บทที่ 8 : การกำเนิดของ “ศาสตราวิญญาณ!”

เพื่อการซื้อขายไอเทมที่ดีขึ้น การจัดลำดับไอเทมย่อมเป็นเรื่องปกติ

เจ้าของร้านกล่าวว่า: "ใช่ครับ ตอนนี้พวกเราเรียกอุปกรณ์ที่ทำจากวัสดุภายนอกหอคอยบำเพ็ญเซียนว่า เครื่องมือธรรมดา ส่วนอุปกรณ์ที่ทำจากวัสดุภายในหอคอยบำเพ็ญเซียนพวกเราเรียกว่า ศาสตราวิญญาณ คุณอาจจะไม่รู้ว่าอุปกรณ์ที่ทำจากวัสดุวิญญาณนั้นแข็งแกร่งมากครับ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นอาวุธเย็น แต่ก็มีพลังทำลายล้างเทียบเท่ากับปืนใหญ่ล่าสัตว์เลยทีเดียว เพราะปืนใหญ่ล่าสัตว์ต้องบรรจุกระสุน แต่ศาสตราวิญญาณสามารถใช้ได้ตลอดเวลา!"

ภูตบุปผาน้อย "พวกมนุษย์นี่มีความสามารถในการสร้างสรรค์มากขนาดนี้เลยเหรอ? แม้แต่ผู้ฝึกตนก็ยังไม่มี ศาสตราวิญญาณ?"

หลู่ผิงซี ถามขึ้นมา "ศาสตราวิญญาณเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาได้อย่างไร?"

เจ้าของร้านตอบคำถาม "แน่นอนครับ มันเป็นโรงงานจักรกล ใช้แขนกลหลอมละลายวัสดุของสัตว์อสูรด้วยอุณหภูมิที่สูงพิเศษ แล้วตีขึ้นรูปเป็นอาวุธ คุณอาจจะยังไม่รู้ว่ากองกำลังพันธมิตร ได้ค้นพบเหมืองแร่เหล็กคุณภาพดีที่ชั้นสาม เหล็กทั้งหมดเป็น เหล็กวิญญาณ ซึ่งมีความแข็ง และความยืดหยุ่นที่ดีมาก อาวุธที่สร้างขึ้นมาจากแร่เหล็กวิญญาณนั้นทรงพลังมาก"

หลู่ผิงซี ถามต่อ "กระดูกสัตว์อสูร สามารถนำมาทำอาวุธได้หรือไม่?"

เจ้าของร้านตอบ "แน่นอนครับ อาวุธที่ทำจากกระดูกสัตว์อสูร ก็ทรงพลังมากเช่นกัน เพราะอาจจะมีจิตวิญญาณของสัตว์อสูรคงอยู่ภายในกระดูกของพวกมัน ทำให้อาวุธที่ทำขึ้นมาจากกระดูกสัตว์อสูร เวลาโจมตีอาจทำให้จิตวิญญาณของสัตว์อสูรออกมาโจมตีด้วย"

ภูตบุปผาน้อยไข้ข้อสงสัย "แน่นอนว่ากระดูกสัตว์อสูรนั้น ได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยพลังปราณมาหลายปี เมื่อนำไปหลอมอาวุธย่อมทำให้อาวุธชิ้นนั้นมีพลังโจมตีที่ทรงพลัง แต่ข้าสงสัยมาก ว่าทำไม่มนุษย์ธรรมดาถึงสามารถ หลอมกระดูกสัตว์อสูรให้เป็นอาวุธได้อย่างไร? มีผู้บำเพ็ญเซียน อยู่ในหมู่มนุษย์หรือเปล่า?"

เจ้าของร้านไม่ได้ยินเสียงของภูตบุปผาน้อย ดังนั้นหลู่ผิงซี จึงถามออกไปแทน "กระดูกสัตว์อสูรถูกนำมาทำอาวุธได้อย่างไร?"

เจ้าของร้านตอบ "แน่นอนว่ายังคงเป็นโรงงานจักรกลครับ ไม่ว่ากระดูกสัตว์อสูรจะแข็งแค่ไหน มันจะแข็งไปกว่าเลเซอร์ได้ยังไง? มันจะทนต่ออุณหภูมิที่สูงมากได้หรือ? มันจะทนต่อการเจียระไนด้วยตะไบเพชรได้ทุกวันจริงหรือ?"

