เรื่องวุ่นในห้าง
ห้างสรรพสินค้าเฮงเถ่อร์อินเตอร์
ที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางชาแนล หญิงสาวร่างสูงสง่างามในชุดยูนิฟอร์มมืออาชีพนามว่าเฟิงอวี่ถิงกำลังให้คำแนะนำกับลูกค้าอย่างตั้งใจ
หนุ่ม ๆ ที่เดินผ่านไปผ่านมาในบริเวณใกล้เคียง ล้วนอดไม่ได้ที่จะเหลียวตามองเธออย่างเงียบ ๆ ด้วยสายตาชื่นชม
“คุณผู้ชาย ลิปสติกของเรามีหลายเฉดมากนะคะ ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าคนรับชอบสีไหน ดิฉันแนะนำให้ซื้อเป็นชุดของขวัญที่รวมสามเฉดสีที่นิยมที่สุดค่ะ”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่ง หน้าตาใกล้แตะเลขสี่ กำลังยืนฟังเธออธิบายอยู่ด้านข้าง สีหน้าเริ่มออกอาการเหม่อลอยอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อได้ยินคำแนะนำของเธอ เขาก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจและอวดรวยเล็กน้อยว่า
“โอเค ๆ ได้เลย งั้นช่วยแนะนำชุดเครื่องสำอางที่สาว ๆ อย่างพวกเธอใช้บ่อยให้ผมอีกเซ็ตด้วย เงินไม่ใช่ปัญหา”
เฟิงอวี่ถิงได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มกว้าง รีบจัดแจงแนะนำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ให้ทันที
แต่แม้จะแนะนำไปหลายชุด เขาก็ยังทำท่าไม่พอใจอยู่เรื่อย เธอจึงถามอย่างสุภาพว่า
“คุณจะซื้อให้ผู้หญิงวัยประมาณเท่าไหร่คะ?”
“ให้กับน้องสาวผมน่ะ ประมาณยี่สิบสี่ยี่สิบห้าน่าจะได้!”
“ถ้าอย่างนั้น ลองสอบถามน้องสาวคุณก่อนดีไหมคะ? จะได้แนะนำได้ตรงกับความต้องการมากขึ้นค่ะ”
ชายคนนั้นส่ายหน้าทันที
“จะให้เป็นของเซอร์ไพรส์ยังไงล่ะครับ ถ้าถามเธอซะก่อนก็ไม่เซอร์ไพรส์สิ!”
เฟิงอวี่ถิงจึงต้องฝืนยิ้มแล้วเสียเวลาต่อกับเขาอีกพักใหญ่ ทว่าก็ยังไม่ได้ข้อสรุปอะไรเสียที
จนกระทั่งอยู่ดี ๆ อีกฝ่ายก็พูดประโยคหนึ่งออกมาทำให้เธอถึงกับลังเลขึ้นมา
“เอาแบบนี้ก็แล้วกัน ขอเบอร์ติดต่อของคุณไว้หน่อย เดี๋ยวผมกลับไปถ่ายรูปเครื่องสำอางที่น้องสาวผมใช้ประจำมาให้ดู คุณจะได้แนะนำได้ง่ายขึ้นไง เพราะผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่”
เจตนาของเขาชักเริ่มชัดขึ้นมาเรื่อย ๆ อยากได้ วีแชท ของเธอ
เธอเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาหลายครั้งดี ไม่ใช่เรื่องใหม่
แต่ในใจลึก ๆ ก็แอบคิดอยู่เหมือนกันว่า ถ้ามันจะช่วยให้ปิดการขายได้ก็น่าจะคุ้มมั้ง?
ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมให้วีแชทไปในที่สุด
ใครจะรู้ว่าไม่กี่นาทีหลังจากที่อีกฝ่ายเดินจากไป เขาก็ส่งข้อความมาอย่างรวดเร็วว่า
<เซ็ตที่คุณแนะนำไว้แพงที่สุดนั่นแหละ ผมเอาอันนั้นแหละ>
เฟิงอวี่ถิงถึงกับดีใจสุด ๆ
<เยี่ยมเลยค่ะ คุณลูกค้าจะมารับตอนไหนดีคะ? ดิฉันจะได้จัดเตรียมแพ็กเกจไว้ให้>
<อย่าเพิ่งรีบ ผมยังพูดไม่จบนะ!>
<คุณลูกค้าว่ายังไงต่อคะ?>
<ของผมน่ะจะเอาแน่นอน แต่ผมจะให้คุณเลย แล้วก็ทุกเดือนจะให้คุณอีกสองหมื่นหยวนเป็นค่าขนม เข้าใจไหม?>
!!!
เฟิงอวี่ถิงจะไม่เข้าใจได้ยังไง?
นี่มันชัดเจนมาก อีกฝ่ายกำลังเสนอจะเลี้ยงดูเธอ!
ดูเหมือนว่าตั้งแต่ต้น เขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาซื้อเครื่องสำอางอย่างจริงจัง แต่ที่ให้เธอแนะนำต่าง ๆ นานา ก็เพียงเพื่อสืบว่าตัวเธอชอบใช้แบรนด์ไหน เผื่อจะได้เอาไปเอาใจเธอภายหลัง
ใช้เรื่องการซื้อสินค้า กับเงินมาล่อเพื่อให้เธอใจอ่อน
เมื่อนึกภาพชายคนนั้นที่มีพุงล้นเข็มขัด เธอก็ถึงกับกลอกตาอย่างสุดกลั้น ความรู้สึกขยะแขยงแผ่ซ่านขึ้นมาเต็มอก จึงไม่ลังเลเลยที่จะลบเขาออกจากวีแชททันที
เฮ้อ
งานนี้ก็พังอีกตามเคย
ใครจะคิดว่าหลังจากนั้นไม่กี่นาทีชายคนนั้นจะกลับมาอีกครั้ง
ห้างเฮงเถ่อร์อินเตอร์
ที่เคาน์เตอร์เครื่องสำอางชาแนล เฟิงอวี่ถิงกำลังยืนขายของด้วยสีหน้าเย็นชามากกว่าปกติ ข้างกายของเธอคือชายวัยกลางคนคนเดิมที่กลับมาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ว่าเธอจะแสดงท่าทีเย็นชาหรือพยายามเมิน เขาก็ยังหน้าด้านหน้าทน ยืนเกะกะไม่ยอมไปไหน
พอเห็นว่าเฟิงอวี่ถิงไม่เล่นด้วย ชายคนนั้นก็อดไม่ได้ที่จะพูดตรง ๆ ออกมา
“ผมน่ะจริงจังนะ ตั้งแต่เห็นคุณครั้งแรกก็รู้สึกตะลึงเลย ถ้าคุณว่าจำนวนนั้นมันยังน้อยไป ผมก็เพิ่มให้ได้ คุณมีเงื่อนไขอะไรบอกมาได้เลย ยังไงก็เจรจาได้ทั้งนั้น!”
ทีแรกเขากะจะพูดเรื่องนี้แบบลับ ๆ เป็นส่วนตัว แต่ไหน ๆ เธอก็ลบเขาทิ้งจากวีแชทไปแล้วโดยไม่ลังเล เขาเลยต้องยอมพูดกันตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด
แต่เฟิงอวี่ถิงไม่แม้แต่จะลังเล ตอบกลับอย่างหนักแน่นและเฉียบขาด
“คุณคะ ถ้าไม่ได้จะซื้ออะไร กรุณาออกไปจากตรงนี้ด้วยค่ะ!”
