หมู่บ้านมีหญิงสาวนางหนึ่งชื่อ เสี่ยวฟาง

ตอนนี้ หูเฟย กำลังนั่งถือแก้วชานมชีส รอคอยอย่างสบายๆ

หลังจาก หง จื้อเซิ่ง มาถึง เขาก็เข้าเรื่องทันที :

“หนุ่มน้อย เธอมีสุดยอดโอสถประจำตระกูล หรือสูตรยาโบราณที่สืบทอดกันมาหรือเปล่า?”

“รีบเอาออกมาเถอะ ฉันจะซื้อ”

หง จื้อเซิ่ง เคยเจอคนมาเสนอขายสูตรยาให้เขามากมายนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ เขาก็จะยอมจ่ายเงินซื้อไว้เสมอ

เอาไปให้คนอื่นลองใช้ดูก่อน ถ้าได้ผลถึงจะใช้เอง แต่น่าเสียดายที่เจอแต่พวกหลอกลวงทั้งหมด

แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เขาก็ยังคงจะซื้อต่อไป ไม่ว่าจะถูกหลอกหรือไม่ก็ตาม

ครั้งนี้ เขาคิดว่า หูเฟย ก็คงจะเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์กลับเป็น–

“ผมไม่ได้มาเพื่อรักษาโรคของคุณ” หูเฟย ส่ายหัว พูดตรงๆ ว่า “พูดตามตรงเลยนะ โรคของคุณ ไม่มีทางรักษาได้ด้วยยา”

“เป็นเพราะตอนหนุ่มๆ คุณไปบาดเจ็บตรงบริเวณนั้น เป็นความเสียหายทางกายภาพ”

“ยังไงก็ตาม ด้วยเทคนิคทางการแพทย์ในปัจจุบัน ไม่มีทางทำได้หรอก”

หูเฟย แบมือออก พูดอย่างไม่เหลือเยื่อใยแม้แต่นิดเดียว

ได้ยินดังนั้น บอดี้การ์ดก็โกรธจัด “ไอ้หนู พูดไม่เป็นก็หุบปากไปซะ”

นี่มันคำพูดของคนปกติที่ไหนวะเนี่ย? ไม่คิดถึงความรู้สึกของผู้ป่วยบ้างหรือไง?

เจ้านายไม่ต้องการรักษาหน้าบ้างเหรอ?

บอดี้การ์ดไม่พอใจอย่างมาก เกือบจะเข้ามาลงมือแล้ว

แต่ หง จื้อเซิ่ง ยกมือห้ามเขาไว้ มอง หูเฟย อย่างลึกซึ้ง “หนุ่มน้อย เธอเป็นคนแรกจริงๆ ที่กล้าพูดกับฉันแบบนี้”

ดูท่าทางแล้ว หง จื้อเซิ่ง กลับดูเหมือนจะชื่นชม หูเฟย อยู่เล็กน้อย

“ถ้าเป็นอย่างนั้น แล้วเธอมาหาฉันทำไม?” หง จื้อเซิ่ง รู้สึกไม่เข้าใจ

สมัยนี้ แม้แต่คนขายยาก็ยังไม่ทำตามธรรมเนียมปกติแล้วเหรอ?

ไอ้หนุ่ม นี่นายกำลังเล่นมุขประหลาดๆ หรือกำลังใช้การตลาดแบบหิวโหยกันแน่? [ผู้แปล : การตลาดแบบหิวโหย คือการตลาดแบบสร้างความขาดแคลน]

หูเฟย ดื่มชานมอย่างไม่รีบร้อน วางแก้วลง แล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง หง จื้อเซิ่ง ถึงได้มองเห็นหน้าตาของ หูเฟย ชัดๆ

หน้าตาเด็กเกินไป และหล่อเกินไป

ความประทับใจแรกที่เขามีคือ ความหนุ่มแน่น เต็มไปด้วยชีวิตชีวา แต่กลับมีพลังออร่าที่สุขุมและสงบนิ่งอย่างยิ่ง

เขาเคยเจอคนหนุ่มๆ มาไม่น้อย เคยเจอคนเก่งๆ มาไม่น้อย แต่ไม่มีข้อยกเว้นเลย ครั้งแรกที่เจอหน้าเขาตรงๆ ทุกคนล้วนประหม่า

บางคนยืนยังแทบไม่ไหว พูดก็ติดอ่าง

อย่างไรก็ตาม เขาก็นับได้ว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดมหาอำนาจในประเทศที่มีอยู่ไม่กี่คน

