บทที่ 7 : ตลาดนอกหอคอยเซียน?
นักผจญภัยที่ลงมาจากชั้นสามเหล่านี้ต่างก็พกพาอาวุธ ที่ดูคล้ายปืนขนาดมหึมา ร่างกายของพวกเขาทุกคนเต็มไปด้วยบาดแผล และดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
เนื่องจากมีทางเข้าสู่ชั้นที่หนึ่งเพียงทางเดียว และทางเข้านั้นก็ไม่ได้ใหญ่มากนัก อีกทั้งกองกำลังพันธมิตร ก็กำลังขนส่งเสบียง ทำให้นักผจญภัยเหล่านี้จึงต้องเข้าแถว
ภูตบุปผาน้อย รู้สึกประหลาดใจมาก เมื่อเห็นฉากตรงหน้า "พวกมนุษย์นี่แปลกจริงๆ บางครั้งก็กระหายเลือด และบางครั้งก็สุภาพ"
หลู่ผิงซี ค้นหานักผจญภัยที่ดูเป็นมิตร เพื่อสอบถามข้อมูล และยังถามถึงความคืบหน้าของกองกำลังพันธมิตร
ชายคนนั้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ถึงอย่างไรเขาก็ต้องเข้าแถวอยู่แล้ว ก็ถือโอกาสนี้โอ้อวดเสียเลย "กองกำลังพันธมิตรกำลังเดินหน้าพิชิตชั้นสี่ แต่พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับความยากลำบาก และทำได้เพียงแค่สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกขึ้นมาป้องกันที่ทางเข้าชั้นที่สี่ สัตว์อสูรในชั้นที่สี่นั้นทรงพลังมาก ทำให้ไม่สามารถบุกเข้าไปได้ จนกว่าอุปกรณ์ระดับสูงจะมาถึง"
หลู่ผิงซี ถามขึ้นมาอีกครั้ง "อุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่บนตัวของนายคืออะไร?"
ชายคนนั้นตอบอย่างภาคภูมิ "ดูเหมือนว่า นายจะไม่เคยขึ้นไปยังชั้นที่สาม สัตว์อสูรในชั้นที่สามนั้นแข็งแกร่งกว่า สัตว์อสูรในชั้นที่สองหลายเท่า อาวุธปืนธรรมดาไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับพวกมันได้มากนัก มีเพียงปืนใหญ่ล่าสัตว์ ที่นักวิทยาศาสตร์ภายในหอคอยเซียน วิจัยขึ้นมาเท่านั้น ถึงจะสามารถสร้างความเสียหายร้ายแรงให้แก่พวกมันได้"
หลู่ผิงซี พยักหน้า "เป็นเช่นนั้นเอง"
อาวุธปืนธรรมดาถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับมนุษย์ แต่สัตว์อสูรภายในหอคอยเซียน มีขนาดใหญ่ ว่องไว และมีความคิด การจะจัดการกับพวกมัน จำเป็นต้องใช้อาวุธที่ทรงพลัง
ภูตบุปผาน้อย "สติปัญญาของมนุษย์ ช่างเป็นอาวุธที่น่ากลัวจริงๆ"
หลู่ผิงซี ถามคนอีกหลายคนเกี่ยวกับสถานการณ์ของชั้นที่สาม และข้อมูลที่เขาได้รับคล้ายคลึงกันมาก พื้นที่บนชั้นที่สามใหญ่กว่าชั้นสอง และนักผจญภัย สามารถเคลื่อนไหวได้เฉพาะบริเวณใกล้กับค่ายทหาร ที่กองกำลังพันธมิตรสร้างขึ้นมาเท่านั้น
นักผจญภัยเหล่านี้บ้างก็กลับมาพร้อมของเต็มกระเป๋า บ้างก็กลับมาพร้อมบาดแผล บางคนก็กลับมาเพราะต้องการกลับบ้าน และบางคนกลับมาเพื่อพักผ่อน ที่เมืองนอกหอคอยเซียน
แต่มีนักผจญภัยบางคน ที่ไม่สามารถออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้
สามสิบนาทีต่อมา ในที่สุดก็ถึงคิวของหลู่ผิงซี หลู่ผิงซีเดินกลับทางเดิม และเดินลงบันไดสู่สวรรค์
ภูตบุปผาน้อยกล่าว "อันที่จริง มีเส้นทางเดินทั้งหมดสามเส้นทางที่สามารถขึ้นไปยังชั้นที่สองได้ และมีเส้นทางเดินหกเส้นทางบนชั้นที่สอง ที่นำไปสู่ชั้นสามได้ แต่เผ่ามนุษย์กลับค้นพบเพียงแค่เส้นทางเดียวเท่านั้น ทำให้มันดูแออัดเช่นนี้"
เมื่อหลู่ผิงซีเดินลงมาถึงด้านล่างบันไดสู่สวรรค์ เขาก็มองเห็นทีมก่อสร้างขนาดใหญ่ ทีมก่อสร้างนี้กำลังสร้างลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นที่สอง โดยอาศัยบันไดสู่สวรรค์ขนาดใหญ่เป็นแก่นกลาง หลู่ผิงซีมองเห็นรถเครน และรถขุดบางส่วนที่กำลังทำงานอยู่
เมื่อภูตบุปผาน้อยเห็นฉากที่อยู่ตรงหน้า เธอก็รู้สึกตกตะลึง "พวกเขากำลังทำอะไร? ต้องการยึดหอคอยเซียนเป็นของตัวเองหรือ?"
