บทที่ 2 : เรื่องเล่าในหอคอยเซียน

ชายสวมเสื้อโค้ทสีขาวอธิบายสถานการณ์ภายในหอคอยเซียน เขาดูเหมือนจะมาจากกองทัพ "ที่ชั้นหนึ่งไม่มีอะไร ตอนนี้ผมจะพาพวกคุณไปที่ชั้นสองนะครับ ของหายากและของล้ำค่าอยู่ที่นั่น"

มีคนถามขึ้นว่า "คุณรู้จักทางไปชั้นสองเหรอครับ?"

ชายชุดขาวตอบว่า "แน่นอนสิครับ ผมมาจากหน่วยวิจัยของกองทัพ ผมรู้จักทางขึ้นไปชั้นที่สอง และชั้นสามด้วย"

มีคนรีบพูดขึ้นมา "ถ้าอย่างนั้นก็อย่ารอช้า ไปชั้นสองกันเลย!"

เสบียงอาหารที่พวกเขามีนั้นจำกัด พวกเขาจึงต้องการหาข้อมูลเพิ่มเติมและของมีค่าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนที่เสบียงจะหมด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการมาในครั้งหน้า

ชายชุดขาวกล่าวว่า "ตกลง ผมจะพาพวกคุณไปที่ชั้นสองทันที"

ชายคนนั้นกำลังจะออกเดินทาง แต่ก่อนไปเขาก็เห็นชายคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังกลุ่มกำลังสะพายกระเป๋าขนาดใหญ่ และสวมหน้ากากกันแก๊ส เดินแยกออกจากกลุ่มไปในทิศทางอื่น

ชายชุดขาวเกาหัวงงงวย ทุกคนกำลังดูดซับพลังปราณอย่างกระหาย แต่คุณกลับสวมหน้ากากกันแก๊ส? เดี๋ยวสิ หรือว่าคุณจงใจสวมมันเพราะไม่อยากเปิดเผยตัวตน?

ชายชุดขาวรู้สึกสับสนอย่างมาก เขาจดจำเสื้อผ้าของ หลู่ผิงซี ไว้ในใจ จากนั้นก็รีบนำคนอื่นๆ ไปยังชั้นสอง อันที่จริง เมื่อไม่นานมานี้ พวกเขาได้ต่อสู้กับกองกำลังพันธมิตรที่ชั้นสามและขาดการติดต่อไป

เนื่องจากหอคอยเซียนไม่สามารถใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ทุกชนิด พวกเขาจึงสามารถติดต่อกัน โดยการส่งจดหมายเท่านั้น หอคอยเซียนจะเริ่มมีอันตรายตั้งแต่ชั้นที่สองเป็นต้นไป นี่ไม่ใช่สถานที่ที่คุณจะสามารถหาเงินได้ง่ายๆ

หลู่ผิงซี ระมัดระวังตัวมาก เขาไม่ได้เดินตามคนส่วนใหญ่ไป เขาวางแผนที่จะสำรวจชั้นแรกก่อนที่จะขึ้นไปยังชั้นที่สอง ถึงแม้เขาจะได้ยินมาว่าชั้นหนึ่งเป็นสถานที่ปลอดภัย แต่เขาก็ยังไม่ประมาท

เขาสวมหน้ากากกันแก๊ส ถือมีด เดินสำรวจไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง และค่อยๆ เดินไปข้าหน้าที่ละก้าว

พื้นที่ภายในหอคอยของชั้นที่หนึ่งนั้นกว้างใหญ่มาก และเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะสำรวจคนเดียวได้ทั้งหมด แต่จุดประสงค์หลักของ หลู่ผิงซี คือการสำรวจระบบนิเวศภายในหอคอยเซียนแห่งนี้

มีคนกล่าวว่าพื้นที่ภายในหอคอยเซียน ในแต่ละชั้นนั้นเป็นพื้นที่อิสระที่เต็มไปด้วยพลังปราณ และมีพืชแปลกๆ เติบโตอยู่มากมาย ตั้งแต่ชั้นที่สองเป็นต้นไป จะมีสิ่งมีชีวิตอันตรายปรากฏตัวขึ้น สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ถูกเรียกว่า สัตว์อสูร

