น่ารักเกินไป ก็เลยอยากจะแกล้งหน่อย

“เอาล่ะ ตอนนี้เหลืออีกสิบนาทีแล้ว อาจารย์จะไม่พูดเรื่องอื่นอีกแล้วนะ เรื่องสำคัญอื่นๆ จะเก็บไว้พูดในคาบกิจกรรมช่วงบ่าย”

“ตอนนี้พวกเธอคุยกันกับเพื่อนข้างๆ ไปก่อน ทำความรู้จักกันไว้”

อาจารย์เว่ยเฟิง พูดจบ ห้องเรียนก็วุ่นวายเป็นกลุ่มๆ ทันที เพิ่งเปิดเทอม ทุกคนค่อนข้างตื่นเต้น

“นี่ เสี่ยวจือ พวกเราไปทักทายเพื่อนใหม่กันเถอะ” หลี่ ซือซือ เอาข้อศอกกระทุ้งแขน เซี่ยจือ

“ไม่ไปๆ จะไปก็ไปเอง”

“ไม่สิ เธอเองก็ห้ามไปด้วย”

เซี่ยจือ รีบคว้าแขน หลี่ ซือซือ ไว้ทันที เธอจะปล่อยให้เพื่อนสนิทของตัวเองลุ่มหลงในเสน่ห์ของผู้ชาย ถลำลึกไปเรื่อยๆ ไม่ได้

เธอต้องดึงเพื่อนกลับมาสู่เส้นทางการเรียน การตั้งใจเรียนต่างหากคือหน้าที่ของพวกเธอ

แต่ หลี่ ซือซือ จะเป็นคนที่ เซี่ยจือ จะรั้งไว้ได้อย่างไร? เธอก็วิ่งไปอยู่ข้างๆ หูเฟย อย่างรวดเร็ว

“เพื่อนร่วมชั้น เราชื่อ หลี่ ซือซือ นะ ซือ ที่แปลว่า คิดถึง” หลี่ ซือซือ แนะนำตัวเอง แล้วยื่นมือออกไป

หูเฟย กำลังคุยอยู่กับ หยวนหวา พอได้ยินเสียงก็หันกลับมา

ใบหน้าทั้งที่ไม่คุ้นเคยและคุ้นเคยในเวลาเดียวกัน ปรากฏขึ้นตรงหน้า หูเฟย

ชาติก่อน หลี่ ซือซือ ในฐานะเพื่อนสนิทของ เซี่ยจือ หูเฟย แน่นอนว่าต้องรู้จัก แถมความสัมพันธ์ยังดีมากๆ ด้วย

หลี่ ซือซือ นิสัยห้าวหาญ ตรงไปตรงมา มีพื้นเพครอบครัวดีมาก หลังจากนั้นก็เปิดบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เองเป็นประธานหญิง

บริษัทของ หูเฟย ที่สามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ ส่วนใหญ่ก็ต้องขอบคุณความช่วยเหลือของ หลี่ ซือซือ ด้วย

ความทรงจำต่างๆ แวบเข้ามาในหัว หูเฟย ได้สติกลับคืนมา

“สวัสดีครับ ผมชื่อ หูเฟย ครับ”

หูเฟย ยื่นมือออกไปจับมือกับอีกฝ่ายเบาๆ

ว้าว ฉันได้จับมือเทพบุตรด้วยอ่ะ

ใบหน้าของ หลี่ ซือซือ เผยรอยยิ้มเบ่งบาน มีความสุขสุดๆ

หยวนหวา ที่อยู่ข้างๆ เห็นดังนั้น ก็รีบแทรกตัวเข้ามาทันที

“สวัสดีครับเพื่อนร่วมชั้น ผมชื่อ หยวนหวา ครับ หวา ที่มาจาก หลิว เต๋อหัว”

พูดพลาง ก็ยื่นมือไปทาง หลี่ ซือซือ มองอีกฝ่ายด้วยความคาดหวังสุดๆ

แต่ หลี่ ซือซือ กลับมองตาขาวให้ ยกมือขึ้นทำท่าจะตี “หยวนหวา ฉันว่านายนี่ท่าจะคันหลังแล้วมั้ง?”

