เดินนอกทาง จะได้ผลเหนือคาด?

หยางฟานรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย ถึงแม้หลี่ซินหรานจะเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว แต่ค่าความบริสุทธิ์กลับสูงถึง 99 คะแนน แล้วเหตุใดเธอถึงมาย่องพบกับพี่ใหญ่ได้?

ที่สำคัญ เธอยังดูออกจะเป็นฝ่ายรุกเสียด้วยซ้ำ

ว่าแล้ว พอเขาคิดไปคิดมาอีกฝ่ายก็ชวนคุยอีกครั้ง

หลี่ซินหรานนิ่งคิดอยู่ครู่ใหญ่ สุดท้ายเหมือนจะยังรู้สึกค้างคาใจอยู่ไม่น้อย จึงค่อย ๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงลังเล

“พี่เสี่ยวเหยา ฉันอยากไปเที่ยวมานานแล้ว แต่ไม่เคยมีใครไปด้วยเลย ไม่รู้ว่าพี่พอจะสนใจไปเดินเล่นด้วยกันบ้างไหมคะ?”

เธอได้ยินมาว่าพวกพี่ใหญ่ในวงการมักจะชอบให้เหล่าสตรีมเมอร์สาวพาไปเที่ยวด้วยกัน จึงกล้าพูดมันออกมาตรง ๆ

หยางฟานได้ยินดังนั้นถึงกับชะงัก แน่นอนว่าเขาเข้าใจความหมายของหญิงสาวดี แต่การที่อีกฝ่ายแสดงท่าทีรุกอย่างนี้ ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจจริง ๆ

แน่นอนว่าเขาไม่ได้คิดว่าเธอตกหลุมรักเขาเพียงแรกพบ

เขาจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ขอโทษด้วยนะครับ ปกติผมค่อนข้างยุ่ง”

เมื่อหญิงสาวได้ยินดังนั้น หัวใจก็สะดุดวูบหนึ่งทันที เธอพอจะจับสังเกตได้ว่าอีกฝ่ายอาจไม่ได้ยุ่งจริง ๆ แต่ใช้ข้ออ้างนี้เพื่อปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

ทันใดนั้น ความกระวนกระวายใจก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจเธอ

แต่เธอกลับนึกไม่ออกเลยว่า ตัวเองพลาดตรงไหนกันแน่?

ทั้งที่เธอเป็นฝ่ายรุกถึงเพียงนี้ กล้าพูดอะไรน่าอายออกไปขนาดนั้น อีกฝ่ายจะยังไม่เข้าใจอีกได้อย่างไร?

หรือแท้จริงแล้วเขาไม่ได้สนใจเธอเลย งั้นก็เท่ากับว่าทางลัดถูกตัดขาด เหลือแต่เส้นทางเดิมที่ต้องคลานตะเกียกตะกายกันต่อไป

โอกาสที่พึ่งมาด้วยความยากลำบากนี้ จะปล่อยให้หลุดมือไปง่าย ๆ เช่นนั้นหรอ?

พอคิดถึงจุดนี้ ความวิตกกังวลที่ซ่อนอยู่ก็เริ่มปะทุขึ้นอีกครั้ง

เธอคิดวนไปวนมาหาทางออก จนสุดท้ายเริ่มลังเลว่าถ้าแกล้งทำตัวน่าสงสารดู อาจได้ผลเกินคาดก็เป็นได้?

ยังไงตอนนี้ก็แทบไม่เหลือโอกาสอยู่แล้ว จะลองเสี่ยงเดินทางลัดอีกสักครั้งจะเป็นอะไรไป

เธอเคยได้ยินแนวคิดหนึ่งว่า ผู้ชายส่วนใหญ่มักใจอ่อน โดยเฉพาะเวลาที่เห็นผู้หญิงสวยแสดงความอ่อนแอให้เห็นต่อหน้า มักจะกระตุ้นสัญชาตญาณปกป้องในใจพวกเขาได้ไม่ยาก

คิดมาถึงตรงนี้ เธอก็กัดฟันแน่น จะอายก็ช่างมันเถอะ!

เพื่อดึงดูดเขาจะลองสู้สุดทางดูสักตั้ง!

