พระเอกอย่างผม จะมีรัศมีออร่าไว้ทำอะไร
“ติ๊ง ติ่ง ติ้ง~”
เสียงกริ่งดังขึ้น
คาบนี้คือคาบเรียนภาษาอังกฤษ
“ต๊อก แต๊ก ต๊อก” ได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังมาจากนอกห้องเรียน
ประตูเปิดออก นักเรียนห้องมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ 3 ห้อง 2 ตาเป็นประกาย อาจารย์ภาษาอังกฤษของพวกเขา ช่างเป็นสาวสวยคนหนึ่งจริงๆ
ผมสวยดุจเมฆคลี่มวยอยู่ด้านหลัง สวมเสื้อเชิ้ตผู้หญิงสีฟ้าอ่อนท่อนบน ท่อนล่างเป็นกระโปรงรัดรูปยาวคลุมเข่าสีดำ น่องขาวผ่องเผยให้เห็นเบื้องหน้าผู้คน
ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางแบบผู้ใหญ่ ผมสองสามปอยห้อยลงมาข้างใบหู สวมแว่นตาสีดำ มือถือตำราเรียนภาษาอังกฤษ เต็มเปี่ยมไปด้วยสไตล์เครื่องแบบ
อาจารย์ภาษาอังกฤษคนนี้ชื่อ อวี๋เหยียน อายุสามสิบปี เคยไปเรียนที่อเมริกา เป็นอาจารย์พิเศษที่โรงเรียนเชิญมา
พอ อวี๋ เหยียน เข้ามา นักเรียนชายในห้องก็เริ่มฮือฮาทันที
อวี๋ เหยียน มีชื่อเสียงเลื่องลืออยู่แล้ว ไม่เพียงแต่หน้าตาสวยงาม นิสัยก็อ่อนโยน วิธีสอนก็ผ่อนคลาย ไม่น่าเบื่อ
การประเมินอาจารย์ทุกปี ท่านเป็นเทพธิดาในใจนักเรียนเสมอ
“สวัสดีค่ะทุกคน ฉันชื่อ อวี๋เหยียน เป็นอาจารย์ภาษาอังกฤษของพวกคุณ”
อวี๋ เหยียน ยิ้มบางๆ ทันใดนั้นข้างล่างบริเวณที่นักเรียนนั่งก็เกิดเสียงปรบมือดังกึกก้อง
ก่อนหน้านี้พวกเขาก็ภาวนาขอให้อาจารย์อวี๋เหยียน มาสอนห้องพวกเขา ไม่คิดว่าความปรารถนาจะเป็นจริง
แต่ละคนดีใจจนทำตัวไม่ถูก
“อาจารย์อวี๋ สวยจังเลยครับ”
“เทพธิดาครับ!”
“อาจารย์อวี๋ ขอเบอร์โทรศัพท์ได้ไหมครับ?”
“ผมยอมแลกอายุขัยเพื่อนร่วมโต๊ะสิบปี เพื่อขอเบอร์ QQ อาจารย์อวี๋ ครับ”
“ฉันว้อททททท ไสหัวไปเลยไอ้ตัวน่ารำคาญนี่!”
………
ข้างล่างนักเรียนชายเฮฮากัน อาจารย์อวี๋เหยียน ยิ้มบางๆ
เป็นแค่เรื่องล้อเล่นของเด็กๆ ท่านไม่ได้โกรธ แถมยังเข้ากับทุกคนได้ดี
ภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่ายและสวยงามของอาจารย์อวี๋เหยียน ฝังลึกในใจนักเรียนทันที
หลังจากพูดสั้นๆ สองสามประโยคบนแท่นหน้าห้องแล้ว จู่ๆ “ใครคือ หูเฟย?”
“ช่วยยืนขึ้นให้ฉันดูหน่อยได้ไหม?”
เอ่อ หูเฟย ตกใจเล็กน้อยกะทันหัน
ทำไมอยู่ดีๆ ถึงเรียกชื่อเขา?
นักเรียนคนอื่นๆ ในห้องก็งงไปตามๆ กัน
หูเฟย ยืนขึ้น
“เธอคือ หูเฟย ใช่ไหม?”
