คาบคณิตศาสตร์ (2)

เซี่ยจือ ที่ถูกเรียกชื่อตัวเกร็งทันที รีบยืนขึ้น

จางเฉียง : “เธอขึ้นมาตอบ”

“อาจารย์คะ หนู...”

ใบหน้าของ เซี่ยจือ แดงก่ำไปหมด มือทั้งสองข้างบิดชายเสื้อไม่หยุด

“หนู... หนูเขียนไม่เป็นค่ะ” เซี่ยจือ ก้มหน้าไม่กล้าเงยหน้ามอง จางเฉียง

มองดู เซี่ยจือ ที่หดตัวลงไปอย่างนั้น ความโกรธของ จางเฉียง กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ

“เขียนไม่เป็น ทำไม่เป็นแล้วเธอจะไปทำอะไรกิน?”

“ข้อสอบง่ายขนาดนี้ยังทำไม่เป็น แล้วเธอเป็นนักเรียนได้ยังไง?”

คำพูดนี้มีความหมายดูถูกอย่างชัดเจน ต่อให้ เซี่ยจือ จะอดทนแค่ไหน ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ดวงตาพลันแดงก่ำ น้ำตาไหลรินลงมาเป็นเม็ดๆ

และในเวลานั้นเอง ได้ยินเสียงดัง ‘ปัง!’ อย่างกะทันหัน

ทุกคนตกใจ แม้แต่ เซี่ยจือ ก็ลืมร้องไห้ หันไปมองทางที่มาของเสียง

ปรากฏว่า หูเฟย ตบมือลงบนโต๊ะ จนเกิดเสียงดังขึ้น

“อาจารย์ครับ ผมคิดว่าที่คุณพูดมีปัญหาครับ?”

เสียงของ หูเฟย ทุ้มต่ำ เย็นชากว่า จางเฉียง เสียอีก สัมผัสได้ถึงความโกรธไร้ขอบเขตอย่างชัดเจน

กล้าดียังไงมาแกล้ง เซี่ยจือ แบบนี้ คิดว่าฉันไม่มีตัวตนอยู่หรือไง?

“โอ้ ฉันพูดมีปัญหาตรงไหน?”

“เป็นนักเรียนทำข้อสอบไม่ได้ ถึงกับมีเหตุผลอย่างนั้นเชียวหรือ?”

จางเฉียง คราวนี้ไม่ได้โกรธจัด แต่กลับยิ้มอย่างมีเลศนัย เท้าสะเอว มอง หูเฟย อย่างสนใจใคร่รู้

เขาอยากจะลองดูว่านักเรียนที่กล้าโต้เถียงกับตัวฉันคนนี้ จะพูดอะไรออกมาได้บ้าง

เซี่ยจือ ก็มอง หูเฟย มือเล็กๆ กำแน่น กัดริมฝีปากแน่น ในใจรู้สึกตึงเครียดและเป็นห่วงเขา

เธอรู้ดีว่า หูเฟย ลุกขึ้นมาโต้แย้งอาจารย์ก็เพื่อเธอ ถ้าทำให้เขาโดนลูกหลงไปด้วย เธอจะรู้สึกผิดมากเกินไป แต่ไม่รู้ทำไม ในใจกลับรู้สึกอุ่นๆ เล็กน้อย

หูเฟย ตอนนี้ไม่ได้สนใจ เซี่ยจือ เขายืนเผชิญหน้ากับ จางเฉียง อย่างไม่หวั่นเกรง แม้จะมีระยะห่างเท่าความกว้างของห้องเรียน ก็ไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย

เขาพูดช้าๆ ว่า :

“นักเรียนทำข้อสอบไม่ได้เป็นเรื่องปกติไม่ใช่หรือครับ? มันมีปัญหาตรงไหน?”

“นักเรียนมาโรงเรียนทำไมครับ? ก็มาเพื่อเรียนรู้นี่ครับ”

“ถ้านักเรียนทำเป็นทุกอย่างแล้ว จะมีอาจารย์ไว้ทำอะไร?”

“อาจารย์คนหนึ่งไม่ยอมสอนให้นักเรียนทำข้อสอบ แล้วจะมีประโยชน์อะไร? เตรียมจะมาเปลืองอากาศของโรงเรียน หรือจะมาสร้างขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ให้กับโลกกันแน่ครับ?”

