เกล็ดหิมะปลิดปลิว ลมเหนือหวีดหวิว
สุดสัปดาห์นี้ หูเฟย ทำสำเร็จไปได้อีกหนึ่งอย่างที่เป็นส่วนสำคัญในแผนชีวิตของเขา
ในขณะเดียวกัน ในเว็บบอร์ดของโรงเรียนมัธยมปลายที่สองก็เกิดเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งขึ้นเช่นกัน
ในเช้าวันจันทร์ ที่บริเวณประตูโรงเรียนมัธยมปลายที่สอง...
ชายหนุ่มคนหนึ่งผมมันแผลบ หน้าตาหล่อเนี๊ยบ หวีผมแสกกลางแบบ 4:6 เดินเข้ามาพร้อมกับผิวปากฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี
“เป่าลูกโป่งเหรอ?”
“เป่าลูกโป่งใบโตหน่อยไหม?”
“พอเป่าลูกโป่งเสร็จแล้ว มาเล่นลูกโป่งกันไหม?” (เพลง)
หยวนหวา วันนี้ดูเหมือนจะอารมณ์ดีไม่เลว ผิวปากฮัมเพลงไปด้วย “ฉันคือ หนุ่มหล่อขั้นเทพแห่งมัธยมปลายที่สอง”
ขณะกำลังเดินเพลินๆ อยู่ ทันใดนั้นก็ได้กลิ่นหอมบางเบาลอยมาตามลม
เขาเงยหน้าขึ้นมอง ข้างหน้าห้าเมตร นักเรียนหญิงคนหนึ่งมัดผมทวินเทลใส่ชุดนักเรียนสีฟ้าขาว
เสื้อด้านบนแน่นตึงจนคับอก กระโปรงนักเรียนสั้นสีน้ำเงิน ข้างล่างใส่ถุงเท้าสีขาวคลุมเข่า รองเท้าหนังสีดำคู่เล็ก ผมทวินเทลทั้งสองข้างยาวถึงเอว เวลาเดินแกว่งไกวอยู่สองข้างลำตัวดั่งใบหลิวลู่ลม
“ซู้ด”
หยวนหวา สูดน้ำลายเฮือกใหญ่ ถึงกับเบิกตาโพลงในทันที
เดินผ่านสาวงามแบบนี้จะพลาดไม่ได้เด็ดขาด!
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่าคือ นักเรียนหญิงผมทวินเทลคนนี้ถึงกับวิ่งเหยาะๆ ตรงมาหาเขา!
ผมทวินเทลสองข้างแกว่งไกวรุนแรงยิ่งขึ้น ปลายตวัดเกลียวเป็นวงในอากาศ
ท่าไม้ตายทวินเทลสไปรัล?! (อ้างอิงท่าไม้ตายในการ์ตูน/อนิเมะ เพื่อความตลก)
ไม่นาน นักเรียนหญิงคนนี้ก็วิ่งมาถึงตรงหน้า หยวนหวา
เพราะเพิ่งวิ่งมา เธอจึงมีท่าทีอ้ำอึ้งเล็กน้อย บนใบหน้าที่ขาวผ่องมีสีอมชมพูระเรื่อยิ่งดูน่ารักน่าหลงใหลสุดๆ
“พ..พ-เพื่อนร่วมชั้น เธอมีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” หยวนหวา พูดอย่างตะกุกตะกัก
เขารู้สึกว่าหัวใจเต้นเร็วมาก สามร้อยหกสิบครั้งต่อวินาที หายใจยังไม่ทันทั่วท้อง
เกิดอะไรขึ้น?
หรือว่าวันนี้ โชคด้านความรักของฉัน บานสะพรั่ง แล้ว?
นักเรียนหญิงผมทวินเทล เผยริมฝีปากสีชมพูเล็กน้อย พูดเสียงนุ่มนวลว่า “เพื่อนร่วมชั้นคือว่า…คือว่าคุณ หยวนหวา ใช่ไหม?”
“อื้มม”
หยวนหวา พยักหน้าราวเครื่องจักร ถามกลับว่า “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”
“ฉะ ฉัน...”
