องถ่ายรูป แล้วแอบยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนเอ่ยถาม
“พี่คะ หนูเผลอถ่ายติดพี่ไปนิดหน่อยพี่ไม่ว่าใช่ไหม ถ้าไม่สะดวก หนูลบทิ้งก็ได้นะคะ”
หยางฟานลังเลเล็กน้อย เขาเดาว่าหญิงสาวอาจจะตั้งใจถ่ายเพื่อจะโพสต์ลงโซเชียล เป็นเหมือนการแสดงออกให้โลกรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขา
แต่เขาไม่เห็นว่าจะต้องปิดบังอะไร ตัวเขาเองแค่ไม่ลงก็พอ
“ไม่เป็นไรหรอก”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ดวงตาของกู้รุ่ยเจี๋ยก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
“งั้น งั้นหนูโพสต์เลยนะ!”
“อยากลงก็ลงสิ ฉันก็ไม่ใช่พวกต้องหลบหน้าหลบตาใครนี่นา”
【ความสนิทสนมกู้รุ่ยเจี๋ย +1】
【กู้รุ่ยเจี๋ย ความชอบถึงระดับ 70 ได้รับรางวัลบัตรเงินคืนระดับ 3 (1 ใบ) ใช้ได้ 5 ครั้ง】
เวรเอ๊ย!?
หยางฟานถึงกับตกใจ ไม่คิดเลยว่าการตอบตกลงให้เธอลงรูปลงโซเชียลแค่เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ จะทำให้ระดับความสนิทพุ่งทะลุระดับ 70 จนได้รางวัลบัตรเงินคืนระดับ 3 มาใช้
【ชื่อ】: กู้รุ่ยเจี๋ย
【อายุ】: 19
【ส่วนสูง】: 168 ซม.
【น้ำหนัก】: 50 กก.
【ค่าความสวยโดยรวม】: 87
【——】: 97
【สถานะ】: ปกติ
【ความสนิทสนม】: 70 (เริ่มพึ่งพาเธอเล็กน้อย โอกาสสารภาพรักสำเร็จสูง)
คำอธิบายท้ายระดับความสนิททำเอาเขาถึงกับพูดไม่ออก
โอกาสสารภาพรักสำเร็จสูง อะไรวะ!?
ดูท่าระบบจะให้คำอธิบายแบบเป็นทางการ ไม่ได้พิจารณาจากความสัมพันธ์จริงที่เขามีกับเธอเท่าไหร่
แต่ก็ดีเหมือนกัน อย่างน้อยก็ตรงประเด็น
ถ้าเป็นอย่างนี้ นั่นหมายความว่าตราบใดที่ความสนิทสนมสาว ๆ สูงพอ แม้จะรู้ว่าเขาคบซ้อนอยู่หลายคน ก็อาจจะยังไม่คิดจะทิ้งเขาไปใช่ไหม?
น่าจะเข้าใจได้แบบนั้นแหละ
เมื่อครู่นี้ที่เห็นค่าความบริสุทธิ์ของกู้รุ่ยเจี๋ยลดลงเล็กน้อย เขายังรู้สึกใจหายวาบอยู่เลย
แต่ก็นึกขึ้นได้อย่างรวดเร็วว่าก็เขาเองนั่นแหละที่เป็นคนทำให้มันลดลง
เกือบเข้าใจผิดไปเสียแล้ว