หยวนหวา รีบหดมือกลับทันที ยิ้มแหยๆ “ล้อเล่น ล้อเล่นน่า”

เซี่ยจือ ที่อยู่ข้างๆ เห็นดังนั้น ก็ยกมือปิดปากหัวเราะเบาๆ อย่างแอบๆ

จริงๆ แล้วทั้งสามคนเป็นเพื่อนร่วมชั้นเก่ากัน ตั้งแต่มัธยมปลายปีที่ 1 และ 2 ก็อยู่ห้องเดียวกัน สนิทกันจนไม่มีอะไรจะสนิทกว่านี้แล้ว

หยวนหวา ยังแกล้งทำเหมือนไม่เคยเจอกัน คิดจะฉวยโอกาสเล็กน้อย ผลคือไม่ได้โอกาส แถมยังโดนด่าอีก น่าขำจริงๆ

แต่การหัวเราะของ เซี่ยจือ ในครั้งนี้ กลับทำให้ หูเฟย ได้โอกาส

ตั้งแต่ที่เขานั่งลงมา เซี่ยจือ ก็จงใจไม่มองมาทางเขา ทำเหมือนมองไม่เห็น

หูเฟย ร้อนใจอยู่ในใจ แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปทักทายอย่างกะทันหัน กลัวจะทำให้ลูกกระต่ายน้อยตกใจ

แต่คราวนี้ได้โอกาสมาถึงแล้ว

“เพื่อนร่วมชั้น สวัสดีครับ”

“ผมชื่อ หูเฟย ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”

หูเฟย หันกลับมา ยิ้มแย้มเต็มใบหน้า ยื่นมือออกไปทาง เซี่ยจือ

“อ๊ะ?”

หัวของ เซี่ยจือ ว่างเปล่าไปชั่วขณะ

“เซี่ยจือ หูเฟย ทักทายน่ะ”

หลี่ ซือซือ ตบไหล่ เซี่ยจือ เบาๆ เหมือนจะเตือนว่า อีกฝ่ายทักทายก่อน ถ้าไม่ตอบก็ดูไม่สุภาพมากๆ

เพื่อนร่วมชั้นกันต้องรักใคร่กลมเกลียวสิ

ช่างเป็นเพื่อนสนิทที่ดีที่หาได้ยากจริงๆ!!!

“ฉะ... ฉันชื่อ เซี่ยจือ”

เงยหน้ามองมือที่ หูเฟย ยื่นออกมา เซี่ยจือ ก็ยังคงยื่นมือออกไป ทั้งที่ในใจรู้สึกกลัวเล็กน้อย

หูเฟย ยิ้มเล็กน้อย ขยับเข้าไปใกล้ แล้วใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วโป้ง สัมผัสที่ปลายปลายนิ้วของ เซี่ยจือ อย่างแผ่วเบา

ขยับเบาๆ แล้วก็ปล่อยมือ

สุภาพบุรุษมากๆ ไม่มีการกระทำที่เกินเลย

เซี่ยจือ รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที รีบหดมือกลับ

ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนดูเหมือนจะขยับเข้าใกล้กันขึ้นเล็กน้อย อย่างน้อยก็ได้จับมือกันแล้ว

“ว่าแต่ หูเฟย นายเป็นนักเรียนย้ายมาใหม่ใช่ไหม?” หลี่ ซือซือ ถามขึ้นกะทันหัน

“อืม ผมย้ายมาจากโรงเรียนอื่นครับ”

“ย้ายมาใหม่จริงๆ ด้วย! แต่ฉันได้ยินมาว่านักเรียนย้ายมาใหม่คราวนี้ไปอยู่ห้อง 1 กันหมดไม่ใช่เหรอ?”