ขณะนั้น ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็ผุดขึ้นมาในหัวเธออย่างรวดเร็ว ตั้งแต่สามีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ เธอต้องเลี้ยงลูกสาวตามลำพังความอ้างว้างเดียวดายทั้งยังต้องดูแลพ่อแม่ที่อายุมากขึ้นทุกวัน พร้อมกับรับภาระความเป็นห่วงจากพวกท่าน

【ความสนิทสนม หลี่ซินหราน +1】

น้ำตาก็เริ่มคลอขึ้นในดวงตาของเธอ แววตาแดงก่ำพร้อมจะไหลได้ทุกเมื่อ

ไม่ผิดจากที่ใคร ๆ ว่าไว้เลยน้ำตาของผู้หญิงจะมาเมื่อไรก็มาได้จริง ๆ ผู้หญิงเป็นน้ำ นี่พูดไว้ไม่ผิดจริง ๆ

ขณะหยางฟานกำลังนั่งกินของอยู่โดยไม่ได้ระวังสายตา ก็เผอิญเหลือบไปเห็นหยดน้ำตาของหลี่ซินหรานไหลรินจากใบหน้าที่ก้มเล็กน้อย ตกลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา

เขาชะงักกึก

อะไรกัน?

เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ?

เขาไปพูดอะไรผิดหรือ?

เขาก็แค่บอกว่าตัวเองยุ่ง ไม่มีเวลาไปเที่ยวเฉย ๆ ไม่น่าจะต้องถึงกับร้องไห้และเพิ่มค่าความใกล้ชิดแบบนี้สิ

ในหัวของเขาเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม หยางฟานจึงเอ่ยถามด้วยความงุนงง

“เธอเป็นอะไรไป?”

ใครจะรู้ว่า คำถามเดียวนี้กลับยิ่งกระตุ้นให้อีกฝ่ายน้ำตาทะลักออกมาหนักกว่าเดิม ราวกับเปิดเขื่อน น้ำตาเม็ดใหญ่ ๆ ไหลรินไม่หยุด เธอสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะหยิบทิชชูขึ้นมาซับน้ำตา พลางส่ายหน้าช้า ๆ

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่ มีฝุ่นเข้าตาเท่านั้นเอง”

หยางฟานฟังแล้วถึงกับหมดคำพูด ข้ออ้างนี่มันช่างเบาบางราวกระดาษ

“ไม่ใช่นะ อยู่ดี ๆ ร้องไห้ทำไมล่ะ?”

หญิงสาวเช็ดน้ำตาจนหมด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตานองน้ำ ราวกับดอกไม้ที่เปียกฝน ยิ้มเจื่อน ๆ พลางพูดว่า

“จริง ๆ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ทำให้พี่เสี่ยวเหยาต้องตกใจ ขอโทษด้วยนะคะ แค่จู่ ๆ ก็นึกถึงเรื่องเศร้า ๆ น่ะ ผู้หญิงก็แบบนี้แหละ มักจะคิดมากเกินไป”

พูดจบก็หัวเราะทั้งน้ำตาเสียเอง

หยางฟานไม่คิดเลยว่า โลกในใจของหญิงสาวคนนี้จะซับซ้อนขนาดนี้ เขาจึงเพียงยกมือโบกไปมา

“เธอร้องไห้ขึ้นมากะทันหันแบบนี้ ฉันตกใจหมด เดี๋ยวคนอื่นเห็นจะเข้าใจผิดว่าฉันไปทำอะไรเธออีก!”

หลี่ซินหรานไม่ได้ตอบรับประโยคนั้น แต่กลับทำท่าจะดำดิ่งลงสู่บทบาท ผู้หญิงแสนอ่อนแอให้ถึงที่สุด ซึ่งในใจเธอเองก็รู้ดีว่ากำลังเล่นเดิมพันครั้งใหญ่

เธอยิ้มเจื่อน ๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาหวิว

“พี่เสี่ยวเหยา พี่รู้ไหมคะ ฉันเป็นแม่หม้าย”

อะไรนะ

หยางฟานถึงกับตกตะลึงจริงจัง เพราะระบบเคยแจ้งแค่เพียงว่าเธอมีลูกแล้ว เขาเลยเข้าใจมาตลอดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าจะเป็นแม่หม้ายจริง ๆ

เมื่อมองดูใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยลิปสีแดงเพลิงและผมลอนคลื่นสวยของอีกฝ่าย นี่มันแม่หม้ายทรงเสน่ห์ชัด ๆ!