อำนาจและออร่าของสุดยอดมหาอำนาจ ไม่ใช่ใครก็สามารถต้านทานได้

หูเฟย เงยหน้าขึ้น มอง หง จื้อเซิ่ง อย่างสงบนิ่ง

ต้องบอกว่า หง จื้อเซิ่ง ในฐานะมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งเมืองเอ้อ รักษาท่าทีและรูปลักษณ์ภายนอกได้ดีทีเดียว

น่านับถือแต่ไม่เย่อหยิ่ง สูงส่งแต่ไม่อวดดี มีทรัพย์สินมหาศาลแต่กลับสามารถมาต่อคิวพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเหมือนคนธรรมดาได้

ความรู้สึกดีๆ ในใจของ หูเฟย เพิ่มขึ้น

“คุณหงครับ ผมไม่ได้มาเพื่อรักษาโรคของคุณจริงๆ แต่ผมสามารถแก้ปัญหาที่คุณกังวลได้”

“โอ้... งั้นฉันก็อยากจะลองฟังดูว่า เธอจะแก้ยังไง?” หง จื้อเซิ่ง เริ่มสนใจ

“คุณต้องตอบคำถามผมข้อหนึ่งก่อน”

“ว่ามา”

“เมื่อยี่สิบเจ็ดแปดปีก่อน ตอนที่คุณอยู่ที่หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง คุณเคยไปทำงานที่ร้านอาหารร้านหนึ่งใช่ไหมครับ?”

“ตอนนั้นคุณเคยรับพี่สาวบุญธรรมคนหนึ่งใช่ไหมครับ?”

“นาย... นายรู้ได้ยังไง?”

ม่านตาของ หง จื้อเซิ่ง หดแคบลง ดวงตาเบิกกว้าง มอง หูเฟย อย่างเหลือเชื่อ

สิ่งที่ หูเฟย พูดเป็นเรื่องจริง ถึงแม้หลายคนจะรู้เรื่องราวชีวิตของเขา แต่ไม่มีใครรู้เรื่องที่เขารับพี่สาวบุญธรรม

หูเฟย ยิ้มบางๆ อย่างสงบ แล้วพูดต่อไปว่า “งั้นคุณจำได้ไหมว่าคืนสุดท้ายที่คุณออกจากหมู่บ้านเสี่ยวเหอ คุณดื่มเหล้าจนเมาใช่ไหม?”

“วันที่สองที่คุณจากไป คุณไม่ได้เจอพี่สาวบุญธรรมของคุณ”

“นี่...”

หง จื้อเซิ่ง รู้สึกขาอ่อนเล็กน้อย ไอ้หนุ่มนี่รู้ได้ยังไงละเอียดขนาดนี้?

เรื่องพวกนี้ นอกจากตัวเขาเองแล้ว คนนอกไม่มีทางรู้ได้เลย

ไอ้หนุ่มคนนี้เป็นใครกันแน่?

ความระมัดระวังในใจของ หง จื้อเซิ่ง พุ่งสูงขึ้น

หูเฟย เห็นปฏิกิริยาของ หง จื้อเซิ่ง ก็คาดเดาได้ “วางใจเถอะครับ ผมไม่ใช่คนไม่ดี”

“สิ่งที่ผมจะบอกคุณคือ คืนนั้นที่คุณเมาเหล้า คุณกับพี่สาวบุญธรรมของคุณ ได้เกิดเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นระหว่างพี่น้อง”

“อะไรนะ?” หง จื้อเซิ่ง ตกใจมาก คืนนั้นเขาเมาจนจำอะไรไม่ได้เลย “งั้นที่นายหมายถึงก็คือ...”

“ถูกต้อง พี่สาวบุญธรรมของคุณตั้งท้องลูกของคุณ และตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอได้เลี้ยงดูเขามาเพียงลำพัง”

“ตอนนี้ เขาอายุยี่สิบกว่าแล้วครับ”

หูเฟย พูดจบ ก็เห็นร่างของ หง จื้อเซิ่ง แข็งทื่อไปหมด ในหัวอื้ออึงไปหมด ปากสั่นระริก “นะ... นายพูดจริงเหรอ? ฉันมีลูกแล้วเหรอ?”