หลู่ผิงซี เข้าใจอยู่แล้วว่าพลังของเทคโนโลยี ไม่ได้อ่อนแอไปกว่า พลังของผู้ฝึกตน และเมื่อทั้งสองรวมมือกัน ความแข็งแกร่งของมนุษย์ก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

มีคนเคยกล่าวเอาไว้นานแล้วว่า ระเบิดนิวเคลียร์ก็เหมือนบาซูก้าในมือเด็กน้อยสำหรับมนุษย์ หากไม่ระมัดระวัง พวกเขาอาจถึงจุดจบ ด้วยของเล่นที่พวกเขาสร้างขึ้นมา

สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าร่างกายของมนุษย์นั้นเปราะบางมากแค่ไหน แต่อาวุธที่พวกเขาสร้างขึ้นมานั้นทรงพลังมาก ตอนนี้หลังจากที่หอคอยบำเพ็ญเซียนปรากฏขึ้นมา ข้อบกพร่องเรื่องความอ่อนแอ่ของร่างกายมนุษย์ ก็มีแนวโน้มที่จะได้รับการแก้ไข หลังจากนี้มนุษย์ก็ไม่มีจุดอ่อนอีกต่อไป

หลู่ผิงซี แลกเปลี่ยนวัสดุสัตว์อสูร ส่วนใหญ่ที่เขาได้มาจากชั้นที่สอง แล้วซื้อปืนใหญ่ล่าสัตว์มาสามกระบอก พร้อมกับกระสุนปืนใหญ่ล่าสัตว์อีกสามสิบลูก กระสุนเหล่านี้มีขนาดเท่าขวดน้ำแร่

หลู่ผิงซี แลกเปลี่ยนวัสดุสัตว์อสูรจำนวนมาก ทำให้เขายังมีเงินเหลืออยู่บ้างหลังจากซื้ออาวุธเสร็จแล้ว หลู่ผิงซีจึงบอกเลขบัญชีให้กับเจ้าของร้านและขอให้เขาโอนเงินเข้าบัญชีโดยตรง

เจ้าของร้านแอบดีใจ เขารู้ดีว่าวัสดุเหล่านี้จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต และการแลกเปลี่ยนมันเป็นเงิน เป็นข้อตกลงที่คุ้มค่ามากที่สุด

หลังจากนั้นหลู่ผิงซี ก็ผูกปืนใหญ่ล่าสัตว์ทั้งสามกระบอก เข้ากับกระเป๋าเป้ใบหใหญ่ของเขา ก่อนที่จะเดินออกจากร้านขายอาวุธ คนที่เดินอยู่บนท้องถนนต่างก็หันหน้ามามองเขา

การสะพายกระเป๋าเป้ใบใหญ่ก็เพียงพอแล้ว ที่จะดึงดูดความสนใจ ยิ่งไปกว่านั้นหลู่ผิงซี ยังสะพายปืนใหญ่ล่าสัตว์อีกสามกระบอก ทำให้คนรอบข้างระมัดระวังตัวมาก และเดินห่างออกไปจากเขา เพราะไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเป้ใบใหญ่หรือปืนใหญ่ล่าสัตว์ทั้งสามกระบอก ต่างก็มีน้ำหนักที่ไม่ธรรมดาเลย แต่คนผู้นี้กลับสะพายได้อย่างง่ายดาย ซึ่งก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าคนผู้นี้เป็นคนที่แข็งแกร่งมากแค่ไหน!

มีเพียงผู้ที่มาถึงหอคอยบำเพ็ญเซียนตั้งแต่แรกเท่านั้น ที่ได้รับการหล่อเลี้ยงร่างกายจากพลังปราณ ทำให้ร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่งมาก ทำให้ทุกคนต่างมั่นใจว่า หลู่ผิงซีคือคนที่กลับลงมาจากหอคอยชั้นที่สาม

ภายในหอคอยบำเพ็ญเซียน ยิ่งขึ้นไปสูงเท่าไหร่ พลังปราณก็ยิ่งอุดมสมบูรณ์มากขึ้นเท่านั้น และทำให้ร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่งมากขึ้นตามไปด้วย แต่ทำไมกองกำลังพันธมิตร ถึงได้สร้างป้อมปราการขึ้นมาที่ทางเข้าสู่ชั้นที่สี่? จุดประสงค์ของพวกเขาคืออะไร หรือว่าพวกเขาต้องการใช้พลังปราณที่อุดมสมบูรณ์ของชั้นสี่เพื่อฝึกฝน

ดังนั้นทุกคนจึงคิดว่าหลู่ผิงซี เป็นทหารผ่านศึกที่กลับมาจากชั้นที่สาม

ความจริงแล้ว พวกเขาคิดถูกหลู่ผิงซี นั้นเป็นทหารผ่านศึกจริงๆ และเขายังเป็นนักผจญภัยอันดับต้นๆ ของโลกอีกด้วย และเป็นหนึ่งในคนกลุ่มแรกๆ ที่มาถึงหอคอยบำเพ็ญเซียน

แต่คนทั่วไป และนักผจญภัยทั่วไป ไม่รู้จักเขา

หลังจากหลู่ผิงซี ซื้ออาวุธเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็ไปซื้ออาหาร ยา และเสบียงอื่นๆ ภูตบุปผาน้อยเองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมามาก เพราะตอนนี้เธอรู้สึกหิวเช่นกัน

อาหารของมนุษย์ แม้แต่บิสกิตอัดแท่งก็ยังอร่อยมาก เธอรู้สึกว่าในช่วงระยะเวลาที่เธอติดตามหลู่ผิงซี เธอมีความสุขที่สุด ก็ต่อเมื่อถึงเวลากินเท่านั้น!

