สาวสวยหน้าเด็ก สวีซาน
ทันทีที่เพิ่งดูข้อมูลของสาวคนนั้นจบ หูของเขาก็พลันได้ยินเสียงสนทนาของผู้หญิงสองคนดังแว่วมาจากอีกฟากหนึ่งของทางเดิน
“ยัยบ้า! ทำไมเธอมาช้ากว่าฉันอีกล่ะ?”
“ก็รถมันติดนี่นา ฉันแต่งหน้าเสร็จล่วงหน้าแล้ว ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย”
หยางฟานหันไปมองตามเสียง เมื่อสายตาเลื่อนไปยังหัวมุมทางเดิน เขาก็เห็นผู้หญิงสองคนกำลังเดินเข้ามา
หืม?
สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจก็คือ หนึ่งในนั้นคือสาวผมทองที่เขาเพิ่งเจอด้านนอกเมื่อครู่
ส่วนอีกคนหนึ่งมีผมสีดำรวบเป็นหางม้าข้างเดียว รูปร่างสูงโปร่ง แต่ใบหน้านั้นกลับน่ารักราวกับตุ๊กตา
เสื้อผ้าที่เธอสวมก็คล้ายกับสาวผมทองไม่มีผิด ต่างกันแค่เสื้อสายเดี่ยวเอวลอยของเธอเป็นสีขาว ส่วนกระโปรงยังคงเป็นกระโปรงสั้นผ้าชีฟองสีดำ คู่กับรองเท้าส้นสูงแบบเปิดส้น
เพียงแต่เพราะเธอสูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เรียวขาดูยาวกว่าสาวผมทองมากนัก รูปร่างอย่างนี้ เมื่อจับคู่กับใบหน้าสไตล์ตุ๊กตากลับให้ความรู้สึกขัดแย้งอย่างน่าหลงใหล จุดเดียวที่ดูเหมือนจะเป็นข้อด้อยคือหน้าอกที่ไม่ค่อยจะสะดุดตาเท่าไหร่
บางทีนั่นคงเป็นเหตุผลที่คะแนนของเธอจึงไม่ถึงร้อย เต็มที่ก็แค่ 85 เท่านั้น
แต่หากดูภาพรวมแล้วก็ยังถือว่าชนะสาวผมทองอยู่ดี
ในใจของหยางฟานจึงได้คำตอบแน่ชัดว่า เธอคงเป็นสาวสวยคนที่สองที่เขาเพิ่งเช็คข้อมูลไปเมื่อครู่
ไม่คิดเลยว่าทั้งสองคนจะบังเอิญมาที่นี่พร้อมกันเพื่อขึ้นลิฟต์
เขาแอบนึกในใจหรือว่าสองคนนี้จะเป็นนางแบบที่เฉินเฟิงพูดถึงว่ามาทำกิจกรรม?
ถ้าจะว่าไป ก็มีความเป็นไปได้อยู่ไม่น้อย
อย่างไรก็ดี เขาไม่ได้เอ่ยปากถาม เพราะอีกไม่นานก็คงรู้เอง
คนรอลิฟต์ในที่นี่มีไม่มากนัก ทำให้ทั้งสองสาวสังเกตเห็นได้ทันทีว่าหยางฟานกำลังมองพวกเธออยู่
แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ใส่ใจแต่อย่างใด เพราะสถานการณ์แบบนี้เธอเจอมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
หลินซีหยวนมีท่าทางเฉยเมยทันที ตั้งแต่ปรายตามองเขาเพียงแวบเดียวก็ไม่สนใจอะไรอีกเลย ราวกับเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ
แต่สวีซานกลับต่างออกไปเล็กน้อย เมื่อสายตาประสานกัน เธอก็ไม่ได้เบือนหนี แถมยังมองเขาอย่างเปิดเผยและไร้ความเก้อเขิน
กระนั้น เธอกลับมีสีหน้าครุ่นคิดขึ้นมา
หือ?
ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงดูคุ้นหน้าจัง?
แล้วก็
รองเท้าแอร์เมส?
ของแท้หรือของปลอมกันแน่นะ?