หลู่ผิงซี กล่าว "ดูเหมือนว่านี่จะเป็นการปรับปรุงหอคอยเซียนให้ทันสมัย มากขึ้น เพราะบันไดวนแบบนี้ไม่สะดวก และการเดินทางของพวกเราจะสะดวกมากขึ้นเมื่อพวกเขาสร้างลิฟต์เสร็จ"
หลู่ผิงซี เห็นแล้วดูเหมือนว่ามนุษย์กำลังวางแผนที่จะยึดครองหอคอยบำเพ็ญเซียน เป็นอาณาเขตพิเศษของโลก ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่มนุษย์จะเข้ายึดครองพื้นที่ภายในหอคอยเซียน เพื่อการพัฒนาขนาดใหญ่ของโลก
นักผจญภัยหน้าใหม่บางคนมาที่นี่ ต่างก็พากันแสดงความประหลาดใจออกมา เมื่อพวกเขาเห็นทีมก่อสร้างกลุ่มนี้
หลู่ผิงซี [joพึมพำกับตัวเอง "ฉันไม่ได้ออกไปข้างนอก มาสองเดือนกว่าแล้ว ไม่รู้ว่าข้างนอกจะเป็นอย่างไรบ้างในตอนนี้"
หลู่ผิงซี เดินออกจากชั้นหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็มองเห็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองโอ้บล้อมหอคอยเซียนเอาไว้ โดยมีหอคอยเซียนเป็นจุดศูนย์กลาง มีเสียงตะโกนดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง นักผจญภัยจำนวนมากเดินเข้าออกเมืองหอคอยเซียน และมองเห็นใบหน้าของพ่อค้าที่กำลังขนสินค้า ซึ่งใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข
หลู่ผิงซีจึงถามภูตบุปผาน้อย "เป็นอย่างไรบ้าง?"
หลู่ผิงซียังไม่รู้จักทักษะการส่งเสียงผ่านกระแสจิต
ภูตบุปผาน้อย ส่งข้อความ "มีพลังปราณอยู่ในโลกภายนอก แต่เบาบางกว่าชั้นที่หนึ่ง ข้าพอรับได้ แต่อย่าอยู่นานนัก"
หลู่ผิงซีกล่าว "ดีแล้ว"
เขาเดินเข้าไปยังเมืองหอคอยเซียน ตรงไปยังตลาดก่อน พื้นที่ของตลาดเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก ที่กำลังตั้งแผงขายของ พวกเขาส่วนใหญ่ขายกระดูกสัตว์อสูร เนื้อสัตว์อสูร เขี้ยวสัตว์อสูร และอื่นๆ ที่ได้มาจากหอคอยเซียน แผงขายของระดับสูงบางแห่ง ขายวัสดุจากสัตว์อสูร
นักธุรกิจบางคน เดินทางมายังเกาะบำเพ็ญเซียน เพื่อหาซื้อวัสดุเหล่านี้ ในราคาที่สูงมาก
นอกจากนี้ภายในตลาด ยังมีแผงขายของที่หายากเป็นพิเศษ เช่น สมุนไพร และ ยาอายุวัฒนะ ที่หาได้จากชั้นที่สาม สมุนไพรบางชนิดสามารถรักษาโรคร้ายแรงได้ เมื่อสมุนไพรดังกล่าวปรากฏขึ้นมา มันก็จะถูกซื้อทันที โดยพ่อค้าหรือนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ในราคาที่สูงมากๆ
นอกจากแผงขายของเหล่านี้แล้ว ภายในเมืองยังมีร้านขายอาวุธ ร้านอาหาร โรงแรม ฯลฯ แต่ในปัจจุบันเมืองหอคอยเซียน ยังไม่มีนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่เป็นนักผจญภัยและนักธุรกิจที่เดินทางเข้าออกเมืองแห่งนี้
หลู่ผิงซี เดินเข้าไปในร้านขายอาวุธ เขามองเห็น ปืนใหญ่ล่าสัตว์ วางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด "คุณขายปืนใหญ่ล่าสัตว์เหล่านี้อย่างไร?"
