ทำเอาเฟิงอวี่ถิงตะลึง
ก็เพราะภรรยาของชายคนนั้นทั้งอ้วนทั้งขี้เหวี่ยง แถมในบ้านยังปกครองเขาเหมือนพญามาร เขาถึงได้แอบมีความคิดจะหาสาวน้อยไว้ปลอบประโลมหัวใจที่บอบช้ำ
ตั้งแต่แรกเห็นเฟิงอวี่ถิง เขาก็หลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น ถึงได้เกิดเรื่องวุ่นวายแบบในวันนี้
พอได้ยินว่าคนอื่น ๆ กำลังจะถ่ายคลิปไปลงอินเทอร์เน็ต เขาก็ถึงกับหน้าซีดเผือด
“พวกคุณรู้กฎหมายบ้างไหม?! ถ้าไม่ได้รับอนุญาตจากผม พวกคุณไม่มีสิทธิ์ถ่าย ไม่ให้ถ่ายทั้งนั้น! ห้ามถ่ายเด็ดขาด!!”
จากนั้นชายวัยกลางคนก็หันไปตะคอกใส่หยางฟานด้วยความโกรธ
“ถ้านายกล้าเอาหน้าฉันไปโพสต์ลงเน็ตนะ ฉันจะฟ้องเอาให้ถึงตายเลย!! เดี๋ยวเจอกันในศาลแน่!!”
ไม่พอ ยังชี้นิ้วไปที่ฝูงชนรอบข้างด้วยน้ำเสียงข่มขู่
“พวกแกด้วย!! ใครละเมิดสิทธิ์ภาพลักษณ์ฉัน ฉันจะฟ้องให้หมด! พวกแกมีเงินพอจ่ายค่าเสียหายกันรึเปล่า?!”
เขารู้ดีว่าเดี๋ยวนี้คนชอบถ่ายคลิปโพสต์ลงโต่วอินกันเป็นว่าเล่น ถ้าบังเอิญคลิปดันดังขึ้นมา ก็อาจพังทั้งชีวิตได้ในพริบตา
ทางเดียวคือต้องขู่ไว้ก่อน ทั้งหยางฟานและคนอื่น ๆ
หยางฟานยกมือขึ้นถูหูอย่างไม่ใส่ใจนัก
“เชิญเลย ฉันรออยู่แล้ว! กล้ามากนะที่มายืนโชว์เก๋าแบบนี้ตรงนี้ ถ้าเป็นฉัน ฉันหนีไปนานแล้ว!”
“……”
หนีงั้นเหรอ? ถ้าแค่หนีแล้วรอด ฉันจะรอให้แกพูดอยู่ทำไมวะ
ชายคนนั้นเหลียวมองไปรอบ ๆ เห็นว่าคนยืนมุงดูมากขึ้นเรื่อย ๆ แถมหลายคนเริ่มซุบซิบถามกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นแน่
รู้ตัวว่าถ้ายังอยู่ต่อก็มีแต่แย่ จึงรีบยกมือขึ้นปิดหน้าแล้วรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีออกไป
ถึงแม้จะเกลียดหยางฟานเข้ากระดูกดำ แต่ก็ไม่กล้าทิ้งคำขู่ไว้ เพราะกลัวจะถูกถ่ายคลิปซ้ำอีก
หยางฟานเห็นอีกฝ่ายหนีหายไป ก็หันมายิ้มขอบคุณผู้คนรอบข้างที่ช่วยกันให้กำลังใจ พวกเขาเห็นว่าไม่มีอะไรให้ดูต่อแล้วก็เริ่มทยอยแยกย้ายกันไป
เขาหันกลับมาหาเฟิงอวี่ถิงด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
【ความสนิทสนมเฟิงอวี่ถิง +5】
เฟิงอวี่ถิงส่ายหน้าน้อย ๆ
“พี่ช่วยฉันอีกแล้ว”
“ก็แค่ไล่แมลงวันเองน่า เรื่องเล็ก ๆ ถ้ามีอีกเมื่อไหร่ เรียกมาเลย ฉันจัดให้เต็มที่”
ผู้จัดการร้านที่ยืนดูอยู่ด้วยตลอดก็ค่อยโล่งใจ หันมาพูดว่า
“ถ้าเคลียร์แล้ว เธอก็ไปดูแลเพื่อนเธอเถอะ อย่าให้กระทบงานนะ”
พูดจบเธอก็เดินจากไป เพราะตอนนี้คนที่มามุงดูบางส่วนก็หันมาเดินชมสินค้าจริง ๆ แล้ว เธอจึงต้องไปดูแลต่อ
ใบหน้าของเฟิงอวี่ถิงแปรเปลี่ยนเป็นยิ้มสดใสทันที
“พี่ฟาน ฉันต้องทำงานต่อนะ แล้วพี่ล่ะ? จะเดินเล่นแถวนี้ต่อหรือ?”
