การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น

เหล่าเด็กหนุ่มที่เข้าร่วมการแข่งขันแบ่งออกเป็นสองทีม แต่ละทีมยืนอยู่คนละฝั่งของครึ่งสนาม

เพื่อความรวดเร็ว แต่ละรอบ ทีมจะส่งตัวแทนออกมาทีละคน ผลัดกันชู้ตลูก โดยมีกรรมการคอยนับคะแนนอยู่ด้านข้าง

“เอาล่ะ เริ่มได้ กลุ่มแรกเชิญ”

สิ้นเสียงของ อี้ เจี้ยนเหลียน ชายสองคนก็เดินออกมา พวกเขาต่างหยิบลูกบาสเกตบอลจากตะกร้าคนละลูก แล้วเดาะเบาๆ สองสามที

จากนั้น ทั้งคู่ก็ไปยืนที่เส้นสามแต้ม เลือกที่จะวอร์มอัพด้วยการลองชู้ตสามแต้มดูก่อน

คนแรกชู้ต... ไม่ลง

คนที่สองชู้ตตาม... ก็ไม่พลาดไปเหมือนกัน

………

ทักษะของสองคนในกลุ่มแรกดูไม่โดดเด่นนัก คนแรกชู้ตลูกสองแต้มลงไปแค่สองลูกจากสิบลูก ได้ไปสี่คะแนน ส่วนคนที่สองชู้ตลงสามลูก ได้ไปหกคะแนน

ต่อไป กลุ่มถัดไป...

ขณะที่การแข่งขันกำลังดำเนินไป หูเฟย และหยวนหวา ก็อยู่ในแถวรอ ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ เมื่อ หยวนหวา เหลือบมองไปยังทีมตรงข้าม เขาก็นับจำนวนคนไปด้วย

ทันใดนั้นเขาก็อุทาน “แย่แล้ว! ท่านหู”

หูเฟย ถามกลับ “มีอะไร?”

“ท่านหู คือ...ฉันต้องแข่งกับ หนิง ป๋อเทา อ่ะ” หยวนหวา แทบจะร้องไห้ออกมาแล้ว

ถึงแม้ หยวนหวา จะพอเล่นบาสได้บ้าง แต่จะให้ไปเทียบกับ หนิง ป๋อเทา ที่เป็นถึงนักกีฬาโรงเรียนเนี่ยนะ จะไหวเหรอ?

ถ้าต้องแข่งกันจริงๆ มีหวังโดนอีกฝ่ายถล่มยับจนดูเหมือนเป็นแค่คนธรรมดาไร้ความสามารถไปเลยแน่ๆ

หยวนหวา เข้าร่วมการแข่งขันก็เพื่อจะโชว์เท่ ไม่ใช่มาเพื่อขายหน้าเสียหน่อย แถม หลี่ ซือซือ ก็ยังมองมาจากข้างสนามด้วย

หยวนหวา เบะปาก ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ใส่ หูเฟย

“พอๆๆ อย่าเอาน้ำมูกมาป้ายเสื้อฉันนะ”

หูเฟย ผลัก หยวนหวา ให้ออกไป “ฉันสลับกับนายก็ได้”

เขาทนไม่ไหวกับมุกดราม่าแบบนี้จริงๆ

“จริงเหรอ!?”

ดวงตาของ หยวนหวา เป็นประกายสว่างวาบ ท่านหู ช่างเป็นคนดีจริงๆ

“ตกลงจะสลับไหมเนี่ย?”

“สลับๆๆ”

หยวนหวา รีบสลับตำแหน่งกับ หูเฟย กลัวว่าวินาทีถัดไป หูเฟย จะเปลี่ยนใจ

“มาเลย ท่านหู เดี๋ยวฉันนวดไหล่คลายเส้นให้ พอลงสนามจะได้ชู้ตสามแต้มรวดเดียวสิบลูกไปเลย!”

หยวนหวา โค้งตัวนวดไหล่ให้ หูเฟย อย่างเอาอกเอาใจจากด้านหลัง

หูเฟย ก็ปล่อยให้เขาทำไป

เจ้าหมอนี่ ถ้าไปอยู่ในยุคโบราณนะ ตำแหน่งขุนนางกังฉินมือหนึ่งคงไม่พ้นมันแน่

………

ด้านหน้า หลูไห่ ปิดท้ายการชู้ตสิบลูกของเขาด้วยลูกสามแต้มสวยๆ ลูกหนึ่ง

สามแต้มสามลูก สองแต้มสี่ลูก รวมแล้ว หลูไห่ ทำได้สิบเจ็ดคะแนน

“ว้าวววว~!”