เจ้าของร้านขายอาวุธเป็นชายหนุ่ม เมื่อเขาเห็นหลู่ผิงซี ที่สะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่ เขาก็รู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่นักผจญภัยธรรมดา "สิ่งที่พวกเราให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือวัสดุจากสัตว์อสูรระดับสอง และสิ่งสุดท้ายคือเงิน ถ้าคิดเป็นเงิน ปืนใหญ่ล่าสัตว์หนึ่งกระบอก ราคาประมาณ 30,000 หยวน กระสุนปืนราคาประมาณ 1,500 หยวน ด้วยความแข็งแกร่งของ ปืนใหญ่ล่าสัตว์นี้ ตราบใดที่นายยิงแม่น นายก็สามารถล่าสัตว์อสูรระดับสาม ได้อย่างแน่นอน!"
หลู่ผิงซี พยักหน้า "ดีมาก เอามาให้ผมสามกระบอก!"
เจ้าของร้านตกตะลึง ภูตบุปผาน้อยก็ส่งข้อความทันที: "นายจะเอาไปทำอะไร? ของสิ่งนี้ไม่มีประโยชน์กับนายเลย ทำไมนายถึงซื้อตั้งสามกระบอก?"
หลู่ผิงซี ไม่ได้ตอบคำถาม คนอื่นไม่ได้ยินเสียงของภูตบุปผาน้อย แต่เขาไม่สามารถสื่อสารกับภูตบุปผาน้อยได้ในขณะนี้
เจ้าของร้านงุนงง หลู่ผิงซี ต้องการซื้อปืนใหญ่ล่าสัตว์ถึงสามกระบอก แต่เมื่อเขามองไปที่กระเป๋าเป้ใบใหญ่ของหลู่ผิงซี ดูเหมือนว่าเขาจะคิดอะไรบางอย่างออก "ผมเข้าใจแล้ว คุณเป็นสมาชิกของทีมผจญภัยใช่ไหม เป็นหัวหน้าทีมใช่ไหม? มาเติมเสบียงให้กับทีมใช่ไหม? ปืนใหญ่ล่าสัตว์อีกสองกระบอกเตรียมไว้สำหรับสมาชิกทีมผจญภัยคนอื่นใช่ไหม? คุณจะชำระเงินแบบไหนครับ?"
ภูตบุปผาน้อย "???"
นี่คือความสามารถในการอนุมานที่ทรงพลังของพวกมนุษย์เหรอ?
"ใช่ครับ ผมเป็นฝ่ายสนับสนุนของทีม และปืนใหญ่ล่าสัตว์ทั้งสามกระบอกเตรียมไว้สำหรับสมาชิกหลักของทีม"
หลังจากนั้นหลู่ผิงซีก็พูดขึ้นมาทันที "ผมมีวัสดุของสัตว์อสูรระดับสองอยู่"
ขณะที่พูดหลู่ผิงซี ก็หยิบวัสดุต่างๆ ออกมา เช่น เขี้ยวหมูป่า หนังงูเหลือม หนังเสือ และเขี้ยวหมาป่า วัสดุเหล่านี้มีพลังปราณ ซึ่งแตกต่างจากวัสดุของสัตว์อสูรธรรมดา และวัสดุเหล่านี้มีขนาดใหญ่มาก
เจ้าของร้านตกใจเมื่อเห็นวัสดุที่หลู่ผิงซีนำออกมา เขารู้จักมูลค่าของสิ่งเหล่านี้ดี เขารู้ว่าวัสดุเหล่านี้หายากเพียงใด และชิ้นส่วนเหล่านี้ทั้งหมดเป็นชิ้นส่วนของสัตว์อสูรกินเนื้อ และมีมูลค่าสูงมาก!
"ผมคิดราคาตามราคาตลาดนะ นายตกลงไหมครับ? พูดตามตรง ราคาของชิ้นส่วนเหล่านี้ ราคาสูงกว่าราคาของปืนใหญ่ล่าสัตว์มาก เพราะปืนใหญ่ล่าสัตว์ทำจากวัสดุธรรมดาๆ"
หลู่ผิงซี ประหลาดใจเล็กน้อย "เริ่มมีการจัดอันดับ สิ่งของแล้ว?"