ไปพบหลี่ซินหรานตามนัด
หยางฟานลุกขึ้นมาแต่งตัวแบบง่าย ๆ แล้วออกจากบ้านตามนัด
สี่สิบนาทีต่อมา
หน้าร้านหม้อไฟสไตล์ฉงชิ่งแห่งหนึ่ง
【ตรวจพบเป้าหมายที่มีศักยภาพ ต้องการดูข้อมูลหรือไม่】
“ดู!”
【ชื่อ】: หลี่ซินหราน
【อายุ】: 28
【ส่วนสูง】: 162 ซม.
【น้ำหนัก】: 50 กก.
【คะแนนความงามโดยรวม】: 88
【——】: 99
【สถานะ】: ปกติ (ผ่านการคลอดบุตร)
【ค่าความสนิท】: 30
ค่าพารามิเตอร์ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว ค่าความสนิทเริ่มต้นก็สูง
แต่สิ่งที่ทำให้หยางฟานแปลกใจมากที่สุดก็คือผู้หญิงคนนี้อายุยี่สิบแปดแล้ว? แถมสถานะยังขึ้นว่า ผ่านการคลอดบุตร!?
“……”
แต่งงานแล้วเหรอ?
แต่งงานแล้วยังกล้าออกมาเจอพี่ใหญ่ที่ให้ของขวัญเยอะสุดในไลฟ์แบบเจอตัวจริง?
ตอนแรกเขาเห็นค่าความสนิทขึ้นต้นด้วยเลข 1 ยังคิดว่าเธออาจจะเป็น ผู้หญิงดี ๆคนหนึ่ง
แต่พอเห็นสถานะนั้น ความสนใจที่เคยมีก็หายวับไปแทบจะในทันที
ตอนนี้เขาคือเหยื่อผู้โชคร้ายเต็มขั้น ผู้หญิงรอบตัวไม่เคยขาด จะให้มาหาเครื่องมือใช้งานแล้วยังต้องไปแย่งภรรยาชาวบ้านอีก มันก็ดูจะเกินไปหน่อย
เขาไม่ได้ต้องการความรัก และก็ไม่ได้ขาดแคลนเครื่องมือคนใหม่
ไม่มีความจำเป็นต้องทำอะไรที่ผิดศีลธรรมขนาดนั้น
แม้ว่าอีกฝ่ายจะเต็มใจ แต่เขาก็ไม่เอา
ในเมื่อคิดได้แบบนั้น เขาก็ตัดสินใจทันทีก็กินข้าวสักมื้อแบบสุภาพบุรุษ แล้วจบเรื่องแค่นั้นแหละ
หญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าร้านในตอนนี้ สวมชุดสีดำทั้งตัว ดูดึงดูดสายตาอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีใครอื่น นั่นคือหลี่ซินหรานแน่นอน
ใบหน้าดูไม่เกินยี่สิบต้น ๆ เส้นผมลอนสีน้ำตาลทองปล่อยสยาย ริมฝีปากทาด้วยลิปสติกแดงสดชวนให้รู้สึกยั่วยวน
ชุดเดรสกระโปรงสั้นรัดรูปสีดำแนบเนื้อ โชว์สัดส่วนที่โค้งเว้าได้อย่างเต็มที่
ช่วงล่างเป็นถุงน่องบางสีดำกับรองเท้าส้นสูงสีดำเข้าชุด
ลุคสีดำทั้งตัวของเธอดูทั้งสง่าและลึกลับ มีเสน่ห์แบบสาวมั่นใจที่เจนจัดกลิ่นอายของพี่สาวใหญ่พุ่งทะลุออกมาทุกองศา
ต้องยอมรับว่า หลี่ซินหรานมีเสน่ห์ในแบบของเธอจริง ๆ
แต่สำหรับหยางฟาน มันก็แค่ความประทับใจชั่ววูบเพียงเท่านั้น ไม่ได้ก่อให้เกิดความรู้สึกพิเศษอะไรเพิ่มเติม
เขาเดินเข้าไปหาเธอทันที
“ไปกันเถอะ เข้าไปข้างในเลย”
หลี่ซินหรานเห็นผู้ชายที่เดินมาตรงหน้าเธอ ก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ
“คุณคือพี่เสี่ยวเหยา เหรอ?”