“ในฐานะที่เป็นอาจารย์ แต่ไม่ยอมปกป้องนักเรียน ผมว่าคุณกลับบ้านไปปลูกมันเทศยังจะดีซะกว่า”

พอคำพูดนี้หลุดออกมา ทั้งห้องก็หัวเราะก้อง

พูดได้ดีมาก สะใจมากจริงๆ แทบจะเหมือนขี่คู่อริแล้วรัวหมัดใส่

สะใจสุดๆ ไปเลย

ว่ากันว่ามีเหตุผลไม่ต้องเสียงดัง คำพูดของ หูเฟย มีเหตุมีผลอย่างแน่นอน ต่อให้ จางเฉียง จะอ้างอิงสถานะตัวเองแค่ไหน ก็ไม่เหลือเหตุผลที่จะโต้แย้งได้แม้แต่น้อย

และคำพูดเหล่านี้ ก็ทำให้ จางเฉียง สติหลุดทันที ทนไม่ไหวอีกต่อไป

“เหิมเกริม! แกเป็นใคร!”

“และแกมีสิทธิ์อะไรมาพูดกับฉันแบบนี้? แกนี่ไม่รู้จักเคารพผู้ใหญ่รู้ไหม?”

“แกเรียนมาตั้งหลายปี เรียนไปเข้าหัวหมาหมดแล้วหรือไง?”

“ฮึ~” คิ้วของ หูเฟย ยกขึ้น มุมปากเผยรอยยิ้มเยาะเย้ยเล็กน้อย

สู้ด้วยเหตุผลไม่ได้ ก็เอาตำแหน่งมาข่มคน เป็นลูกไม้น้ำเน่าเก่าๆ

“ผมเรียนไปเข้าหัวหมาหมดหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่คุณเป็นอาจารย์มาหลายปี คุณต้องเสียเปล่าแน่นอนครับ คุณยังไม่รู้แม้แต่เรื่องพื้นฐานที่สุดอย่างการเคารพนักเรียนเลย”

“คุณด่าทอนักเรียนอย่างเปิดเผย ผมคิดว่าคุณต้องขอโทษเพื่อนร่วมชั้นทุกคนครับ”

หูเฟย ชี้ไปที่นักเรียนที่ยืนอยู่ข้างหลัง และมองไปที่ เซี่ยจือ เป็นครั้งสุดท้าย

แต่ จางเฉียง กลับเอามือกุมท้องหัวเราะอย่างโกรธๆ ว่า :

“ฮ่าๆ ข้อสอบคณิตศาสตร์ข้อหนึ่งทั้งห้องยังไม่มีใครทำได้เลย เธอมาพูดเรื่องความเคารพกับฉันเหรอ?”

“พวกเธอมีค่าพออย่างนั้นเชียวหรือ?!”

มองดูสีหน้าท่าทางเย่อหยิ่งของ จางเฉียง ทุกคนต่างแค้นเคือง

แต่ เขาก็จับจุดอ่อนของห้อง 2 ได้อยู่หมัด ข้อสุดท้ายนี้ ไม่มีใครทำได้เลยจริงๆ เขาถึงได้กล้าทำตัวตามอำเภอใจขนาดนี้

“เหอะ ก็แค่ข้อสอบคณิตศาสตร์ข้อหนึ่ง ทำอย่างกับเป็นโจทย์ระดับโลก”

หูเฟย พูดเยาะเย้ยเล็กน้อย ใช้มือปัดผมหน้าม้าที่ตกลงมา จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินตรงไปยังกระดานดำ

“ว้อททททท! พี่หู! พอแล้ว! พอแล้วน่า”

“ทำเท่ มาถึงขนาดนี้พอแล้ว อย่าทำต่อไปเดี๋ยวความจริงจะเปิดเผยเอา”

หยวนหวา เอื้อมมือไปแต่คว้าตัว หูเฟย ไม่ทัน จากนั้นก็ยกมือปิดหน้า ไม่รู้ว่า หูเฟย จะลงเอยอย่างไร

ถึงเมื่อกี้ด่าอาจารย์ได้สะใจมาก แต่แกทำข้อสอบไม่เป็นไม่ใช่รึไง ขึ้นไปก็เท่ากับไปฆ่าตัวตายชัดๆ?