“ทำไมนายถึง...” หลี่ ซือซือ มอง หูเฟย ด้วยความสงสัย

เซี่ยจือ เดิมทีก้มหน้าอยู่ ตอนนี้ก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้าเล็กๆ ขึ้นมา กะพริบตามอง หูเฟย ด้วยความอยากรู้

“เอ่อ... อันนั้น...” หูเฟย ติดอ่าง เขาจะบอกว่าตัวเองจงใจย้ายมาห้องนี้เพราะ เซี่ยจือ ได้ยังไงล่ะ

“ผมค่อนข้างพิเศษ เลยถูกจัดมาอยู่ห้อง 2 ครับ” หูเฟย ไม่ได้อธิบายเหตุผลโดยละเอียด

แต่ หลี่ ซือซือ และคนอื่นๆ ในใจกลับตัดสินไปแล้ว

คงจะผลการเรียนไม่ดี ก็เลยต้องใช้เส้นเข้ามา

“ดูท่าทางแล้ว พี่หู ก็เหมือนพวกเราสินะ”

หยวนหวา ตบไหล่ หูเฟย เป็นเชิงบอกด้วยสายตาว่า “พี่น้องอย่ากลัว ยังมีพวกเราอยู่”

หลี่ ซือซือ ก็พยักหน้าเห็นด้วย

เธอกับ หยวนหวา คนหนึ่งคะแนน 510 เป็นรองบ๊วยของห้อง อีกคนคะแนน 508 เป็นบ๊วยของห้อง ตอนนี้ก็มีเพื่อนยากมาเพิ่มอีกคน

ช่างเป็นวาสนาจริงๆ

[ผู้แปล : (猿粪 - หยวนเฟิ่น - คำพ้องเสียงตลกๆ กับคำว่า 缘分 หยวนเฟิ่น ที่แปลว่า วาสนา/พรหมลิขิต แต่เขียนด้วยตัวอักษรที่แปลว่า ลิง + อุนจิ หรือตรงๆ เลย ‘ขี้ลิง’ ใช้ในอินเทอร์เน็ต, เป็นมุกขำๆ)]

หูเฟย มองสีหน้าของทั้งสองคน ก็เข้าใจในทันที

ถึงแม้จะเป็นห้องเรียนพิเศษ แต่ในห้องก็ยังมีนักเรียนที่ใช้เส้นเข้ามาอยู่บ้าง

ดังนั้น ห้อง 2 ซึ่งเป็นห้องเรียนพิเศษนี้ ก็เลยไม่ได้เป็นห้องเรียนพิเศษที่ ‘พิเศษ’ ขนาดนั้น

ห้อง 3 ก็เหมือนกัน

มีแต่ห้อง 1 เท่านั้น ที่เป็นห้องของเด็กเรียนเก่งตัวจริง ไม่มีสิ่งเจือปนใดๆ

สองคนเข้าใจผิดก็ไม่เป็นไร แต่ หูเฟย สังเกตเห็นว่า เซี่ยจือ หันหน้าหนีไปแล้วมองเห็นประกายความผิดหวังเล็กๆ แวบหนึ่งในแววตาของเธอ

เอาละสิ! โดนมองว่าเป็นเด็กเรียนไม่เอาอ่าวไปแล้ว

หูเฟย จนใจ ดูท่าทางแล้วภาพลักษณ์ของตัวเองในใจ เซี่ยจือ คงไม่สามารถเปล่งประกายได้แล้วสิ

“เอ่อ... จริงๆ แล้วผลการเรียนผมก็พอใช้ได้นะ” หูเฟย รู้สึกว่าตัวเองยังพอจะกู้สถานการณ์ได้

หยวนหวา : “อ๋อ แล้ววิชาภาษาจีนได้กี่คะแนน?”

“เอ่อ 76 คะแนน”

หลี่ ซือซือ : “อืม แล้วภาษาอังกฤษล่ะ?”

“เอ่อ 74 คะแนน”

(?--)

แม้แต่ หยวนหวา คะแนนสองวิชานี้ยังได้ 90 กว่าเลย! แย่สุดๆ ก็ควรจะผ่านเกณฑ์สักหน่อยสิ

ใช้เส้นเข้ามา ก็ควรจะมีพื้นฐานสักนิดหน่อยสิ

แต่แล้วนี่มันต้องเป็นเส้นแข็งขนาดไหนกันเนี่ย!!!

หลี่ ซือซือ : “วันนี้อากาศดีจังเลย ทั้งมีลมทั้งมีฝน หยวนหวา วันนี้นายกินข้าวเช้าแล้วยัง?”

หยวนหวา : “ฉันส่งการบ้านภาคฤดูร้อนแล้วนะ เย็นนี้หลังเลิกเรียนไปเล่นบอลกันไหม?”