นักเรียนหญิงผมทวินเทล ทอดหน้าลงต่ำ กัดริมฝีปาก เหมือนจะพูดแต่ก็ยังไม่พูด ออกอาการกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ก่อนจะช้อนหน้าขึ้นมอง หยวนหวา อย่างเขินอาย
ดวงตาเหมือนลูกแก้วในน้ำ ดูชุ่มชื้น ดูเก้อเขิน จากนั้นเธอหยิบซองจดหมายออกมาจากด้านหลัง แล้วยัดใส่เข้าไปในอ้อมอก หยวนหวา ทันที
“อ๊าย อายจะตายอยู่แล้ว~!” พูดพลางก็เอามือปิดหน้า หันหลังวิ่งหนีไปพร้อมกับผมทวินเทลสองข้างที่สะบัดแกว่งไปมาราวกับพายุบุแคม
หยวนหวา : ? ? ?
หยวนหวา ยืนงงนิ่งอยู่ที่เดิมพักหนึ่ง ก่อนจะได้สติกลับมา
จากนั้นหยิบซองจดหมายที่หญิงสาวเมื่อครู่ยัดใส่อ้อมอกเขาไว้
บนซองจดหมายสีชมพูเขียนด้วยลายมืออันงดงามว่า
“ฉันคือสายลม ส่วนเธอคือเม็ดทราย อยากเดินเคียงข้างเธอไปสุดขอบฟ้า”
“เชี่ย!!!”
หยวนหวา อ่านจบแทบตาเหลือก เลือดพุ่งปรี๊ดตรงไปถึงก้านสมอง
ให้ตายสิวะ นี่มันจดหมายรักไม่ใช่เรอะ?
“บ..บะ-บ้าไปแล้ว ฉะ…ฉัน ฉันได้รับจดหมายรักเหรอ?”
หยวนหวา สมองมึนงงเหมือนกับดื่มเหล้าปลอม ไม่รู้เหนือรู้ใต้ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเขาที่ได้รับจดหมายรัก แถมยังเป็นแบบที่ทำให้ใจเต้นแรงขนาดนี้อีกด้วย!
โอว… โว้ววว สาวทวินเทลด้วยล่ะ!
ทันใดนั้น…
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า~”
หยวนหวา ก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง มุมปากแทบฉีกไปถึงส้นเท้า
เมื่อถึงจุดสูงสุดของชีวิต ก็ต้องหัวเราะให้สุดเสียงเซ่!
หัวเราะเสร็จ เขาก็รีบเก็บจดหมายรักไว้ดีๆ นี่เป็นของที่ควรค่าแก่การจดจำ เตรียมกลับไปแกะดูและชื่นชมอย่างช้าๆ ภายในห้องเรียน
ทว่าสิ่งที่ หยวนหวา ไม่คาดคิดคือ เขาเพิ่งเดินไปสองก้าวก็มีนักเรียนหญิงอีกคนเดินตรงเข้ามา
นักเรียนหญิงคนนี้ยังมีร่องรอยสิวบนใบหน้า หน้าตาก็จัดว่า... ไม่ได้โดดเด่นนัก
“เพื่อนร่วมชั้น หยวน...นี่ค่ะ...คือคุณเก็บไว้ดีๆ นะ”
เช่นเดียวกับคนก่อนหน้า พูดจบก็ยัดจดหมายเข้าไปในอ้อมอกเขาอีกฉบับ จากนั้นก็รีบหันหลังวิ่งหนีไปด้วยความเขินอาย
หยวนหวา : ในหัวมีตัวอักษรขนาดใหญ่หกตัวลอยไปมา — วันนี้มันอะไรกันวะ!?
อย่างไรก็ตาม มันยังไม่หมด…
ไม่นานนัก สาวๆ ก็วิ่งเข้ามาหาเขามากขึ้นเรื่อยๆ ในมือแต่ละคนถือซองจดหมายมาให้
“เพื่อนร่วมชั้น หยวน นี่ค่ะให้…ให้คุณ”
“หยวนหวา เก็บไว้ให้ดีนะ อย่าทำหายล่ะ”
“เพื่อนร่วมชั้น หยวนหวา ความสุขของฉัน ฝากไว้ในมือคุณแล้วนะ…”
หยวนหวา สมองช็อตสนิทแล้ว
ด้วยคำพูดที่ตรงไปตรงมาขนาดแล้ว ยังจะไม่เข้าใจอีกหรือไง?
พวกเธอเหล่านี้...มาส่งจดหมายรักให้ฉันทั้งนั้นเลยนี่นา!
ฉัน หยวนหวา ในตอนนี้กลายเป็นเทพบุตรแล้วหรือ?