เช่นเดียวกัน เซี่ยจือ และหลี่ ซือซือ ก็รู้สึกว่าท่าทางไม่ดีแล้ว

มองดู หูเฟย เหมือนกำลังแบกระเบิดจะไปตายพร้อมกับศัตรู

กล้าหาญเกินไปแล้ว

แต่ทางด้านนี้ กลับเห็น หูเฟย ก้าวเดินอย่างมั่นคงไปยังแท่นบรรยาย หยิบชอล์กแท่งใหม่เอี่ยมจากกล่องชอล์ก หักออกท่อนหนึ่งเบาๆ แล้วก็เริ่มเขียนคำตอบของตัวเอง

วิธีทำ :

เพราะ f(0)=1-a<0, f(2)=e²-2-a≥e²-4>0;

ดังนั้น y=f(x) จึงมีจุดตัดแกน x เพียงจุดเดียวบนช่วง (0, +∞)

เพราะ f'(x)=eˣ-1, ดังนั้นเมื่อ x>0, f'(x)>0, ดังนั้น...

สรุป:

√(a-1)≤X₀≤√2(a-1)

………

จาก √(a-1)≤X₀ สุดท้ายจะได้,

X₀f(eˣ)≥(e-1)(a-1)a.

เสียงชอล์กเสียดสีกระดานดังชัด หูเฟย เขียนคำตอบลงบนกระดานดำด้วยความเร็วสูง ลายมือลื่นไหลราวกับสายน้ำ ทำเสร็จในคราวเดียว

เหมือนกับท่องจำมานับครั้งไม่ถ้วน ลื่นไหลสุดๆ

ใช้เวลาไม่ถึงสองนาที กระบวนการแก้โจทย์เต็มกระดานดำก็ปรากฏขึ้น

หูเฟย หันกลับมา โยนชอล์กขึ้นเบาๆ ชอล์กลอยเป็นเส้นโค้งในอากาศ พุ่งตรงอย่างแม่นยำเหลือเชื่อลงไปในกล่องชอล์ก

การกระทำรวดเร็ว ท่าทางเท่ น่ามองสุดๆ

จากนั้นก็ตบมือเอาฝุ่นชอล์กออก ชี้ไปที่กระดานดำ

“อาจารย์ครับ เขียนเสร็จแล้วครับ รบกวนท่านอาจารย์ดูให้หน่อย”

หูเฟย ท่าทางสงบ ราวกับลมพัดเมฆลอย แม้จะพูดด้วยคำพูดที่ดูนอบน้อมเล็กน้อย แต่กลับยิ่งแฝงความเยาะเย้ยถากถาง

เหมือนยอดวีรบุรุษผู้แบกดาบท่องยุทธภพ

นักเรียนหญิงที่นั่งอยู่สองแถวหน้าถึงกับเคลิบเคลิ้มไปเลย

“ให้ตายสิ! พี่หู! นี่มันโคตรสุดยอดเลยวะ!” หยวนหวา ตกใจสุดขีด

“ฉันขอเป็นตัวแทนสมาชิกแก๊งระเบิดฟ้าขอเชิญนายเข้าร่วมแก๊ง”

อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง แค่ท่าทางนี้ ออร่านี้ ความกล้าหาญนี้ หยวนหวา ก็อดไม่ได้ที่จะคารวะถึงพื้นดิน

“ว้าว ไอดอลอ่ะ ไอดอล” หลี่ ซือซือ กรีดร้องด้วยความตื่นเต้น

ในดวงตาของ เซี่ยจือ ก็ปรากฏดวงดาวเล็กๆ หลายดวงขึ้นมาเช่นกัน รู้สึกเหมือน หูเฟย ที่อยู่บนเวทีมีแสงส่องประกายออกมา

ส่วน จางเฉียง มองดูกระบวนการแก้โจทย์เต็มกระดานอย่างไม่อยากเชื่อ

ทำได้จริงเหรอ?