หูเฟย ยิ้มเล็กน้อย “แน่นอนครับ และเป็นผู้ชายด้วย”

“วางใจเถอะครับ ผมช่วยตรวจสอบให้แล้ว พัฒนาการดีเยี่ยม สุขภาพแข็งแรง สืบทอดกิจการตระกูลหงของคุณได้ไม่มีปัญหาแน่นอน”

ทันใดนั้น หง จื้อเซิ่ง ไม่สามารถย่อยข้อมูลได้ เขาต้องพยุงร่างโดยบอดี้การ์ดให้นั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ

เรื่องที่ หูเฟย พูดนั้นน่าตกตะลึงเกินไป ยากที่จะยอมรับ

แต่ที่น่าทึ่งก็คือ ก่อนหน้านี้ หูเฟย ได้ปูเรื่องด้วยการพูดถึงเรื่องราวบางอย่างที่ หง จื้อเซิ่ง เท่านั้นที่รู้ ทำให้ความน่าเชื่อถือพุ่งสูงขึ้นทันที

ผ่านไปพักใหญ่ “นายว่ามาเลย มีเงื่อนไขอะไร? ฉันเชื่อว่านายจู่ๆ มาหาฉัน คงเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีเงื่อนไขใช่ไหม?”

หง จื้อเซิ่ง มอง หูเฟย อย่างสงบนิ่ง อาการไม่มั่นคงและตกใจเมื่อครู่นี้หายไปหมดแล้ว

สมแล้วที่เป็นมหาอำนาจ ข่าวที่น่าตกใจขนาดนี้ แค่ผ่านไปครู่เดียวก็สามารถจัดการอารมณ์ได้หมดแล้ว

หูเฟย ยิ้ม มุมปากยังมีคราบชานมชีสสีขาวติดอยู่ เขายิ้มรับอย่างเป็นธรรมชาติแล้วพยักหน้า “แน่นอนครับ”

“ผมขอไม่มาก...”

หูเฟย ชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว หง จื้อเซิ่ง ดูไม่แน่ใจว่า ‘หนึ่งนิ้ว’ ของเขาหมายถึงจำนวนเท่าไหร่...

“สิบล้าน”

“ฮิ้วว์~” บอดี้การ์ดที่อยู่ข้างๆ สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วปล่อยออกมา

สิบล้านยังไม่มากอีกเหรอ? ไอ้หนูนี่…

นี่มันจ้างนางแบบวัยใสที่คลับได้หลายสิบคนเลยนะ

หูเฟย เห็นปฏิกิริยาของบอดี้การ์ด แต่ไม่มีท่าทีจะหดนิ้วกลับแม้แต่น้อย

สิบล้านมากเหรอ?

สิบล้านนี่จริงๆ แล้วไม่มากเลย

ชาติก่อน เคยมีเหตุการณ์ที่สร้างความตกตะลึงไปทั่วทั้งประเทศ

ลูกชายนอกสมรสของมหาเศรษฐี หง จื้อเซิ่ง ถูกคนพบตัว จากนั้นก็ถูกลักพาตัวไป พวกโจรเรียกค่าไถ่ ห้าพันล้าน

ตำรวจในประเทศระดมกำลัง แต่พวกโจรอยู่ที่ต่างประเทศ ไม่สามารถตามจับได้เลย

ภายหลังจากการเจรจา หง จื้อเซิ่ง ใช้เงินไปสองพันล้านกว่าจะไถ่ตัวลูกชายกลับมาได้

แต่ในระหว่างกระบวนการนั้น ลูกชายของเขาต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส จิตใจไม่ปกติ รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หาย ตอนนั้นเรื่องนี้ถูกรายงานข่าวอย่างละเอียดตลอด

หลังจากเกิดใหม่ หูเฟย ใช้ข้อมูลที่ตัวเองรู้ ล่วงหน้าไปตามหาลูกชายนอกสมรสของ หง จื้อเซิ่ง ก่อน

ถูกต้องแล้ว ก็คือชายคนนั้นที่เขาไปเจอเมื่อวาน

การมาขอเงินสิบล้านจาก หง จื้อเซิ่ง ในวันนี้ หูเฟย ทำได้อย่างไร้ความกดดันใดๆ ทั้งสิ้น

ถ้าเขาไม่ปรากฏตัว หง จื้อเซิ่ง จะต้องจ่ายมากกว่านี้อีกมากมาย

มองจากมุมนี้ จริงๆ แล้วเขาก็ทำเรื่องดีๆ ไปเรื่องหนึ่งนะเนี่ย

“สิบล้านไม่ใช่ปัญหา” หง จื้อเซิ่ง ไม่มีปฏิกิริยาอะไรมากนัก “สิบล้านสำหรับฉันถือเป็นเรื่องเล็ก”

พูดพลาง หง จื้อเซิ่ง ก็เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ กล่าวด้วยท่าทีสบายๆ ว่า :

“แต่ ฉันจะแน่ใจได้อย่างไรว่าสิ่งที่นายพูดเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องหลอกลวง? นายจะไม่ให้ฉันเจอเขาดูก่อนเหรอ?”

ฮ่าๆ!