เสียงฮือฮาและเสียงปรบมือจากกลุ่มเด็กสาวข้างสนามดังขึ้น

หลูไห่ เป็นคนที่ทำคะแนนได้สูงสุดในตอนนี้ ได้รับเสียงเชียร์และคำชมไปไม่น้อยเลยทีเดียว

สายตาของ หลูไห่ กวาดมองไปยัง เซี่ยจือ ที่นั่งอยู่บนขั้นบันไดข้างสนาม

น่าเสียดายที่ เซี่ยจือ ยังคงก้มหน้า ใช้กิ่งไม้ขีดเขียนอะไรบางอย่างบนพื้น ไม่ได้เงยหน้ามองเขาแม้แต่น้อย

หลูไห่ รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เขาชอบ เซี่ยจือ จริงๆ นะ

แต่จะทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อ เซี่ยจือ ดูเหมือนจะมี ‘เจ้าของ’ อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะในหรือนอกเวลาเรียน ตั้งแต่เปิดเทอมมา จำนวนครั้งที่เธอคุยกับเขายังนับนิ้วได้เลย

น่าหงุดหงิดชะมัด!

แต่แล้วความขุ่นมัวในใจก็จางหายไป

“ไม่เป็นไรหรอก ถ้าไม่นับ หนิง ป๋อเทา อย่างน้อยๆ ฉันก็คงได้ที่สองในการแข่งชู้ตนี่แน่แล้วล่ะ”

“หนิง ป๋อเทา ร้อยทั้งร้อยต้องเลือก ฉวี่ หมิงเยว่ อย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นฉันก็มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับ เซี่ยจือ ได้ไม่ยาก”

พอคิดได้ดังนั้น หลูไห่ ก็พลันอารมณ์ดีขึ้นมาทันที

ถึงตอนนั้นก็จะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับ เซี่ยจือ อย่างถูกต้องตามเหตุผลแล้ว

ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า~

พอหันกลับมาก็สบตากับ หูเฟย พอดี หลูไห่ ยกนิ้วก้อยขึ้นอย่างท้าทาย

แล้วทำปากพูดส่งสาส์นท้าทายไปให้ หูเฟย จากระยะไกล ราวกับจะบอกว่า เซี่ยจือน่ะ ฉันจองแล้ว ส่วนแกน่ะ ไปเล่นไกลๆ เลยไป!

น่าเสียดาย… ระยะทางไกลเกินไป หูเฟย เห็นเพียงอีกฝ่ายขยับปากพูดอะไรบางอย่างกับตน

ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคงไม่ใช่คำพูดดีๆ แน่นอน

หูเฟย เพียงแค่ยิ้มออกมา

‘ดูสิ ความหนุ่มแน่นมันดีอย่างนี้นี่เอง ต่อให้ทำเรื่องโง่ๆ ออกมา พ่อคนนี้ก็ยังให้อภัยได้’

………

คนข้างหน้าเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ ในที่สุดก็ถึงตาของ หูเฟย

หนิง ป๋อเทา จากทีมข้างๆ มองมาทางเขา เมื่อเห็นว่าเป็น หูเฟย แววตาเขาก็พลันหดแคบลง

ในบรรดาเด็กผู้ชายในห้อง ถ้าจะพูดถึงคนที่ทั้งป๊อปและเก่งที่สุด เมื่อมองโดยรวมแล้วก็น่าจะเป็นเขา หนิง ป๋อเทา

แต่พอนอกห้องเรียนไปแล้ว หนิง ป๋อเทา กลับไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเท่าไหร่ ตรงกันข้ามกับ หูเฟย ที่ใครๆ ก็รู้จัก

อย่าเห็นว่าปกติ หนิง ป๋อเทา ดูเหมือนจะไม่ใส่ใจ แต่ลึกๆ ในใจแล้วเขาก็เก็บเรื่องนี้มาคิดอยู่เหมือนกัน

แน่นอนว่า จนถึงตอนนี้ ทั้งสองคนยังไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกันโดยตรง

ทั้ง หนิง ป๋อเทา และหูเฟย ต่างก็ไม่ใช่คนประเภทเดียวกับ หลูไห่ ที่ชอบหาเรื่องคนอื่น เส้นตายของ หูเฟย คือ อย่ามายุ่งกับ เซี่ยจือ อย่างอื่นคุยกันได้

ส่วนเส้นตายของ หนิง ป๋อเทา คือ อย่าคิดจะจีบ ฉวี่ หมิงเยว่ อย่างอื่นก็คุยกันได้

ที่ผ่านมา ทั้งคู่ต่างเป็นเหมือนพญาราชสีห์ที่ไม่เคยเผชิญหน้ากัน แต่ทว่า วันนี้ถือว่าโคจรมาเจอกันจนได้

ไม่มีใครอยากพ่ายแพ้ให้อีกฝ่าย หรืออยากยอมเป็นบันไดให้คนอื่นเหยียบขึ้นไปแสดงทักษะบาสอันเหนือชั้นต่อหน้าทุกคน

การเผชิญหน้ากันโดยตรงครั้งแรกกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว

ในดวงตาของ หนิง ป๋อเทา พลันลุกโชนด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่นอันแรงกล้า

การประลองครั้งแรกนี้ เขาจะต้องเอาชนะ หูเฟย ต่อหน้า ฉวี่ หมิงเยว่ ให้ได้

หูเฟย ก็มองไปยัง หนิง ป๋อเทา เช่นกัน

ในแววตาที่เคยสงบนิ่งของ หูเฟย บัดนี้กลับเต็มไปด้วยพลังงานที่ปะทุขึ้นอย่างเงียบงัน

หูเฟย คิดในใจว่า : ‘เพื่อนเอ๋ย ขอโทษด้วยนะ!’

