บทที่ 3 ความคิด

สายใยทางอารมณ์ของทั้งสองครอบครัวนั้นแน่นแฟ้น คุณลุงเป็นคนจริงใจ มีของแปลกใหม่อะไรก็จะเรียกครอบครัวของเหยาเยว่หมินมาด้วย
เนื้อกระต่ายทำออกมาหอมมาก ทุกคนดื่มแต่เบียร์ เข้าห้องน้ำสองสามรอบแล้วพักสักครู่ก็ใกล้จะพอดี มื้อค่ำดำเนินไปจนถึงสองทุ่มกว่า โทรศัพท์เรียกแท็กซี่จากในเมืองมารับกลับไป
ตึกที่พักอาศัยนี้สร้างขึ้นในยุค 90 ไม่มีพื้นที่ส่วนกลาง ขนาดห้องจึงไม่เล็ก มีระเบียงใหญ่สองฝั่งทางทิศเหนือและใต้ ห้องนอนของพ่อแม่อยู่ทางทิศใต้ กว้างขวางสว่างไสว มีโทรทัศน์
ตอนนี้หลังจากอาบน้ำเสร็จ ทั้งสองก็นอนดูทีวีอยู่บนเตียง
โทรทัศน์จอแอลซีดีเพิ่งถือกำเนิด เทคโนโลยียังไม่ดี ยังไม่แพร่หลาย โทรทัศน์ที่ใช้ในบ้านยังเป็นแบบจอตู้ขนาดใหญ่ กำลังฉายเรื่อง ตำนานบ้านสกุลไป๋ รอบแรกฉายจบไปนานแล้ว นี่เป็นการฉายซ้ำของสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น
ในเรื่องคุณชายสามไป๋กำลังเสพฝิ่นอยู่
เหยาเยว่หมินดูบ้างไม่ดูบ้าง ด้วยอาการมึนเมาจากแอลกอฮอล์เล็กน้อย ทันใดนั้นก็พูดขึ้นว่า “คุณรู้สึกไหมว่าเสี่ยวหยวนดูเปลี่ยนไป?”
“ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมั้ง?”
หยวนลี่ผิงก็รู้สึกเช่นกัน คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เมื่อก่อนเขามุ่งมั่นอยากจะเป็นนักข่าว พอพูดถึงสำนักพิมพ์ทีไรก็ตาเป็นประกาย วันนี้ฟังเขาพูดแล้วรู้สึกว่าเขาคิดอะไรได้ชัดเจนมาก เฮ้ หรือว่ามีใครบอกความลับอะไรกับเขารึเปล่า?”
“ก็เป็นไปได้นะ จริง ๆ ฉันก็คิดแบบนี้มานานแล้ว สำนักพิมพ์ใหญ่ ๆ ถ้าไม่มีเส้นสายจะเข้าไปได้ยังไง? นั่นมันสำนักพิมพ์ใหญ่ของปักกิ่งนะ เราสองคนช่วยอะไรไม่ได้มาก ถ้าเขาไปที่เหมืองเสิ่น ฉันยังพอจะไปหาเพื่อนของฉันได้”
“สำนักพิมพ์ห่วย ๆ ที่เพื่อนคุณทำงานอยู่นั่นน่ะ ใกล้จะเจ๊งแล้ว”
“สำนักพิมพ์จะเจ๊งได้ยังไง รัฐบาลก็มีงบประมาณสนับสนุน ถึงตอนนั้นใช้เงินหน่อย ก็ยังพอจะหาตำแหน่งข้าราชการให้เสี่ยวหยวนได้ แต่ฉันว่าเด็กคนนี้มีความคิดอื่นอยู่บ้าง เฮ้อ ยังไงก็ยังหนุ่ม ไม่ต้องรีบในสองปีนี้”
คำพูดติดปากของเหยาเยว่หมินคือไม่ต้องรีบในไม่กี่วันนี้ ไม่ต้องรีบในไม่กี่ปีนี้
เขามีวิสัยทัศน์ แต่ความสามารถในการลงมือทำต่ำ พูดอย่างเดียวไม่ลงมือทำ หยวนลี่ผิงกลับตรงกันข้าม ถือว่าเป็นการเติมเต็มซึ่งกันและกัน
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องนอนทางทิศเหนือ
พื้นที่ห้องไม่ใหญ่ มีเตียงหนึ่งหลัง ชั้นหนังสือที่ทั้งแคบและสูงหนึ่งอัน บนชั้นวางเต็มไปด้วยหนังสือ แผ่น VCD และเทปคาสเซ็ท ข้าง ๆ กันนั้นมีโต๊ะหนังสือเบียดอยู่