หูเฟย : “...”

เห้ย พวกนายอย่าเพิ่งไปสิ

พวกนายช่วยถามอีกหน่อยได้ไหม?

ถามวิชาคณิตศาสตร์ ถามวิทย์รวมสิ

คะแนนฉันไม่แย่จริงๆ นะ

………

“ติ๊ง ติ่ง ติ้ง...” เสียงกริ่งพักดังขึ้น

“คาบต่อไปเป็นวิชาคณิตศาสตร์ เพิ่งได้รับโทรศัพท์จากอาจารย์คณิตศาสตร์ของพวกเธอ ท่านติดธุระนิดหน่อย ดังนั้นเดี๋ยวอาจารย์คณิตศาสตร์ห้อง 1 จะมาสอนแทน”

“พวกเธอต้องตั้งใจเรียนนะ อย่าทำให้ห้องเราเสียชื่อ”

“เอาล่ะ เลิกเรียน!”

อาจารย์เว่ยเฟิง ปัดฝุ่นชอล์กออกจากเสื้อแล้วเดินออกจากห้องเรียนไป

อาจารย์เว่ยเฟิง เพิ่งจะไป หลี่ ซือซือ ก็ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีฮึกเหิมทันที “ซือซือ จะไปไหนน่ะ?” เซี่ยจือ ถาม

เห็น หลี่ ซือซือ ม้วนแขนเสื้อขึ้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นจะเอาเรื่อง

“อย่ามายุ่งกับฉันนะ ฉันนัดตีกับนังตัวร้ายชื่อ จื่อเวย ห้อง 5 ไว้แล้ว ตอนนี้ต้องไปจัดการมัน” [ผู้แปล : (จื่อเวย 紫薇 หรือคือ เซี่ยจื่อเวย 夏紫薇 ตัวละครจากละคร องค์หญิงกำมะลอ (还珠格格))]

“อ๊ะ ซือซือ เธอนัดตีกันอีกแล้วเหรอ!”

ดูเหมือนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ หลี่ ซือซือ นัดตีกัน เซี่ยจือ ถึงได้ใช้คำว่า ‘อีกแล้ว’

“ฮึ นังตัวร้ายนั่นกล้าดียังไงมาว่าพี่ชายของฉันไม่ดี”

“วันนี้ถ้าฉันไม่จัดการนังตัวร้ายนั่น ฉันคงไม่ใช่คนสกุล หลี่”

พี่ชายที่ หลี่ ซือซือ พูดถึง คือ จิน เฉิงอู่ (金城武) หรือทาเคชิ คาเนชิโระ

ช่วงนี้เธอกำลังคลั่งไคล้ ทาเคชิ คาเนชิโระ มาก อีกฝ่ายพูดจาไม่เข้าหูสองสามคำ ทำให้ หลี่ ซือซือ โมโหสุดขีด

พูดจบ หลี่ ซือซือ ก็เดินจ้ำอ้าวออกไปประจันหน้าคนเดียวทันที

เซี่ยจือ มองตามแผ่นหลังของอีกฝ่ายไปด้วยความจนใจเต็มใบหน้า

เธอไม่ได้กังวลว่า หลี่ ซือซือ จะเสียเปรียบเลย พลังการต่อสู้ของเพื่อนสนิทเธอคนนี้นั้นเรียกว่าไม่ธรรมดาอยู่แล้ว เพียงแต่รู้สึกว่าเด็กผู้หญิงใช้ความรุนแรงและหยาบคายแบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

ทางด้าน หยวนหวา จัดผมแสกกลางของตัวเอง เมื่อเห็นว่า หลี่ ซือซือ ออกไปแล้ว เขาก็เดินตามออกไปเช่นกัน

………

คาบต่อไปเป็นวิชาคณิตศาสตร์ เซี่ยจือ หยิบข้อสอบคณิตศาสตร์ออกมา

มองดูอย่างเหม่อลอยเล็กน้อย

คนเขาว่ากันว่า เมื่อคนถูกบีบคั้นถึงที่สุด ก็ทำอะไรได้ทั้งนั้น

ยกเว้นคณิตศาสตร์…

ข้อใหญ่ข้อสุดท้าย เซี่ยจือ ทำเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้ แม้จะใช้เวลาไปทั้งเช้า ก็เพราะว่า เธอทำไม่เป็นจริงๆ นั่นแหละ