เป็นไปไม่ได้ เด็ดขาดเป็นไปไม่ได้

จางเฉียง รีบตรวจคำตอบบนกระดานดำอย่างรวดเร็ว

“นี่... นี่...”

ตรวจดูอย่างรวดเร็ว จางเฉียง พบว่า หูเฟย ทำถูกจริงๆ

ยังรู้สึกไม่สบายใจ เขาตรวจดูอีกรอบอย่างละเอียด แม้แต่สัญลักษณ์เล็กๆ ก็ไม่พลาด ตั้งใจจะหาข้อผิดพลาดให้ได้สักนิด

แต่ว่า–

“เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้”

“ที่ทำนี่เหมือนกับเฉลยมาตรฐานทุกอย่าง”

จางเฉียง แทบไม่อยากเชื่อ

ทันใดนั้น “อาจารย์จางครับ ถ้าผมจำไม่ผิด ข้อนี้มาจากข้อใหญ่ข้อสุดท้ายของข้อสอบคณิตศาสตร์สอบร่วมสามสนามปี 04 ของเมือง B ใช่ไหมครับ?”

หูเฟย ถามด้วยรอยยิ้มที่ดูไร้พิษภัย

? ? ?

“นะ... นี่เธอรู้ได้ยังไง?”

จางเฉียง งงเป็นไก่ตาแตก ข้อสอบฉบับนี้เขาเป็นคนออก โจทย์ข้างในก็หามาจากข้อสอบที่เขาสะสมมาหลายปี

หูเฟย ดันบอกที่มาของโจทย์ข้อนี้ได้อย่างแม่นยำ

นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว

ข้อสอบฉบับนี้ไม่มีฉบับจริงบนอินเทอร์เน็ตเลยนะ

หูเฟย ยิ้มในใจ

ฮ่าๆ ข้อสอบที่ฉันทำมา มากกว่าข้าวที่นายเคยกินซะอีก ไม่ว่านายจะหาโจทย์มาจากไหน ไม่มีข้อไหนที่ฉันไม่รู้

“อาจารย์จางครับ ในห้อง 2 ผลการเรียนของผมถือว่าอยู่ท้ายๆ ครับ ข้อนี้เป็นเพราะทุกคนไม่เคยเห็นมาก่อน เลยทำไม่ได้ ส่วนผมบังเอิญเคยทำข้อนี้มาก่อน เลยรู้วิธีทำ”

“ผมเชื่อว่า แม้แต่ผมที่ดูแค่รอบเดียวก็ทำได้ เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ก็ต้องไม่ด้อยกว่าผมแน่นอนครับ”

คำพูดของ หูเฟย มีชั้นเชิงมาก ผ่านการลดทอนตัวเอง เพื่อให้กำลังใจและปลุกขวัญเพื่อนร่วมชั้น ให้พวกเขากลับมามีความมั่นใจอีกครั้ง

จากนั้น ก็สามารถโจมตี จางเฉียง ต่อไปได้อีก ทำให้เขารู้ว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน, อย่าได้ดูถูกใครเป็นอันขาด

แน่นอนว่า ตอนนี้สายตาที่เคยหม่นหมองของเพื่อนร่วมชั้นข้างล่าง กลับมาเต็มไปด้วยความมั่นใจและประกายอีกครั้ง

ใช่แล้ว ก็แค่โจทย์ข้อหนึ่งเท่านั้น ถ้าพวกเราได้ทำสักรอบ ก็ต้องทำได้แน่ๆ

กำลังใจที่ถูก จางเฉียง ทำลายไปก่อนหน้านี้ ก็กลับมาพุ่งสูงขึ้นทันที

ทุกคนมอง จางเฉียง ด้วยสายตาที่จ้องเขม็งเหมือนเสือจ้องมองเหยื่อ

“อาจารย์จางครับ ตอนนี้คุณจะว่ายังไง?”

“คุณไม่ได้บอกว่าห้องเราไม่มีใครทำได้เลยเหรอ? ดังนั้นคุณถึงได้ด่าพวกเราตามใจชอบ”

“แต่ตอนนี้มีคนทำออกมาได้แล้ว คุณควรจะพูดอะไรบ้างไหมครับ?” นักเรียนที่อยู่แถวหน้าตะโกนถาม

หูเฟย ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว กดดัน จางเฉียง

“นะ... พวกเธอ...”

