บทที่ 4 : ชั้นสองของหอคอยบำเพ็ญเซียน

"อ๊า! เจ้ายังจะฝึกฝนอยู่อีกทำไม! เจ้าทะลวงเข้าสู้ระดับหนึ่งแล้วนะ! สมรรถภาพทางร่างกายของเจ้าเพิ่มขึ้นถึงสามเท่า ด้วยพลังของเจ้า สัตว์อสูรระดับหนึ่งธรรมดาๆ สู้เจ้าไม่ได้หรอก ทำไมเจ้าถึงยังฝึกอยู่อีก!"

หลู่ผิงซี ถามว่า "การฝึกปราณสูงสุดคือระดับสิบไม่ใช่เหรอ? ทำไมข้าถึงต้องไปเมื่อข้าเพิ่งอยู่แค่ระดับหนึ่งล่ะ?"

ภูตบุปผาน้อย "อะไรนะ???"

เจ้าวางแผนที่จะฝึกอยู่ที่ชั้นหนึ่งจนถึงระดับสิบก่อนที่จะไปอย่างนั้นเหรอ? คนที่บ่มเพาะถึงระดับสิบ สามารถขึ้นไปยังชั้นที่สิบเอ็ดได้เลยนะ!

ภูตบุปผาน้อยกล่าวว่า "อย่าเพ้อฝันไปหน่อยเลย ที่ชั้นหนึ่งที่มีพลังปราณเบาบางมาก ต่อให้เจ้าฝึกฝนไปชั่วชีวิตก็ไม่มีทางถึงระดับสิบได้ ถ้าอยากฝึกให้เร็วขึ้น เจ้าต้องขึ้นไปยังชั้นที่สูงกว่านี้!"

หลู่ผิงซี พยักหน้า "สมเหตุสมผล"

หลังจากพูดจบ เขาก็ยืนขึ้น กล้ามเนื้อและกระดูกของเขาส่งเสียงดัง "เปรี๊ยะๆ" ทันที พลังแผ่ออกมาจากร่างกายของเขา ทำให้ภูตบุปผาน้อยอดไม่ได้ที่จะตัวสั่น

นักผจญภัยระดับแนวหน้าของโลกผู้นี้ เขาจะต้องเคยผ่านวิกฤตความเป็นความตายมามากมาย หลังจากฝึกฝนจนถึงระดับหนึ่ง กลิ่นอายของเขาก็ยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นไปอีก

ภูตบุปผาน้อยรู้สึกสงสัยว่าเขาอาจจะสามารถท้าทาย สัตว์อสูรระดับสองได้เพียงลำพัง

หลังจากนั้นหลู่ผิงซี ก็เริ่มเก็บสัมภาระทันที "ถ้ำนี้ดี เราจะใช้มันเป็นเซฟเฮ้าส์สำหรับการเก็บตัว และทำกับดักเพิ่มอีกสองสามอย่าง"

ภูตบุปผาน้อย "..."

หลู่ผิงซี ไม่ได้ขังภูตบุปผาน้อยเอาไว้อีกต่อไป ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขา ภูตบุปผาน้อยที่บาดเจ็บไม่สามารถสู้กับเขาได้

เพื่อทำความเข้าใจความแข็งแกร่งของตัวเองหลู่ผิงซี ใช้เวลาอีกสามวันในการฝึกฝนการต่อสู้ ทดสอบความทนทาน ทดสอบความแข็งแกร่ง ฯลฯ

จนกระทั่งภูตบุปผาน้อยตะโกนออกมา เธอหมดความอดทนแล้ว "พอแล้ว! ได้เวลาไปแล้วหรือยัง?"

หลังจากใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาหนึ่งเดือน ภูตบุปผาน้อยก็เข้าใจนิสัยของหลู่ผิงซี เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยโกรธ แต่ระมัดระวังตัวมากเกินไป การตะโกนของเธอจึงไม่ได้ทำให้หลู่ผิงซี ขุ่นเคืองเลย

แต่ในทางกลับกันหลู่ผิงซี ดูเหมือนจะระวังเธออยู่เสมอ

"อย่าเข้ามาใกล้ข้า ในระยะสามเมตร อย่าพยายามตรวจสอบสิ่งที่อยู่ในกระเป๋าเป้ของข้า อย่าแตะต้องอาหารของข้า"

ภูตบุปผาน้อยตะโกนว่า "ใครสนเรื่องนายกัน! รีบพาข้าขึ้นไปยังชั้นที่สามเดี๋ยวนี้!"