แต่ถึงจะรู้สึกตกใจในใจ เขาก็ยังพูดต่อไปอย่างทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“เรื่องนี้ก็ทำให้ฉันแปลกใจอยู่นะ เธอดูยังสาวมากเลย ไม่นึกว่าจะ”

หลี่ซินหรานมั่นใจสุด ๆ ว่าเมื่อครู่ เธอเห็นแววตาของเขาเปล่งประกายขึ้นมาเล็กน้อย

ไม่ใช่แค่คิดไปเองแน่นอน เพราะเธอจ้องมองเขาอย่างตั้งใจมาตลอด ไม่มีทางดูผิด

หรือว่าพี่เสี่ยวเหยาจะชอบแนวนี้?

นี่มันจะถือว่าเป็นทางผกผันของโชคชะตาได้ไหมเนี่ย!?

ที่เธอคิดวิธีแสดงความอ่อนแอออกมาได้แบบนี้ ต้องเรียกว่าเป็นการเฉลียวฉลาดอย่างแท้จริงแล้วล่ะ!

คิดได้ดังนั้น เธอจึงเล่าเรื่องราวในอดีตของตัวเองออกมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยน้ำเสียงเจือความเจ็บปวด

เมื่อถึงช่วงท้าย เธอก็เอ่ยอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย

“พูดเพลินไปหน่อยเลยค่ะ ไม่รู้ว่าพี่จะรู้สึกว่าฉันเป็นคนคิดลบเกินไปหรือเปล่า?”

“ไม่หรอก บางเรื่องพูดออกมาดีกว่าเก็บไว้คนเดียวนะ พูดตามตรง เธอเข้มแข็งกว่าที่ฉันคิดอีก”

“พอพูดออกมาแบบนี้ มันโล่งใจขึ้นเยอะเลยค่ะ ขอบคุณที่ยอมฟังฉันนะคะ”

หยางฟานถึงกับพูดไม่ออกในใจ

ฉันก็ไม่ได้อยากฟังสักหน่อย

เธอต่างหากที่พรั่งพรูออกมาเองไม่หยุด

ถึงแม้เขาจะรู้สึกว่า สิ่งที่เธอพูดทั้งหมดอาจไม่ใช่แค่ความบังเอิญ แต่น่าจะมีเล่ห์เหลี่ยมซ่อนอยู่ไม่น้อย เพราะปกติแล้วไม่มีใครจะเล่าชีวิตของตัวเองให้คนที่เพิ่งรู้จักฟังอย่างละเอียดขนาดนี้หรอก

ก็ไม่ใช่กำลังไปดูตัวเสียหน่อย

แต่เอาเข้าจริง เขาก็ไม่ได้เสียหายอะไร กลับกันหลังจากรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นแม่หม้าย ความสนใจที่หายไปก่อนหน้านี้กลับเริ่มโผล่หัวขึ้นมาอีกครั้ง

แม่หม้ายทรงเสน่ห์ก็ไม่เลวนี่นา?

“เคยคิดอยากแต่งงานใหม่ไหม?”

หลี่ซินหรานได้ยินเช่นนั้น คิดว่าหยางฟานกำลังลองหยั่งเชิง จึงรวบรวมสติเรียบเรียงคำพูดอย่างจริงจัง

“ไม่เคยค่ะ พูดแล้วอาจจะดูตลก แต่ฉันมีความคิดที่เรียบง่ายมาก ตอนนี้สิ่งที่ฉันต้องการมีแค่คนรวย ๆ คนหนึ่ง ขอแค่ลูกสาวกับพ่อแม่ของฉันใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย แม้ต้องเป็นคนรักลับ ๆ ไปตลอดชีวิต ฉันก็ยินดีค่ะ”

ในเมื่อพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว เธอก็ไม่มีเหตุผลจะต้องปิดบังอะไรอีก เล่นไพ่ใบสุดท้ายอย่างเต็มที่แล้ว!

