ใจสูงเกินฟ้า ชะตาบางดั่งกระดาษ
หยางฟานส่งข้อความไปหาหลี่ซินหรานแต่เธอกลับไม่ได้ตอบกลับมา ทว่าเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก คิดเพียงว่าอาจจะกำลังยุ่งอยู่ก็ได้
ว่าแล้วก็ปล่อยเลยตามเลย ไม่ได้คิดอะไรมาก
เขาไม่รู้เลยว่าหลังจากที่หลี่ซินหรานปิดไลฟ์เมื่อคืน เธอรู้สึกตื่นเต้นดีใจจนแทบคลั่งเพราะถูกพี่เสี่ยวเหยามอบของขวัญใหญ่ถึงร้อยชิ้น เท่ากับเงินสามแสนหยวน!
เธอนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง ความดีใจล้นทะลักจนทำให้ข่มตาไม่ลง สมองเต็มไปด้วยภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นและจินตนาการสารพัดที่พัวพันกับเรื่องนี้ ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นตัว สุดท้ายเธอก็ไม่ได้นอนทั้งคืนจนฟ้าสาง
กระทั่งเมื่อร่างกายเริ่มไม่ไหวจริง ๆ ถึงจะค่อย ๆ หลับไป
ดังนั้นตอนที่หยางฟานส่งข้อความไป เธอไม่ได้ไม่ตอบเพราะเมินเฉยหรือมัวแต่ยุ่ง แต่เพราะเธอกำลังหลับอยู่นั่นเอง!
ขณะนั้น หยางฟานเพิ่งตื่นขึ้น ยังไม่อยากลุกจากเตียง เลยกดสั่งอาหารเดลิเวอรี่มากินแบบง่าย ๆ พอแก้หิว
แล้วก็หยิบมือถือมาเปิดเกมเล่นต่ออย่างสบายใจ
เพราะเมื่อก่อนเขาเคยจนมาก จึงไม่เคยยุ่งกับเกมที่ต้องเติมเงิน ส่วนใหญ่ก็เล่นแต่แนวแข่งขันหรือเกมออฟไลน์
สองชั่วโมงต่อมา
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นจากมือถือ
เขาไม่ได้รีบหยิบขึ้นมาดูทันที รอจนเล่นจบตานั้นก่อนแล้วค่อยเปิดดู
เป็นข้อความจากหลี่ซินหราน
〈พี่เสี่ยวเหยา ขอโทษนะคะ ฉันเพิ่งตื่นน่ะ〉
〈ไม่เป็นไร!〉
〈ในเมื่อพี่ไม่ชอบให้พูดขอบคุณ ฉันก็จะไม่พูดอีกแล้วนะคะ พอดีฉันเห็นว่าพี่อยู่เมืองเดียวกันกับฉันเลย ไม่ทราบว่าพี่ว่างไหมคะ? ตอนบ่ายเราไปกินข้าวด้วยกันดีไหม〉
หยางฟานนึกในใจว่า วันนี้ตัวเองก็ไม่มีธุระอะไร ถ้าได้เจอสาวสวยที่เป็นสตรีมเมอร์คนนั้นสักหน่อยก็คงไม่เสียหายอะไร
ถ้าเธอไม่ใช่คนที่ความบริสุทธิ์ต่ำเตี้ยเรี่ยดินและมีค่าความสนิทที่เพิ่มง่ายล่ะก็ เอามาเป็นเครื่องมือก็ถือว่าคุ้มค่าไม่น้อย
สำหรับเขาแล้วเครื่องมือแบบนี้ไม่มีวันมากเกินไปหรอกพูดจริง เขาก็หาเงินจากเรื่องพวกนี้แหละ
ในเวลาเพียงสิบกว่าวัน เขาสามารถทำให้เงินทุนจากเจ็ดพันหยวน พุ่งขึ้นไปเป็นหกแสนหนึ่งหมื่นหยวน! มีอะไรจะหาเงินได้เร็วกว่านี้อีก?
และที่สำคัญ การหาเงินแบบนี้ยังทำให้เขามีความสุขอีกด้วย
ต้องเข้าใจก่อนว่า เขาเพิ่งได้ระบบมาครอบครองได้ไม่นาน จะให้เขาสลัดความคิดแบบคนจนออกไปทันทีคงเป็นไปไม่ได้
ตอนนี้เขาเหมือนเป็นส่วนผสมระหว่างไอ้หนุ่มจน ๆ + เศรษฐีใหม่
ขนาดตัวเขาเองยังรู้สึกว่า การกระทำช่วงนี้ของเขานี่มัน ใช่เลย! พวกที่เรียกว่าเศรษฐีใหม่ชัด ๆ
แต่ในเมื่อระบบที่เขาได้รับมานั้น ก็ชัดเจนว่าเกิดมาเพื่อให้เขาต้องตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ จะให้เขาหลุดพ้นจากบทบาทนี้ไปง่าย ๆ ก็คงไม่ได้ใครจะไปรู้ว่ามันจะมีเรื่องเพี้ยนอะไรตามมาอีกบ้าง?