“ใช่ครับ อาจารย์อวี๋”
อวี๋เหยียน พยักหน้า ดวงตาเรียวยาวมอง หูเฟย แววตาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย
เด็กหนุ่มคนนี้หน้าตาหล่อเหลาเกินไปจริงๆ
หน้าตาที่สมบูรณ์แบบเกินเหตุ บวกกับแววตาดูขี้เกียจ แม้จะเป็นแค่เด็กผู้ชายอายุสิบเจ็ดสิบแปด แต่กลับให้ความรู้สึกสุขุมลุ่มลึกราวกับน้ำ
แม้ในชีวิตสามสิบปีของ อวี๋เหยียน ก็ยังไม่ค่อยพบเจอคนแบบนี้
เธอตั้งสติเล็กน้อย นึกถึงจุดประสงค์ของตัวเอง
หัวหน้าฝ่ายเซียวได้มอบคำสั่งมาว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ต้องดันคะแนนภาษาอังกฤษของ หูเฟย ขึ้นไปให้ได้
การที่โรงเรียนมัธยมปลายที่สองจะมีนักเรียนอัจฉริยะติดอันดับได้อีกในปีหน้าหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเขาแล้ว
อวี๋เหยียน รับภารกิจนี้มาแล้ว และเข้าใจสถานการณ์ของ หูเฟย แล้ว เขาเป็นอัจฉริยะสายวิทย์ คะแนนเต็มทุกวิชา
แต่ภาษาจีนภาษาอังกฤษแย่สุดๆ เป็นเคสที่มีปัญหาวิชาไม่สมดุลอย่างรุนแรงชัดเจน
นักเรียนประเภทนี้สอนยากจริงๆ เพราะพวกเขาไม่ถนัดวิชาสายศิลป์จริงๆ และทุ่มเทความสามารถทั้งหมดไปที่วิชาสายวิทย์
หรือไม่ก็ไม่สนใจวิชาสายศิลป์เลยแม้แต่น้อย หรือกระทั่งดูถูกวิชาสายศิลป์จากใจจริง คนสองประเภทนี้สอนยากมาก
“นักเรียน หูเฟย ครั้งนี้เธอสอบภาษาอังกฤษได้กี่คะแนน?”
“75 คะแนนครับ”
พอคำพูดนี้หลุดออกมา ข้างล่างหลายคนก็หัวเราะเยาะขึ้นมา
75 คะแนน ในห้อง 2 นี่ถือว่าอยู่ท้ายสุดจริงๆ แม้แต่ หยวนหวา ที่แย่ที่สุด ยังได้ตั้ง 95 คะแนน
“75 คะแนนเหรอ มีพื้นที่ให้พัฒนาอีกเยอะเลยนะ”
อวี๋เหยียน ไม่ได้พูดตรงๆ ว่า หูเฟย สอบได้คะแนนต่ำ แต่พูดว่าเขามีพื้นที่พัฒนาเยอะ แทนที่จะพูดแบบตรงๆ ก็ช่วยรักษาหน้าให้นักเรียนได้อย่างมาก
“นักเรียน หูเฟย ความสำคัญของภาษาอังกฤษ คงไม่ต้องให้ฉันบอกเธอแล้วนะ”
“ถ้าเธออยากเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ด้านภาษาอังกฤษก็ยังต้องพยายาม”
“เอาล่ะ นักเรียน หูเฟย นั่งลงก่อนนะ”
อวี๋เหยียน ไม่ได้พูดอะไรมาก แค่แนะนำ หูเฟย เล็กน้อย
“ห้อง 2 ของเราเป็นห้องเรียนพิเศษ เชื่อว่านักเรียนหลายคนในที่นี้คะแนนภาษาอังกฤษดี”
“งั้นฉันอยากจะขอให้พวกเธอช่วยลุกขึ้นแบ่งปันประสบการณ์การเรียนภาษาอังกฤษของตัวเองหน่อยดีไหม?”
“มีใครจะลุกขึ้นพูดไหม?”