หูเฟย หัวเราะเยาะในใจ

สมแล้วที่เป็นจิ้งจอกเฒ่า ตอนนี้ให้นายเจอเขา แล้วเรื่องของฉันจะเหลืออะไรล่ะ?

หูเฟย ก็ไม่ใช่คนโง่ เตรียมตัวมาพร้อมแล้ว

“ผมมีเส้นผมของเขาอยู่ที่นี่ คุณสามารถเอาไปตรวจ DNA เปรียบเทียบได้ หลังจากคุณตรวจเสร็จแล้ว เราค่อยมาคุยกัน”

พูดจบ หูเฟย ก็ยื่นขวดเล็กๆ ที่ใส่เส้นผมสองสามเส้นให้ หง จื้อเซิ่ง

หง จื้อเซิ่ง ไม่รับ เขามองจ้องไปที่ หูเฟย

ในอากาศราวกับมีสายฟ้าที่มองไม่เห็นแลบผ่าน

หูเฟย ไม่หวั่นไหว เขาก็จ้องมอง หง จื้อเซิ่ง เช่นกัน มือยังคงถือขวดไว้ ทั้งสองคนจ้องตากันเขม็งไม่มีใครยอมถอย

ต่างฝ่ายก็จ้องตากันอยู่อย่างนั้น

ผ่านไปพักใหญ่ ทันใดนั้น ลมก็พัดมาแผ่วๆ

หูเฟย ยังคงไม่กะพริบตา

แต่ หง จื้อเซิ่ง กลับทนไม่ไหว

อายุมากแล้ว มีอาการน้ำตาไหลเมื่อต้องโดนลม

หง จื้อเซิ่ง จึงพ่ายแพ้ไป

เขายิ้มอย่างขมขื่นอย่างช่วยไม่ได้ ที่พ่ายแพ้ให้กับเด็กน้อยที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ไม่มีทางเลือก นอกจากรับขวดนั้นมา

“ว่าแต่ นี่เบอร์โทรศัพท์ของผม คุณติดต่อเบอร์นี้ได้เลยครับเมื่อต้องการ”

หูเฟย ยื่นกระดาษเล็กๆ ที่เขียนเบอร์โทรศัพท์ให้ไปอีกแผ่น

“เอาล่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อน”

หูเฟย รู้ดีว่า ก่อนผล DNA จะออก เขากับ หง จื้อเซิ่ง ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว

ดี ไม่เสียเวลาดี มาเร็ว ไปเร็ว

หง จื้อเซิ่ง พยักหน้า ยื่นมือขวาทำท่าเชิญ

“บอสครับ ให้ผมจับไอ้เด็กนี่กลับมาบังคับเค้นถามไหมครับ?”

บอดี้การ์ดมอง หูเฟย ที่ยังเดินไปไม่ไกล ก็รีบเสนอ หง จื้อเซิ่ง

“ไม่ต้อง”

“ไอ้เด็กคนนี้... ไม่ธรรมดา เรื่องยังไม่กระจ่าง อย่าเพิ่งทำอะไรวู่วาม”

การรวบตัว หูเฟย ไว้ หง จื้อเซิ่ง ไม่ใช่ว่าไม่เคยคิด แต่ก็รีบสลัดความคิดนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว

แม้ หูเฟย จะดูอายุน้อย แต่การกระทำสุขุมนุ่มนวล ตลอดการสนทนาสงบนิ่งอย่างยิ่ง และควบคุมการสนทนาทั้งหมดได้อย่างอยู่หมัด

ทำให้ หง จื้อเซิ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านการเจรจา ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ทำอะไรไม่ได้ ถูก หูเฟย จูงจมูกไปตลอด

หนุ่มแน่น, สุขุม, ลึกลับ นี่คือคำประเมินที่เขามีต่อ หูเฟย ในตอนนี้

หง จื้อเซิ่ง ยังคงมองตาม หูเฟย ที่เดินจากไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหายลับไป

ผ่านไปนาน ดวงตายังคงมองไปไกล ไม่ยอมถอนสายตาออกไปง่ายๆ ภายนอกเขาดูสงบ แต่ในใจยังคงสับสนวุ่นวายไม่หยุดนิ่ง

เรื่องราวในอดีตราวกับควันไฟ ตอนนี้กลับผุดขึ้นมาในความทรงจำทีละเรื่อง

ตอนนั้น ที่หมู่บ้านเล็กๆ คืนนั้น

เสี่ยวฟาง... จริงๆ แล้ว...

ตอนก่อน

จบบทที่ หมู่บ้านมีหญิงสาวนางหนึ่งชื่อ เสี่ยวฟาง

ตอนถัดไป