“โอ้ ห้อ ห้อ ห้อ ห้อ~”
หยวนหวา รู้สึกว่าเท้าเหมือนเหยียบอยู่บนสำลี ตัวเบาหวิว เดินจากประตูโรงเรียนไปถึงห้องสอง
ตลอดทาง ได้รับจดหมายรักจากสาวๆ มาไม่หยุด พอมาถึงโต๊ะ หยวนหวา ก็นั่งลง พร้อมกอดจดหมายรักกองโตไว้ในอ้อมแขน
ในตอนนี้ หูเฟย มาถึงนานแล้ว ในมือถือหนังสือ ‘สมาพันธ์คอมพิวเตอร์’ นี่เป็นวารสารนานาชาติ เต็มไปด้วยบทความวิชาการ และงานเขียนของผู้ยิ่งใหญ่ทางวิชาการ
ฉบับนี้บังเอิญมีการประกวดเขียน หูเฟย เตรียมจะส่งประกวด อย่างแรกก็เพื่อสะสมแต้ม เพิ่มค่าประสบการณ์ อย่างที่สองก็เพื่อหาเงินเล็กๆ น้อยๆ
หูเฟย มองไปด้านข้างแวบหนึ่ง “โอ้ หยวนหวา ในมือนั่นถืออะไรอยู่น่ะ?”
หยวนหวา ใบหน้าค่อนข้างภาคภูมิใจ เชิดหน้าขึ้น ในตอนนี้ ลมพัดมาจากนอกหน้าต่าง พัดผมหน้าม้าแสกกลางแบบ 4:6 ของเขา
เขาไม่ตอบคำถามของ หูเฟย แต่กลับพูดด้วยอารมณ์เศร้าๆ แบบกวีอย่างลึกล้ำว่า :
“เฮ้อ…ช่างน่ารำคาญจริงๆ” (เท้าข้างหนึ่งเหยียบอยู่บนเก้าอี้ ก้มหน้า มือขวากำหมัดกดไปที่หน้าผากตัวเอง)
“อยู่ดีๆ ก็รู้สึกว่าหน้าตาดีมันก็ไร้ความหมาย…” (หลับตา ส่ายหน้า โยกตัวไปมา พูดเสียงทุ้มต่ำ)
“ลมพัดมาก็ยังหนาวอยู่ดี” (ลืมตา เงยหน้าไปพร้อมกับสะบัดผมอย่างแรง)
หูเฟย : “.....” ถึงกับพูดไม่ออก!
เขาเงยหน้ามอง หยวนหวา แวบหนึ่ง
ไอ้นี่ เมิงบ้าแต่เช้าเลยเรอะ?
หยวนหวา ก็ก้มหน้าเหลือบมอง หูเฟย ในแววตามีทั้งดูถูกและเหยียดหยาม
“หูเฟย ฉันจะบอกให้นะ… ฉันน่ะไม่ใช่ หยวนหวา คนเดิมอีกแล้ว”
หืม?
หูเฟย ทำหน้าตะลึงงัน
หยวนหวา ไอ้หมอนี่แดกยาเกินโดสมาแน่ๆ? ถึงได้กล้าพูดจากับฉันแบบนี้?
หยวนหวา เก็บปฏิกิริยาของ หูเฟย ไว้หมด เพียงแต่ไม่ได้ใส่ใจ ไปพลางแค่นเสียงหัวเราะ ก่อนจะกล่าวพร้อมกับทำหน้าหยิ่งๆ ว่า
“หูเฟย ฮึ นายนี่ยังน่าขำเหมือนเดิม นายยังคิดว่าตัวเองเป็นคนที่หล่อที่สุดในโรงเรียนมัธยมปลายที่สองอยู่เหรอ?”
“ผิดแล้ว ตอนนี้คนที่หล่อที่สุดในโรงเรียนมัธยมปลายที่สองคือ...”
หยวนหวา มอง หูเฟย แวบหนึ่ง ในใจแอบสบถ – ไอ้ชิบหาย เจ้านี่แมร่งยังหล่อกว่ากูอีก
“แค่กๆ เพื่อน แค่หน้าตาดีอย่างเดียวจะไปมีประโยชน์อะไร?”