“ใช่ ฉันเอง!”
【ความสนิทสนม หลี่ซินหราน +5】
หืม?
หยางฟานขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้สึกประหลาดใจกับการที่ค่าความสนิทเพิ่มขึ้นทันทีที่อีกฝ่ายเห็นหน้าเขา
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่หยางฟานพบหญิงสาวตัวจริงแล้วค่าความสนิท กลับไม่ลดลงแต่เพิ่มขึ้นแทน
เขาอดคิดไม่ได้ว่าหรือว่าหน้าตาของเขาจะตรงกับสเปคของเธอ?
แต่พอคิดอีกทีก็ได้แต่ส่ายหัว เสียดายเธอเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ไม่น่าสนใจเลยสักนิด
สิ่งที่หยางฟานไม่รู้ก็คือก่อนมาถึง หลี่ซินหรานเคยจินตนาการถึงรูปลักษณ์ของเขาไว้หลายแบบ และก็เตรียมใจไว้แล้วด้วยว่าอาจต้องเจออะไรแย่ ๆ
แต่เมื่อได้เห็นตัวจริง เธอกลับพบว่าชายหนุ่มตรงหน้า ดูเหมือนจะอายุมากกว่าเธอไม่กี่ปี แถมหน้าตาก็ไม่เลวเลย
ความรู้สึกชื่นชมปนประหลาดใจไหลเข้ามาในใจทันที พร้อมกับความคิดว่าวันนี้โชคของเธอดีจริง ๆ
ทั้งสองคนเดินเข้าไปในร้านแล้วเริ่มสั่งอาหาร
ร้านหม้อไฟแห่งนี้เป็นร้านธรรมดาที่หลี่ซินหรานเลือกไว้เอง กินยังไงก็ไม่มีทางเปลืองมากนัก เธอจึงสั่งแบบพอประมาณ ไม่ได้เว่อร์วังอะไร
แต่หลี่ซินหรานกลับรู้สึกแปลกใจมาก เพราะหลังจากสั่งอาหารเสร็จ ฝ่ายชายกลับดูไม่ค่อยมีท่าทีอยากคุยด้วยเลย แถมยังหยิบมือถือขึ้นมาเล่นอีก!?
แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!
เธอเป็นฝ่ายชวนเขาออกมา แน่นอนว่าต้องหวังจะสร้างความสัมพันธ์ ไม่งั้นจะออกมาทำไม?
ถ้าไม่พูดคุย ไม่ปฏิสัมพันธ์กัน แล้วจะให้ความสัมพันธ์พัฒนาไปยังไง?
เห็นเขาทำแบบนี้ เธอถึงกับรู้สึกผิดหวังในใจ หรือว่าเธอไม่เข้าตาเขาจริง ๆ?
เป็นไปไม่ได้!
ตัวเธอทั้งในไลฟ์และในชีวิตจริงก็ไม่ได้ต่างอะไรกันมากนัก
ถ้าเขาถูกใจตัวเธอในไลฟ์ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ถูกใจตัวจริงของเธอด้วยสิ!
เธอเริ่มสับสนขึ้นมา ไม่รู้ว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน
นี่เป็นครั้งแรกของเธอที่นัดเจอกับพี่ใหญ่แบบตัวเป็น ๆ นอกจอ เธอไม่รู้จริง ๆ ว่าควรเริ่มบทสนทนายังไงดี
ควรจะรุกหรือควรถอย? ควรจะอ้อนหรือควรจะนิ่ง?