“เฮ้อ~”

เซี่ยจือ ถอนหายใจอย่างหมดแรง รู้สึกท้อแท้มากๆ

เธอก้มตัวลงเอาคางวางไว้บนโต๊ะ ปากล่างเล็กๆ ยื่นไปข้างหน้าเล็กน้อย ปากน้อยๆ เป่าลมขึ้นไปทางใบหน้าด้านบน

เห็นผมหน้าม้าของเธอเหมือนผ้าม่าน ลอยขึ้นบ้าง ตกลงมาบ้าง

นี่เป็นเพียงแค่อาการติดตัวที่ทำไปโดยไม่รู้ตัว

ทุกครั้งที่ เซี่ยจือ เหม่อลอยหรือรู้สึกหงุดหงิด ก็จะทำแบบนี้

ส่วน หูเฟย ที่อยู่ข้างๆ กลับถูกท่าทางของ เซี่ยจือ ทำให้หัวเราะออกมา

อะไรจะน่ารักขนาดนี้

รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เซี่ยจือ เอียงศีรษะเล็กๆ ไปทางซ้าย พลันเห็น หูเฟย กำลังแอบยิ้ม

ทันใดนั้น

ใบหน้าขาวผ่องของ เซี่ยจือ ก็เปลี่ยนสีให้เห็นอย่างชัดเจน จากขาวเป็นอมชมพู จากอมชมพูเป็นแดง

o(////▽////)q

“อ๊า...”

เซี่ยจือ ร้องเสียงหลงอย่างน่ารัก รีบเอาหัวไปซ่อนใต้โต๊ะทันที

“ฉันเป็นนกกระจอกเทศ ฉันเป็นนกกระจอกเทศ ฉันเป็นนกกระจอกเทศ...”

หูเฟย : “.....”

ไร้เหตุผลโยนเมล็ดบัวข้ามน้ำ ถูกผู้อื่นมองเห็นจากไกลอายไปครึ่งวัน

เห็นทีต้องเข้าไปช่วยแล้ว ไม่อย่างนั้น เซี่ยจือ คงจะอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีจริงๆ แล้ว

“เอ่อ... เพื่อนร่วมชั้นเซี่ยจือ ข้อสุดท้ายคุณทำไม่ได้ใช่ไหม? ผมเหมือนจะทำได้นะ อยากให้ผม...”

“ไม่เอา”

หูเฟย ยังพูดไม่ทันจบ เซี่ยจือ ก็ปฏิเสธไปทั้งที่ยังซ่อนหน้าอยู่ใต้โต๊ะ เสียงฟังดูเหมือนออกมาจากใต้ผ้าห่ม มีทั้งความเขินอายปนกับความหงุดหงิด

คนๆ นี้นิสัยไม่ดีจริงๆ

ทำไมต้องแอบมองฉันด้วย

แถมยังเป็นตอนที่กำลังทำท่าทางแบบนี้อีก!!!

แล้วก็…

ข้อสุดท้ายยากขนาดนั้น หูเฟย ที่อยู่ระดับเดียวกับ หยวนหวา กับหลี่ ซือซือ จะทำได้อย่างไร?

ต้องคิดจะแกล้งฉันอีกแน่ๆ

ไม่สนใจเขา เด็ดขาดต้องไม่สนใจเขา

………

มองดูเด็กสาวที่ยังก้มหน้าไม่ยอมเงยขึ้น และไม่สนใจเขา หูเฟย แบมือออก รู้สึกจนใจเล็กน้อย แต่ก็ขำอยู่เล็กน้อยเช่นกัน

เซี่ยจือ ทั้งนุ่มนิ่มน่ารัก แถมยังดูซื่อๆ งงๆ อีก น่ารักเกินไปจริงๆ

ทำยังไงดีล่ะ?

น่ารักจนอยากจะแกล้งจังเลย!

ตอนก่อน

จบบทที่ น่ารักเกินไป ก็เลยอยากจะแกล้งหน่อย

ตอนถัดไป