ประธานบริษัทผู้เผด็จการ หูเฟย

จู ฉีเหวิน สงสัยว่าเขากำลังฝันไปหรือเปล่า?

มันเป็นไปได้อย่างไร?

หูเฟย เมื่อสักครู่ ถึงกับเจาะระบบของเขาได้อย่างง่ายดายขนาดนี้เชียวหรือ?

แค่ใช้สคริปต์ที่เขาเพิ่งเขียนขึ้นชั่วคราว ใช้เวลาไม่ถึงห้านาที? ‘ไป๋เฟิน เป่าเปียว’ ที่ติดตั้งอยู่ในคอมพิวเตอร์ของเขา ถึงกับไม่ตรวจจับการบุกรุกเลย

นี่…

จู ฉีเหวิน ยืนแทบไม่ไหว แข้งขาอ่อนแรงทันที

เมื่อสักครู่ จู ฉีเหวิน ยังยืนยันเสียงแข็งว่าซอฟต์แวร์ของเขา ปลอดภัยอย่างยิ่ง ไร้ช่องโหว่

เขายังโต้เถียงเจ้านายเหมือนนักรบที่เพิ่งออกศึกอย่างไรอย่างนั้น

เขาดูเหมือนจะยังพูดด้วยว่า ถ้าเขาเจาะระบบได้ เขาจะยอมลาออกทันที ใช่ไหม?

นี่... ตอนนี้ คงจะไม่ใช่หรอกมั้ง?

อย่างไรเสียเขาก็เป็นถึงหัวหน้าวิศวกร อีกฝ่ายคงไม่ถึงกับไล่เขาออกจริงๆ หรอกกระมัง เขาคงคิดมากไปเอง เรื่องแบบนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน

อย่างไรก็ตาม—

“ไป๋ซวน จัดการเรื่องลาออกให้พนักงานคนนี้ด้วย”

“หลังจากวันนี้ไป ฉันไม่ต้องการเห็นเขาในบริษัทอีก”

หูเฟย ในตอนนี้เหมือนยมบาลไร้ความปรานี ที่พิพากษาโทษทัณฑ์แก่ จู ฉีเหวิน อย่างเด็ดขาดโดยไม่เปิดช่องให้แก้ตัว

ทั้งห้องเงียบสงัด!

ไม่มีใครส่งเสียง!

น่ากลัวเกินไปแล้ว!

เขา… ถึงขนาดไล่ จู ฉีเหวิน ออกจริงๆ!!!

ไป๋ซวน ถึงกับสะดุ้งตกใจ หูเฟย มาถึงบริษัทวันแรก ถึงขนาดจะไล่หัวหน้าวิศวกรออกซะแล้ว!

เขาเป็นถึงหัวหน้าทีมนะ!

เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการ ที่เธอเองอุตส่าห์ทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อทาบทามให้มาร่วมงาน ถ้าไล่เขาออก แล้วใครจะมาดูแลการพัฒนาซอฟต์แวร์ต่อไป?

ใครจะเข้ามารับผิดชอบด้านเทคนิคแทนเขา?

น้องชาย ไม่สิ พี่ชายคะ พวกเรา อย่าเล่นกันแบบนี้ได้ไหม?

ไป๋ซวน รู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งตัว

เมื่อสักครู่เธอยังคงรู้สึกราวกับกำลังชมการแสดง แต่เมื่อการแสดงจบลง เธอก็เพิ่งได้สติว่า หูเฟย ตั้งใจจะรื้อเวทีทั้งหมด เรื่องนี้คงจะยุ่งยากเอาการเสียแล้ว…

ส่วน จู ฉีเหวิน ยืนไม่มั่นคงในทันที ขาสั่นยังดีที่ข้างๆ มีเก้าอี้ เขาพลางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้

อี๋ไป๋เฟิน อาจจะเป็นแค่บริษัทเล็กๆ ที่ชื่อเสียงไม่เด่นนัก ผลประกอบการก็ย่ำแย่ แถมยังดูไม่มีอนาคตเอาเสียเลย แต่ จู ฉีเหวิน กลับรู้สึกสบายมากที่ได้อยู่ที่นี่ เงินเดือนก็สูง สวัสดิการก็ดี…

เรื่องงานเขาแค่คอยกำหนดกลยุทธ์โดยรวมเท่านั้น เรื่องรายละเอียดเฉพาะเจาะจงทั้งหมดก็ให้คนข้างล่างทำได้เลย

เวลาว่างๆ ยังสามารถไปจีบหยอกเย้าพนักงานต้อนรับสาวๆ ที่ห้องพักได้ด้วย ยังหวังว่าจะสามารถพูดคุยในระดับที่ ลึกซึ้ง ยิ่งกว่านั้น

งานดีขนาดนี้ จะไปหาที่ไหนได้อีก?