สุดท้าย เธอก็ตัดสินใจเริ่มจากบทสนทนาธรรมดา ๆ ก่อน
“พี่เสี่ยวเหยา พี่ยุ่งขนาดนี้ยังสละเวลามาเจอฉัน ฉันรู้สึกเกรงใจจังเลยค่ะ”
“……”
หยางฟานเงยหน้าขึ้นมองเธอ เห็นเธอส่งยิ้มหวานให้เขาไม่ห่าง
เขารู้ว่าเธอจงใจพูดถึงเรื่องเขาเล่นมือถืออยู่เมื่อครู่นี้ แค่ไม่พูดตรง ๆ เท่านั้นเอง
คิดไปคิดมาก็รู้สึกว่า เอาเถอะ ไหน ๆ ก็มาละ กินข้าวให้จบแล้วค่อยไปก็แล้วกัน
เขาวางมือถือลงแล้วพูดเรียบ ๆ
“ไม่มีอะไร แค่ตอบข้อความนิดหน่อย”
หลี่ซินหรานเห็นเขายอมเก็บมือถือก็โล่งใจขึ้นเล็กน้อย รีบหาหัวข้อคุยต่อทันที
“ก่อนมา ฉันไม่เคยคิดเลยค่ะว่าพี่เสี่ยวเหยาจะหนุ่มหล่อขนาดนี้ตอนแรกนึกว่า”
หยางฟานหัวเราะ พลางต่อบทให้
“นึกว่าเป็นลุงแก่ ๆ ใช่ไหม?”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ แค่แปลกใจนิดหน่อย ว่าพี่ทั้งหนุ่ม ทั้งเก่งขนาดนี้ แฟนพี่ ต้องสวยมากแน่เลยเนอะ?”
?
ถามถึงสถานะครอบครัวของฉันทำไม?
คิดจะสมัครเป็นภรรยาเลยหรือไง?
สวยแล้วคิดได้แบบนี้มันก็เกินไปหน่อยแล้วนะ
แต่เอาเถอะ เรื่องแบบนี้ก็ไม่ใช่ความลับอะไร
“ยังไม่ได้แต่งงานหรอก”
หลี่ซินหรานทำท่าตกใจเล็กน้อย
“เหรอคะ? จริง ๆ แล้วแต่งช้าหน่อยก็ดีนะคะ ผู้ชายที่มีศักยภาพแบบพี่ เวลาเลือกคนรักต้องเลือกให้เหมาะสมจริง ๆ ถึงจะคุ้มค่ะ”
แต่ในใจเธอกลับคิดอีกอย่าง
‘ก็รู้อยู่แล้วล่ะ ว่าไม่ว่าจะมีครอบครัวหรือไม่ ในสถานการณ์แบบนี้ ยังไงผู้ชายก็ต้องบอกว่ายังโสดอยู่ดี พูดไปก็รู้เลยว่าเจตนาเป็นยังไง’
หึ ผู้ชาย
แต่ทั้งหมดนั่นไม่ใช่ประเด็น
สิ่งที่เธอต้องการจริง ๆ ก็แค่ลองหยั่งเชิงดูว่าเขาคิดอะไรกับเธอบ้าง เท่านั้นเอง
ขอแค่มีความสนใจอยู่บ้างก็ง่ายต่อการเดินเกมต่อไป
หลังจากเธอชมเขาแล้วจบประโยคก็หวังให้เขาต่อบทสนทนาต่อไป
ใครจะรู้ว่าอีกฝ่ายตอบกลับแค่คำว่า
“อืม!”
?
หลี่ซินหรานถึงกับอึ้ง เธออุตส่าห์ปูบทให้ซะขนาดนี้แล้วนะ พูดต่ออีกหน่อยไม่ได้หรือไง!?
ถ้าคุยแบบนี้ไปเรื่อย ๆ มีหวังบทสนทนาตายสนิทแน่นอน!
แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่น
ไหน ๆ เขาไม่เริ่ม เธอก็ต้องเป็นฝ่ายเริ่มต่อไป
เธอถอนหายใจเบา ๆ ในใจ
“พี่เสี่ยวเหยา ปกติดื่มเหล้าบ้างไหมคะ?”
“ดื่มบ้างเป็นบางครั้งน่ะ”
เมื่อได้ยินคำตอบ แววตาของหลี่ซินหรานก็สว่างวาบขึ้นทันที..
