สาวสวยศูนย์แต้ม
ในตอนนี้เฟิงอวี่ถิงก็เริ่มเชื่อแล้วว่า หยางฟานไม่ได้ล้อเล่น เขาตั้งใจจะมอบเครื่องสำอางเหล่านี้ให้เธอจริง ๆ
แม้จะรู้สึกหวั่นไหวไม่น้อย แต่เธอก็ยังคงส่ายหัวปฏิเสธอย่างหนักแน่น
“ไม่ได้หรอก ของพวกนี้มันแพงเกินไป ฉันรับไว้ไม่ได้”
หยางฟานเลิกคิ้ว ย้อนถามกลับด้วยรอยยิ้ม
“เมื่อกี้ใครกันนะที่บอกว่าถ้าได้รับของขวางแบบนี้ต้องดีใจจนแทบบ้า? ที่แท้เธอหลอกฉันเหรอ?”
เฟิงอวี่ถิงถึงกับพูดไม่ออกในทันที
เธอพูดแบบนั้นจริง แต่ไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งที่พูดจะย้อนกลับมาหาเธอเอง เพราะไม่เคยคิดว่าหยางฟานจะซื้อของพวกนี้ให้เธอจริง ๆ
หยางฟานเห็นท่าทางของเธอที่เหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่กล้าพูด ก็เพียงไหล่แล้วพูดต่อ
“ยังไงก็จ่ายเงินไปแล้ว ถ้าเธอไม่รับไว้ ฉันก็คงต้องเอาไปคืนเท่านั้นแหละ”
“……”
เฟิงอวี่ถิงถึงกับหมดคำพูดแบบนี้มันอะไรกันล่ะ? ฉันช่วยเลือกของตั้งนาน สุดท้ายจะให้ฉันเอาไปคืนงั้นเหรอ?
ที่สำคัญคือ เขาไม่ได้พูดประชดด้วยนะ เขาหมายความตามที่พูดจริง ๆ ว่าถ้าเธอไม่รับ เขาก็จะคืน!
เธอยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
“คือว่า พี่ฟาน พี่ก็เอาไปให้คนอื่นแทนสิ”
หยางฟานส่ายหัวเบา ๆ
“ของที่ตั้งใจจะให้เธอ จะเอาไปให้คนอื่นได้ยังไงล่ะ? แล้วฉันก็ไม่ได้จะให้ใครอีกด้วย”
【ความสนิทสนมเฟิงอวี่ถิง +2】
หยางฟานรู้สึกครึ้มอกครึ้มใจเมื่อเห็นความสัมพันธ์ขยับขึ้นเล็กน้อย
เฟิงอวี่ถิงลังเลอยู่นาน ก่อนจะยังยืนยันเหมือนเดิม
“ฉันรับไว้ไม่ได้จริง ๆ ถ้าพี่ไม่เอากลับไปฉันก็จะต้องดำเนินเรื่องคืนเงินให้พี่นะ!”
“แน่ใจเหรอว่าจะทำแบบนั้น? เดี๋ยวผู้จัดการร้านเธอไม่เอาเธอตายเหรอ?”
หยางฟานพูดพลางพยักพเยิดไปยังมุมที่ผู้จัดการของร้านยืนอยู่
เฟิงอวี่ถิงหันไปมองตามก็เห็นผู้จัดการยืนจ้องมาทางเธอด้วยสายตาเหมือนกำลังมองคนโง่เข้าอย่างจัง
“……”
“แต่ว่า แต่ว่า”
“พอเถอะ! อย่าคิดมากเลย เงินแค่นี้สำหรับฉันเหมือนละอองฝน รับไว้อย่างสบายใจเถอะ ถือว่าเป็นของขวัญจากเพื่อนคนหนึ่ง”
เฟิงอวี่ถิงเริ่มลังเล
เครื่องสำอางพวกนี้เธอเลือกเองกับมือ เป็นสินค้าที่สะท้อนรสนิยมในฝันของเธออย่างแท้จริง จะให้เธอไม่ชอบได้ยังไง?