ตอนนี้ มีคนหนึ่งยกมือขึ้น
“ดีมาก นักเรียนคนนี้ เชิญพูดได้เลยคะ”
“อาจารย์ครับ วิธีการเรียนภาษาอังกฤษของผมคือการท่องจำครับ ผมท่องศัพท์วันละสิบคำ ปีหนึ่งก็จำได้สามพันกว่าคำแล้วครับ”
“อาจารย์ครับ ผมคิดว่าต้องตั้งใจฟังอาจารย์ให้ดี จำไวยากรณ์ที่อาจารย์สอนให้แม่น และทำข้อสอบที่เคยทำแล้วให้เข้าใจ”
หลังจากหลายคนลุกขึ้นพูดวิธีเรียนของตัวเองแล้ว อวี๋เหยียน จู่ๆ ก็เรียกชื่อ เซี่ยจือ
“นักเรียนคนนี้ เธอมีประสบการณ์การเรียนรู้อะไรบ้าง?”
เซี่ยจือ ยืนขึ้น ใบหน้าแดงเล็กน้อย “วิธีการเรียนของหนูก็ไม่ยากค่ะ แค่ท่องจำมากๆ จดจำมากๆ”
“อืม นักเรียนคนนี้ เธอชื่ออะไร?”
“เซี่ยจือค่ะ”
“เซี่ยจือ~” อวี๋เหยียน ทวนชื่อหนึ่งครั้ง แล้วหาชื่อในรายชื่อที่คั่นไว้ในตำราเรียน
“อ้อ ที่แท้เธอคือ เซี่ยจือ นี่เอง”
“การสอบวัดระดับครั้งนี้ คะแนนภาษาอังกฤษของเธอได้ 140 คะแนน เป็นที่หนึ่งของห้อง”
“ดี ดี”
อวี๋เหยียน พยักหน้าซ้ำๆ ส่วน เซี่ยจือ ที่อยู่ข้างล่างกลับก้มหน้าด้วยความเขินอาย
“เอาล่ะ นักเรียน เซี่ยจือ นั่งลงได้”
“ขอบคุณค่ะ อาจารย์”
“ว่าแต่ นักเรียน เซี่ยจือ นักเรียน หูเฟย นั่งอยู่ข้างๆ เธอ มีเวลาว่างก็ช่วยเขาหน่อยนะ” อาจารย์อวี๋เหยียน เพิ่มเติมประโยคสุดท้าย
“อ๊ะ โอ้!” เซี่ยจือ ตะลึงเล็กน้อย แล้วพยักหน้า
จากนั้นก็หันไปมองด้านข้าง พบว่า หูเฟย กำลังยิ้มแย้มสดใสอยู่ทางเธอ
เซี่ยจือ รีบหันกลับทันที อุณหภูมิบนใบหน้าพุ่งสูงขึ้นกะทันหัน
“ดีมาก วิธีการของทุกคน ฉันเข้าใจแล้ว พูดได้ดีทั้งหมด”
“แต่ว่านะ ฉันคิดว่าวิธีการเรียนภาษาอังกฤษของพวกเธอล้วนน่าเบื่อและเน้นผลประโยชน์เกินไป”
“จริงๆ แล้วยังมีวิธีที่ง่ายและผ่อนคลายกว่านี้อีก”
“เรื่องนี้ ในการเรียนการสอนต่อไป ฉันจะค่อยๆ พาพวกเธอไปสัมผัสและเรียนรู้เอง”
………
………
คาบที่ 5 คือคาบกิจกรรมชั้นเรียน
อาจารย์เว่ยเฟิง เป็นผู้ดำเนินรายการด้วยตัวเอง
เริ่มจากพูดเรื่องกฎระเบียบของชั้นเรียน สำหรับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ 3 ทุกคนต้องทุ่มเทพลังงานทั้งหมดให้กับการเรียน จะเรียนอย่างไร...