หยวนหวา พูดต่อด้วยน้ำเสียง หยิ่งยโส ว่า “สิ่งที่สำคัญคือ เนื้อแท้ภายในต่างหาก”
หูเฟย ไม่พูดอะไร แค่แหงนหน้ามองไอ้หมอนี่โชว์เก๋าเงียบๆ
วันนี้ หยวนหวา หลุดโลกกว่าปกติ ปกติแล้วหมอนี่ไม่กล้าเหิมขนาดนี้หรอก
แต่วันนี้มัน ‘ไม่เหมือนเดิม’ หยวนหวา ส่ายหน้า แล้วนั่งลง ชี้ไปที่กองจดหมายรักบนโต๊ะ
“ฉันรู้ว่านายไม่เชื่อและยากที่จะยอมรับ”
“แต่ดูนี่ นี่คือสิ่งที่ฉันเพิ่งได้รับเมื่อเช้านี้ ลองแกะดูเองสิ แล้วนายจะเข้าใจ…”
หูเฟย มอง หยวนหวา แวบหนึ่ง เขาไม่เข้าใจเลยว่าไอ้หมอนี่มีกึ๋นอะไร ผ่านไปสองสามวินาที เขาสุ่มหยิบจดหมายมาฉบับหนึ่ง มองซองจดหมาย แล้วแกะออก
ในตอนนี้ หลี่ ซือซือ และเซี่ยจือ ก็ถูกดึงดูดเข้ามาด้วย “หยวนหวา พวกนี้คืออะไรน่ะ?”
หลี่ ซือซือ ถามด้วยความสงสัย เพราะการที่ หยวนหวา หอบจดหมายกองโตเข้ามาแต่เช้านั้นเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง
หยวนหวา ที่เห็น หลี่ ซือซือ มา จู่ๆ ก็ยืดอก สายตาที่มอง หลี่ ซือซือ เหมือน ‘จ้วงหยวน’ ที่สอบเข้าเมืองหลวงได้ มองดูภรรยาที่บ้านซึ่งเคยดูถูกเหยียดหยามและออกคำสั่งกับเขา
“ฮึ หลี่ ซือซือ ฉันจะบอกให้นะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉัน หยวนหวา ไม่สิ ท่านหยวน ผู้นี้จะไม่รับใช้เธออีกแล้ว”
“เมื่อวานเธอ ไม่สนใจฉัน วันนี้เธอจะเสียใจที่เคยดูถูกฉัน” หยวนหวา ทำท่าทางดีใจแบบคนที่เพิ่งได้ดีครั้งแรกในชีวิต
หลี่ ซือซือ : ? ? ?
ไอ้นี่ไปกินสายไฟมารึไง? อยากโดนตบใช่ไหม?
เธอไม่ได้พูดอะไร แต่หยิบจดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมาเปิดอ่าน...
………
หลายนาทีต่อมา
“โอ๊ย ผมผิดไปแล้ว”
“ผมผิดไปแล้ว ท่านหู”
“ผมผิดไปแล้ว พี่ซือซือ”
“...อย่าตบหน้า”
เสียงโครมครามของการลงไม้ลงมือดังขึ้นพักใหญ่ และเมื่อความวุ่นวายสงบลง...พักหนึ่งก็เห็น หยวนหวา ผมยุ่งเหมือนรังนก เสื้อผ้ายับเยิน นั่งหดตัวอย่างน่าสงสารอยู่ที่มุมห้องในสภาพที่น่าเวทนายิ่งนัก
หยวนหวา มองกองจดหมายเต็มโต๊ะของตัวเองอย่างคับแค้นใจ
น่าจะแกะอ่านดูตั้งแต่แรกเสียก็ดีแล้ว รู้อย่างนี้...
เวรเอ๊ย! ทุกฉบับ...ดันเป็นของ หูเฟย หมดเลย!
สรุป… ฉันมันก็เป็นแค่บุรุษไปรษณีย์เท่านั้นเอง?
ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้วะ!?
ทางด้านนี้ หลี่ ซือซือ และเซี่ยจือ ยังคงแกะจดหมายรักดูอย่างน่าสนใจ ว่านักเรียนหญิงเหล่านี้เขียนอะไรให้ หูเฟย
หลี่ ซือซือ : สมแล้วที่เป็นไอดอล ได้รับจดหมายรักเยอะขนาดนี้เลย
เซี่ยจือ : คนพวกนี้เขียนได้เลี่ยนขนาดนี้ได้ยังไงนะ? แทนที่จะตั้งใจเรียน ทำไมถึงมาเขียนอะไรแบบนี้กันนะ?
หยวนหวา : เกล็ดหิมะปลิดปลิว ลมเหนือหวีดหวิว~ ~
[ผู้แปล : เพลง 一剪梅 : ดอกเหมยหนึ่งกิ่ง – เฟ่ย อี้ว์ชิง(费玉清),
จ้วงหยวน – (状元) ตำแหน่งของคนสอบที่ได้คะแนนสูงสุด]