แต่สุภาษิตยังว่าไว้ ไร้ผลงานไม่ควรรับรางวัล
เธอรู้ดีว่า หยางฟานคงมีใจให้เธอ และอยากจีบเธอ ถ้าเธอไม่รู้เรื่องนี้เลยก็คงโง่เกินไปแล้ว
ส่วนคำว่าเพื่อนที่เขาพูดมาน่ะ เธอไม่เชื่อแม้แต่คำเดียว
สิ่งที่ทำให้เธอลำบากใจก็คือ เธอไม่ได้มีความรู้สึกแบบนั้นกับเขาเลย มองเขาเป็นเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น
และก็ไม่กล้าพูดถามตรง ๆ ด้วย เพราะถ้าถามแล้วเขายอมรับขึ้นมา เธอก็คงไม่รู้จะรับมือยังไง สุดท้ายก็จะกลายเป็นว่าทั้งคู่ต้องรู้สึกกระอักกระอ่วนใจไปหมด
หยางฟานเองก็ดูออกว่าเธอชอบเครื่องสำอางพวกนี้ แต่รู้สึกลำบากใจที่จะรับไว้
แต่เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเลย เพราะเขาคิดวิธีแก้ได้ในทันที
ทางออกก็คือ ชิ่งหนี!
“ฉันมีธุระ ขอตัวก่อนนะ บายบาย!”
พูดจบก็เดินจากไปทันที ไม่มีแม้แต่การลังเล
“อ๊ะ! พี่ฟาน เดี๋ยวก่อน”
เฟิงอวี่ถิงรีบร้องเรียกเมื่อเห็นเขาหันหลังเดินออกไป แต่เขากลับยิ่งเดินเร็วขึ้น จนกระทั่งเลี้ยวหายไปจากมุมตา
“……”
เฟิงอวี่ถิงถึงกับกระทืบเท้าอย่างหงุดหงิด ก่อนจะยืนนิ่ง มองกล่องเครื่องสำอางตรงหน้าอย่างงุนงง
ตอนนั้นเอง ผู้จัดการร้านเดินเข้ามา เห็นเธออยู่ในสภาพนี้ ก็เอ่ยปากปลอบเบา ๆ
“ยัยต๊อง! คนเขาตั้งใจจะให้ขนาดนี้แล้ว เธอก็รับไว้เถอะน่า! ก็ไม่ได้เป็นฝ่ายขอเองซะหน่อย แถมก็ไม่ได้สัญญาอะไรกับเขาด้วย จะไปเสียภาพลักษณ์ตรงไหนกัน?”
เฟิงอวี่ถิงหันไปมองผู้จัดการร้าน หน่าเจี่ยด้วยแววตาเอือมระอา
“หนูไม่ได้กลัวเสียภาพลักษณ์อะไรทั้งนั้นแหละ แต่พี่ก็ไม่รู้นี่ หนูกับเขาเพิ่งรู้จักกันไม่กี่วันเองนะ ถ้านับจริง ๆ นี่เพิ่งเจอกันเป็นครั้งที่สามเอง จะให้หนูรับของแพงขนาดนี้ได้ยังไง?”
หน่าเจี่ยหัวเราะร่า
“เธอคงยังไม่รู้หรอกว่าตัวเองสวยขนาดไหน? แค่เจอกันครั้งเดียวแล้วชอบขึ้นมาเลยก็ไม่เห็นแปลกอะไร พูดตรง ๆ นะ หมอนั่นก็ดูใช้ได้ออก แถมใจกว้างดีด้วย”
“แต่หนูไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาเลย”
หน่าเจี่ยพูดขึ้นอย่างลึกลับ น้ำเสียงเต็มไปด้วยเล่ห์กลของคนผ่านประสบการณ์มาโชกโชน
“เชื่อพี่เถอะ เดี๋ยวมันก็มีเองแหละ ความรู้สึกพวกนี้ต้องใช้เวลาว่าแต่ของห้ามคืนล่ะ เข้าใจไหม?”
ในฐานะคนที่ผ่านเรื่องแบบนี้มาแล้ว หน่าเจี่ยรู้ดีว่าพลังของเงินนั้นทรงอานุภาพเพียงใด อาวุธชั้นยอดแบบนี้ ไม่มีพลาดแน่นอน
ไม่ต้องพูดถึงสาววัยรุ่นอย่างเฟิงอวี่ถิงเลย ต่อให้เป็นเธอที่แต่งงานแล้วก็ยังต้านไม่อยู่เหมือนกัน
พอได้ยินคำว่าห้ามคืน เฟิงอวี่ถิงถึงกับยกมือขึ้นกุมขมับ รู้สึกเหมือนปวดหัวขึ้นมาทันที
…..