(เนื้อหาหนึ่งหมื่นคำถูกละไว้ ณ ที่นี้)
ต่อไปคือการเลือกหัวหน้าชั้นเรียน
“พวกเรามาเลือกหัวหน้าห้องกันก่อน”
“หน้าที่และภารกิจของหัวหน้าห้องคงไม่ต้องให้ฉันพูดมาก นักเรียนที่อยากลงสมัคร สามารถขึ้นมาพูดสุนทรพจน์หาเสียงได้เลย”
อาจารย์เว่ยเฟิง พูดจบ ข้างล่างเกิดเสียงฮือฮาเล็กน้อย จากนั้น ฉวี่ หมิงเยว่ ก็เดินออกมา
“สวัสดีค่ะทุกคน ดิฉันชื่อ ฉวี่ หมิงเยว่ อยากลงสมัครเป็นหัวหน้าห้องของเราค่ะ”
“ดิฉันเคยเป็นประธานห้องมาตลอดตอน ม.ปลายปีที่ 1 และ 2 ดังนั้นจึงค่อนข้างคุ้นเคยกับตำแหน่งนี้ และได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนนักเรียนและอาจารย์มาตลอด”
“ดิฉันเชื่อว่า ถ้าเพื่อนนักเรียนยอมมอบภารกิจตำแหน่งหัวหน้าห้องนี้ให้กับดิฉัน ดิฉันจะทำหน้าที่บริการทุกคนให้ดี ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง...”
ฉวี่ หมิงเยว่ พูดจบ ข้างล่างก็ปรบมือดังกึกก้อง
ไม่มีใครลุกขึ้นมาแข่งขันกับเธอ ข้อได้เปรียบของเธอมากเกินไป
“ต่อไปคือการเลือกหัวหน้าฝ่ายกีฬาประจำห้อง”
หัวหน้าฝ่ายกีฬาประจำห้องตามหลักแล้วเป็นตำแหน่งที่ไม่มีใครอยากเป็นที่สุดในชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่ 3 เพราะแทบจะไม่มีคาบพละเลย
แต่ไม่คิดว่าครั้งนี้จะมีคนลงสมัครหัวหน้าฝ่ายกีฬาเยอะมาก
สุดท้าย หนิง ป๋อเทา ซึ่งเล่นบาสเก็ตบอลเก่ง ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าฝ่ายกีฬาประจำห้อง
หลี่ ซือซือ ก็ลงสมัครหัวหน้าฝ่ายศิลปะและวัฒนธรรม การแข่งขันก็สูงไม่น้อย
แต่พอถึงช่วงการโต้วาทีหาเสียง กลับไม่มีใครสู้ฝีปากเธอได้เลย
สุดท้ายเธอก็ได้รับเลือกสำเร็จ
หยวนหวา เห็น หลี่ ซือซือ ลงสมัครหัวหน้าฝ่ายศิลปะฯ ก็คิดอยากจะลงสมัครอะไรสักอย่างเหมือนกัน
คิดไปคิดมา ดูเหมือนจะมีแต่ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายแรงงานที่ไม่มีใครอยากเป็น ที่ง่ายที่สุดที่จะได้รับเลือก
สุดท้ายเขาก็ได้รับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายแรงงานสำเร็จ
ถัดไปคือหัวหน้ากลุ่มสาระ(หัวหน้าวิชา)
สิ่งที่ หูเฟย คาดไม่ถึงก็คือ เซี่ยจือ กลับอาสาสมัครลงสมัครเป็นหัวหน้ากลุ่มสาระวิชาฟิสิกส์
สุดท้ายยังได้รับเลือกอีกด้วย
“เพื่อนร่วมชั้น เซี่ยจือ ทำไมเธอถึงลงสมัครเป็นหัวหน้ากลุ่มสาระวิชาฟิสิกส์ล่ะ?” หูเฟย ถามอย่างสงสัย
ถ้าจะเลือก ก็น่าจะเป็นหัวหน้ากลุ่มสาระวิชาภาษาอังกฤษ หรือภาษาจีนไม่ใช่เหรอ?
