ความในใจของสวีซาน
เฉินเฟิงกลับไม่เล่นด้วย ยักไหล่ยกมือขึ้นประกอบคำพูด
“ฉันรู้จักแค่หัวหน้ากลุ่มของพวกเธอ ที่เหลือไม่รู้จักสักคน จะให้แนะนำยังไงล่ะ?”
ขณะนั้นเอง เพื่อนของซือเจี๋ยที่พามาด้วยก็พูดขึ้น
“โธ่! อยากจีบสาวก็แค่เดินถือเหล้าไปชนแก้วก่อน แล้วค่อยหาโอกาสคุยต่อ แบบนี้ก็ได้แล้วไม่ใช่เหรอ?”
คนพูดเป็นหนุ่มวัยรุ่นอายุน้อยกว่าพวกหยางฟานสองสามปี ชื่อจางเจี้ยน เป็นหลานของหัวหน้างานคนหนึ่งในไซต์ก่อสร้างของซือเจี๋ย
ดูจากท่าทีแล้ว น่าจะเป็นพวกที่เข้าออกบาร์กับไนต์คลับเป็นประจำ ถึงได้เสนอวิธีเข้าหาแบบนี้ขึ้นมา
ซือเจี๋ยได้ฟังถึงกับกลอกตา
“งั้นให้นายทำให้ดูหน่อยสิ จะได้เอาเป็นตัวอย่าง”
“เอ่องั้นเล่นเป่ายิ้งฉุบ ใครแพ้คนนั้นไป”
จางเจี้ยนที่พูดจาดูมั่นอกมั่นใจในตอนแรก ตอนนี้กลับเผยท่าทางลังเลอย่างเห็นได้ชัด จึงเสนอทางออกแบบครึ่งๆ กลางๆ ขึ้นมา
ทุกคนในกลุ่มเห็นว่าไม่มีวิธีไหนดีกว่านี้ ก็พากันเห็นด้วย
แต่ทันใดนั้น หยางฟานกลับได้ยินเสียงเตือนของระบบดังขึ้นในหัว
【ความสนิทสนมสวีซาน +20】
หือ?
อะไรกันเนี่ย?
เขารู้สึกแปลกใจไม่น้อย เพราะสาวหน้าตาตุ๊กตาคนนั้นอยู่ๆ ก็เพิ่มค่าความสนิทสนมเขาขึ้นถึงยี่สิบแต้ม ซึ่งถือว่าเยอะมาก
ทั้งที่เขาเองก็ไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแค่นั่งดื่มและพูดคุยกับเพื่อนเท่านั้น
เขาอดไม่ได้ที่จะหันไปมองทางฝั่งสาวๆ ก็พบว่าสวีซานกำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ ไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่ในหัว
น่าแปลกจริงๆ
แต่จะให้บอกว่าเขาไม่มีความสนใจต่อสาวสวยแบบนี้ก็เห็นจะเป็นการโกหกหน้าด้านๆ เท่านั้น
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจ
เขาพูดขึ้นว่า
“ดูพวกนายสิ ทำเหมือนจะตาย ถ้างั้นฉันไปเอง!”
หนุ่มๆ ทั้งกลุ่มพากันมองมาด้วยสีหน้างงๆ แล้วก็เห็นหยางฟานรินเหล้าใส่แก้วหนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นเดินตรงไปยังฝั่งของสาวๆ
“เหยดด พี่ฟานของเรานี่โคตรเท่!”
“พี่ฟานสุดยอดเลย!”
สาวๆ ที่โต๊ะอีกฝั่งก็เริ่มสังเกตเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินถือแก้วเหล้ามาทางพวกเธอ พวกเธอส่วนใหญ่ในใจต่างก็แอบรู้สึกดูแคลน แม้จะไม่แสดงออกมาให้เห็นชัดเจน ยกเว้นเพียงสวีซานที่มีสีหน้าแตกต่างออกไป
【ความสนิทสนมหลินซีหยวน -2】
พวกหนุ่มๆ ฝั่งชายต่างจ้องมองดูสถานการณ์อย่างตั้งใจ
หยางฟานเดินมาถึงโต๊ะ ยิ้มบางๆ ก่อนจะพูดกับสวีซานที่กำลังมองเขาด้วยสายตาตกใจ
“น้องสาวคนสวย ขอรู้จักกันหน่อยได้ไหม?”