วันนี้ ฉันขอจองซีนโชว์เท่นี้ไว้เอง!

………

ทั้งสองคนต่างหยิบลูกบาสจากตะกร้าข้างๆ ขึ้นมาคนละลูก

ใช่ ทั้งคู่ใช้เพียงมือเดียวจับลูกบาส ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่นักบาสทั่วไปจะทำได้ง่ายๆ

“แปะ แปะ แปะ” (เสียงเดาะลูกบาส)

พวกเขาเดาะลูกลงพื้นสองสามครั้ง เกิดเป็นเสียงหนักแน่นก้องกังวาน สะท้อนไปทั่วทั้งสนาม

ในทันใดนั้น ทุกสายตาจากข้างสนามก็จับจ้องไปยังคนทั้งสองในสนาม

เซี่ยจือ ไม่ได้ก้มหน้าเขียนสูตรบนพื้นอีกต่อไปแล้ว เธอยืดตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สองมือน้อยๆ กุมเข้าหากัน มองไปยัง หูเฟย

ฉวี่ หมิงเยว่ ก็ไม่ได้คุยกับเพื่อนผู้หญิงข้างๆ อีกเช่นกัน ขนตางอนงามของเธอขยับไหว จับจ้องไปยังคนทั้งสองในสนาม

การประลองที่น่าจับตามองกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว

ในสนาม หูเฟย และหนิง ป๋อเทา ต่างเลี้ยงลูกมาหยุดอยู่ที่เส้นสามแต้มพร้อมกัน ทั้งคู่หันสบตากันราวกับมีประกายสายฟ้าฟาดผ่านในอากาศ!

เปรี้ยง!

เปลวไฟแห่งการต่อสู้ถูกจุดขึ้นอย่างสมบูรณ์

หนิง ป๋อเทา เตรียมจะชู้ตลูกก่อน

ลูกแรก – ลูกสามแต้ม

เขาย่อตัวลงต่ำ เดาะลูกเล็กน้อย

ในจังหวะที่ลูกบาสกระดอนจากพื้น เขาก็คว้ามันขึ้นมาแล้วกระโดดขึ้นทันที ยกลูกบาสขึ้นเหนือศีรษะไปยังตำแหน่งที่ดีที่สุด แล้วก็…

ชู้ต!

ลูกบาสลอยเป็นเส้นโค้งงดงามในอากาศ

เสียง ‘ปึง ปึง’ ดังขึ้นสองครั้ง

ลูกบาสกระทบแป้นเฉียงๆ แล้วกระดอนไปโดนขอบห่วงเหล็ก ก่อนจะตกลงไปในห่วงในที่สุด

ลูกกระทบแป้น... ลงห่วง! สามแต้ม! เป็นการเปิดตัวที่น่าประทับใจของ หนิง ป๋อเทา!!!

“พี่เทา อย่างเทพ!”

“พี่เทา โหดสุด!”

“พี่เทา ทั้งเทพทั้งเท่!”

เสียงเชียร์จากข้างสนามดังกระหึ่ม

“แปะ แปะ แปะ” (เสียงปรบมือ)

เสียงปรบมือดังขึ้นรัวๆ ตามมาทันที

แม้ใบหน้าของ หนิง ป๋อเทา จะดูเรียบเฉย ราวกับไม่ยินดียินร้าย แต่มุมปากของเขาก็ยังคงยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่

เขามองไปยัง ฉวี่ หมิงเยว่ แวบหนึ่ง เห็นเธอกำลังยิ้มให้เขา ในใจพลันรู้สึกหวานชื่นเหมือนกินน้ำผึ้งเข้าไป

ทว่า ในขณะที่เขากำลังให้ความสนใจกับ ฉวี่ หมิงเยว่ อยู่นั้น ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียง ‘ฟึ่บ!’ ตามมาด้วยเสียงปรบมืออีกระลอกใหญ่จากข้างสนาม

เกิดอะไรขึ้น?

หนิง ป๋อเทา มองไม่ทันว่าเมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้น แต่ลูกบาสใต้แป้นยังคงกระดอนอยู่ ราวกับจะบอกเขาว่า ลูกนี้เพิ่งถูกใครบางคนชู้ตลงห่วงไป

แถมยังเป็นลูกสามแต้มที่ลงห่วงอย่างหมดจด ไร้เสียงกระทบห่วง!

ในจังหวะนั้นเอง ลูกบาสอีกลูกก็ลอยมาจากข้างๆ ผ่านอากาศไป วิถีโค้งของลูกบาสนั้นสมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง

เสียง ‘ฟึ่บ!’ ดังขึ้น... ลงอีกลูกแล้ว! เป็นสามแต้มอีกครั้งที่พุ่งผ่านห่วงลงไปอย่างเนียนกริ๊บ!

นี่มัน……

ตอนก่อน

จบบทที่ การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น

ตอนถัดไป