“ฉันไม่ได้กะจะมาขัดงานเธอหรอก เอาน่า แนะนำเครื่องสำอางให้หน่อยสิ เอาแบบเร็ว ๆ เลย!”
เฟิงอวี่ถิงได้ยินก็เบิกตากว้างอย่างแปลกใจ
“พี่จะซื้อของเหรอ?”
“แล้วฉันซื้อไม่ได้หรือไง?”
“เปล่า! แค่แปลกใจนิดหน่อย พี่จะซื้อไปให้แฟนเหรอ?”
“ไม่ใช่หรอก ซื้อให้เพื่อนน่ะ”
ทันใดนั้นใบหน้าของเฟิงอวี่ถิงก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าแบบอ๋อ เข้าใจละ โดยไม่ซักถามอะไรมากต่อ เธอคิดในใจอย่างเงียบ ๆ คงจะให้ผู้หญิงที่พี่เขาชอบล่ะมั้ง!
จากนั้นเธอก็เริ่มตั้งใจเลือกและแนะนำเครื่องสำอางให้เขาอย่างจริงจัง
แต่หยางฟานฟังไปสักพักกลับส่ายหน้าอย่างไม่พอใจ
“ไม่ ๆ แบบนี้มันถูกเกินไป เอาไปให้ใครดูไม่ได้น่ะสิ”
เฟิงอวี่ถิงถึงกับงง ก็ของที่เธอแนะนำไปนั่นมัน ชาแนล เชียวนะ!
ยังจะมาบอกว่าถูกอีก?
ถึงเธอจะเลือกเซตที่คุ้มราคาที่สุด แต่ยังไงมันก็หลายพันหยวนต่อเซตแล้ว
“เอ่อ งั้นพี่ฟาน พี่มีงบในใจประมาณไหนเหรอ?”
“ไม่ต้องสนงบหรอก เอาตามที่เธอคิดว่าดีที่สุดเลยก็พอ ฉันรู้ว่าเธออยากช่วยประหยัดเงินให้ แต่ไม่ต้องเลย”
“งั้น งั้นก็ได้ค่ะ! เดี๋ยวฉันจัดเซตให้ใหม่นะคะ”
“อืม ๆ จัดเลย เอาทุกอย่างให้ครบ เซรั่ม ครีม ลิปสติกก็เอาทุกเฉดสี เลือกที่ดีที่สุดมาให้หมด”
พูดไปพูดมา หยางฟานก็เผลอปล่อยกลิ่นอายเหยื่อผู้ยอมจ่ายทุกอย่าง ออกมาโดยไม่รู้ตัว
“……”
เฟิงอวี่ถิงถึงกับพูดไม่ออก แต่ก็ยังคงตั้งใจเลือกของอย่างละเอียดที่สุดเพื่อไม่ให้ผิดหวัง
พอเลือกเสร็จ เขายังไม่รอให้เธอแนะนำ
“ไม่ต้องอธิบายละ แค่เธอว่าดี ฉันก็เชื่อใจเต็มร้อย”
สุดท้ายก็เลือกเซตเครื่องสำอางให้เขาได้ชุดใหญ่แบบจัดเต็ม ทั้งครบครันและหรูหราสุด ๆ
พอคิดราคารวมทั้งหมด 63,800 หยวน
“แค่นี้เองเหรอ? เธอเลือกของที่ดีที่สุดให้จริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย?”
เฟิงอวี่ถิงถึงกับเบิกตากว้างในใจ นี่เรียกว่าแค่นี้เหรอ?!
ถ้าไม่ใช่เพราะพี่เล่นกำชับให้เลือกแต่ของท็อปสุด เธอไม่มีทางจัดเซตแพงขนาดนี้แน่ ๆ!
เธอพยักหน้าด้วยความมั่นใจ
“รับรองว่าดีที่สุดแน่นอนค่ะ! ถ้าคนที่ได้รับเป็นผู้หญิงล่ะก็ ต้องดีใจจนแทบกรี๊ดแน่ ๆ เชื่อฉันเถอะ!”
“เพิ่มอีกได้ไหม?”
“ถ้าเพิ่มอีกมันก็จะซ้ำกันเยอะน่ะค่ะ ไม่น่าจำเป็นแล้ว”
“โอเค งั้นรูดบัตร แล้วก็ห่อของให้หมดเลย!”
“ค่ะ!”