ด้วยความระมัดระวังของหลู่ผิงซี แน่นอนว่าเขาจะไม่ขึ้นไปยังชั้นที่สอง โดยปราศจากการเตรียมพร้อม

ด้วยเหตุนี้ หลู่ผิงซี จึงเริ่มการสำรวจเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า เขากักตุนอาหารจำนวนมากไว้ในกระเป๋าของเขา ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องกังวลเรื่องความหิว นอกจากนี้เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เขายังสร้างเต็นท์ชั่วคราวขึ้นมาสามแห่ง

หลังจากทำการสำรวจมาได้สักพัก เขาก็พบว่าชั้นที่หนึ่งไม่มีสารพิษเจือป่นอยู่ในอากาศ น้ำสะอาดกว่าโลกภายนอก พืชบางชนิดที่คล้ายกับผักป่าสามารถนำมารับประทานได้ และมีผลไม้แปลกๆ บางชนิดที่สามารถนำมารับประทานได้เช่นกัน

หลู่ผิงซี บันทึกข้อมูลทั้งหมดนี้ลงในสมุดบันทึกของเขา หากเขายังไม่ได้ออกไปจากหอคอยและอาหารหมด เขาก็สามารถกินผลไม้และผักในหอคอยเซียนได้

ในขณะนี้หลู่ผิงซี ยังไม่มีเจตนาที่จะขึ้นไปยังชั้นที่สอง เขาสนใจสถานที่ที่แปลกประหลาดแห่งหนึ่ง ที่เขาค้นพบเมื่อเร็วๆ นี้ มีต้นไม้เติบโตอยู่ในสถานที่แห่งนั้น ภายในต้นไม้มีพืชแปลกๆ ที่เปล่งแสงสีทองออกมา และยังมีผลสีทองลูกหนึ่ง

ทั้งหมดนี้บ่งชี้ว่านี่คือ สมุนไพรเซียน ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับหลู่ผิงซี อย่างไรก็ตามหลู่ผิงซี ไม่ได้เก็บมัน และไม่แม้แต่จะเข้าไปใกล้

ในวันแรก เขาสังเกตมันเป็นเวลาห้าชั่วโมงแล้วก็จากไป

ในวันถัดมา เขากลับมาสังเกตมันเป็นเวลาเจ็ดชั่วโมงแล้วก็จากไปอีกครั้ง

ในวันที่สาม เขายังคงสังเกต และรักษาระยะห่างจากสมุนไพรเซียนห้าสิบเมตร เขาใช้กล้องโทรทรรศน์ตรวจสอบ

ชั้นแรกจะมีแต่พลังปราณเท่านั้น ทำไมสมุนไพรเซียนถึงมาปรากฏอยู่ที่นี่?

อย่างไรก็ตามด้วยความระมัดระวังของหลู่ผิงซี ทำให้สมุนไพรเซียนทนไม่ไหวอีกต่อไป มันเปล่งแสงสีทองออกมาทันที จากนั้นผลสีทองก็ตกลงมาเสียง "ตุบ" และกลิ้งไปในทิศทางของหลู่ผิงซี

หลู่ผิงซี เหลือบมองผลสีทอง จากนั้นก็ถอยหลังไปกว่าสิบเมตรอย่างเงียบๆ และยังคงสังเกตการณ์ด้วยกล้องโทรทรรศน์

ผลไม้สีทอง "...."

หลู่ผิงซี สังเกตอยู่ครู่หนึ่ง ดูเหมือนว่าเขาจะคิดอะไรบางอย่างออก จากนั้นก็ลุกขึ้น เก็บกล้องโทรทรรศน์ หันหลังและจากไป

ผลไม้สีทอง "...."

หนึ่งชั่วโมงต่อมาหลู่ผิงซี ก็ลับมาอีกครั้ง คราวนี้เขามีอุปกรณ์เพิ่มเติมมาด้วย มันคือ เบ็ดตกปลาที่ได้รับการดัดแปลง ตะขอเบ็ดถูกดัดแปลงเป็นถุงตาข่ายเล็กๆ

หลู่ผิงซี เริ่มเข้าใกล้ผลไม้สีทอง แต่หยุดเมื่ออยู่ห่างจากผลไม้สีทองสิบห้าเมตร จากนั้นเขาก็หยิบเบ็ดตกปลาออกมา และเริ่มตกผลไม้สีทองด้วยเบ็ดตกปลาอย่างชำนาญ

กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาสิบนาทีหลู่ผิงซี สามารถจับผลไม้สีทองได้สำเร็จ แต่เขาก็ยังไม่ได้ลดความระมัดระวังลง เขายกเบ็ดตกปลาขึ้น จากนั้นก็ค่อยๆ ยกผลไม้สีทองที่ติดอยู่ในตาข่ายไปยังแคมป์ที่ 1

ไม่นานเขาก็กลับมาถึงแคมป์ จากนั้นเขาก็ใส่ผลไม้สีทองลงในหม้อเหล็กที่เต็มไปด้วยน้ำอย่างระมัดระวัง และนำหม้อเหล็กนั้นไปวางบนกองไฟที่กำลังลุกไหม้ น้ำในหม้อกำลังเดือดพล่าน

เห็นได้ชัดว่า หลู่ผิงซี วางแผนที่จะนำผลไม้สีทองไปต้มในหม้อ

ผลไม้สีทอง "!!!"

"หยุดนะ!"

ผลไม้สีทองพูดขึ้นมาทันที!

หลู่ผิงซี "!!!"

หลู่ผิงซี ตกใจมาก จากนั้นเขาก็ใช้พละกำลังทั้งหมดเหวี่ยงเบ็ดตกปลาออกไปไกลๆ การเหวี่ยงครั้งนี้ทำให้ผลไม้สีทองลอยไปไกลเจ็ดสิบถึงแปดสิบเมตร

"อ๊า! เจ้าทำอะไรเนี่ย?"

เสียงเด็กดังออกมาจากผลไม้สีทอง จากนั้นแสงสีทองก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที และพุ่งมายังทิศทางที่ หลู่ผิงซี อยู่

ส่วนหลู่ผิงซี นั้น เขากำลังวิ่งไปยังแคมป์ที่ 2 ทันทีที่เขาเหวี่ยงผลไม้สีทองทิ้งไป

ผลไม้สีทอง "...."

ไม่สิตอนนี้มันคือแสงสีทอง และดูเหมือนจะมีร่างเล็กๆ อยู่ในแสงสีทองนั้น มันกำลังบินไล่ตามหลู่ผิงซี และตะโกนออกมา "อย่าวิ่งนะ! ข้าไม่ทำร้ายเจ้าหรอก!"

หลู่ผิงซี วิ่งเร็วขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น

แสงสีทองไล่ตามหลู่ผิงซีไป จนกระทั่งพวกเขามาถึงแคมป์ที่ 2 หลู่ผิงซีวิ่งเข้าไปในแคมป์ที่ 2 แสงสีทองเองก็ตามเข้าไปอย่างใกล้ชิด แต่ในชั่วพริบตา ตาข่ายขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นมาทันที

แสงสีทอง "!!!"

ภายใต้ตาข่ายขนาดใหญ่ แสงสีทองถูกจับได้

ในเวลานี้ หลู่ผิงซี กำลังจับตาข่ายขนาดใหญ่เอาไว้แน่น เห็นได้อย่างชัดเจนว่าแสงสีทองนั้นมาจากอะไร มันคือ ภูตตัวเล็กสีทอง ขนาดเท่าฝ่ามือ มีลักษณะคล้ายมนุษย์ แต่ดอกไม้สีทองงอกออกมาอยู่บนหัว

หลู่ผิงซี ถามว่า "ภูตบุปผา หรือนี่?"

ภูตบุปผาตัวน้อยดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง "ปล่อยข้าไปนะ เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร? ข้าคืออสูรระดับห้า เลยนะ!"

หลู่ผิงซี หยิบมีดสั้นออกมาทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น

ภูตบุปผาตัวน้อยตะโกนว่า "หยุดนะ ของธรรมดาไม่มีผลกับข้าหรอก!"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลู่ผิงซี ก็เก็บมีดสั้น แต่แล้วก็หยิบถุงระเบิดที่ทำเองออกมา

เมื่อภูตบุปผาตัวน้อยเห็นระเบิด มันก็รีบตะโกนว่า "หยุดนะ! เจ้าไม่อยากเป็นอมตะเหรอ?!"

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 2 : เรื่องเล่าในหอคอยเซียน

ตอนถัดไป