ภาษาอังกฤษและภาษาจีนของ เซี่ยจือ นี่เก่งเป็นอันดับต้นๆ ของห้องเลยนะ
เซี่ยจือ หันกลับมา ริมฝีปากเล็กๆ สีแดงระเรื่อเอ่ยว่า “เพราะฉันฟิสิกส์ไม่ดีค่ะ ก็เลยอยากเป็นหัวหน้ากลุ่มสาระเพื่อกระตุ้นตัวเองให้ก้าวหน้า”
เอาล่ะ เซี่ยจือ ของฉันนี่เป็นเด็กที่ชอบพัฒนาตัวเองจริงๆ!
เดิมที หูเฟย ก็ไม่ได้เตรียมจะลงสมัครอะไรเลย แต่สุดท้ายอาจารย์เว่ยเฟิง กลับเว้นตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มสาระวิชาภาษาจีนไว้ให้ หูเฟย
แถมยังพูดต่อหน้านักเรียนทั้งห้องว่า “พวกเธอช่วยกันสอดส่องนักเรียน หูเฟย ด้วยนะ คะแนนภาษาจีนของเขาแย่มาก”
“ให้เขาเป็นหัวหน้ากลุ่มสาระวิชาภาษาจีน ก็เพื่อให้เขาพยายามในวิชาภาษาจีนให้มากขึ้น”
“หวังว่านักเรียน หูเฟย จะไม่ทำให้ความคาดหวังของอาจารย์ผิดหวัง และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเพื่อนนักเรียนนะ”
โดนอาจารย์ภาษาอังกฤษและอาจารย์ภาษาจีนเรียกชื่อในห้องซ้ำๆ แบบนี้ หูเฟย นี่น่าจะเป็นคนแรกเลย
ตอนนี้ทั้งห้องก็รู้แล้วว่า หูเฟย เป็นเด็กเรียนไม่เอาอ่าว
“เอ่อ... ได้ครับ อาจารย์เว่ย”
หูเฟย แบมือออกเล็กน้อย นั่งลงแล้วเหลือบไปมอง เซี่ยจือ
เห็นอีกฝ่ายกำลังยกมือปิดปากแอบหัวเราะ
“สวัสดีครับ หัวหน้ากลุ่มสาระวิชาฟิสิกส์ ทีนี้ก็ดีแล้ว เราสองคนก็เหมือนกันแล้วสิ”
เซี่ยจือ หัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า “สวัสดีค่ะ หัวหน้ากลุ่มสาระวิชาภาษาจีน อาจารย์เว่ย ก็ทำเพื่อคุณนะ คุณเองก็ต้องพยายามเข้าล่ะ”
เซี่ยจือ ยิ้มแย้มสดใสราวกับดอกไม้ แถมยังให้กำลังใจ หูเฟย ด้วย
“อืม ได้ครับ ได้ครับ”
หูเฟย มองดู เซี่ยจือ ที่ยิ้มเหมือนดอกไม้ งดงามจนน่าหลงใหล คนสวยกว่าดอกไม้ เสียอีก
………
“เอาล่ะ การเลือกหัวหน้าชั้นเรียนก็จบลงเพียงเท่านี้”
“ต่อไป จะเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง”
“เนื่องจากเราเพิ่งแบ่งชั้นเรียนกันใหม่ เทอมใหม่ เพื่อนใหม่ เพื่อให้ทำความรู้จักกันได้เร็วขึ้น และเพื่อกระตุ้นแรงจูงใจในการเรียน ฉันจะแบ่งกลุ่มเรียนในห้อง”
“อย่างนี้ เพื่อความง่าย จะแบ่งเป็นกลุ่มละสี่คน คือคนที่นั่งติดกันด้านหน้าสองคนและด้านหลังสองคน”
“ตลอดหนึ่งเดือนต่อจากนี้ ให้ทำงานกันเป็นกลุ่มเรียน ช่วยเหลือกันเรียน พัฒนาไปด้วยกัน”
“หวังว่าในการสอบกลางภาคในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ทุกคนจะก้าวหน้าขึ้นนะ”
“เอาล่ะ ต่อไปให้ทุกคนหากลุ่มเรียนของตัวเอง แล้วกลุ่มเรียนแต่ละกลุ่มก็ไปหารือกันในกลุ่ม ตั้งชื่อกลุ่ม, สโลแกน, เป้าหมาย”
“เดี๋ยวแต่ละกลุ่มจะต้องออกมานำเสนอ”
“เริ่มได้!”
