เปิดเทอม, ไม่อยู่ห้องเดียวกันเหรอ?
วันที่ 20 สิงหาคม
เป็นวันเปิดเทอมของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ 3 ใหม่ ที่โรงเรียนมัธยมปลายที่สอง
บนบอร์ดประกาศผลการจัดชั้นเรียนหน้าอาคารเรียนของโรงเรียน ตอนนี้ผู้คนกำลังมุงดูแน่นขนัด
“ขอทางหน่อยคะ, ขอทางหน่อยค่ะ, กำลังถือของร้อนมานะ รีบหลบหน่อย!...”
เด็กสาวผมสั้นคนหนึ่งกำลังดึงแขนเด็กสาวอีกคนที่สะพายเป้สีฟ้า เบียดเสียดเข้าไปในฝูงชน
เด็กสาวที่สะพายเป้สีฟ้าคือ เซี่ยจือ ส่วนเด็กสาวผมสั้นคือเพื่อนสนิทของเธอ หลี่ ซือซือ
คนเยอะมากจริงๆ หลี่ ซือซือ พา เซี่ยจือ เบียดเข้าไปได้สำเร็จอย่างยากลำบาก “เร็วเข้า เสี่ยวจือ รีบหาชื่อพวกเรา”
“อืมๆ”
เซี่ยจือ ดันแว่นที่สันจมูกขึ้นเล็กน้อย เอนตัวไปข้างหน้า เหมือนนักสืบ กำลังมองหาชื่อตัวเองบนบอร์ดรายชื่อ
“เจอแล้ว เสี่ยวจือ เธออยู่ห้อง 2 ห้องเรียนพิเศษเลยนะ” หลี่ ซือซือ เป็นคนแรกที่เจอชื่อของ เซี่ยจือ
เซี่ยจือ ถูกจัดให้อยู่ในห้องเรียนพิเศษ แม้จะเป็นเรื่องที่คาดไว้อยู่แล้ว แต่ในฐานะเพื่อนสนิท หลี่ ซือซือ ก็ยังคงดีใจกับเธอ
แต่แล้วเธอก็ยิ่งตื่นเต้นร้องออกมาเสียงดังกว่าเดิมว่า “ว้าว เสี่ยวจือ ฉันก็อยู่ห้อง 2 เหมือนกัน พวกเราสองคนไม่ต้องแยกกันแล้ว”
“จริงเหรอ?”
เซี่ยจือ มองหารายชื่อในห้อง 2 อย่างละเอียด และก็เจอชื่อของพวกเธอทั้งสองคนจริงๆ
ดีไปเลย คราวนี้ดีมากจริงๆ
ความตื่นเต้นของ หลี่ ซือซือ แสดงออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจน เธอบ่นพึมพำไม่หยุด
ส่วน เซี่ยจือ นั้นดูสงบกว่ามาก ใบหน้ายิ้มแย้ม
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเดินออกไป เซี่ยจือ ก็พลันสังเกตเห็นชื่อที่คุ้นเคยชื่อหนึ่ง – หูเฟย
เซี่ยจือ รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ไม่คิดว่าคนคนนี้จะถูกจัดให้อยู่ในห้อง 1
ห้อง 1 ก็เป็นห้องเรียนพิเศษเหมือนกัน
ตอนสอบยังต้องมาซึมซับพลังความโชคดีของคนอื่นอยู่เลย เธอก็เลยคิดว่าผลการเรียนของ หูเฟย คงจะแย่มากๆ เสียอีก
แต่แล้ว เซี่ยจือ ก็พลันรู้สึกโล่งใจอย่างกะทันหัน โชคดีจริงๆ ที่ไม่ต้องอยู่ห้องเดียวกันกับเขาแล้ว