หลินซีหยวนที่นั่งข้างๆ สวีซานถึงกับแทบกลั้นหัวเราะไม่อยู่
เพราะเธอค่อนข้างสนิทกับสวีซานดี และมักจะพูดคุยกันในเรื่องพวกนี้เป็นประจำ
อย่าให้หน้าตาที่แสนจะไร้เดียงสาและอายุน้อยของเด็กคนนี้หลอกเอาได้เด็ดขาด ภายในนั้นคือสาวที่ทั้งบ้าหน้าตาและคลั่งวัตถุนิยมขั้นรุนแรง
พูดได้เต็มปากเลยว่า ในบรรดาสาวๆ ทั้งหมดในห้องนี้ เธอคนนี้คือคนที่เลือกผู้ชายโหดที่สุดทั้งเรื่องหน้าตาและฐานะ
ชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาคนนี้ คงเพราะถูกหลอกด้วยใบหน้าที่ดูไร้เดียงสาอย่างร้ายกาจของยัยเด็กนี่ ถึงได้เข้าใจผิดไปว่าเธอเป็นสาวใจดี เข้าหาไม่ยาก
น่าขำจริงๆ เดี๋ยวนี้พวกผู้ชายประเภทนี้ไม่มีแม้แต่สำนึกในตัวเองขั้นพื้นฐานแล้วหรือยังไง?
สาวๆ คนอื่นในโต๊ะต่างก็คิดไม่ต่างกันนัก ลึกๆ แล้วล้วนดูแคลนการกระทำของหยางฟานอยู่ไม่น้อย บางคนถึงขั้นส่ายหน้าในใจ รู้สึกว่าเขาช่างน่าสมเพช
แต่ไม่นาน ความคิดของพวกเธอก็ถูกกระชากจนหน้าหงาย
เพราะสวีซาน พอเห็นว่าหยางฟานกล้าหาญเดินมาหาเธอก่อน ใจของเธอก็พลันพองโตขึ้นมาในทันที
นี่มันชัดๆ ว่า หาเท่าไรก็หาไม่เจอ แต่สุดท้ายฟ้าก็ประทานให้ถึงที่!
เมื่อครู่เธอยังนั่งคิดอยู่เลยว่าจะทำยังไงให้สามารถตีสนิทกับเขาโดยไม่ให้ดูจงใจเกินไป แต่เพิ่งหายใจเข้าไม่กี่ครั้ง เจ้าตัวก็เดินมาหาเธอเองเสียแล้ว
มันช่างเหมือนดั่งฟ้าเปิดทางโดยแท้!
รอยยิ้มที่เธอพยายามเก็บซ่อนไว้ก็ปะทุออกมาทันที ใบหน้าสวยหวานของเธอมีแววสดใสอย่างไม่อาจกลั้น
เธอลุกขึ้นยืนแล้วตอบด้วยน้ำเสียงสดชื่นว่า
“ได้เลย!”
พูดจบก็เอื้อมมือไปจะเปิดเบียร์ทันที
เหวอ อะไรนะ!?
ไม่ใช่แค่บรรดาหนุ่มๆ ฝั่งตรงข้ามเท่านั้นที่อึ้ง ทุกสาวในโต๊ะก็พากันตาค้าง ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
เรื่องราวมันควรจะเป็นไปอีกแบบสิไม่ใช่เหรอ!?
นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!?
ยัยเด็กนี่วันนี้กินยาเกินขนาดหรือไง!?
แต่หลินซีหยวนยังพอมีสติ เธอรีบขัดขึ้นทันที
“ยัยบ้า เดี๋ยวพวกเราก็ต้องทำงานแล้วนะ จะมาดื่มได้ยังไง?”
แต่สวีซานกลับไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย หันมาตอบด้วยท่าทีชิลๆ
“แค่แก้วเดียวเองน่า พี่หยวนหยวน ไม่เป็นไรหรอก”
งานเหรอ? คิดว่าฉันโง่หรือไง?
ด้วยความที่รู้ขีดจำกัดในการดื่มของตัวเองดี เธอมั่นใจว่าดื่มแค่นี้ไม่มีทางกระทบอะไรอยู่แล้ว
หลินซีหยวนเห็นเธอพูดแบบนั้น ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันแปลกประหลาดนัก แต่ก็พูดอะไรต่อไม่ได้ ได้แต่นั่งดูว่าอีกฝ่ายกำลังคิดจะทำอะไร
สวีซานรินเบียร์ลงแก้วแล้วยื่นให้ ก่อนจะยิ้มบางๆ แล้วยกชนกับหยางฟาน
“ฉันชื่อสวีซานนะคะ พี่ชายชื่ออะไรเหรอ?”
“หยางฟาน”
ทั้งคู่ยกแก้วขึ้นดื่มหมดในรวดเดียว ราวกับเป็นสัญญาณเริ่มต้นของเรื่องบางอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน
จากนั้นสวีซานก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงล้อเล่นเล็กๆ พลางยิ้มอย่างน่ารัก
“ฉันได้ยินพวกเขาเรียกคุณว่าพี่ฟานกันหมดเลย แบบนี้ฉันเรียกตามได้ไหม?”
หยางฟานหัวเราะเบาๆ ตอบกลับ
“พวกนั้นแค่แซวเล่นน่ะ จะแลกวีแชทกันไหมล่ะ?”
“ได้เลย!”