ในเมื่อมันไม่ใช่เงินของเขาจริง ๆ ก็เป็นเหยื่อก็เหอะ! ขอแค่มีความสุขก็พอ
เขาจึงตอบกลับไปอย่างไม่ลังเล
〈ได้สิ!〉
〈ดีเลยค่ะ! เดี๋ยวฉันจองโต๊ะก่อน แล้วจะส่งโลเคชั่นไปให้นะคะ〉
…..
หลี่ซินหรานที่เพิ่งตื่นนอน พอเห็นว่าตัวเองชวนพี่เสี่ยวเหยาไปกินข้าวสำเร็จ ก็รู้สึกดีใจมาก
ก่อนที่เธอจะเริ่มทำงานในวงการไลฟ์สด เธอเคยหาข้อมูลมาแล้วอย่างละเอียด รู้ดีว่าการมีพี่ใหญ่หนึ่งคน มีความสำคัญกับสตรีมเมอร์หญิงมากแค่ไหน
แน่นอนว่าเธอก็รู้ด้วยว่าความสัมพันธ์กับพี่ใหญ่มักจะไม่ได้ใสสะอาดอย่างที่ใคร ๆ พยายามบอกกัน
แม้ผู้หญิงที่มีพี่ใหญ่คอยสนับสนุนส่วนใหญ่จะพยายามปฏิเสธว่าไม่มีอะไรแต่เธอไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้สักเท่าไร
ลองคิดดูเถอะถ้าพี่ใหญ่ไม่หวังอะไรเลย แล้วจะมานั่งเปย์เธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำไม? เขาคงไม่โง่ขนาดนั้นหรอก!
เว้นเสียแต่ว่าเป็นบัญชีของกิลด์หรือบัญชีของบริษัทที่ใช้โปรโมทตัวเองเท่านั้น
หลังจากที่ลองทำไลฟ์มาเกือบหนึ่งเดือนเต็ม หลี่ซินหรานก็เริ่มตระหนักได้ว่า วงการนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอเคยคิดไว้เลย เมื่อก่อนเธอคงมองโลกในแง่ดีเกินไป
ตอนนี้โชคดีเหมือนฟ้าประทาน จู่ ๆ ก็มีพี่ใหญ่ใโผล่เข้ามา เธอจึงไม่อยากปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือไปง่าย ๆ
ส่วนเรื่องที่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเธอกับพี่ใหญ่ได้นัดเจอกันนอกจอ ก็กลายเป็นเรื่องรองไปเสียแล้ว
เมื่อก่อนเธอไม่เคยคิดจะทำอะไรแบบประจบประแจงเอาใจคนอื่นแบบนี้เลยด้วยซ้ำ
สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ด้วยหน้าตาที่โดดเด่น ทำให้เธอมีหนุ่ม ๆ จากครอบครัวดีมาจีบไม่น้อย แต่สุดท้ายเธอกลับเลือกแต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่งเพราะหน้าตาและศักยภาพ ไม่ใช่เพราะฐานะ
จากตรงนี้จะเห็นได้ว่า เมื่อก่อนเธอไม่ได้เป็นคนหลงวัตถุหรือไล่ตามความร่ำรวยเลยสักนิด
ใครจะไปคิดว่าการเลือกเชื่อในความรักกลับไม่ให้ผลตอบแทนอย่างที่เธอหวังไว้
วันนี้ เธอต้องเลี้ยงลูกสาวคนหนึ่งเพียงลำพัง แม้แต่การใช้ชีวิตประจำวันยังลำบากถึงขั้นต้องให้พ่อแม่ช่วยพยุง หากจะพูดให้ตรงไปตรงมาเธอแต่งงานมีลูกแล้ว แต่ยังต้องเกาะพ่อแม่กิน
สำหรับผู้หญิงที่เคยหยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างเธอ นี่มันคือคำว่าตลกร้ายชัด ๆ
จากที่เคยหวังให้สามีประสบความสำเร็จ กลับกลายเป็นเธอเองที่แบกรับภาระทั้งหมด เรียกได้ว่า ใจใหญ่เกินชะตา ชีวิตบางเบาดั่งกระดาษ
ตอนนี้เธอผ่านบทเรียนของชีวิตมาแล้ว หัวใจก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เพราะเธอยังมีลูกสาววัยสามขวบที่ต้องเลี้ยงดู แถมเธอก็หวังจะเลี้ยงลูกแบบเลี้ยงอย่างดีไม่ใช่แค่พออยู่พอกิน
พ่อแม่ของเธอก็อายุมากขึ้นทุกวัน หากวันไหนเจ็บป่วยขึ้นมา เธอก็แทบไม่มีปัญญาพาไปหาหมอด้วยซ้ำ
ลูกและพ่อแม่คือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตเธอ จึงไม่แปลกเลยที่เธอจะมีความกังวลอยู่ตลอดเวลา
หากไม่ใช่เพราะในใจเธอย้ำเตือนตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า เรามีหน้าที่ดูแลทั้งลูกและพ่อแม่ ต้องเข้มแข็ง ห้ามล้ม บางทีในสภาพกดดันตลอดเวลาแบบนี้ เธออาจจะกลายเป็นโรคซึมเศร้าไปแล้วก็ได้
และเมื่อเธอมีโอกาสได้พบกับหยางฟานมหาเศรษฐีผู้ใช้เงินราวกับไม่เห็นค่า เธอก็ยอมลดตัว ยอมเปิดใจ เพื่อเข้าหาเขาอย่างจริงจัง
ถึงขนาดว่าเธอพร้อมจะมองข้ามอายุหรือรูปลักษณ์ภายนอกของเขา ขอแค่เขาสามารถทำให้พ่อแม่ของเธอมีชีวิตที่ดีขึ้น และให้ลูกสาวของเธอมีอนาคตที่สดใส ไม่ต้องพ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่ออกตัว
หากต้องแลกด้วยทุกสิ่งที่เธอมีเธอก็ยอม
และจากเหตุการณ์เมื่อคืน ที่เขามอบของขวัญคาร์นิวัลให้เธอถึงหนึ่งร้อยชิ้น เธอยิ่งมั่นใจว่า สำหรับเขาแล้ว มันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
เพราะฉะนั้นเป้าหมายของเธอในวันนี้จึงชัดเจนมาก ต้องคว้าโอกาสทองนี้ไว้ให้ได้!