โต๊ะหนังสือตัวนี้อยู่กับเหยาหยวนมาสิบกว่าปี ในตอนนี้เขากำลังสวมหูฟัง ฟังเพลงจากเครื่องเล่นวอล์คแมน และก้มหน้าเขียนหนังสืออยู่
เขากำลังฟังเพลงฮิตรวมมิตร ตั้งแต่ เทียนโอวโอ เทียนโอวโอ ไปจนถึง ฉันอยากให้เธออยู่กับฉัน มองดูเต่าทะเลว่ายน้ำ และ ฉันยอมให้เธอเย็นชาให้ถึงที่สุด
เขาฟังไปโยกตัวไป ท่าทางดูผ่อนคลายสบาย ๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า
ใช่แล้ว ตั้งแต่เขาเกิดใหม่มา นอกจากความสับสนในช่วงแรกแล้ว ความรู้สึกที่เหลือที่ใหญ่ที่สุดคือความผ่อนคลาย
พ่อแม่ยังไม่ผมขาว สุขภาพแข็งแรง ตัวเขาเองก็อยู่ในวัยหนุ่มแน่น หล่อเหลาเอาการ จีนประสบความสำเร็จในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก กำลังจะเข้าร่วม WTO โชคชะตาของประเทศกำลังรุ่งโรจน์ แต่ผลฟุตบอลโลกชายกลับจะมาสร้างสมดุลให้โชคชะตาของประเทศในไม่ช้า โจวเจี๋ยหลุนเพิ่งเดบิวต์ได้แค่ 1 ปี
ว่ากันว่ายุค 80 เป็นยุคแห่งการผสมผสานทางความคิด ยุค 90 เป็นยุคแห่งความกระตือรือร้นในการลงสนามธุรกิจ ดังนั้นช่วงต้นยุค 2000 จึงเป็นช่วงเวลาที่ขัดแย้งยิ่งกว่า ทั้งยังคงรักษากลิ่นอายของยุค 80 และ 90 ไว้บ้าง ขณะเดียวกันก็ก้าวกระโดดไปสู่ยุคใหม่และเทคโนโลยีใหม่อย่างรวดเร็ว
กระแสนิยมก่อตัวขึ้นท่ามกลางขนบธรรมเนียม ความประณีตงดงามเติบโตขึ้นในความหยาบกระด้าง คนจนยิ่งจน คนรวยยิ่งรวย เมื่อมองย้อนกลับไปในอีกหลายปีต่อมา มันได้กลายเป็นรากเหง้าของปัญหามากมาย
เช่น ชุมชนแออัดชานเมือง เช่น แรงงานต่างถิ่น เช่น อสังหาริมทรัพย์ เช่น การผูกขาด
ตอนนี้ได้ผ่านพ้นยุคของการทำธุรกิจแบบไร้ระเบียบไปแล้ว พฤติกรรมป่าเถื่อนค่อย ๆ ถูกซ่อนไว้เบื้องหลัง กลุ่มคนที่รวยขึ้นกลุ่มแรก ๆ กำลังยุ่งอยู่กับการสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองเป็นผู้ประกอบการ ยุ่งอยู่กับการสร้างระเบียบภายในอาณาเขตของตน พร้อมกับยื่นมือออกไปดูว่านอกอาณาเขตยังมีอะไรให้กอบโกยอีกบ้าง
ทรัพยากรทางสังคมตั้งแต่ที่ดินและธัญพืชในยุคดั้งเดิม ไปจนถึงวัสดุอุตสาหกรรม พลังงาน เทคโนโลยี และแม้แต่อุตสาหกรรมการเงินที่จับต้องไม่ได้ ได้สร้างมหาเศรษฐีขึ้นมาเป็นรุ่น ๆ
และทรัพยากรเหล่านี้ถูกแบ่งปันมาจนถึงทุกวันนี้ จนกระทั่งก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่ เหลือเพียงขอบเขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวที่สามารถกลายเป็นกลุ่มทุนใหม่ได้
อินเทอร์เน็ต!