ไม่รู้ทำไม เวลาอยู่กับ หูเฟย เธอจะรู้สึกทำตัวไม่ถูก ใจเต้นตึกตักอยู่เสมอ
ดีแล้ว ดีแล้วจริงๆ
ตัวเองไม่ต้องเผชิญหน้ากับเขาอีกแล้ว
แต่ความรู้สึกโล่งใจนี้ยังคงอยู่ได้ไม่นานนัก ความรู้สึกสูญเสียบางอย่างก็ผุดขึ้นมาในใจของ เซี่ยจือ อย่างไม่มีสาเหตุ
ความรู้สึกนี้ เหมือนกับตอนก่อนสอบคณิตศาสตร์ แล้วพลันพบว่าปากกานำโชคของตัวเองหายไปไม่มีผิด
เป็นความรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองทำของสำคัญบางอย่างหายไป
รู้สึกว่างเปล่า
ไม่ทันได้คิดมาก เซี่ยจือ ก็รีบไปที่ห้องเรียนใหม่ของเธอกับ หลี่ ซือซือ
………
ในฐานะหนึ่งในสามห้องเรียนพิเศษ อาจารย์ที่ปรึกษาของห้องมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ 3 ห้อง 2 เว่ยเฟิง ได้มาถึงห้องเรียนก่อนที่นักเรียนทุกคนจะมาถึงเสียอีก
หลังจากทุกคนมาถึงครบแล้ว เขาก็พูดสั้นๆ สองสามประโยค แล้วก็เริ่มจัดที่นั่งทันที
เนื่องจากเป็นห้องเรียนใหม่ เพื่อความสะดวก อาจารย์จึงให้เลือกที่นั่งตามลำดับคะแนนสอบวัดระดับครั้งนี้
“อันดับที่ 1 ฉวี่ หมิงเยว่ มาเลือกก่อน”
“อันดับที่ 2 เถียนเฟิง ของเธอเลย”
………
“คนต่อไป อันดับที่ 21 เซี่ยจือ”
“เซี่ยจือ เซี่ยจือ อยู่ไหน?”
“อ๋อ อาจารย์คะ เซี่ยจือ ปวดท้องไปเข้าห้องน้ำค่ะ”
เว่ยเฟิง เงยหน้ามอง เด็กสาวที่พูดมีผมสั้นระดับติ่งหู แถมยังใส่ตุ้มหูด้วย
“เพื่อนนักเรียน เราชื่ออะไร?”
“อาจารย์คะ หนูชื่อ หลี่ ซือซือ ค่ะ”
เว่ยเฟิง ค้นหารายชื่อในบัญชีนักเรียนอยู่พักหนึ่ง และเจอชื่อ หลี่ ซือซือ อยู่เกือบบรรทัดสุดท้าย
คะแนนสอบวัดระดับ 510 คะแนน
คะแนนเท่านี้ทำไมถึงมาอยู่ห้องเดียวกับพวกเขาได้?
ไม่ต้องคิดเลย เด็กฝากชัดๆ
“เอาล่ะ งั้นนักเรียนเซี่ยจือ รอให้เธอกลับมาค่อยเลือกแล้วกัน เราไปคนต่อไป”
“ว่าแต่ นักเรียน หลี่ ซือซือ นักเรียนมัธยมปลายห้ามใส่ตุ้มหูนะ”
“อ๋อค่ะ!” หลี่ ซือซือ ยักไหล่ แล้วถอดตุ้มหูออก
การเลือกที่นั่งใช้เวลาครึ่งชั่วโมง นักเรียนเซี่ยจือ ค่อนข้างน่าสงสาร ปวดท้องตั้งแต่เช้า เพิ่งจะกลับมาถึงตอนท้ายสุด
สุดท้ายก็เลยได้นั่งโต๊ะเดียวกับ หลี่ ซือซือ ที่แถวหลังสุด
………
ห้องผู้อำนวยการโรงเรียน
“ก๊อก ก๊อก...” หูเฟย เคาะประตู
“เชิญ”
“อืม เธอคือ...”