เพราะเสื้อกับกางเกงไม่มีโลโก้ชัดเจน เธอจึงสังเกตเห็นเพียงแค่รองเท้าเท่านั้น
พอลิฟต์มาถึง เธอก็ละสายตาจากเขาแล้วเดินเข้าไปพร้อมกับหลินซีหยวน
ภายในลิฟต์ สวีซานยังครุ่นคิดอยู่ไม่หยุด ว่าทำไมชายคนนั้นถึงให้ความรู้สึกคุ้นเคยนัก แต่เธอก็นึกไม่ออกเสียทีเดียว
…
เมื่อลิฟต์มาถึงชั้น KTV หยางฟานที่ยืนอยู่ด้านหน้าก็ก้าวออกไปก่อน แล้วหันไปพูดกับพนักงานต้อนรับที่ประตู
“ขอรบกวนหน่อยครับ ห้องเลข 888”
“ได้เลยค่ะ เชิญทางนี้เลย”
สาวงามทั้งสองที่เดินตามออกมาพอได้ยินถ้อยคำทักทายจากพนักงานต้อนรับก็ถึงกับชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามหยางฟานและพนักงานไปในทิศทางเดียวกัน
หยางฟานไม่ได้สังเกตเลยว่ามีใครเดินตามมา เขาเดินไปจนถึงหน้าห้องแล้วเอ่ยขอบคุณพนักงานก่อนจะผลักประตูเข้าไป
ภายในห้องเวลานั้นมีคนอยู่พอสมควร รวมแล้วชายสี่หญิงสี่ แต่สิ่งที่ดูแปลกตาคือ สาวๆ ทั้งสี่นั่งรวมกันอยู่ฝั่งซ้าย บ้างก็แต่งหน้า บ้างก็เล่นโทรศัพท์ ขณะที่โต๊ะตรงหน้าพวกเธอวางขวดเหล้าไว้หนึ่งขวด แต่ไม่มีใครแตะต้อง
ส่วนฝ่ายชายทั้งสี่นั้นนั่งรวมกันที่ฝั่งขวา บนโต๊ะมีเหล้าหลายขวด กับแก้วและลูกเต๋าอยู่เต็มไปหมด เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเริ่มดื่มกันแล้ว
ทันทีที่ประตูเปิด ไม่ว่าจะหญิงหรือชายต่างก็หันไปมอง แต่พอสาวๆ เห็นว่าเป็นคนแปลกหน้า ก็พากันเมินกลับไปทำสิ่งที่ตัวเองทำต่อ ส่วนเฉินเฟิง หนึ่งในกลุ่มชายหนุ่ม ก็โบกมือส่งเสียงทัก
“พี่ฟาน ทางนี้!”
เพื่อนอีกคนชื่อซือเจี๋ยก็ลุกขึ้นทันที เดินตรงเข้ามาหาเขา แต่ยังไม่ทันถึงตัว ประตูก็เปิดออกอีกครั้ง สองสาวงามก็เดินเข้ามาทีละคน
ซือเจี๋ยถึงกับตะลึงในความงาม สายตาจับจ้องไปที่เบื้องหลังของหยางฟานไม่วางตา
สองสาวกลับไม่ได้สนใจบรรดาหนุ่มๆ เลยแม้แต่น้อย แค่กวาดสายตามองบรรยากาศในห้องก็พากันยิ้มบางๆ แล้วเดินตรงไปหากลุ่มเพื่อนผู้หญิงอีกฟากของห้อง
ซือเจี๋ยจึงค่อยๆ หันกลับมา ก่อนจะยิ้มออกมาเล็กน้อย
“หยางฟาน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ มาสิ ดื่มกันเถอะ”
แต่แล้วสาวหน้าตาแบบตุ๊กตาที่ชื่อว่าสวีซานพอได้ยินชื่อหยางฟานก็ชะงักเท้าเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปมองเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจ
ทว่าหยางฟานในเวลานั้นกลับนั่งลงฝั่งขวากับเพื่อนๆ เรียบร้อย ไม่ทันสังเกตสายตานั้นเลยแม้แต่น้อย
ตอนนั้นเอง ซือเจี๋ยก็เริ่มแนะนำเพื่อนอีกสองคนให้หยางฟานรู้จัก เป็นเพื่อนร่วมงานจากไซต์ก่อสร้าง และนี่เป็นครั้งแรกที่หยางฟานได้พบทั้งคู่
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะจากคำพูดของซือเจี๋ยก็พอเข้าใจได้ว่า ทั้งสองคนนี้มีแบ็คใหญ่ คนหนึ่งเป็นเจ้าของผู้รับเหมาอีกคนเป็นหลานของผู้บริหารระดับสูง
การที่พาทั้งคู่มาดื่มในวันนี้ แน่นอนว่ามีเจตนาแอบแฝงอยู่ไม่น้อย
ในขณะที่กลุ่มชายเริ่มดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน ฝั่งของสวีซานกลับดูเงียบขรึม เธอกำลังเปิดมือถือดูโพสต์ในวีแชทโมเมนต์ ของเพื่อนสนิทกู้รุ่ยเจี๋ยที่เพิ่งไปเช็คอินร้านอาหารมิชลินเมื่อเช้านี้
ในภาพมีรูปหนึ่งที่ติดใบหน้าด้านข้างของผู้ชายคนหนึ่ง
เธอหันไปมองหยางฟานที่กำลังยกแก้วดื่ม และในวินาทีนั้นเอง ดวงตาเธอก็เปล่งประกายทันที
แม้เสื้อผ้าจะเปลี่ยนไป แต่เธอมั่นใจได้อย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่า คนๆ นี้คือคนเดียวกันกับชายในภาพนั้น
ฟ้าลิขิต?