ทั้งสองพูดคุยกันแค่ไม่กี่ประโยค แต่กลับแลกช่องทางติดต่อกันได้ง่ายดายราวกับเรื่องธรรมดา ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง
บรรดาหนุ่มๆ ถึงกับรู้สึกน้ำในลำไส้พลิกกลับไปหมด คนที่สวยและเซ็กซี่ที่สุดในบรรดาสาวทั้งหก กลับยอมให้ไอดีติดต่อกันง่ายขนาดนี้เนี่ยนะ!?
“โว้ย! ถ้ารู้แบบนี้ ฉันก็ไปเองแล้วเว้ย!”
หลายคนเริ่มใจแตก ตบเข่าตัวเองด้วยความเสียดาย
จางเจี้ยนถึงกับทนไม่ไหว รินเหล้าใส่แก้วแล้วเดินตามไปทันที เห็นได้ชัดว่าต้องการเลียนแบบวิธีของหยางฟาน
เป้าหมายของเขาก็ชัดเจนในเมื่อคนที่สวยที่สุดโดนจีบไปแล้ว เป้าหมายต่อไปก็ต้องเป็นคนที่สวยรองลงมา
เขาเดินมายืนข้างหยางฟาน แล้วหันไปยิ้มให้หลินซีหยวนด้วยรอยยิ้มที่ตัวเองคิดว่า เท่ที่สุดในชีวิต
“น้องสาวคนสวย พอจะให้ผมรู้จักได้ไหมครับ?”
หลินซีหยวนแค่ปรายตามองเขานิดหนึ่ง ก่อนตอบเสียงเย็น
“ต้องทำงาน ดื่มไม่ได้ค่ะ”
หือ?
รอยยิ้มของจางเจี้ยนชะงักกลางอากาศ เมื่อกี้ก็เห็นกับตาว่าหล่อนดื่มกับไอ้หมอนั่นอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? แล้วนั่นไม่ต้องทำงานหรือยังไง?
เขาไม่ยอมแพ้ พยายามต่อด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร
“งั้น..เดี๋ยวเลิกงานแล้วกลับมาเล่นกันไหมครับ? ขอไอดีไว้ก่อนก็ได้”
“ไม่ได้ค่ะ”
“….”
ไอ้สัส!
นี่มันอะไรกันฟะ!?
ทำไมเขาโดนปฏิเสธแบบไร้เยื่อใย ในขณะที่คนข้างๆ ได้รับการต้อนรับขนาดนั้น!?
เขาเริ่มมั่นใจว่าตัวเองเลือกเป้าหมายผิดแน่ๆ แล้วจะเปลี่ยนคนจีบตอนนี้ก็ไม่ได้ แบบนี้มันไม่ตายสนิทเลยเหรอ!?
หยางฟานเห็นจางเจี้ยนยืนอึ้งถือแก้วอยู่ข้างๆ แบบไม่รู้จะทำไงต่อก็อดไม่ได้จะช่วยเล็กน้อย
เขารินเหล้าอีกแก้วแล้วยื่นไปชนกับอีกฝ่าย
“มาดื่มกันหน่อย”
“เอ่อ โอเค!”
หลังจากดื่มเสร็จ หยางฟานเห็นว่าจางเจี้ยนยังไม่ไปไหน ก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก หันไปพูดกับสวีซานว่า
“ร้องเพลงกันไหม?”
สวีซานตอบรับอย่างร่าเริงทันที ลุกขึ้นจากที่นั่ง
“ได้สิ! งั้นเอาเพลงคู่มาร้องด้วยกันดีไหม?”
“เธอเลือกเลย เดี๋ยวฉันดูว่าร้องได้ไหม”
หยางฟานไม่ได้ร้องเพลงเก่งอะไรนัก แต่ก็ไม่ได้แย่ถึงขนาดฟังไม่ไหว อย่างน้อยก็อยู่ในระดับที่ฟังได้ ไม่เสียหน้า เขาจึงไม่รู้สึกเกร็งอะไรเลย
ทุกคนในห้องเริ่มพากันขมวดคิ้ว มองสองคนนี้อย่างอึ้งๆ
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!?
รักแรกพบเหรอ!?
แต่นายคนนี้หน้าตาก็ไม่ได้ดีอะไรขนาดนั้นนี่นา ตกลงเธอเห็นอะไรในตัวเขา!?
แต่หยางฟานไม่สนเลยว่าใครจะคิดยังไง เขาและสวีซานเลือกเพลง ใครเข้าใจหัวใจจอมพเนจร แล้วเริ่มร้องคู่กันทันที
เสียงของสวีซานเพราะจับใจ แถมยังร้องได้ดีอีกด้วย ส่วนหยางฟานก็ทำหน้าที่เสริมได้ไม่ขัดจังหวะ เหมือนเป็นแบ็คอัพของเธออย่างเต็มใจ
แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะการร้องเพลงนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ จุดประสงค์ที่แท้จริงคือการใช้มันเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอต่างหาก