อะไรกันเนี่ย, ทำไมถึงเจอเขาอีกแล้วล่ะ?
ไม่นานหลังจากนั้น หูเฟย ก็รีบมาถึงห้อง 2
อาจารย์เว่ยเฟิง ที่ได้รับโทรศัพท์จากผู้อำนวยการโรงเรียนก่อนหน้านี้แล้ว ก็ทราบเรื่องที่ หูเฟย จะย้ายมาอยู่ห้องนี้
ท่านก็แนะนำ หูเฟย ให้ทุกคนรู้จักอย่างเรียบง่าย
“นี่คือนักเรียนใหม่ที่ย้ายมาจากโรงเรียนอื่นนะ ต่อไปนี้จะเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวใหญ่ห้อง 2 ของเรา”
เมื่อ หูเฟย เดินจากนอกห้องเรียนมาหยุดที่ข้างแท่นบรรยาย นักเรียนหญิงทั้งห้องมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ 3 ห้อง 2 ก็ถึงกับฮือฮาขึ้นมาทันที
ผมสีดำขลับที่ดูเท่และพลิ้วไหว ใบหน้าที่ดูดีไร้ที่ติ ดวงตาที่ดำสนิทล้ำลึก เปล่งประกายเสน่ห์ราวกับก้นทะเลลึก ริมฝีปากบางสีระเรื่อที่เม้มแน่น เผยให้เห็นความเซ็กซี่ในอีกรูปแบบหนึ่ง
ใบหน้าแบบนี้ เทียบได้กับดาราในทีวี หล่อเหลาสง่างาม โดยเฉพาะออร่าของเขา ความเย็นชาที่แฝงไว้ด้วยประกายแห่งความฉลาดลึกซึ้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในคนวัยเดียวกัน ทำเอาหัวใจของสาวน้อยทั้งห้องถึงกับคลั่งไคล้
ส่วนสูงถึง 1 เมตร 85 และรูปร่างที่สมส่วนเพอร์เฟกต์ของ หูเฟย เมื่อยืนเคียง อาจารย์เว่ยเฟิง ผู้เตี้ยกว่าเกือบหนึ่งช่วงศีรษะ ก็ยิ่งทำให้เขาดูโดดเด่นอย่างเห็นได้ชัด
“ว้าว~ หล่อสุดๆ ไปเลย!”
“นี่นักเรียนห้องเราเหรอเนี่ย ฉันไม่ได้ฝันไปนะ”
“เหมือน หูเกอ เลยอ่ะ”
“อุ๊ย เขาเหมือนจะมองมาทางฉันเลยอ่ะ เขินจัง”
แม้ว่านักเรียนหญิงในห้องส่วนใหญ่จะมีความสงวนท่าที แต่ในวัยที่กำลังเบ่งบานนี้ สำหรับเพศตรงข้าม โดยเฉพาะเด็กผู้ชายที่หล่อเหลาแบบ หูเฟย พวกเธอก็อดใจที่จะหลงใหลไม่ได้
ในตอนนี้ เสียงฮือฮาดังขึ้นมาก
ในทางตรงกันข้าม ปฏิกิริยาของนักเรียนชายกลับเป็น...
“เชอะ หล่อตายแหละ คิดว่าหล่อ? หล่อเท่า จาง อวี๋เยี่ยน โรงเรียนเราหรือไง?”
“หลี่ กวานซี โรงเรียนเราไม่ยอมนะเฟ้ย”
“จะมาแย่งตำแหน่งเทพบุตรประจำห้องเหรอ? ถาม เฉียน เยี่ยนจู่ อย่างฉันรึยัง?”
“โจว เฉาเหว่ย ขอท้าดวล!”
“หม่า เต๋อหัว อยู่นี่ ใครกล้าทำอวดดี?”