จู ฉีเหวิน ไม่อยากออกจาก อี๋ไป๋เฟิน เลยจริงๆ

ดังนั้นเขาจึงมองไปทาง ไป๋ซวน เพื่อขอความช่วยเหลือ ไป๋ซวน กัดริมฝีปากแดง ดวงตากะพริบหลายครั้ง ในที่สุดก็ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว

“บอสคะ หัวหน้าทีม จู เพิ่งจะโต้เถียงท่าน ซึ่งก็เป็นความผิดของเขาอย่างแน่นอนค่ะ”

“และการทำงานที่มีข้อบกพร่องก็สมควรถูกลงโทษค่ะ”

“แต่เรื่องการไล่ออก... ขอให้ท่านโปรดพิจารณาอย่างรอบคอบได้ไหมคะ”

“ท้ายที่สุดแล้ว เขาคือ...”

ไป๋ซวน ยังพูดไม่ทันจบ หูเฟย ก็โบกมือขึ้นตัดบท

“ไม่จำเป็นต้องพูด ผมตัดสินใจแล้วว่าจะไล่ออกก็คือไล่ออก”

หูเฟย เป็นคนตัดสินใจเด็ดเดี่ยวมาตลอด โดยเฉพาะหลังจากที่เขาได้เกิดใหม่

ไป๋ซวน ยังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ หูเฟย กลับหันไปกวาดสายตามองเธอแวบหนึ่ง

“เป็นอะไร? คำพูดของผมซึ่งเป็นประธานบริษัทใช้ไม่ได้แล้วหรือ?” ไป๋ซวน พูดไม่ออกทันที

ดวงตาที่ลึกซึ้งของ หูเฟย ส่อแววตาเย็นชาอย่างยิ่ง ในตอนนี้ เหมือนผืนทะเลภายใต้ฤดูหนาวที่หนาวจัด

ภายใต้ความลึกและเย็นยะเยือกอย่างยิ่งนั้น คือ คลื่นยักษ์ที่น่าหวาดหวั่นอย่างแท้จริง

ไป๋ซวน รู้ว่า หากพูดอีกเพียงประโยคเดียว เธอก็จะถูกกลืนกินโดยคลื่นยักษ์นั้นเช่นกัน

หูเฟย ในตอนนี้ก็คือ ราชาผู้เผด็จการ ที่ไม่เปิดช่องให้ใครตั้งคำถามหรือขัดขืน

เฮ้อ!!!

ช่างเถอะ ถือซะว่า จู ฉีเหวิน ซวยเองที่ไปหาเรื่องใส่ตัวก็แล้วกัน

“บอสคะ หากท่านไล่ จู ฉีเหวิน ออกจริงๆ ต่อไปบริษัทจะหาบุคลากรที่มีความสามารถระดับเดียวกับเขาได้ยากมากเลยนะคะ”

“วางใจเถอะ ไม่มีเขา อี๋ไป๋เฟิน ก็ดำเนินงานต่อไปได้”

“…เข้าใจแล้วค่ะ”

ไป๋ซวน ไม่พูดอะไรอีก

นี่เท่ากับว่า… ชะตากรรมของ จู ฉีเหวิน ได้ถูกตัดสินเรียบร้อยแล้ว

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ข่าวที่ จู ฉีเหวิน ถูกบอสคนใหม่ไล่ออกก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งบริษัท ผู้คนต่างช็อกและแทบไม่เชื่อข่าวนี้

ในชั่วขณะหนึ่งหลายคนยังไม่ทันได้เจอ หูเฟย ตัวจริง แต่ฉายา ‘ประธานบริษัทผู้เผด็จการ’ และ ‘มือเหล็กไร้ความรู้สึก’ ก็แพร่กระจายออกไปแล้ว

………

แผนกวิศวกรรมเครือข่าย

หลังจาก จู ฉีเหวิน เก็บของออกไปแล้ว หูเฟย ก็ไม่ได้รีบออกจากแผนกนี้ในทันที เขาเดินเข้าไปทำความเข้าใจงานของทุกคน รวมถึงโปรเจกต์ที่แต่ละคนรับผิดชอบอยู่ทีละคน

ทุกคนระมัดระวัง แต่ในใจล้วนคาดหวัง

หูเฟย น่ากลัวเกินไปแล้ว

ยิ่งภาพตอนที่ หูเฟย ไล่ จู ฉีเหวิน ออกไปเมื่อสักครู่ยังคงติดตาผู้คน คำว่า ‘เผด็จการ’ และ ‘เอาแต่ใจ’ ผุดขึ้นมาในหัวเมื่อนึกถึงเขา

แม้คำเกลี้ยกล่อมของ ไป๋ซวน จะไม่มีประโยชน์ แต่ในใจของแต่ละคนกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง

เพราะหลังจาก จู ฉีเหวิน ไป แผนกวิศวกรรมก็ต้องเลือกคนมาแทน โอกาสที่จะโดดเด่นมาถึงแล้ว

ดังนั้นแม้ในใจจะรู้สึกกลัวอยู่บ้าง แต่ก็ให้ความร่วมมือกับ หูเฟย อย่างกระตือรือร้น พยายามแสดงด้านที่ดีที่สุดให้มากที่สุด