จางเฉียง ติดอ่าง พูดไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ โมโหจนปอดแทบระเบิด

“ดี... ดี... ดี”

“วันนี้ถือว่าฉันพูดผิดไป ฉันขอโทษนักเรียนห้อง 2 ทุกคน”

“เป็นเพราะความสามารถของฉันไม่พอ สอนพวกเธอที่เป็นนักเรียนอัจฉริยะไม่ได้ คราวหน้าฉันจะไม่กลับมาสอนแทนที่ห้องพวกเธออีกแล้ว”

เหอะ กล้าขู่กลับอย่างนั้นเหรอ?

ม่านตาของ หูเฟย หดแคบลง ประกายความอันตรายเล็กน้อยแผ่ออกมาจากดวงตาที่หรี่ลง

ถ้าขอโทษดีๆ ก็กะว่าจะปล่อยผ่านไปแล้ว

แต่ในเมื่อเป็นแบบนี้...

หูเฟย กลับมาประดับใบหน้าด้วยรอยยิ้มที่ดูไร้พิษภัยอีกครั้ง “อาจารย์จางครับ เป็นอย่างนี้ไหมครับ?”

“ในเมื่อผมแก้โจทย์ที่คุณออกให้ได้แล้ว งั้นผมขอออกโจทย์คณิตศาสตร์ให้คุณลองดูไหมครับ ว่าคุณจะแก้ได้หรือเปล่า”

“ถ้าคุณแก้ได้ พวกเราจะขอโทษคุณครับ”

“ถ้าคุณแก้ไม่ได้ ผมหวังว่าคุณจะขอโทษเพื่อนร่วมชั้นทุกคน โดยเฉพาะนักเรียนหญิงที่คุณทำให้กลัวจนร้องไห้เมื่อครู่นี้”

นักเรียนชายหน้าตาหนา ทนแรงกดดันทางจิตใจได้ดี การกระทำของ จางเฉียง เมื่อครู่นี้ไม่ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงมากนัก

แต่เด็กผู้หญิงทั้งห้องกลับถูกทำร้ายจิตใจอย่างรุนแรง โดยเฉพาะ ฉวี่ หมิงเยว่ และเซี่ยจือ ที่ร้องไห้หนักมาก

ทั้งสองคนเป็นนักเรียนหัวกะทิ ปกติไม่เคยต้องมาเจอเรื่องอัดอั้นแบบนี้มาก่อน

“อะไรนะ? เธอจะมาออกโจทย์ให้ฉันทำเหรอ?”

จาง เฉียง เหมือนได้ยินเรื่องตลกอะไรสักอย่าง

หัวเราะเสียงดัง “ฮ่าๆๆ~”

“ดี ดีได้เลย ฉันจะลองดูว่าเธอจะออกโจทย์อะไรมาได้?”

จางเฉียง อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง ในแวดวงคณิตศาสตร์มัธยมศึกษาตอนปลาย ไม่มีโจทย์ไหนที่ทำให้เขาลำบากใจได้หรอกนะ

หูเฟย นี่ก็เหมือน การชักดาบใหญ่โชว์ต่อหน้าท่านกวน หรือการตากแดดต่อหน้าเปาบุ้นจิ้น

“งั้นก็ได้ครับ ผมจะออกโจทย์”

พูดพลาง หูเฟย หยิบชอล์กขึ้นมา ไม่ได้เขียนโจทย์ใหม่ แต่แก้โจทย์ที่อยู่บนกระดานดำเล็กน้อย

แก้แค่เงื่อนไขที่กำหนดสองจุด ส่วนคำถามสุดท้ายยังคงเหมือนเดิม

“เอาล่ะครับ อาจารย์จาง คุณลองทำดูเลย”

“ตอนนี้เหลือเวลาอีกสิบนาทีก่อนเลิกเรียน น่าจะพอใช่ไหมครับ?”

เมื่อกี้ จางเฉียง ให้เวลานักเรียนแค่ห้านาที คราวนี้เขาให้สิบนาทีเลย

เป็นไงล่ะ ใจกว้างใช่ไหมล่ะ!!!