………
เสียงตบมือดังๆ ของ อาจารย์เว่ยเฟิง ทำให้นักเรียนทั้งห้องค่อยๆ เงียบเสียงลง
“นักเรียนหูเฟย เชิญแนะนำตัวเองเลย”
อาจารย์เว่ยเฟิง หลีกทางตรงแท่นบรรยาย หูเฟย พยักหน้าแล้วเดินไป
“สวัสดีครับทุกคน ผมชื่อ หูเฟย ครับ”
พูดพลาง หยิบชอล์กสีขาวขึ้นมาแท่งหนึ่ง แล้วเขียนชื่อตัวเองลงบนกระดานดำ
“ลายมือสวยมาก” อาจารย์เว่ย ตาเบิกกว้าง อดไม่ได้ที่จะชื่นชม
หูเฟย ใช้ลายมือแบบโช่วจิน (瘦金体) ซึ่งเป็นลายเส้นที่ดูผอมบาง แต่กลับสง่างาม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ราวกับกิ่งเหล็กตะขอเงิน
เพียงลายมือที่ปรากฏบนกระดานดำ ก็เหนือชั้นจนอาจารย์หลายคนยังต้องอาย
“หวังว่าในปีการศึกษาใหม่นี้ เราจะใช้เวลาในช่วงมัธยมปลาย ปี 3 ให้เป็นปีที่น่าจดจำ และสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ได้ด้วยกันครับ”
เสียงของ หูเฟย มีเสน่ห์อย่างยิ่ง ราวกับเสียงที่ออกมาจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง
หูเฟย พูดจบ นักเรียนหญิงข้างล่างก็ปรบมือกันอย่างกึกก้องทันที
“เซี่ยจือ เซี่ยจือ รีบดูสิ ห้องเรามีหนุ่มหล่อมากเลย”
หลี่ ซือซือ มอง หูเฟย บนเวทีอย่างไม่ละสายตา พร้อมกับเขย่าไหล่เพื่อนร่วมโต๊ะและเพื่อนสนิทของตัวเองไปด้วย
“โอ๊ย หล่ออะไรกันเล่า กำลังดูข้อสอบอยู่เนี่ย”
เซี่ยจือ ตั้งแต่เปลี่ยนที่นั่งเสร็จ เธอก็ก้มหน้าดูข้อสอบวัดระดับมาตลอด
คณิตศาสตร์เธอทำผิดไปหลายข้อเลย ข้อใหญ่ข้อสุดท้ายยิ่งแล้วใหญ่ ไม่ได้แตะเลยแม้แต่นิดเดียว
ตอนนี้เธอกำลังครุ่นคิดหาวิธีแก้โจทย์อย่างหนัก ไม่ได้สนใจสถานการณ์ด้านหน้าห้องเลยแม้แต่น้อย
“ฉันว่าเธอนี่นะ ตั้งใจเรียนจนเกือบจะบ้าแล้ว รู้ไหมว่าการมองหนุ่มหล่อเยอะๆ ช่วยให้ผ่อนคลาย แล้วจะทำให้มีสมาธิเรียนดีขึ้นนะ”
“.....”
เซี่ยจือ จนปัญญาจะทำอะไรกับ หลี่ ซือซือ “ก็ได้ๆ จะลองดูก็ได้”
พูดพลาง เซี่ยจือ ก็เงยหน้าขึ้น มองไปที่แท่นบรรยาย
อีกครั้ง
(?°艸°?)
ตาของ เซี่ยจือ เบิกกว้าง กลมโต มือเล็กๆ ยกขึ้นปิดปาก ตัวทั้งตัวราวกับถูกสาปให้แข็งนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อน
หนุ่มน้อยหน้าตาเย็นชาบนแท่นบรรยายคนนี้ ไม่ใช่ หูเฟย ที่เธอเจอซ้ำแล้วซ้ำเล่าหรอกหรือ?
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
ทำไมถึงมาเจอกันอีกแล้วล่ะ?
เขาไม่ได้อยู่ห้อง 1 หรอกเหรอ?
อุตส่าห์หนีเขาพ้นแล้วเชียว ทำไมถึงมาอยู่ห้อง 2 ได้กัน?
อ๊า...