ผู้อำนวยการเมิ่ง มองดูนักเรียนที่เดินเข้ามา รู้สึกคุ้นหน้ามาก แต่จำชื่อไม่ได้ในทันที
เอานิ้วเคาะหัวตัวเองอยู่พักใหญ่ ในที่สุด “อ้อ หูเฟย~”
เมิ่ง เต๋ออวี่ นึกชื่อ หูเฟย ออก
ในบรรดานักเรียนย้ายมาใหม่ครั้งนี้ มีนักเรียนที่ประหลาดมากๆ คนหนึ่ง วิชาสายศิลป์แย่สุดๆ แต่วิทย์รวมเก่งกาจไร้เทียมทาน
เซียว เซวียหลี่ เคยแนะนำนักเรียนคนนี้กับเขาเป็นพิเศษ บอกว่าเด็กคนนี้น่าจะพัฒนาได้ไกล
เมิ่ง เต๋ออวี่ ดูประวัติของ หูเฟย อยู่พักใหญ่ ในประวัติมีรูปถ่ายของเขาอยู่ด้วย ดังนั้นจึงจำ หูเฟย ได้ค่อนข้างชัดเจน
“ว่าแต่ เธอมาหาฉันมีธุระอะไรเหรอ?” เมิ่ง เต๋ออวี่ จิบชา
“ท่านผู้อำนวยการเมิ่งครับ ผมมาขอเปลี่ยนชั้นเรียนครับ”
“พรวด...” ชาที่เพิ่งจิบเข้าไป ถูก เมิ่ง เต๋ออวี่ พ่นออกมาทันที
“ห๊ะ? เธอจะเปลี่ยนชั้นเรียนเหรอ?”
เมิ่ง เต๋ออวี่ งงเล็กน้อย
“เธอรู้ไหมว่าตอนนี้กำลังอยู่ห้อง 1 ห้องเรียนพิเศษของเรานะ”
“ถึงแม้ มัธยมปลายปีที่ 3 ของเราจะมีห้องเรียนพิเศษสามห้อง แต่นักเรียนที่ดีที่สุด อาจารย์ที่ดีที่สุด ทั้งหมดอยู่ในห้อง 1”
“การสอบวัดระดับครั้งนี้ มีแค่คนที่ได้คะแนน 650 ขึ้นไปเท่านั้นถึงจะเข้าห้อง 1 ได้”
“ในบรรดานักเรียนย้ายมาใหม่สิบคน คนอื่นสอบได้ 650 ขึ้นไปทั้งหมด เข้าห้อง 1 ได้ทั้งหมด”
“ส่วนเธอ ได้แค่ 600 คะแนน”
“จริงๆ ด้วยคะแนนสอบครั้งนี้ของเธอ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้เข้าห้อง 1 ฉันนี่แหละที่อนุมัติให้เข้าเป็นพิเศษ”
“คนอื่นอยากเข้าก็เข้าไม่ได้ แต่เธอกลับอยากจะเปลี่ยนออกเหรอ?”
เมิ่ง เต๋ออวี่ พยักหน้าช้าๆ ขณะที่ความสามารถอันน่าทึ่งของ หูเฟย ผุดขึ้นมาในความคิด แม้ข้อสอบวิทย์ครั้งนี้จะยากจนนักเรียนเก่งๆ พลาดกันไปหลายจุด
แม้แต่ หลิว อวี่เฟย อดีตเจ้าแห่งวิทย์ ครั้งนี้รวม 440 คะแนน ซึ่งยังเสียคะแนนไปถึง 10 คะแนนจากคะแนนเต็ม 450 แต่เด็กคนนี้กลับได้คะแนนวิทย์เต็ม!
เทียบกันแล้ว หูเฟย ก็เก่งจริงๆ นั่นแหละ
เขาคือคนเดียวในชั้นปีที่ทำได้... ด้วยความสามารถระดับนี้ แม้คะแนนรวมจะไม่ถึงเกณฑ์ แต่ก็คุ้มค่าที่จะอนุมัติเป็นกรณีพิเศษ!