“ฮึ แค่กลเล็กๆ น้อยๆ”

มองแวบเดียว จางเฉียง ก็มีแนวทางการแก้โจทย์คร่าวๆ ในใจแล้ว

นึกว่าเป็นโจทย์ยากอะไร ที่แท้แค่นี้เอง?

ยังกล้าเอามาลองภูมิกับฉันอีกเหรอ?

จางเฉียง ฉวยชอล์กไปจากมือ หูเฟย แล้วตรงขึ้นไปเขียนวิธีทำบนกระดานดำทันที

นักเรียนข้างล่างจ้องมองกระดานดำอย่างไม่กะพริบตา บางคนก็ลองแก้โจทย์ตาม เพื่อดูว่าโจทย์ที่ หูเฟย ออกมานั้นเป็นแบบไหน?

จะยากจนทำให้ จางเฉียง ติดขัดได้ไหม?

มองดูท่าทางของ จางเฉียง แล้ว เหมือนจะทำได้นะ

อย่างไรก็ตาม ผ่านไปห้านาที เสียงปากกาหล่นดังขึ้นมาทั่วห้องเรียน

“ยากจัง!”

“ใช่เลย รู้สึกเหมือนยากกว่าโจทย์เดิมอีกนะเนี่ย?”

“นั่นสิ”

………

ยอมแพ้แล้ว

โดยพื้นฐานแล้วยอมแพ้กันหมด

โจทย์ข้อนี้ดูเหมือนง่าย แต่พอได้ลองทำ กลับพบว่ายากกว่าโจทย์เดิมมาก

เหมือนกับพิสูจน์ไปตั้งนาน แล้วก็กลับมาที่จุดเดิม ทุกคนต่างอดไม่ได้ที่จะมองขึ้นไปบนเวที

ส่วน จางเฉียง ที่อยู่หน้าห้อง สีหน้าไม่เหมือนเมื่อครู่นี้ที่ดูมีชัยชนะ

เหงื่อเม็ดโตเท่าเม็ดถั่วไหลลงมาจากหน้าผาก

ประมาทไปหน่อยแล้ว

ไม่คิดว่าโจทย์ข้อนี้จะมีกับดักอยู่

ตอนแรกไม่ได้ระวัง แก้ตามแนวคิดแรกที่คิดไว้ สุดท้ายกลับได้ข้อสรุปที่ขัดแย้งกัน(paradox)

คราวนี้แย่แล้ว

เขากัดฟัน ขมวดคิ้ว ลองพิสูจน์อีกครั้ง แต่ก็ยังคงผิด

ทันใดนั้น เหงื่อเย็นๆ ก็ไหลท่วมแผ่นหลัง ทั้งตัวเหมือนถูกแช่ในน้ำ

จะเป็นไปได้ยังไง?

หรือว่าโจทย์ข้อนี้มีปัญหา?

หรือว่าไม่มีคำตอบอยู่แล้ว เป็นโจทย์ที่แต่งขึ้นมามั่วๆ?

ขณะที่ จางเฉียง กำลังสับสน เสียงกริ่งหมดเวลาเรียนก็ดังขึ้น

“อาจารย์จางครับ อาจารย์จางครับ” หูเฟย ร้องเรียกเบาๆ อยู่ข้างๆ

“หมดเวลาแล้วครับ คุณอาจารย์ทำออกมาได้หรือยังครับ?”

“ฉัน...”

กระนั้น จางเฉียง ก็ยังคงไม่ยอมแพ้ พูดอย่างดื้อรั้นว่า :

“ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าโจทย์ข้อนี้ไม่ใช่โจทย์ที่เธอแต่งขึ้นมามั่วๆ?”

“งั้นก็ง่ายๆ ครับ”

หูเฟย ฉวยชอล์กไปจากมือ จางเฉียง แล้วก็เริ่มเขียนวิธีทำบนกระดานดำ

ใช้เวลาไม่ถึงนาที คำตอบก็ปรากฏขึ้น

ทันทีที่ จางเฉียง เห็นคำตอบ เขาก็เกือบจะสบถออกมา

“แก... ไอ้เด็กนี่...”