เซี่ยจือ เกือบจะร้องไห้แล้ว
และในตอนนี้ สายตาของ หูเฟย ที่กำลังกวาดมองไปทั่วห้อง ก็ได้ล็อกเป้าหมายที่กำลังมองหาเอาไว้ได้ในที่สุด
สายตาทั้งสองคู่ประสานกันในอากาศ
เมื่อครู่นี้ ใบหน้าของ หูเฟย ยังคงดูเย็นชาเล็กน้อย ริมฝีปากเม้มแน่น แต่วินาทีถัดมา ก็พลันยกมุมปากขึ้นยิ้มเป็นมุม 45 องศา
เหมือนแสงแดดที่สาดส่องทะลุหมอกลงมาต้องผู้คน
แววตาไหลเวียนไปมา ราวกับเมฆาราวกับสายน้ำ
ยิ้มก็อ่อนโยน ตาที่มองก็อ่อนโยน
เซี่ยจือ ถึงกับจมดิ่งลงไปอีกครั้ง
อ่อนโยนเกินไปแล้ว รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมอยู่ในกองปุยฝ้าย
โดยเฉพาะสายตาคู่นั้น ราวกับทะลุผ่านผู้คน ทะลุผ่านกาลเวลา แล้วมาหยุดที่เธอเพียงผู้เดียว
คนอื่นๆ ในห้องเรียนราวกับไม่มีตัวตน
ลมใสเดือนสว่างไร้ผู้ใดเห็น มีเพียงเธอที่เป็นหนึ่งเดียวในสรรพสิ่ง
“ว้าว เซี่ยจือ เขามองฉันอยู่ด้วยอ่ะ เขาต้องชอบฉันแน่ๆ เลย” หลี่ ซือซือ ที่อยู่ข้างๆ ก็พลันเขย่าไหล่ เซี่ยจือ พูดด้วยความตื่นเต้นสุดขีด
เซี่ยจือ ถูก หลี่ ซือซือ เขย่า ก็ได้สติกลับมาทันที
ใบหน้าแดงก่ำ รีบก้มหน้าลงทันที
เมื่อกี้เธอดันจ้องตากับ หูเฟย ซะนานขนาดนั้น!!!
พอได้สติ ก็รู้สึกอายมากๆ
ทำไมถึงไปจ้องตากับผู้ชายแบบนั้นได้นะ?
ฉันต้องโดนเสน่ห์ของผู้ชายมอมเมาจนมึนหัวไปแล้วแน่ๆ
ต้องมีสติไว้ เซี่ยจือ เธอต้องมีสติไว้นะ
ความหล่อ มันก็เหมือนดาบสองคมนะ!
คณิตศาสตร์สอบได้คะแนนน้อยขนาดนี้ จะมาวอกแวกไม่ได้แล้วนะ!
เซี่ยจือ รีบเริ่มกระบวนการล้างสมองตัวเอง ทำให้ตัวเองได้สติ
ส่วนเพื่อนสนิทที่อยู่ข้างๆ ในตอนนี้กลับจมอยู่ในโลกของความหลงใหลตัวเองไปแล้ว
“ทำไงดี? ถึงแม้ฉันจะชอบผู้ชายมีกล้าม แต่หน้าตาเขาฉันก็โดนใจมากๆ เลยอ่ะ”
“ถ้าเขามาสารภาพรักกับฉัน ฉันจะรับดีไหมนะ?”
หลี่ ซือซือ ยังคงจมอยู่ในจินตนาการของตัวเอง
นักเรียนหญิงในห้องหลายคนก็กำลังจินตนาการเข้าข้างตัวเองเหมือนเธอ
พวกนี้อ่านนิยายรักรักสุดมุ้งมิ้งเยอะเกินไปแล้วแน่ๆ
นิยายรักหวานๆ พวกนี้ ช่างทำร้ายคนจริงๆ นะ
………
เนื่องจากห้องเรียนได้จัดที่นั่งไว้เรียบร้อยแล้วก่อนที่ หูเฟย จะมา หูเฟย จึงต้องไปเสริมที่นั่งว่างที่เหลือด้านหลัง
“หูเฟย งั้นเธอนั่งแถวหลังสุดของกลุ่มที่ 5 ไปก่อนนะ เดี๋ยวเดือนหน้าตอนย้ายที่ค่อยเปลี่ยน ดูสิว่าเป็นไง?”