แต่ชายคนนั้นก็ยังหน้าทนต่อ
“อย่าเพิ่งใจร้อนสิ สามหมื่น! ผมจะให้คุณเดือนละสามหมื่น ไหนลองคิดดูสิ เงินเดือนคุณที่ทำงานอยู่ตรงนี้มันสู้ได้ที่ไหน? ถ้าคุณเลือกผมนะ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน”
เพื่อนร่วมงานของเธอเริ่มหันมาสังเกตสถานการณ์ทางฝั่งนี้แล้ว
เฟิงอวี่ถิงเริ่มโมโห แต่ก็ไม่อยากแสดงอารมณ์กลางที่ทำงาน
กำลังคิดหาทางว่าจะไล่เขาไปยังไงดี จู่ ๆ ก็มีเสียงผู้ชายดังขึ้นจากข้างหลัง
“แค่สามหมื่นต่อเดือนก็คิดจะเลี้ยงสาวสวยเหรอ? คุณลุงครับ ถ้ามีดีลแบบนี้อีก บอกผมบ้างสิ ผมจะเลี้ยงทีเดียวสิบคนเลย!”
เฟิงอวี่ถิงหันไปมองต้นเสียงด้วยสีหน้าตื่นเต้นและประหลาดใจ
“พี่ฟาน! ทำไมพี่ถึงมาได้ล่ะ?”
“ก็เดินผ่านแถวนี้พอดี เลยแวะมาหาเธอน่ะสิ”
ใช่แล้ว คนที่มาใหม่ไม่ใช่ใครอื่น นั่นก็คือหยางฟานนั่นเอง
หลังจากกินข้าวเที่ยงเสร็จ เขาก็ไม่มีธุระอะไร จึงนั่งแท็กซี่มาหาเธอเล่น ๆ แต่กลับเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้าเสียก่อน
บัดซบ!
ไอ้หมอนี่มันกล้าคิดจะเลี้ยงดูผู้หญิงที่เขาหมายตาไว้?
สามหมื่นเนี่ยนะ คิดจะมาแย่งเหยื่อในสายตาเขา? ฝันไปเถอะ!!
ด้วยเหตุนี้ หยางฟานจึงทนไม่ไหว ต้องพูดแทรกขึ้นมาอย่างหงุดหงิด
ชายวัยกลางคนพอได้ยินก็หันมาทำหน้าดุใส่ทันที
“นี่ เรียกใครว่าลุงนะ? อยากมีเรื่องหรือไง?”
หยางฟานมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาสมเพช
“ดูพุงกลม ๆ กับไรผมเถิก ๆ ของคุณสิ ไม่สี่สิบกว่าได้ไง? ผมเรียกคุณว่าลุงเพราะผมยังมีมารยาทอยู่นะ แล้วไง? หรือคุณอยากลองสู้กับผมดู? อย่าว่าผมไม่เตือนนะ แขนขาแก่ ๆ แบบคุณจะรับมือไหวเหรอ?”
ชายวัยกลางคนโกรธจนชี้นิ้วใส่เขา แต่ก็ไม่กล้าลงมือจริง ๆ
“นี่ ๆ ฟังไว้นะ ไอ้หนุ่ม อย่าหาเรื่องสุ่มสี่สุ่มห้านัก เดี๋ยวจะเสียใจภายหลัง!”
หยางฟานจงใจขยับเข้าไปใกล้ ทำหน้าทะเล้นพูดจาเยาะเย้ย
“มาเลย ชี้ต่อเลย ถ้าแตะตัวผมสักนิดนะ ผมจะใช้สิทธิ์ป้องกันตัว หรือจะทำเป็นวิวาทก็ได้ รับรองว่าคุณได้เข้าโรงพยาบาลนอนพักยาวแน่ คุณเชื่อมั้ย?”
“……”
อีกฝ่ายถึงกับชะงัก รีบลดมือลงทันที ไม่กล้าทำอะไรต่อ
เขารู้ดีว่าไอ้หนุ่มพวกนี้เลือดร้อนขนาดไหน หากลงไม้ลงมือกันจริง ๆ เขาไม่ใช่คนจะสู้ได้
เขาน่ะเป็นของเปราะบางไม่อยากเอากระเบื้องไปกระแทกกับหม้อเหล็กให้เจ็บตัวเปล่า ๆ
แต่ตอนนี้เรื่องราวเริ่มดึงดูดผู้คนรอบข้างเข้ามามุงดูมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเพื่อนร่วมงานของเฟิงอวี่ถิงที่เป็นผู้จัดการร้านเดินเข้ามาถามด้วยสีหน้ากังวล
“ฉันเป็นผู้จัดการของที่นี่ มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าคะ?”