“งั้นเราสั่งเครื่องดื่มหน่อยดีไหมคะ? พี่ชอบดื่มเหล้าขาว หรือเบียร์มากกว่าคะ?”
หลี่ซินหรานเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มแฝงความตั้งใจ
เธอวางแผนไว้แล้วจะดื่มสักเล็กน้อย แล้วแกล้งเมา พอเมาก็จะแสดงความเป็นกันเองมากขึ้น หวังให้ความสัมพันธ์ทั้งสองค่อย ๆ ขยับไปข้างหน้า ถึงแม้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เธอก็ทำใจไว้แล้ว
นี่คือขอบเขตสูงสุดที่เธอยอมได้ ถ้าจะให้เธอเป็นฝ่ายรุกเข้าหาอีกฝ่ายแบบโจ่งแจ้งละก็แค่คิดก็รู้สึกอายแล้ว
แต่ใครจะรู้ว่า หยางฟานกลับส่ายหน้า
“ไม่ล่ะครับ วันนี้ไม่ดื่ม เดี๋ยวกินข้าวเสร็จผมต้องไปทำธุระต่อ”
แม้เขาจะไม่รู้แน่ชัดว่าเธอกำลังวางแผนอะไรอยู่ แต่ในใจก็คิดว่า
“จะไปนั่งดื่มอะไรกับผู้หญิงที่มีสามีอยู่แล้ว? ถ้าเกิดอะไรขึ้นหลังเมา ใครจะรับผิดชอบ?”
เมื่อได้ยินคำตอบของเขา หลี่ซินหรานก็ถึงกับคิดไม่ตก
เขาจะกลับทันทีหลังจากกินข้าวเสร็จอย่างนั้นเหรอ!?
มันไม่ควรจะเป็นแบบนั้นไม่ใช่หรือ?
ไม่ใช่ว่าหลังจากกินเสร็จ ควรจะมีต่อภาคสอง ภาคสาม ออกไปนั่งร้านนั่งดริ๊งค์ หรือเปลี่ยนสถานที่ไปต่อเหรอ?
บทที่เธอวางไว้ในใจกำลังจะถูกตัดจบกลางคันแบบไม่ทันตั้งตัว
ความคิดเล็ก ๆ ที่เพิ่งเริ่มผลิบาน กลับถูกบีบดับลงในพริบตา
แบบนี้มันเท่ากับวันนี้เธอชวนเขามากินข้าวฟรีน่ะสิ?
หรือว่าอีกฝ่ายไม่สนใจเธอเลยจริง ๆ?
ทั้งที่เธอมั่นใจมาตลอดว่า แม้จะมีลูกแล้ว แต่รูปร่างของเธอก็ยังดีเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน คนรอบตัวก็มักจะบอกว่าเธอดูอ่อนวัยมากกว่าอายุจริงเสียอีก
ตอนนี้เอง เธอเริ่มรู้สึกสับสนในตัวเอง
แต่ในเมื่อหยางฟานพูดแบบนั้นแล้ว เธอก็ไม่อาจจะยื้ออะไรได้อีก ได้แต่ทำใจให้คิดเสียว่า นี่ก็แค่การพบปะกันธรรมดาครั้งหนึ่ง
ก็เอาเถอะ
บางทีอาจต้องใช้เวลาค่อยเป็นค่อยไป
หลังจากนี้ เธอจะพยายามติดต่อพี่ใหญ่คนนี้บ่อย ๆ หากมีโอกาสก็ชวนออกมาเจอหน้ากันอีก ความสัมพันธ์จะต้องพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นแน่นอน
เพียงแต่เธอยังไม่เข้าใจว่า
หยางฟานไม่ใช่พี่ใหญ่แบบที่เคยได้ยินมา ไม่ใช่คนเจ้าชู้ หรือเห็นสาวสวยแล้วต้องลุยใส่ทันที
แล้วแบบนี้ที่เขาให้ของขวัญกับเธอมากมายขนาดนั้น ไปเพื่ออะไรกันแน่?
เธอคิดเท่าไรก็คิดไม่ออก
คิดไม่ออกเลยจริง ๆ