ในใจของหลี่ซินหรานนั้นรู้ดี หยางฟานเป็นชายหนุ่มอนาคตไกล ฐานะมั่งคั่ง แถมยังไม่เคยแต่งงานมาก่อน แล้วผู้ชายในฝันแบบนี้จะมาสนใจผู้หญิงที่มีลูกติดอย่างเธอได้อย่างไร?

เพราะเหตุนี้ เธอจึงเลือกแสดงความฉลาดในแบบของตัวเอง ประกาศอย่างชัดเจนว่า ยินดีจะเป็นแค่คนรักลับ ๆ ก็ได้

หยางฟานได้ยินคำตอบเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยอมรับในใจว่า ผู้หญิงคนนี้มันช่างโคตรจะพูดตรงเลยให้ตายเถอะ

เขาหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะถามกลับ

“งั้นเป้าหมายของเธอคือฉันสินะ? ว่าแล้วเชียว ถึงว่าทำไมถึงดูเป็นฝ่ายรุกจัง”

หลี่ซินหรานหน้าแดงนิด ๆ ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ ด้วยท่าทางเขินอาย

“ก็ ถึงแม้จะอยากเป็นแค่คนรักของคนรวย แต่ฉันก็ยังอยากได้คนที่ทั้งหล่อ ทั้งใจดี แถมยังหนุ่มอยู่เลยไม่ใช่เหรอคะ? แบบนี้ไม่ถือว่าแปลกใช่ไหม?”

อืมเรื่องนั้นก็ใช่อยู่

เธอนี่แหละ มีสายตาที่มองเห็นความหล่อแบบทะลุทะลวง แค่ข้อนี้ก็เหนือกว่าคนทั่วไปแล้วล่ะ

“เธอนี่ตรงไปตรงมาจริง ๆ เลยนะ”

แต่หญิงสาวกลับไม่ได้คิดมาก กลับตอบด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ ว่า

“ฉันว่าพูดตรง ๆ ยังดีกว่าอ้อมค้อมเสียอีก ไหน ๆ ฉันก็พูดหมดแล้ว งั้นฉันขอฟังคำตอบของพี่ได้ไหมคะ?”

หยางฟานทำเป็นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“อืมคำตอบของฉันเหรอ? งั้นก็ต้องดูว่าเธอจะแสดงอะไรให้ฉันเห็นบ้างแล้วล่ะ”

【ความสนิทสนม หลี่ซินหราน +5】

เมื่อหลี่ซินหรานได้ยินคำพูดนั้น ใจของเธอก็แทบจะกระโดดโลดเต้นด้วยความยินดี ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า หลังจากที่ทั้งใบ้ทั้งแสดงออกชัดเจนมาตั้งนานไม่มีวี่แววตอบรับ พอเธอเปลี่ยนกลยุทธ์เดินเกมแบบ แทงมุมกลับได้ผลเกินคาด?

ตัวเธอเองยังรู้สึกว่า เมื่อครู่นั้นก็คล้ายกับการปลงแล้วปัดทิ้งอย่างไรอย่างนั้น แต่ใครจะรู้ว่า กลยุทธ์สุดท้ายนี้กลับกลายเป็นสิ่งที่โดนใจอีกฝ่ายเข้าพอดี

หรือว่านี่แหละ คือเคล็ดลับที่แท้จริง ความจริงใจ คือท่าไม้ตายที่ทรงพลังที่สุด?

ชายคนนี้ ช่างยากจะคาดเดาจริง ๆ

เธอไม่มีทางรู้ได้เลยว่า สิ่งที่ทำให้หยางฟานรู้สึกสนใจขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่เพราะคำพูดอันแสนตรงไปตรงมาเหล่านั้น

แต่เป็นแค่ความจริงเพียงข้อเดียว เธอเป็นแม่หม้าย ไม่ใช่ภรรยาของใคร

ไม่มีอะไรซับซ้อนอย่างที่เธอคิดเลยแม้แต่น้อย



ตอนก่อน

จบบทที่ เดินนอกทาง จะได้ผลเหนือคาด?

ตอนถัดไป