ร้านของมือสองแบรนด์เนม

หลี่เวยเคยใช้วิธีนี้ เรียกเก็บเงินแบบตรง ๆในการตัดความหวังพวกผู้ชายที่คิดจะเข้ามาจีบเธอมานักต่อนักแล้ว

แต่คนที่ยอมโอนเงินจริง ๆ นี่ หยางฟานคือคนแรก!

เธอเริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมาเล็กน้อย จึงยอมส่งวีแชทให้เขาจริง ๆ

หยางฟานไม่พูดพล่ามให้เสียเวลา ทันทีที่แอดก็โอนเงินห้าร้อยหยวนไป พร้อมใส่ข้อความกำกับว่า มอบให้ด้วยความสมัครใจ จากนั้นก็ยิ้มพลางเอ่ยชวน

“อยากชวนคุณไปนั่งดื่มอะไรสักหน่อย กินข้าวกันหน่อย ต้องโอนเท่าไหร่เหรอ?”

“ห้าพัน”

สาวงามพูดตัวเลขออกมาแบบไม่คิดอะไร เป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลย

ในใจเธอก็คิดว่า ครั้งนี้แหละ ไอ้นี่ต้องหนีแน่นอน

แต่ใครจะคิดว่า หยางฟานกลับพยักหน้าอย่างง่ายดาย

“ได้สิ งั้นบอกชื่อมาหน่อยนะ คุณก็รู้แหละ ถ้าจะโอนห้าพันโดยไม่รู้ชื่อเขา ระบบมันไม่ให้โอนหรอก”

“……”

สาวสวยมองเขาขึ้น ๆ ลง ๆ ด้วยสายตาพิศวง

ในใจอดคิดไม่ได้ หมอนี่บ้าไปแล้วแน่ ๆ คิดจะโอนจริงเหรอ?

แต่แม้จะคิดแบบนั้น เธอก็ยังบอกชื่อออกไป

“หลี่เวย”

ทันใดนั้น หยางฟานก็โอนเงินห้าพันไปทันที พร้อมโน้ตข้อความว่า มอบให้ด้วยความสมัครใจ เช่นเดิม

“ไปกันเถอะ! ไปนั่งกินกาแฟกันข้างหน้า”

เขารู้ดีว่าหลี่เวยไม่ใช่ผู้หญิงที่ทำอะไรเพื่อเงิน เป็นผู้หญิงที่บริสุทธิ์ระดับ 100อย่างที่ระบบแสดงไว้นั่นแหละ!

และนั่นยิ่งทำให้เรื่องนี้น่าสนใจขึ้นไปอีก

แต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือตอนนี้ในใจของหลี่เวย ได้ประทับตราเขาว่าเป็นคนรวยแต่งี่เง่าไปเรียบร้อยแล้ว

แต่ในเมื่อรับเงินมาแล้ว เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร และเดินตามเขาเข้าไปในร้านกาแฟ

ทั้งสองคนนั่งตรงข้ามกัน หยางฟานเป็นฝ่ายชวนคุยก่อน

“เมื่อกี้ผมเห็นคุณเดินออกมาจากตึกนั้น เป็นที่ทำงานคุณเหรอ?”

หลี่เวยก็ตอบแบบไม่เล่นตัวนัก

“ไม่ใช่ ฉันไปเรียนเต้นที่นั่น”

ถึงว่าทำไมถึงรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์แปลก ๆ ทั้งเซ็กซี่ทั้งดูทะมัดทะแมงแบบนักกีฬา

“อ๋อ เรียนเต้นนี่เอง ถึงว่าหุ่นดีขนาดนี้ เรียนแนวไหนเหรอครับ?”

“หลัก ๆ ก็เรียนสตรีทแดนซ์น่ะ”

หืม? แบบนี้ก็เข้าท่าดีเหมือนกันนะ สตรีทแดนซ์ต้องใช้ความยืดหยุ่นของร่างกายสูง แถมท่าเต้นบางท่าก็ต้องการสมรรถภาพร่างกายสุด ๆ

ในหัวของหยางฟานเริ่มล่องลอยไปไกล จินตนาการถึงเรื่องดี ๆ หลายอย่างจนเผลอยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

【ระดับความสนิทสนมหลี่เวย -2】

หลี่เวยมองเห็นสีหน้าทะเล้นของเขา ก็ขมวดคิ้วขึ้นทันที

“ฉันเรียนเต้นนี่มันแปลกตรงไหนหรือไง?”

“ไม่เลยครับ! แค่รู้สึกแปลกใจเฉย ๆ เพราะในความรู้สึกของผม สตรีทแดนซ์มันยากมากเลย”

ทำไมสาวคนนี้ถึงลดความสนิทง่ายขนาดนี้เนี่ย!?