อาจารย์เว่ยเฟิง พูดจบ นักเรียนแถวแรกของห้องก็หันไปด้านหลังทันที กลุ่มละสองคนแถวหน้ากับสองคนแถวหลังเป็นหนึ่งกลุ่มเรียน
แถวที่สามกับสี่ ก็แบ่งแบบนี้เรื่อยไป
เนื่องจาก หูเฟย และหยวนหวา อยู่แถวหก ซึ่งเป็นแถวพิเศษ พวกเขาจึงถูกจัดให้เป็นกลุ่มเดียวกับ เซี่ยจือ และหลี่ ซือซือ ซึ่งนั่งอยู่แถวห้าที่อยู่ข้างหน้าพวกเขาเยื้องๆ กัน
หลี่ ซือซือ และหยวนหวา ยกเก้าอี้มานั่งรวมกันสี่คนตรงทางเดิน
“ฮ่าๆ บังเอิญจริงๆ ซือซือ พวกเรากลุ่มเดียวกันด้วย”
หยวนหวา จัดผมแสกกลางของตัวเอง แล้วส่งสายตาเย้ายวนให้ หลี่ ซือซือ
หลี่ ซือซือ ตอบกลับเพียงแค่ “ฮ่าๆ!”
“ซือซือ เธอยิ้มสวยจริงๆ”
“ฮ่าๆ”
“ซือซือ เดี๋ยวตอนเย็นพวกเรากลับบ้านด้วยกันนะ”
“ฮ่าๆ”
“ซือซือ เธอจะดื่มน้ำไหม ฉันมีน้ำแร่จากภูเขาหิมะอยู่นะ”
“ฮ่าๆ”
………
หูเฟย : ( ̄ェ ̄;)
หยวนหวา นายนี่มันสายเปย์เกินไปแล้วนะ
เห็นแก่ที่นั่งโต๊ะเดียวกัน หูเฟย ก็รีบจบการสนทนาแบบ ‘สายเปย์’ ที่น่าอึดอัดของ หยวนหวา เสีย
“เอาล่ะ ฉันมีคำถามจะให้พวกคุณทายเล่นๆ” หูเฟย พูดขึ้นกะทันหัน
“โอ้ คำถามอะไร?”
“พวกคุณว่า ตอนที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบอะตอมฮีเลียมสองตัว พวกเขาพูดว่าอะไร?”
เซี่ยจือ ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากตัวเอง “พวกเราต้องใช้อุปกรณ์ที่ละเอียดกว่านี้มาทดสอบว่ามันคือสารอะไรหรือเปล่า?”
หูเฟย ส่ายหัว “ไม่ถูก”
หลี่ ซือซือ คิดอยู่ครู่หนึ่ง : “รางวัลโนเบลกำลังกวักมือเรียกเราอยู่?”
“ไม่ถูก”
หยวนหวา : “งั้นก็ ...เชี้ยเอ๊ย! งี้?”
หูเฟย : (¬_¬)
ไปไกลๆ เลย
เซี่ยจือ : “ทายยากจัง ตกลงคืออะไรล่ะ?”
ทุกคนกะพริบตาโต มอง หูเฟย เป็นตาเดียว
สายตาทุกคู่รวมอยู่ที่เขา เห็น หูเฟย ยิ้มอย่างลึกลับ กล่าวช้าๆ ว่า :
“พวกเขาพูดว่า——HeHe”
“.....”
ฮ่าๆ
มุขตลกฝืด!
แยกย้าย แยกย้าย…
หูเฟย : เฮ้ย อย่าเพิ่งไปสิ ไม่ตลกเหรอ? ตลกจะตายไป!
พวกนายไม่มีอารมณ์ขันเลยหรือไง!
แม่งเอ๊ย! พระเอกอย่างผม จะมีรัศมีออร่าไว้ทำเพื่ออะไร?!!
…………