จางเฉียง เลิกคิ้ว ตาเบิกกว้าง ชี้ไปที่ หูเฟย ปากสั่น แต่พูดไม่ออก

ที่แท้ วิธีที่ หูเฟย ใช้แก้โจทย์ข้อนี้ ไม่ใช่ความรู้ระดับมัธยมปลายเลยแม้แต่น้อย

แต่เป็นคณิตศาสตร์ขั้นสูงระดับมหาวิทยาลัย

สำหรับ จางเฉียง แล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องยากอะไร

เพียงแต่ความคิดที่ฝังหัวอยู่ทำให้เขาคิดว่าโจทย์ที่ หูเฟย ออกมาเป็นโจทย์ระดับมัธยมปลาย เขาจึงเอาแต่ใช้ความรู้และสูตรระดับมัธยมปลายมาแก้ ก็เลยแก้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้น เขาเองก็ทำได้เร็ว

คราวนี้ถือว่าเขาโดน หูเฟย หลอกซะแล้ว

“ว่าไงครับ อาจารย์จาง ยังไม่ยอมรับความจริงอีกเหรอ?”

ตอนนี้บนใบหน้าของ หูเฟย ไม่มีรอยยิ้มแล้ว ความอดทนของเขาก็หมดลงแล้วเช่นกัน

“...ดี ฉันขอโทษ”

ครั้งนี้ จางเฉียง ไม่มีอะไรจะพูดอีกแล้ว

“ถึงนักเรียนห้อง 2 ทุกคน, นักเรียน ฉวี่ หมิงเยว่, นักเรียน เซี่ยจือ, ฉันขอโทษสำหรับการกระทำของฉันเมื่อครู่นี้ ขอโทษ”

พูดพลาง เขาก็ก้มตัวลงโค้งคำนับหนึ่งครั้ง

นักเรียน ฉวี่ หมิงเยว่ และเซี่ยจือ รู้สึกงงงวย ทำตัวไม่ถูก จางเฉียง ขอโทษพวกเธอด้วยตัวเอง คิดไม่ถึงจริงๆ

ในชั่วขณะนั้น ทั้งสองคนถึงกับตะลึงงัน

จางเฉียง กล่าวขอโทษเสร็จ ก็หันไปมอง หูเฟย

“นักเรียนคนนี้ เธอเก่งมากจริงๆ นะ ถึงกับมีความรู้คณิตศาสตร์ขั้นสูงระดับมหาวิทยาลัยเลย ชื่ออะไร?”

“ชื่อไม่เปลี่ยนแม้ตัวจะนั่ง นามสกุลไม่แก้แม้ตัวจะเดิน ผู้นั้นคือ หูเฟย”

“หูเฟย!” ตาของ จางเฉียง เบิกกว้างทันที “เธอคือ หูเฟย เองเหรอเนี่ย”

ที่แท้ไอ้เด็กคนนี่ก็คือ หูเฟย นี่เอง ก็ไอ้เด็กนี่แหละที่ย้ายออกไปจากห้องเขา

มิน่าล่ะ มิน่าล่ะ…

“เก่งนี่! ฉันจะจำเธอไว้!”

จางเฉียง จดจำภาพลักษณ์ของ หูเฟย ไว้ในสมอง พูดจบก็หยิบข้อสอบแล้วเดินจากไปอย่างโกรธจัด

จางเฉียง เพิ่งจะเดินไป

“แปะ แปะ แปะ”

เสียงปรบมือดังสนั่นขึ้นในห้องเรียน

………

(1)[ชักดาบใหญ่โชว์ต่อหน้าท่านกวน(关公面前耍大刀)] – การอวดความสามารถเล็กน้อยต่อหน้าผู้เชี่ยวชาญตัวจริง

(2)[การตากแดดต่อหน้าเปาบุ้นจิ้น(包公面前晒太阳)] – หมายถึง การพยายามหลอกลวง ซ่อนเร้นความผิด หรือทำสิ่งผิดกฎหมายต่อหน้าผู้มีอำนาจหรือผู้ที่เฉลียวฉลาด

ตอนก่อน

จบบทที่ คาบคณิตศาสตร์ (2)

ตอนถัดไป