หลังจากนั้นภูตบุปผาน้อยก็แปลงร่างเป็นพืชธรรมดา หลู่ผิงซีก็หยิบโหลแก้วทรงกระบอกออกมา และนำภูตบุปผาน้อยที่แปลงร่างแล้วใส่ลงไปในโหล

ภาพลักษณ์ของภูตบุปผาในปัจจุบัน ไม่สะดวกที่จะให้คนอื่นเห็น เพราะเธออ่อนแอมาก ถ้าเธอพบเจอมนุษย์ที่มีอาวุธ เธออาจจะตายได้เลย

หลู่ผิงซี ล็อกโหลแก้วอย่างระมัดระวังและเก็บมันเข้าไปในกระเป๋าเป้ของเขา จากนั้นเขาก็สะพายกระเป๋าเป้ และเดินไปยังทางเข้าชั้นที่สอง

แต่การเดินทางครั้งนี้ เขาไม่รู้สึกว่ากระเป้าเป้หนักอีกต่อไป เนื่องจากเขาได้กลายเป็นผู้ฝึกปราณระดับหนึ่งแล้ว

หลู่ผิงซีเดินออกจากป่าดงดิบ เดินมาที่ทางเข้าชั้นหนึ่ง จากนั้นเขาก็ค้นหาเส้นทาง ที่นักผจญภัยใช้เดินทาง

เพื่อความไม่ประมาทหลู่ผิงซี รู้สึกว่าเขาควรจะสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับชั้นที่สอง เช่น กองกำลังพันธมิตรไปถึงชั้นไหนแล้ว และมีอะไรบ้างอยู่ที่ชั้นสอง

หลังจากสอบถามมาได้สักพัก หลู่ผิงซีก็ได้ข้อมูลที่เขาต้องการ

"เข้าใจแล้ว กองกำลังพันธมิตรยังติดอยู่ที่ชั้นสามเหรอ? ที่ชั้นสองมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งอยู่ด้วย ต้องระวังตัวให้มากขึ้น"

ภูตบุปผาน้อยส่งข้อความมาว่า "เจ้าจะระวังอะไร? ตอนนี้เจ้าอยู่ระดับหนึ่งแล้ว เจ้ายังต้องกลัวสัตว์ป่าทั่วไปอีกเหรอ?"

หลู่ผิงซี ไม่ตอบ เขายังคงถามข้อมูลชั้นบนจากคนอีกสองสามคน หลังจากแน่ใจว่าคนก่อนหน้านี้ไม่ได้หลอกเขา เขาก็เริ่มเดินไปยังบันไดขึ้นสู่ชั้นที่สองของหอคอยเซียน

บันไดสู่สวรรค์ เป็นเส้นทางขึ้นจากชั้นหนึ่งไปยังชั้นที่สอง เป็นบันไดวนที่ติดอยู่กับเสาขนาดใหญ่ที่ทอดยาวไปถึงท้องฟ้า มีความสูงเกือบพันเมตรและใช้เวลาในการเดินขึ้นไปนานมาก

หลู่ผิงซี เริ่มเดินขึ้นบันไดสู่สวรรค์ ความเร็วของเขาเร็วมาก หลังจากผ่านไปเกือบสามสิบนาที เขาก็มาถึงทางเข้าชั้นที่สอง โดยสะพายกระเป๋าเป้ ขนาดใหญ่อยู่บนหลัง

ที่นี่ เขาเห็นทหารสองนายยืนเฝ้าทางเข้าอยู่ ทหารคนหนึ่งกล่าวว่า "มีสารพิษเล็กน้อยในอากาศที่ชั้นสอง กรุณาสวมหน้ากากกันแก๊สก่อนที่จะเดินหน้าต่อไป"

เมื่อหลู่ผิงซี ได้ยินดังนั้น เขาก็รีบค้นหาในกระเป๋าของเขา หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็พบชุดป้องกัน จากนั้นเขาก็สวมมันต่อหน้าทหารทั้งสองนาย

ภูตบุปผาน้อยส่งข้อความมาว่า "ทำไมเจ้าต้องสวมชุดป้องกันด้วย? ในสภาพปัจจุบันของนาย สารพิษที่ชั้นสองจะไม่มีผลกับเจ้าเลย"

หลู่ผิงซี กล่าว "เผื่อไว้ไง ถ้ามันเป็นสารพิษที่มีระยะฟักตัวนานล่ะ?"

ภูตบุปผาน้อย "..."

ระยะฟักตัวบ้าบออะไรกัน? ข้าเป็นภูตบุปผาที่เติบโตมาจากชั้นสองไปถึงชั้นสาม ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้นที่ชั้นสอง?