“อืม... ไม่เลว ซอฟต์แวร์ของคุณนี้ มีไอเดียที่ดีนะ”

หูเฟย เห็นซอฟต์แวร์ที่โปรแกรมเมอร์คนหนึ่งพัฒนาขึ้นเอง แล้วรู้สึกสนใจมาก

“อะ เอ่อ…นี่ นี่ผมทำตอนว่างๆ ครับ” หลี่หมิง เกาหัว พูดออกมาอย่างซื่อๆ

แม้จะเพิ่งทำงานได้ปีเดียว แต่เขามีไอเดียดีๆ อยู่เต็มหัว เขาเคยลองเขียนซอฟต์แวร์เองหลายตัว เช่นตัวที่ หูเฟย กำลังเห็นอยู่นี้ ซึ่งเดิมทีเขาตั้งใจสร้างเป็นซอฟต์แวร์แชทที่แตกต่างจาก QQ ด้วยการเพิ่มฟังก์ชันส่งข้อความเสียงและวิดีโอคอลแบบเรียลไทม์

น่าเสียดายที่ทำเสร็จแล้วมีบั๊กมากเกินไป เลยทำงานได้ไม่ดี

หูเฟย เห็นแล้วถึงกับร้องในใจ นี่มันก็คือ WeChat ไม่ใช่หรือไง?

ใครจะคิดว่ามีคนทำต้นแบบออกมาเร็วขนาดนี้

น่าเสียดายที่ช่วงเวลานั้นการสื่อสารผ่านเครือข่ายยังไม่พัฒนา การส่งเสียงพูดและวิดีโอต้องการปริมาณข้อมูลและความเร็วอินเทอร์เน็ตที่เร็วกว่านี้

ดังนั้นแม้จะทำออกมาได้ก็ไม่มีทางใช้งานได้

นอกจากซอฟต์แวร์ตัวนี้แล้ว เขายังมีไอเดียเจ๋งๆ อีกเพียบ เช่น สัตว์เลี้ยงบนเดสก์ท็อป, การประชุมวิดีโอแบบออนไลน์หลายคน, การแปลงรูปภาพเป็นข้อความ, การป้อนข้อมูลด้วยเสียง และอื่นๆ อีกมากมาย

เป็นคนมีความสามารถจริงๆ!’ หูเฟย มอง หลี่หมิง แวบหนึ่ง

หลังจากนั้น หูเฟย ก็ประกาศว่า “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แผนกวิศวกรรมเครือข่ายจะให้ หลี่หมิง เป็นหัวหน้าทีมชั่วคราว”

“บริษัทจะหยุดโปรเจกต์อื่นๆ ทั้งหมด พวกคุณก็แค่รับผิดชอบการบำรุงรักษา ‘ไป๋เฟิน เป่าเปียว’ และการดำเนินงานเว็บไซต์หลักก็พอ”

“ถึงเวลานั้นผมจะมีงานให้พวกคุณเอง”

!!!

ทุกคนไม่ทันตั้งตัว

อะไรนะ?

หลี่หมิง เป็นหัวหน้าทีม?

หลี่หมิง เองก็งงไปหมดแล้วเช่นกัน

………

หลังจากกลับมาจากแผนกวิศวกรรมเครือข่าย หูเฟย ก็กลับมาที่ออฟฟิศ เขาเริ่มออกคำสั่งกับ ไป๋ซวน อย่างสุขุมว่า

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ให้คุณรับตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของบริษัท โดยคุณยังคงรับผิดชอบการดำเนินงานและการบริหารจัดการประจำวันของบริษัท”

“ได้ค่ะ บอส”

ไป๋ซวน พยักหน้าเบาๆ ตอบรับทันทีด้วยความเคารพ

หูเฟย พูดต่อว่า “การพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของบริษัทก็ให้หยุดไว้ชั่วคราว ให้ยุติโปรเจกต์และการดำเนินการด้านการตลาดทั้งหมดที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใหม่”

ก่อนหน้านี้การพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นที่สามที่ จู ฉีเหวิน เป็นแกนนำ ในสายตาของ หูเฟย นั้น สิ้นเปลืองเวลา เงิน และกำลังคนโดยสิ้นเชิง

ตอนนี้เขาจึงได้สั่งให้หยุดโดยสมบูรณ์

“บอสคะ หากหยุดการพัฒนา หมายความว่าผลิตภัณฑ์รุ่นที่สามจะยุติโครงการไปเลยหรือคะ?”

ไป๋ซวน มอง หูเฟย อย่างกังวลใจ

“คุณวางใจเถอะ เรื่องนี้ผมจะจัดการเอง”

หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น หูเฟย ก็สิ้นสุดการมาเยือน อี๋ไป๋เฟิน ในวันนี้โดยสมบูรณ์

ตอนก่อน

จบบทที่ ประธานบริษัทผู้เผด็จการ หูเฟย

ตอนถัดไป