ชายคนนี้คือใครเธอรู้ดี เขาคือพี่ชายที่เพื่อนสนิทพูดถึงบ่อยๆ คนที่ซื้อของแบรนด์เนมไม่ยั้ง แจกเงินเล่นเหมือนไม่ใช่เงินตัวเอง
ช่วงหลังมานี้ เธอแอบอิจฉาเพื่อนสนิทอยู่เสมอ ทั้งที่หน้าตาของเธอก็ไม่ได้ด้อยกว่าเลยสักนิด แต่ทำไมโชคชะตาถึงไม่เข้าข้างเธอบ้าง?
แฟนของเธอ? ก็แค่หล่ออย่างเดียว แต่เรื่องอื่นไม่มีอะไรดีสักอย่าง
เทียบกับพี่ชายของเพื่อนแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับคำว่าคนเทียบกับคนก็น้อยใจ ของเทียบกับของก็อยากทิ้ง
เธอก็อยากได้กระเป๋าหรู อยากมีเงินใช้ไม่ขาดมือเหมือนกัน!
พวกเธอก็ล้วนเป็นสาวสวย เรียนที่เดียวกัน ฐานะก็ไม่ได้ต่างกันมาก แต่ทำไมเรื่องโชคกลับต่างกันขนาดนี้?
ในใจเธอเริ่มรู้สึกไม่ยอมแพ้
แต่วันนี้เธอกลับเจอเขาเข้าโดยที่ทั้งเขาและเพื่อนไม่รู้ตัว
นี่มันฟ้าลิขิตแน่ๆ!
เธอเริ่มลังเลในใจ
เธออยากเข้าไปตีสนิท แต่ก็รู้สึกผิดหากจะไปแย่งแฟนเพื่อน
ที่เธอไม่ลังเลเลยคือเรื่องความมั่นใจ เธอเชื่อว่าผู้ชายส่วนใหญ่ย่อมมีใจเอนเอียง
ถ้าผู้ชายไม่หวั่นไหว มีอยู่สองกรณี หนึ่งคือ ผู้หญิงไม่ดึงดูดพอ สองคืออยากแต่ไม่กล้า
มีแค่ผู้ชายส่วนน้อยเท่านั้น ที่เธอยอมเรียกว่าสุภาพบุรุษโดยแท้
แต่หลังจากคิดอยู่พักใหญ่ เธอก็คิดตก
ถ้าพลาดโอกาสนี้ไป จะมีอีกหรือ?
อย่างที่เขาว่าไว้ คนเราถ้าไม่เห็นแก่ตัว ฟ้าดินลงโทษ
อย่างมากก็แค่คบกันเงียบๆ อย่าให้เพื่อนรู้ก็พอ
ส่วนแฟนตัวเองน่ะเหรอ? อย่ามาพูดเลย นั่นมันอดีตแฟน!
คิดได้แบบนั้น เธอก็โล่งใจในทันที
ในขณะที่หยางฟานยังคงดื่มพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนไปเรื่อย โดยไม่รู้เลยว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังคิดแผนเงียบๆ เกี่ยวกับเขาอยู่
เพียงได้ยินซือเจี๋ยกระซิบกับเฉินเฟิงเบาๆ ว่า
“เฮ้ย เฉินเฟิง ไปชวนพวกนางแบบมาเล่นด้วยกันหน่อยสิ!”
เฉินเฟิงหัวเราะเบาๆ
“ฉันก็พาพวกเธอเข้ามาให้แล้วไง ส่วนที่เหลือก็แล้วแต่ฝีมือพวกนายล่ะ ฉันไม่ยุ่งนะ”
ซือเจี๋ยรีบโวยวายเบาๆ
“เฮ้ย อย่างน้อยก็ช่วยแนะนำให้หน่อยเถอะ ไม่งั้นจะให้ฉันเริ่มยังไงล่ะ?”
เห็นชัดว่าเจ้าตัวอยากจะรู้จักสาวๆ เหล่านั้นเต็มแก่ แต่ก็เขินเกินกว่าจะเริ่มเอง เลยหวังพึ่งเพื่อนช่วยเป็นสื่อให้