แต่แล้วเธอก็คิดได้ว่า หลู่ผิงซีเป็นคนแบบไหน เป้าหมายของเธอคือชั้นสาม และหลู่ผิงซี กำลังจะพาเธอไปที่ชั้นสาม

หลังจากที่หลู่ผิงซีสวมชุดป้องกันเสร็จ เขาก็สะพายกระเป๋าเอาไว้บนหลังและเดินเข้าไปยังชั้นที่สอง ทหารสองนาย นักผจญภัยหลายคนมองเขาและรู้สึกพูดไม่ออกเล็กน้อย

สารพิษเพียงเล็กน้อย สามารถป้องกันได้ด้วยการสวมหน้ากากกันแก๊ส จำเป็นต้องสวมชุดป้องกันด้วยหรือ?

แต่นั่นคือหลู่ผิงซี เขาจะไม่ลงมือทำอะไรจนกว่าทุกอย่างจะได้รับการยืนยันแล้ว

หลู่ผิงซี มาถึงทางเข้า จากนั้นก็หยิบมีดสั้นออกมา และค่อยๆ เคลื่อนที่เข้าไปข้างในทางเข้าทีละน้อย เนื่องจากเขาไม่รู้สถานการณ์ของชั้นที่สอง เขาจึงต้องระมัดระวังตัว

ทหารทั้งสองนาย และนักผจญภัยเฝ้าดู หลู่ผิงซีที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าไปข้างในทางเข้าสู่ชั้นสองทีละน้อย

โลกนี้เต็มไปด้วยเรื่องมหัศจรรย์ และก็มีคนแปลกๆ อยู่ในหมู่นักผจญภัยด้วยเช่นกัน พวกเขาจึงไม่แปลกใจ

หลังจากนั้นไม่นานหลู่ผิงซี ก็หายไปจากสายตาของทุกคน

เขามาถึงชั้นที่สอง หลังจากมาถึงชั้นที่สอง เขาก็รีบมองสำรวจไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง แต่ก็ไม่พบอะไรที่แปลกประหลาดเลย มีเพียงผงสีเขียวจางๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ นี่น่าจะเป็นสารพิษที่ทหารกล่าวถึง หลู่ผิงซี หยิบโหลแก้วออกมา และเก็บอากาศบางส่วนเข้าไป

หากเขามีโอกาสกลับออกไปข้างนอก เขาจะนำอากาศนี้ไปให้คนตรวจสอบ

ภูตบุปผาน้อยกล่าวอย่างตื่นเต้นว่า "ไปชั้นสามกัน ข้ารู้ทาง ข้าจะพาเจ้าไปเอง"

พวกเราสามารถไปชั้นสามได้ ที่นั้นเต็มไปด้วยพลังปราณ ภูตบุปผาน้อย หลงใหลมาก เธออยากจะไปที่นั่นให้เร็วที่สุด

หลู่ผิงซีพูดขึ้นมาทันที "พลังปราณในชั้นสองดูเหมือนว่าจะหนาแน่นกว่าชั้นที่หนึ่งถึงสองเท่า ประสิทธิภาพในการบ่มเพาะก็เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าด้วยหรือเปล่า?"

ภูตบุปผาน้อย "???"

เธอมีความรู้สึกไม่ดีเกิดขึ้นมาภายในใจ

หลู่ผิงซี พูดต่อว่า "ถ้าเธอต้องการรักษาอาการบาดเจ็บ เธอสามารถทำได้เลย ตอนนี้เธออ่อนแอมาก และเธอไม่คิดจะฟื้นฟูอาการบาดเจ็บก่อนที่จะไปถึงชั้นสามหรือ?"

ภูตบุปผาน้อย "???"

หมายความว่าอย่างไร? ไม่ต้องการไปชั้นสามหรือ?

หลู่ผิงซี กล่าวต่อ "นอกจากนี้ ถึงแม้ข่าข้าจะเข้าสู่ระดับหนึ่งแล้ว แต่ข้าไม่เคยต่อสู้กับสัตว์อสูรมาก่อนเลย และชั้นที่สองนี้มีสัตว์อสูรอยู่เป็นจำนวนมาก ข้าคิดว่าข้าควรจะสั่งสมทักษะในการต่อสู้กับสัตว์อสูรเสียก่อน"

ภูตบุปผาน้อย "?????"

เธอกำลังสงสัยว่าหลู่ผิงซี อาจจะวางแผนที่จะเก็บเลเวล และฝึกฝนอยู่ที่ชั้นสองก่อนที่จะขึ้นไปยังชั้นที่สาม ซึ่งทำให้การเดินทางล่าช้ามากขึ้นไปอีก

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 4 : ชั้นสองของหอคอยบำเพ็ญเซียน

ตอนถัดไป