เมิ่ง เต๋ออวี่ อธิบายเรื่องราวทั้งหมด หวังว่า หูเฟย จะยอมรับฟังคำแนะนำ
หูเฟย ฟังแล้วก็รู้สึกขอบคุณ เมิ่ง เต๋ออวี่ มาก เพราะอีกฝ่ายเปิดช่องทางพิเศษให้ตัวเองจริงๆ
แต่เรื่องนี้ ไม่มีทางต่อรองได้ เขาต้องการย้ายไปห้อง 2 ให้ได้!!!
นั่นก็เพราะว่า.. เซี่ยจือ อยู่ห้อง 2
“เป็นอย่างนี้ครับ ท่านผู้อำนวยการเมิ่ง” หูเฟย เตรียมคำพูดมาพร้อมแล้ว จึงพูดอย่างไม่เร่งรีบว่า :
“ผมทำแบบนี้มีเหตุผลของผมครับ”
“ท่านก็ทราบว่าจุดอ่อนของผมคือภาษาจีนและภาษาอังกฤษ”
“อาจารย์ที่ปรึกษาห้อง 2 คืออาจารย์เว่ย ซึ่งเป็นอาจารย์สอนภาษาจีนที่เก่งมากๆ ท่านหนึ่ง”
“ส่วนอาจารย์ที่ปรึกษาห้อง 1 เป็นอาจารย์สอนคณิตศาสตร์”
“ดังนั้น ผมเชื่อว่า ถ้าผมอยู่ห้อง 2 ผลการเรียนภาษาจีนของผมจะก้าวหน้าได้เร็วกว่าครับ”
ผู้อำนวยการเมิ่ง ฟังแล้วก็จมอยู่ในความคิด
“เป็นอย่างนั้นเองเหรอ...”
ฟังดูแล้วก็มีเหตุผลอยู่บ้างเหมือนกัน
เว่ยเฟิง ถึงแม้จะยังหนุ่ม แต่ก็มีความสามารถในการสอนดีเยี่ยม ห้องเรียนที่เขาดูแล ผลการเรียนภาษาจีนมักจะดีเสมอ
“เธอแน่ใจจริงๆ นะว่าจะเปลี่ยน?” เมิ่ง เต๋ออวี่ เงยหน้ามอง หูเฟย พลางย้ำถามอีกครั้ง
“ถ้าเปลี่ยนแล้วจะไม่มีโอกาสแก้ไขนะ ต่อไปอย่ามาเสียใจทีหลังล่ะ”
“ผมแน่ใจครับ” หูเฟย กล่าวอย่างมั่นคง
ไม่รู้ทำไม เมื่อเห็นดวงตาของ หูเฟย ที่ดำสนิทราวกับยามค่ำคืน เมิ่ง เต๋ออวี่ รู้สึกว่านี่ไม่ใช่หนุ่มน้อยที่ใจร้อนและไร้เดียงสา
เขามีความคิดของตัวเอง เขามีปัญญาของตัวเอง
เมิ่ง เต๋ออวี่ เลือกที่จะเชื่อและเคารพการตัดสินใจของเขา
“ดี”
เมิ่ง เต๋ออวี่ ไม่เสียเวลาต่อไปอีก เขาโทรศัพท์สองสามครั้ง จัดการเรียบร้อย
“งั้นตอนนี้เธอไปรายงานตัวที่ห้อง 2 ได้เลย”
“ขอบคุณท่านผู้อำนวยการครับ”
หูเฟย กล่าวขอบคุณอย่างจริงใจแล้วเดินออกไป
“นักเรียนคนนี้นี่... น่าสนใจจริงๆ” เมิ่ง เต๋ออวี่ ส่ายหัว
ห้อง 1 ดีๆ ไม่ยอมอยู่ กลับดึงดันจะย้ายไปห้อง 2 อย่างเดียว ก็จนปัญญาจะทำอะไรกับเขาได้
แล้วตัวเองทำไมถึงได้ยอมตกลงอย่างไม่มีเหตุผลแบบนี้ไปได้นะ?
เมิ่ง เต๋ออวี่ ที่เพิ่งนึกขึ้นได้ก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
………