แม้แต่เรื่องที่เธอมีลูกแล้ว เธอก็ยังไม่กล้าเอ่ยถึง เพราะยังไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะคิดอย่างไร
เมื่อคิดทุกอย่างได้กระจ่างแล้ว เธอก็เดินออกจากห้องไปยังห้องนั่งเล่น
ในขณะนั้น หญิงวัยกลางคนที่ดูอายุราว ๆ ห้าสิบกำลังนั่งเล่นกับเด็กหญิงตัวเล็กน่ารักคนหนึ่ง
เมื่อเด็กน้อยเห็นหลี่ซินหรานเดินออกมา เธอก็รีบวางของเล่น แล้วยื่นสองมือออกมา วิ่งเตาะแตะไปหาแม่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม แล้วร้องเสียงใสว่า
“หม่าม๊า”
หลี่ซินหรานเผยรอยยิ้มอ่อนโยนทันที เธอก้มลงไปอุ้มลูกสาวขึ้นมากอดแน่น
“ลูกแม่เล่นอะไรอยู่ะถังถังของแม่?”
“หม่าม๊า หนูกับยายกำลังเล่นหมาน้อยชนอุลตร้าแมนอยู่เลย”
“แล้วใครชนะล่ะ?”
หนูน้อยพูดเสียงตื่นเต้น
“แน่นอนว่าเป็นหมาน้อยของหนูสิ! มันเก่งมากเลยนะแม่!”
“ฮ่าฮ่า ลูกแม่เก่งที่สุดเลย”
เธอลูบหัวลูกสาวเบา ๆ แล้วหันไปพูดกับแม่ของตัวเองว่า
“แม่คะ ตอนบ่ายฝากถังถังด้วยนะคะ หนูมีธุระสำคัญ ต้องออกไปข้างนอก”
แม่ของเธอได้ยินก็สงสัยเล็กน้อย
“วันนี้ไม่ไลฟ์เหรอลูก? ไลฟ์อะไรของลูกนั่นน่ะ?”
“พักสักวันค่ะ วันนี้ขอหยุดก่อน”
“เอาสิ ๆ ออกไปเดินเล่นบ้างก็ดี ถือว่าไปพักผ่อน เปิดหูเปิดตา เดี๋ยวแม่ดูหลานให้เอง”
หลี่ซินหรานหอมแก้มลูกสาวอีกครั้ง ก่อนจะกลับเข้าห้องไปแต่งตัว
เธอใช้เวลาแต่งหน้าแต่งตัวอย่างตั้งใจ พิถีพิถันตรวจสอบความเรียบร้อยอยู่หลายนาที จนกระทั่งใกล้ถึงเวลานัด จึงออกจากบ้านก่อนล่วงหน้า
…..
ทางด้านหยางฟาน เขาเล่นเกมไปเรื่อย ๆ จนถึงช่วงบ่าย ระหว่างนั้นก็ได้รับข้อความจากสวีซาน ที่ชวนเขาไปกินข้าวเช่นกัน
เขาตอบไปสั้น ๆ ว่า
〈วันนี้ติดธุระ〉
แม้ว่าในคืนนั้นที่เจอกันที่ KTV สวีซานจะเป็นฝ่ายรุกเขาอย่างชัดเจน แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดค่าความสนิทกับเธอกลับไม่เพิ่มขึ้นเลย
จะมีก็แค่ตอนแรกที่เริ่มต้นค่อนข้างสูง หลังจากนั้นแม้ทั้งสองจะมีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกันหลายครั้ง ก็ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ
กระทั่งตอนที่เขาใช้บัตรเงินคืนโอนเงินให้เธอ ค่าความสนิทก็เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยแค่ 3 แต้มเท่านั้น
ไหน ๆ ก็รับปากหลี่ซินหรานไว้ก่อนแล้ว เขาจึงเลือกปฏิเสธสวีซานไปในที่สุด