หูเฟย มองไปแล้วยิ้ม “ไม่มีปัญหาครับ”
ช่างเป็นการจัดสรรของสวรรค์จริงๆ ที่ได้มานั่งเยื้องๆ กันข้ามทางเดินกับ เซี่ยจือ
พูดพลาง หูเฟย ก็เดินลงมาจากแท่นบรรยาย
เซี่ยจือ พลันรู้สึกประหม่าสุดๆ
ถึงแม้จะก้มหน้าอยู่ แต่ก็แอบเงยหน้ามองไปข้างหน้าเล็กน้อย มอง หูเฟย เดินเข้ามาใกล้ทีละก้าว
แย่แล้ว แย่แล้ว ทำไมเขาถึงมานั่งใกล้ๆ ฉันได้นะ?
เซี่ยจือ รู้สึกว่าหัวใจตัวเองแทบจะหลุดออกมาเต้นข้างนอกอยู่แล้ว
ทำยังไงดีล่ะ?
เธอคิดว่า หูเฟย เป็นเหมือนจิ้งจอกปีศาจ... จิ้งจอกปีศาจตัวผู้ที่จะเข้ามาแต่รบกวนการเรียนของตัวเองเท่านั้น ตัวเองควรอยู่ให้ห่างจากเขาที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่ทำไมรู้สึกเหมือนสวรรค์จงใจจะจับเขามาผูกติดกับฉันกันนะ?
โชคดีที่ หูเฟย ไม่ได้ทำท่าทีอะไรเป็นพิเศษ เขาเดินผ่าน เซี่ยจือ ไปตรงๆ ไปยังที่นั่งของตัวเอง
ยังไม่ทันจะนั่งลง ก็เห็นคนคนหนึ่งช่วยดึงเก้าอี้ให้ แถมยังช่วยเช็ดโต๊ะให้อย่างเอาใจใส่สุดๆ
“เร็วเข้า เพื่อนร่วมโต๊ะสุดที่รัก รีบเข้ามานั่งเลย”
เป็นเพื่อนร่วมโต๊ะของ หูเฟย เองเป็นเด็กผู้ชายตัวเล็กผอมๆ ที่หวีผมแสกกลาง
หูเฟย : “.....”
อะไรจะทำตัวคุ้นเคยขนาดนี้
“เพื่อน นายไม่รู้หรอก ก่อนนายมา ฉันเป็นคนที่ 51 ของห้องเรานะ”
“คนอื่นเขามีเพื่อนร่วมโต๊ะกันหมด มีแต่ฉันคนเดียวที่นั่งโต๊ะคนเดียว น่าเศร้าไหม? น่าสงสารไหมล่ะ?”
อีกฝ่ายสูดจมูกเล็กน้อย ทำท่าทางน่าสงสาร
“ตอนนี้ดีแล้ว ในที่สุดฉันก็มีเพื่อนร่วมโต๊ะแล้ว” สีหน้าเหมือนคนที่กำลังจะจมน้ำแล้วได้รับความช่วยเหลือ
“ว่าแต่ ฉันชื่อ หยวนหวา”
“หูเฟย”
“ฉันรู้ ตอนนายแนะนำตัวเมื่อกี้ได้ยินแล้ว”
“ว่าแต่...”
“นายสูง 1 เมตร 85 จริงๆ เหรอ? นายมีแฟนหรือยัง? นาย...”
หยวนหวา หน้าตาไม่แย่ ผิวขาวฟันขาว แต่ก็เป็นคนช่างพูดสุดๆ เขาดึงตัว หูเฟย ไว้แล้วถามโน่นถามนี่ไม่หยุด
โชคดีที่ อาจารย์เว่ยเฟิง สังเกตเห็น หยวนหวา จากด้านบนเลยเตือนให้เขารักษาระเบียบวินัย ถึงได้ช่วยชีวิต หูเฟย ไว้ได้
………
[ประโยค …ความหล่อ มันก็เหมือนดาบสองคมนะ! – มาจากสำนวน (色字头上一把刀) – ความลุ่มหลงในรูปโฉม เสน่ห์ หรือตัณหาราคะ นั้นอันตรายอย่างยิ่ง อาจนำมาซึ่งปัญหาหรือความหายนะได้ เปรียบเหมือนดาบที่จ่ออยู่เหนือศีรษะพร้อมจะฟาดฟันลงมาได้ทุกเมื่อ]