“ก็ไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอก”

เธอตอบเสียงเรียบ แม้จะยังนั่งคุยต่อแต่สายตาก็ยังคงระวังตัวอยู่ไม่น้อย

หยางฟานพยายามหาเรื่องคุยต่อไปเรื่อย ๆ ระหว่างที่นั่งอยู่ในร้านกาแฟ แต่หลี่เวยกลับตอบแบบขอไปที เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้มีอารมณ์ร่วมในบทสนทนาแม้แต่น้อย

ทั้งสองคนนั่งกันอยู่เกือบชั่วโมงเต็ม แต่ระดับความสนิทไม่เพียงไม่เพิ่มกลับลดลงอีกสองแต้ม! แบบนี้มันน่าเจ็บใจจริง ๆ

“ไปกันเถอะ! หาร้านข้าวกินกันหน่อย”

แต่หลี่เวยกลับไม่ตอบตกลงทันที เธอเอ่ยขึ้นว่า

“ฉันยังไม่หิวนะ ไปเดินเล่นกันก่อนไหม?”

หยางฟานได้ยินแบบนั้นก็พอจะเดาได้ทันทีว่าเธอคิดจะทำอะไร แต่เขาไม่ใส่ใจอยู่แล้ว

“ได้สิ อยากไปเดินที่ไหนล่ะ?”

ทันทีที่เขาตอบตกลง สีหน้าของหลี่เวยก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากที่ทำท่าเบื่อ ๆ กลายเป็นสดใสขึ้นมาทันที

“มีร้านหนึ่งของเขาน่ะดีมากเลย ฉันชอบไปเดินดูบ่อย ๆ ตามฉันมา”

หยางฟานไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงเรียกรถแท็กซี่แล้วออกเดินทางไปกับเธอ

ประมาณสิบนาทีต่อมา

ทั้งคู่มาถึงร้านหรูแห่งหนึ่ง ขนาดของร้านถือว่าไม่น้อย การตกแต่งภายในก็หรูหราใช้ได้ บนชั้นวางเต็มไปด้วยสินค้าจากแบรนด์หรูต่าง ๆ โดยเฉพาะกระเป๋าถือที่มีให้เลือกมากมาย

แน่นอนกระเป๋าคือของโปรดของผู้หญิงแทบทุกราย

พนักงานขายสาวหน้าตาสะสวยที่ยืนอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์รีบเดินออกมาต้อนรับทันที

“ยินดีต้อนรับสู่ร้าน แฟชั่นคลับ ค่ะ ไม่ทราบคุณลูกค้าสนใจไอเท็มอะไรเป็นพิเศษบ้างคะ?”

หลี่เวยดูเหมือนจะเริ่มตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว

“ช่วยแนะนำกระเป๋าหน่อยค่ะ แบรนด์อะไรก็ได้”

“ได้เลยค่ะ ตอนนี้ทางร้านมีสองรุ่นใหม่ของปีนี้เข้ามา สีส้มสวยมาก คุณผู้หญิงน่าจะชอบนะคะ เชิญทางนี้เลยค่ะ”

หลี่เวยหันมายิ้มกับหยางฟาน

“ไปดูด้วยกันสิ”

หยางฟานฟังคำพูดของพนักงานก็รู้ทันทีว่านี่คือร้านขายของแบรนด์มือสอง

ถึงว่าทำไมถึงมีหลายแบรนด์รวมกันแบบนี้

แต่เขาก็ไม่พูดอะไรให้มากความ

หลี่เวยเลือกกระเป๋าอยู่ไม่นานก็หยิบสองใบที่พนักงานแนะนำขึ้นมา ก่อนหันมาถามความเห็นจากเขา

“ฉันว่าทั้งสองใบนี้สวยดีนะ เหมาะกับฉันทั้งคู่เลย ใบนึงเข้าได้กับทุกชุด ส่วนอีกใบจะเข้ากับชุดเดรสสีดำของฉันพอดี นายว่าไง?”

นายว่าไง?

ถ้าไม่ใช่เพราะระบบมันคืนเงินให้ เขาคงพูดไปแล้วว่าให้จ่ายขนาดนี้ยังจะแกล้งใสซื่ออยู่อีกเหรอ?

แต่ในฐานะคนที่มีระบบของตัวเอง หยางฟานก็ยังคงยิ้มแล้วพยักหน้าตอบกลับอย่างสุภาพ

“อืม เหมาะกับคุณมากเลยล่ะ”

หลี่เวยยิ้มอย่างพึงพอใจ

“งั้นฉันเอาสองใบนี้เลยนะ เจ็ดหมื่นกว่าหยวน ราคาก็ยังโอเคอยู่ ถ้าไปซื้อที่ช็อปก็คงเกือบแสนแน่ ๆอ๊ะ ใบนั้นก็น่ารักจังเลย!”