หลังจากหยางฟานออกจากห้าง เขาก็เดินเล่นเรื่อยเปื่อยอยู่ด้านนอก สีหน้าดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ
เงินก็คืนมาแล้ว ถ้าอีกฝ่ายจะเอาเครื่องสำอางพวกนั้นไปคืน เขาก็ไม่ได้เสียหายอะไรเลย
แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้รับเงินคืนจากร้านเลย
ขณะกำลังเดินผ่านบริเวณอาคารสำนักงานแห่งหนึ่ง เขาก็ครุ่นคิดว่า เย็นนี้จะชวนเครื่องมือคนไหนออกมากินข้าวดี
ทันใดนั้นเอง เสียงของระบบก็ดังขึ้นในหัว
【ตรวจพบเป้าหมายที่มีศักยภาพ ต้องการดูข้อมูลหรือไม่】
สาวสวยเดินกันให้ขวักไขว่จริง ๆ
หยางฟานกวาดตามองรอบตัว ก่อนจะเห็นสาวคนหนึ่งเดินออกมาจากอาคารสำนักงานด้านหน้า
เส้นผมยาวสีน้ำตาลอมแดงเป็นประกายเมื่อกระทบแดด ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโต ผิวขาวเนียนราวกับแสงอาทิตย์ก็ยังไม่อาจทำอะไรเธอได้
เธอแต่งตัวได้จัดจ้านและเซ็กซี่มาก ด้านบนสวมเสื้อครอปเปิดไหล่สีส้มรัดรูป เผยหน้าท้องขาวเนียน ด้านล่างเป็นกางเกงขาสั้นสีดำ ขาข้างขวาสวมถุงเท้าสีส้มสั้นแบบผ้าขนหนู ส่วนขาซ้ายเป็นถุงเท้าลายขาวดำแบบยาวเหนือเข่า ตบท้ายด้วยรองเท้าผ้าใบสีขาว
แค่เห็นแวบเดียวก็รู้สึกได้เลยว่า ใช่แล้ว ต้องเป็นคนนี้แน่นอน!
“ดู!”
【ชื่อ】: หลี่เวย
【อายุ】: 21
【ส่วนสูง】: 166
【น้ำหนัก】: 49
【คะแนนความงามโดยรวม】: 86
【——】: 100
【สถานะ】: ปกติ
【ระดับความสนิทสนม】: 0
!!!
เวรเอ๊ย!!!
100 งั้นเหรอ!?
หมายความว่าเลขตรงนั้นเป็นศูนย์เลยใช่ไหม!?
หยางฟานถึงกับอ้าปากค้าง
อย่างอื่นก็ไม่ได้โดดเด่นไปกว่าพวกเครื่องมือของเขาเท่าไหร่
แต่ประเด็นคือเธอ ยังไม่เคย!!
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอแบบนี้!
สำหรับเขาแล้ว มันคือเสน่ห์ที่รุนแรงเกินต้าน!
ทุกวันนี้ สาวสวยวัย 21 ที่ยังไม่มีประสบการณ์นั้น แทบจะเป็นตำนานพูดไปแล้ว ใครได้ยินก็คงไม่อยากเชื่อ
แต่เขารู้ดีว่า ระบบไม่มีทางโกหก
ของดีแบบนี้ ถ้าเขาไม่หวั่นไหว ก็ไม่ใช่หยางฟานแล้ว!
เขาจึงรีบสาวเท้าเข้าไปหาเธอ เดินอ้อมมาด้านข้างก่อนจะเอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม
“สาวสวยครับ รู้ไหมว่าแถวนี้มีร้านดอกไม้ไหม? ผมอยากซื้อช่อหนึ่งเพื่อจะเอามาให้คุณ”
หญิงสาวถึงกับชะงัก
【ความสนิทสนมหลี่เวย -50】
!!!
!!!
ทำไมลดไปเยอะขนาดนี้!?
ประโยคจีบสาวของฉันมันห่วยแตกขนาดนั้นเลยเหรอ!?
หยางฟานรู้ดีว่าการทักสาวแปลกหน้าแล้วค่าความสนิทจะติดลบ มันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับเขา เขาเองก็ชินแล้วล่ะ
แต่ที่ไม่คาดคิดเลยคือมันจะลดฮวบไปถึงขนาดนี้!
นี่ฉันไปทำอะไรให้ฟ้าดินโกรธเกลียดขนาดนั้นกัน!?
ในเมื่อสถานการณ์มาถึงจุดนี้แล้ว เขาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรอีก เตรียมจะหมุนตัวเดินจากไป
แต่ทว่าสาวสวยกลับเอ่ยขึ้นมาเสียก่อน
“แอดวีแชทแล้วโอนห้าร้อย”
หะ?
อะไรนะ!?
พูดง่าย แถมโคตรจะตรงประเด็นเลย
แต่สำหรับเขาแล้ว เรื่องแค่นี้ก็แค่ของจิ๊บ ๆ
เขาพยักหน้าทันที
“ได้เลย แอดแล้วจะโอนทันที”
หืม?
สาวสวยดูเหมือนจะแปลกใจไม่น้อย