หลังจากหลู่ผิงซี ซื้อของเสร็จแล้ว เขาก็ไปที่ไปรษณีย์ ของเมืองหอคอยเซียน เพื่อส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์

ภูตบุปผาน้อยถามขึ้นมา "นายกำลังทำอะไร? ส่งจดหมายให้ญาติเหรอ?"

หลู่ผิงซี ตอบคำถามเธออย่างใจเย็น "ผมไม่ได้บอกคุณไปแล้วเหรอ? ว่าผมเป็นเด็กกำพร้า ผมกำลังส่งจดหมายถึงผู้ช่วยทั้งสามคนของผม ไม่รู้ว่าพวกเขายังเต็มใจที่จะร่วมมือกับผมอยู่ไหม"

ภูตบุปผาน้อย ถามขึ้นมาทันที "ทำไมพวกเขาถึง ไม่อยากร่วมมือกับนาย?"

หลู่ผิงซี ลูบคาง "บางทีอาจเป็นเพราะ ผมใจเย็นเกินไป และต้องคิดให้รอบคอบก่อนทำสิ่งต่างๆ ซึ่งแตกต่างจากผู้ช่วยบางคนของผม พวกเขายังเด็กเกินไป ทำให้พวกเขาใจร้อน และไม่เหมาะกับผม"

ภูตบุปผาน้อย "..."

ภูตบุปผาน้อยจินตนาการได้ทันที ว่าทำไมผู้ช่วยทั้งสามคนนี้ถึงไม่เต็มใจร่วมมือกับหลู่ผิงซี

สิ่งที่เรียกว่าการส่งจดหมายนั้นเป็นเพียงการส่งอีเมลโดยใช้คอมพิวเตอร์ของที่ทำการไปรษณีย์ หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้นหลู่ผิงซี ก็ไปเดินเล่นที่ถนนอีกครั้ง

ภูตบุปผาน้อยอดถามขึ้นมาไม่ได้ "นายยังไม่ขึ้นไปชั้นที่สามอีกเหรอ?"

หลู่ผิงซีตอบคคำถาม "อย่าเพิ่งใจร้อน ขอผมคิดก่อนว่ายังมีอะไรที่ผมยังไม่ได้เตรียมบ้าง"

หลู่ผิงซี กำลังคิด ในขณะที่เขากำลังเดินไปทางทิศตะวันตก ในระหว่างเดินเขาก็มองสำรวจ และมองเห็นร้านค้าแปลกๆ แห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า "โรงช่างสร้างสรรค์"

หลู่ผิงซี ค่อนข้างสงสัยว่านี่เป็นร้านค้าประเภทไหน?

เขายืนสังเกตการณ์อยู่ที่หน้าประตูสักพัก เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีกับดัก เขาก็เดินเข้าไป หลังจากเข้ามาข้างในหลู่ผิงซี ก็มองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งนอนอยู่บนเก้าอี้ ชายหนุ่มนี้สวมเสื้อกั๊กสีดำที่มีคราบเปื้อนเล็กน้อย เขามัดผมด้วยผ้าขนหนู และสวมถุงมือหนา

นอกจากนี้ยังมีค้อนขนาดใหญ่วางอยู่ข้างเก้าอี้ ค้อนนั้นแผ่พลังปราณออกมา ซึ่งเพียงพอแล้วที่จะพิสูจน์ว่ามันเป็น ค้อนศาสตราวิญญาณ ที่ทำขึ้นมาจากแร่เหล็กวิญญาณ

เมื่อชายหนุ่มเห็นหลู่ผิงซี เดินเข้ามา เขาก็ลุกขึ้นยืนทันที "คุณลูกค้าครับ ท่านต้องการดูสิ้นค้าแบบไหน มาดูทางนี้สิครับ นี่คืออุปกรณ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด อุปกรณ์หลายชิ้นทำขึ้นมาจากกระดูกสัตว์อสูรของขั้นที่สอง คุณภาพรับประกันได้เลยครับ"

หลู่ผิงซี ถาม "คุณมีอะไรแนะนำบ้าง?"

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 8 : การกำเนิดของ “ศาสตราวิญญาณ!”

ตอนถัดไป