บทที่ 5 : กับดักและการต่อสู้ที่ชั้นสอง!
ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกโกรธ แต่เธอก็เริ่มชินกับมันแล้ว
ภูตบุปผาตัวน้อยรู้ว่าเรื่องราวจะไม่เรียบง่ายอย่างที่เธอคิด หลู่ผิงซี ยังคงเป็นหลู่ผิงซีคนเดิม เมื่อเขาตัดสินใจที่จะทำอะไร ก็ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงความคิดของเขาได้
"นายกำลังทำอะไร?" ภูตบุปผาตัวน้อยถาม หลู่ผิงซี ซึ่งกำลังยุ่งวุ่นวายอยู่ในป่าหมอกพิษบนชั้นที่สอง
หลู่ผิงซี กล่าวว่า "สร้างกับดัก"
ภูตบุปผาน้อยถาม "ข้าแค่อยากจะถามว่าทำไมนายถึงต้องสร้างกับดัก?"
หลู่ผิงซี ตอบคำถามของเธอ "เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเราจะสามารถ หยุดผู้ที่กำลังไล่ล่าพวกเราได้ เมื่อต้องหลบหนี"
ภูตบุปผาน้อย "..."
ในขณะที่ หลู่ผิงซี กำลังสร้างกับดัก เสียงขอความช่วยเหลือก็ดังขึ้นมาจากระยะไกล เขาได้ยินเสียงคนตะโกนร้องของความช่วยเหลือ "ช่วยด้วย!"
ภูตบุปผาน้อยเอ่ยเตือน "เพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของนายกำลังร้องขอความช่วยเหลืออยู่นะ"
หลู่ผิงซี กล่าวออกมาอย่างใจเย็นว่า "ไม่แน่บางทีมันอาจจะเป็น สัตว์อสูรนักล่าบางชนิด ที่สามารถเลียนแบบเสียงมนุษย์ก็ได้? หรือไม่มันก็แค่ร้องขอความช่วยเหลือเพื่อดึงดูดเหยื่อให้เข้าไปใกล้มัน"
ภูตบุปผาน้อยรู้สึกพูดไม่ออกเล็กน้อย หลังจากนั้นเธอก็ตะโกนออกมาเสียงดัง "จะมีนักล่าที่ฉลาดขนาดนั้นอยู่บนชั้นที่สองได้อย่างไร? นายไม่อยากพัฒนาทักษะการต่อสู้ ด้วยการต่อสู้กับสัตว์อสูรเหรอ? นี่ไม่ใช่โอกาสที่ดีเหรอ?"
หลู่ผิงซี เงยหน้าขึ้น "ดูเหมือนว่าจะสมเหตุสมผล ในหอคอยเซียนที่ไปด้วยอันตรายแห่งนี้ ผมจะต้องรีบพัฒนาทักษะการต่อสู้ให้เร็วที่สุด"
หลังจากพูดจบ หลู่ผิงซี ก็วิ่งไปยังทิศทางที่มีคนร้องขอความช่วยเหลือ ในขณะที่เขาสะพายกระเป๋าเป้ใบเล็กมาด้วย และซ่อนกระเป๋าเป้ใบใหญ่เอาไว้ใยที่ที่ปลอดภัยแล้ว เพราะกระเป๋าเป้นั้นใหญ่เกินไป และไม่สะดวกที่จะเคลื่อนไหว
หลู่ผิงซี รีบวิ่งไปยังทิศที่เขาได้ยินเสียง ร้องขอความช่วยเหลือ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เห็นหมูป่าตัวใหญ่สูงสองเมตร เขี้ยวของมันยาวมีเลือดสดหยดลงมาจากเขี้ยวของมัน และตอนนี้มันกำลังวิ่งชนต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งอยู่ ด้านบนของต้นไม้มีนักผจญภัยคนหนึ่ง กำลังกอดลำต้นของต้นไม้เอาไว้แน่นร่างกายของเขาสั่นเทาด้วยความกลัว
ภูตบุปผาน้อย "มันเป็นหมูป่าที่แข็งแกร่งมาก เนื้อของมันน่าจะอร่อย เขี้ยวของมันเอาไปขายในตลาด เจ้าสามารถมันเป็นเงินได้นะ"
หลู่ผิงซี ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ และไม่ได้ออกไป
ภูตบุปผาน้อย พูดต่อ "แต่หมูป่าตัวนี้ดูไม่ฉลาดมากนัก มันแค่มีพละกำลังที่แข็งแกร่ง ถ้าเป็นนายลงมือ นายสามารถฆ่ามันได้ในชั่วพริบตา ความแตกต่างของระดับพลังมันต่างกันเกินไป"
หลู่ผิงซี ยังคงซ่อนตัวอยู่ และไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆ
ภูตบุปผาน้อยเริ่มสับสน และถามว่า "นายยังจะรออะไรอยู่? นายไม่ได้บอกว่าอยากฝึกทักษะการต่อสู้เหรอ?"
"การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นแล้ว!" หลู่ผิงซี กล่าวออกมาอย่างระมัดระวังที่สุด "การต่อสู้ไม่ได้ทดสอบแค่พละกำลัง แต่ยังรวมถึงสติปัญญาด้วย! ตอนนี้ผมกำลังสังเกตว่ามีศัตรูซ่อนตัวอยู่อีกหรือไม่ บางที นี่อาจเป็นเพียงตัวล่อก็ได้?"
ภูตบุปผาน้อย "..."
ข้าบอกแล้ว ว่าไม่มีสัตว์อสูรที่มีความฉลาดขนาดอยู่บนชั้นที่สอง!
"ตัดสินใจแล้ว!"
หลู่ผิงซี ลุกขึ้นยืนแล้วขว้างมีดสั้นเข้าใส่หมูป่า มีดบินออกไปอย่างรวดเร็ว กรีดผ่านอากาศ และปักเข้าที่สะโพกของหมูป่ายักษ์
หมูป่ากรีดร้องขึ้นมาทันที จากนั้นมันก็หันหน้ากลับมามอง หลู่ผิงซี ด้วยดวงตาสีแดงก่ำ มันกำลังโกรธหลู่ผิงซี!
เมื่อหลู่ผิงซีเห็น เขาก็รีบหันหลัง และวิ่งหนีไป หมูป่าตัวใหญ่วิ่งไล่ตามไปอย่างบ้าคลั่ง
ภูตบุปผาน้อย ร้องตะโกน "นายจะวิ่งหนีทำไม?"
หลู่ผิงซีตอบ "นี่ไม่ใช่สถานที่ต่อสู้ที่ข้าคุ้นเคย ถ้าอยากชนะ ต้องล่อศัตรูไปยังสนามรบที่จัดเตรียมเอาไว้"
ภูตบุปผาน้อยรู้สึกสับสน "นายจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ในการจัดการกับหมูป่าตัวหนึ่งด้วยเหรอ?"
หลู่ผิงซี กล่าว "อย่าประมาทเผ่าอสูร ถึงแม้จะเป็นชั้นที่ปลอดภัย อย่างชั้นที่หนึ่ง แต่ข้าก็ยังเจอเธอที่สัตว์อสูร ภูตบุปผาน้อย?"
ภูตบุปผาน้อย "เอ่อ นายจะระมัดระวังตัวเกินไปแล้ว? ข้าเป็นกรณีพิเศษ! มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่สัตว์อสูรตัวอื่นจะตกลงมาที่ชั้นสอง"
"ตุ้บ!"
ขณะที่ภูตบุปผาน้อยกำลังจะพูดอยู่ หมูป่าตัวใหญ่ก็ตกลงไปในกับดักที่ หลู่ผิงซี เตรียมเอาไว้
หมูป่ากรีดร้องออกมาทันที ท้องที่อ่อนนุ่มของมันถูกแทงด้วยหอกไม้ไผ่ที่แหลมคม ซึ่งถูกฝังไว้ใต้ก้นหลุม เลือดไหลออกมาไม่หยุด ซึ่งทำให้มันโกรธมากขึ้นไปอีก
ในเวลานี้ หลู่ผิงซี หยุดและสังเกตหมูป่าอย่างใจเย็น ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในปัจจุบัน ที่อยู่ในระดับฝึกปราณขั้นที่หนึ่ง เขาสามารถฆ่าหมูป่ายักษ์ได้อย่างง่ายดาย แต่เขาก็ยังเลือกที่จะใช้กับดัก
"ช่างน่าเศร้า!" ภูตบุปผาน้อยกล่าวออกมาด้วยความเห็นใจ "นายมอบความตายให้มันเถอะ"
การที่เธอมองเห็นเผ่าอสูรด้วยกันถูกทรมาน ทำให้เธอรู้สึกสงสาร
หลู่ผิงซีกล่าวออกมาอย่างใจเย็น "อย่าตื่นตระหนก อีกฝ่ายอาจมีไพ่ตายบางอย่างซ่อนเอาไว้ก็ได้"
"ไม่มีแล้ว!" ภูตบุปผาน้อยตะโกนใส่หลู่ผิงซี "มันเป็นแค่หมูป่า!"