ระหว่างที่พูด เธอก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าใบเล็กอีกใบ

หยางฟานมองตาม ก็พบว่าขนาดของกระเป๋าใบนี้แค่พอ ๆ กับกำปั้นของเขาเอง แทบจะใส่อะไรไม่ได้เลย

ทันใดนั้นหลี่เวยก็หยิบมันขึ้นมาแล้วหันมาถาม

“ใบนี้แค่หมื่นกว่าหยวนเองนะ น่ารักดี เอาเพิ่มอีกใบดีไหม?”

“ก็ดีนะ”

หลี่เวยยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ

“งั้นฉันเอาสามใบนี้เลยนะ ขอบคุณมากเลย”

ขอบคุณ บ้าอะไรของเธอ!?

หยางฟานแอบคิดในใจถ้าไม่ใช่เพราะมีระบบนี่อยู่ ใครจะยอมควักเงินซื้อของให้เธอจริง ๆ กัน?

ขอบคุณของเธอ มันมีมูลค่าขนาดนั้นเลยหรือไง?

เขาเลยแกล้งถามแบบซื่อ ๆ

“ขอบคุณผมทำไมเหรอ? อย่าบอกนะว่า เธอหวังให้ผมจ่าย?”

แต่หลี่เวยกลับไม่รู้สึกเขินอายเลยแม้แต่น้อย ตอบกลับหน้าตาเฉย แถมยังมีแววหน้าระรื่นอีกต่างหาก

“ก็ใช่น่ะสิ นายอยากจีบฉันไม่ใช่เหรอ? หรือแค่ไม่กี่หมื่นก็ตกใจจนถอยแล้ว?”

ในใจเธอแอบหัวเราะฮึ! สุดท้ายก็ทนไม่ไหวแล้วสินะ? ไม่คิดจะเล่นบทคนดีต่อแล้วเหรอ?

หยางฟานพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ก็แค่ไม่กี่หมื่นเอง เงินแค่นี้ไม่ทำให้ฉันกลัวหรอกแต่เธอควรให้เหตุผลในการซื้อให้ฉันหน่อยไหม?”

เขาแอบคิดในใจสาวคนนี้พูดซะเหมือนเงินไม่กี่หมื่นมันไร้ค่าในสายตาเธอ ทั้งที่เอาเข้าจริงไม่ใช่ว่าฉันดูถูกเธอนะ แต่เธอมีปัญญาควักเงินออกมาเองได้เหรอ?

แต่หลี่เวยกลับตอบหน้าตาเฉย ราวกับมันเป็นเรื่องธรรมดาสุด ๆ

“ถ้านายซื้อให้ฉัน ฉันก็อาจจะพิจารณาเป็นแฟนนายก็ได้นะ”

ฟังดูดี แต่จริง ๆ แล้วมันก็เหมือนไม่พูดอะไรเลยสรุปก็คือ ฉันต้องเสียเงินไปฟรี ๆ ใช่มั้ย?

หยางฟานลูบจมูกตัวเองอย่างเหนื่อยใจ พร้อมกับพูดแบบเซ็ง ๆ

“แต่ฉันไม่เห็นจำได้เลยนะว่า ฉันเคยบอกว่าอยากให้เธอเป็นแฟน?”

หลี่เวยได้ยินแบบนั้นกลับยิ้มออกมา

“งั้นก็คงเป็นฉันเข้าใจผิดเองล่ะมั้ง ตอนแรกฉันยังคิดอยู่ว่านายดูไม่เลว จะให้โอกาสสักหน่อยที่ไหนได้”

พูดจบก็หันไปพูดกับพนักงานทันที

“ขอโทษนะคะ รบกวนช่วยเก็บของกลับที่ด้วยค่ะ”

โอกาสบ้าอะไรของเธอฟะ

ระดับความสนิทติดลบห้าสิบสองแบบนั้น นี่เธอเรียกว่ากำลังจะให้โอกาสเหรอ?

“เดี๋ยวก่อนสิ! ฉันไม่ได้บอกว่าจะไม่ซื้อนี่นา แค่บอกให้เธอให้เหตุผลเฉย ๆ เองไม่ใช่เหรอ?”

หลี่เวยถึงกับชะงัก หันมามองเขาด้วยสายตาไม่เข้าใจ

“นายจะเอาเหตุผลแบบไหนล่ะ?”

“กระเป๋าหนึ่งใบ แลกกับจูบหนึ่งครั้ง แบบนี้ไม่เกินไปใช่ไหมล่ะ?”

หะ??

หลี่เวยตกใจจนพูดไม่ออก ไม่คิดว่าคำขอของเขาจะกลายเป็นแบบนี้

ถามว่ามันเกินไปไหม?

ก็ไม่ขนาดนั้นนะ

แค่จูบครั้งเดียว แลกกับกระเป๋าหรูมูลค่าหลายหมื่น แบบนี้ยังไงเธอก็เป็นฝ่ายได้กำไรอยู่ดี



ตอนก่อน

จบบทที่ ร้านของมือสองแบรนด์เนม

ตอนถัดไป