หยางฟานเห็นว่ามีคนห้อมล้อมอยู่พอสมควร ก็จงใจพูดเสียงดังให้ได้ยินกันทั่ว ๆ
“ก็ไอ้คุณลุงนี่แหละ มายืนตื๊อเพื่อนผมอยู่ได้ ตอแยอยากเลี้ยงดูเธออยู่นั่นแหละ คิดว่าตัวเองมีเงินนิดหน่อยก็ทำอะไรก็ได้ เหอะ!”
ทันทีที่คนดูรอบข้างได้ยินประเด็นเริ่มชัดเจน เสียงซุบซิบและวิพากษ์วิจารณ์ก็ระเบิดขึ้นทันที
“เหี้ย! ไอ้แบบนี้มันเกินไปว่ะ อยากจะปลดปล่อยก็ไปที่อาบอบนวดโน่น! นี่มันห้างโว้ย!”
“หน้าตาแบบนั้นอายุก็เกือบเป็นพ่อเด็กเขาได้แล้ว ยังจะหน้าด้านอีก”
“ดูยังไงก็มีภรรยาแน่ ๆ พวกเราต้องเปิดโปงมัน! ให้ภรรยามันรู้ว่าทำเรื่องเลว ๆ แบบนี้”
“ถ่ายไว้! ถ่ายไว้เลย เดี๋ยวโพสต์ลง โต่วอิน ซะเลย!”
“ฮ่า ๆ ๆ พี่ชายครับ สุดยอดเลยนะครับ อยู่ที่ไหนก็ไม่พลาดจะบันทึกความงามงดของชีวิตไว้ตลอด!”
“……”
ชายวัยกลางคนถึงกับหน้าซีด รีบพูดเสียงดังด้วยความร้อนรน
“ผมเปล่านะ! อย่าไปเชื่อไอ้เด็กบ้านั่น! ห้ามถ่ายรูปนะ! ผมจะฟ้องคุณล่วงละเมิดสิทธิ์ภาพลักษณ์ ผมจะแจ้งความแน่!”
ตอนนั้นเอง ผู้จัดการร้านก็พูดเสียงเรียบแต่เด็ดขาด
“ในร้านเรามีกล้องวงจรปิดนะคะ สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเมื่อกี้ถูกบันทึกไว้หมดแล้วค่ะ”
หยางฟานได้ยินก็ถึงกับยิ้มออกมา
“สุดยอดครับ งั้นช่วยก็อปปี้คลิปมาให้ผมด้วยสิ ผมจะได้ไปละเมิดสิทธิ์ภาพลักษณ์ของเขาให้ดู เขาจะได้ฟ้องผมตามที่ขู่น่ะ!”
“ไม่ได้นะ!!”
ชายวัยกลางคนถึงกับลนลาน เขาไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องแค่นี้จะบานปลายขนาดนี้ พวกนี้จะเอาเขาไปประจานในเน็ตเสียอีก
พวกมันแม่งโหดเกินไปแล้ว!
เขาอาจจะไม่กลัวคำพูดของคนทั่วไปเท่าไหร่ แต่ถ้าภรรยาเขารู้เข้าโดยเฉพาะภรรยาที่ทั้งโหดทั้งควบคุมเขาแบบสุด ๆ ชีวิตของเขาคงพังยับเยิน
ธุรกิจของเขาก็ยังพึ่งพาเส้นสายของพี่เขยอยู่ ถ้าเรื่องนี้หลุดไปไม่ต้องพูดถึงอนาคตเลยด้วยซ้ำ!