เฟิงอวี่ถิงถึงกับโล่งอก แล้วพาหยางฟานไปที่เคาน์เตอร์เพื่อรูดบัตร
จากยอดรวมในครั้งนี้ ก็ทำให้เธอพอจะเห็นภาพว่าพี่ฟานคนนี้มีเงินแค่ไหน
จากนั้นเธอก็หอบของทั้งหมดกลับมาที่โต๊ะทำงานเพื่อจัดแพ็กกล่องของขวัญด้วยความร่าเริงสดใส
ไม่นานนัก ผู้จัดการร้านก็เดินเข้ามาใกล้ ถามเสียงเบาอย่างอึ้ง ๆ
“นี่ ทั้งหมดนี่ เธอเป็นคนแนะนำให้เพื่อนเธอจริงเหรอ? เธอนี่ช่างกล้าจริง ๆ เลยนะ!”
ของทั้งหมดนี้แม้แต่ผู้จัดการร้านเองยังได้แต่กลืนน้ำลาย ทุกทีที่เงินเดือนออกถึงจะกล้าซื้อของแค่ชิ้นสองชิ้นเท่านั้น บางชิ้นก็เลือกใช้อย่างอื่นแทนเพราะราคานี้มันไม่คุ้มพอ
แต่สาวน้อยคนนี้ดันแนะนำให้เพื่อนจัดชุดใหญ่ซะงั้น และที่น่าทึ่งกว่าคืออีกฝ่ายดันซื้อจริง!
นี่มันสุดยอดทักษะการขาย!
เฟิงอวี่ถิงถึงกับหน้าแดง ตอบกลับอย่างเขิน ๆ
“ก็เขาเป็นคนยืนยันเองว่าจะเอาแต่ของดี ฉันพยายามแนะนำของถูกแล้ว เขาไม่เอาเอง”
“ไม่ต้องอธิบาย ฉันเข้าใจดี ฉันเข้าใจ”
พอเห็นผู้จัดการทำหน้าท่าทางรู้ทันแบบนี้ เฟิงอวี่ถิงก็ถึงกับเหนื่อยใจ ยอมไม่พูดอะไรต่อให้มันจบ ๆ ไป
พอจัดของทั้งหมดใส่กล่องของขวัญยักษ์สองใบเสร็จ เธอก็ยกมาหาหยางฟาน
“พี่ฟาน ดูหน่อยค่ะ ห่อเป็นกล่องของขวัญแบบนี้พอได้ไหม? ที่ร้านไม่มีไซซ์ใหญ่กว่านี้แล้วค่ะ”
หยางฟานพยักหน้าอย่างพอใจ
“ได้เลย! แค่เธอชอบ ฉันก็โอเคแล้ว”
“ห๊า???”
เฟิงอวี่ถิงถึงกับเบิกตากว้าง มองหยางฟานด้วยสีหน้าตกตะลึงราวกับว่าเขากำลังล้อเล่นอะไรเธออยู่
“ฉันชอบไปก็เท่านั้น คนที่จะรับของขวัญต่างหากที่ต้องชอบสิ!”
แต่หยางฟานกลับยิ้มออกมาอย่างใจเย็น
“ของขวัญชุดนี้ ฉันตั้งใจจะให้เธอ เธอจะห่อยังไงก็ได้ ตามที่เธอชอบเลย”
“หาาา???”
เฟิงอวี่ถิงถึงกับอึ้งกิมกี่ สมองชะงักไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
“ให้ฉัน??”
“แน่นอนสิ!”
“พี่พูดอะไรเนี่ย! มะ มันจะเป็นของฉันได้ยังไง?”
เธอพูดติดขัดจนไม่เป็นประโยค ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้นที่อึ้ง แม้แต่ผู้จัดการร้านที่ยืนอยู่ไม่ไกลกับเพื่อนร่วมงานอีกคนก็พากันมองมาทางนี้ด้วยสายตาไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
แต่หยางฟานยังคงมีสีหน้าสบาย ๆ เหมือนกับว่าเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องธรรมดาไม่มีอะไรต้องตื่นเต้น
“ก็ตั้งใจจะให้เธอตั้งแต่แรกแล้วไง เธอจำไม่ได้เหรอ? ฉันบอกแล้วว่านี่ซื้อให้เพื่อนแล้วเธอไม่ใช่เพื่อนของฉันหรือไง?”
“……”
เฟิงอวี่ถิงนิ่งเงียบไปในทันที คำพูดติดอยู่ที่ปลายลิ้นแต่ไม่รู้จะตอบกลับยังไงดี
หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติก็พลันเต้นแรงขึ้นมาจนแทบระเบิด ทั้งตื่นเต้น ทั้งอบอุ่น ทั้งสับสนเต็มไปหมด
ของขวัญเกือบเจ็ดหมื่นไม่ใช่เพื่อเอาใจไม่ใช่หวังผลตอบแทนแต่เป็นเพียงเพราะเขาเห็นเธอเป็นเพื่อนแล้วอยากให้?
บ้าเอ๊ย แบบนี้มันจะไม่เขินได้ยังไงล่ะ!