ทันทีที่ภูตบุปผาน้อยพูดจบ ดวงตาของหมูป่าก็เปล่งแสงสีแดงออกมาทันที มันโกรธอย่างสมบูรณ์ และพลังที่ไม่มีที่สิ้นสุดก็พุ่งออกมาจากร่างกายของมัน มันกำลังคลุ้มคลั่ง!
หมูป่ากระโดดขึ้นมาจากหลุมทันที จากนั้นมันก็พุ่งเข้าใส่หลู่ผิงซี มันคลุ้มคลั่งอย่างสมบูรณ์ และมีเพียงหลู่ผิงซี เท่านั้นที่อยู่ในสายตาของมัน
แต่หลู่ผิงซี ก็ยังคงมองมันอย่างใจเย็น เพราะในวินาทีต่อมาหมูป่าก็เหยียบกับดักอีกอัน หอกไม้ไผ่แทงทะลุร่างของมัน ทำให้เลือดของมันไหลออกมาเป็นจำนวนมาก
ทำให้หมูป่าได้รับความเสียหายอย่างหนัก มันกรีดร้องออกมาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่พลังชีวิตของมันจะหายไป
หลู่ผิงซี ลูบคาง "ไม่คิดเลยว่าจะจัดการมันได้ด้วยกับดักเพียงแค่สองอัน"
ภูตบุปผาน้อย "..."
นายทำกับดักไว้กี่อันกันแน่?
ภูตบุปผาน้อย กล่าว "พอได้แล้ว นายจะไม่สะสมประสบการณ์การต่อสู้หรือไง!"
หลู่ผิงซี กล่าว "เธอเข้าใจผิด นี่คือวิธีที่มนุษย์ใช้ต่อสู้ ร่างกายมนุษย์นั้นเปราะบางกว่าสัตว์อสูรมาก ดังนั้นพวกเราจึงประดิษฐ์ เครื่องมือ และกับดักขึ้นมา มนุษย์อย่างพวกเราไม่เคยต่อสู้ด้วยพละกำลัง แต่พึ่งพาสติปัญญา!"
"พอได้แล้ว! ตอนนี้นายไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดาแล้ว นายเป็นผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับ ฝึกปราณขั้นที่หนึ่ง!" ภูตบุปผาน้อยตะโกนออกมาเสียงดัง และกระทืบเท้าไปมากลางอากาศ
หลู่ผิงซี หยิบมีดล่าสัตว์ออกมา จากนั้นก็เดินไปที่ซากของหมูป่ายักษ์อย่างระมัดระวัง เมื่อเขาเดินเข้าไปใกล้ และเริ่มแล่เนื้อของมันอย่างชำนาญ ถอดเขี้ยว ขาหน้าสองข้างออก ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายจากการเฝ้าระวัง
เมื่อภูตบุปผาน้อยเห็น หลู่ผิงซี จัดการกับซากหมูป่าอย่างชำนาญ แสดงให้เห็นว่าหลู่ผิงซี มักจะทำเรื่องแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะถามอออกมา "นายเป็นใคร?"
หลู่ผิงซี กล่าว "อย่างที่เธอเห็น ผมเป็นนักผจญภัยที่รอบคอบ"
นักผจญภัยเป็นอาชีพที่อันตรายมาก แต่ก็เป็นที่นิยมมากเช่นกันบนโลกใบนี้ ปกตินักผจญภัยจะนำผู้ช่วยติดตามมาด้วย เพื่อรับผิดชอบงานถ่ายทำวิดีโอ เพื่อเพิ่มรายได้ของพวกเขา
แต่หลู่ผิงซีนั้นแตกต่างออกไป หากเป็นเมื่อก่อน เขามักจะพาผู้ช่วยติดตามมาด้วยสามคน
แต่ปัจจุบัน เขาเดินทางไปไหนมาไหนเพียงลำพัง
"อยากฟังเรื่องราวของผมไหม?" หลู่ผิงซีถาม
ภูตบุปผาน้อยพยักหน้า "อยาก!"
หลู่ผิงซี กล่าว "ถ้าอย่างนั้น พาผมไปยังสถานที่ ที่ปลอดภัย"