“ซ่าซ่า!”
“ซ่าซ่า!”
เทปเล่นจบไปหนึ่งหน้า เกิดเสียงเสียดสีในหูฟัง แล้วมันก็กลับหน้าเล่นต่อไปโดยอัตโนมัติ
เหยาหยวนไม่ได้สนใจ ไม่ได้ฟังเพลงอะไร เพียงก้มหน้าก้มตาเขียนต่อไป หลายวันที่ผ่านมา เขาจดความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้มากมาย แล้วค่อย ๆ ประกอบเข้าด้วยกัน จนในที่สุดก็กลายเป็นเค้าโครงที่ค่อนข้างชัดเจน
เขาเขียนประโยคสุดท้ายเสร็จอย่างรวดเร็ว วงกลมคำหนึ่งคำ แล้วในที่สุดก็วางปากกาลง
เขาหยิบโทรศัพท์โนเกีย 3310 จอขาวดำมือสองของตัวเองขึ้นมาอีกครั้ง
โทรศัพท์ทรงแท่ง เปลี่ยนกรอบได้ สแตนด์บายได้นานสุด 245 ชั่วโมง มีเกมงูในตัว โทรออก ส่งข้อความ ตั้งนาฬิกาปลุก เป็นเครื่องคิดเลข และใช้ทุบวอลนัท หัวคน พื้น และของแข็งทุกชนิดได้
ยอดขาย 126 ล้านเครื่อง!
วางจำหน่ายในปี 2000 แม่เป็นคนซื้อ พอเลิกใช้ก็ส่งต่อมาให้เหยาหยวน เพราะสมัยนี้โทรศัพท์มือถือแพง เพจเจอร์ยังเกลื่อนเมืองอยู่เลย
“...”
เหยาหยวนถือโทรศัพท์มือถือ ไม่ได้เล่น แค่มองดูมัน ราวกับกำลังมองสมบัติล้ำค่า ถึงขั้นรู้สึกเหมือนคนโรคจิต สุดท้ายจึงพูดเบา ๆ ว่า “เฮ้อ คงต้องพึ่งนายหาเงินค่าขนมหน่อยแล้ว”
หาเงินสิ หาเงินสำคัญ
เหยาหยวนอยากหาเงิน แต่เขาเกิดใหม่ทั้งที เขายิ่งอยากจะใช้ชีวิตตามใจชอบมากกว่า
เขากำหนดความคิดได้แล้วก็ปีนขึ้นเตียง นอนเหยียดขาไขว่ห้าง เริ่มฟังเพลงอย่างจริงจัง ปากก็ฮัมเพลงตามอย่างไม่รู้ตัว แต่เป็นเพลงที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงและไม่มีทำนองที่แน่นอน
“ฉันจะเบ่งบาน!”
“ฉันจะแตกหน่อ!”
“ฉันต้องการให้ลมใบไม้ผลิและสายฝนซัดสาด!”
………………
วันรุ่งขึ้น เวลาสิบโมงเช้า
เหยาหยวนเดินเข้าไปในร้านอินเทอร์เน็ตซูเปอร์โซนิคที่อยู่ข้าง ๆ ธนาคาร ICBC
นี่เป็นร้านอินเทอร์เน็ตรุ่นแรก ๆ ในเมือง ยี่สิบปีต่อมาก็ยังคงอยู่ ตอนนั้นคนไม่เยอะแล้ว จะกลับมาคึกคักอีกครั้งก็ต่อเมื่อช่วงปิดเทอมฤดูร้อน-ฤดูหนาว หรือช่วงเทศกาลเท่านั้น
ชั่วโมงละสามหยวน ไม่ตรวจบัตรประชาชน บรรยากาศอบอวลไปด้วยควันบุหรี่และเสียงโหวกเหวกโวยวาย
เขากวาดตามองคร่าว ๆ กลุ่มหนึ่งเล่น เรดอเลิร์ต อีกกลุ่มเล่น CS ส่วน เลเจนด์ ออฟ มีร์ ยังไม่เปิดให้เล่นอย่างเป็นทางการเลยด้วยซ้ำ
เอ๊ะ?
ในใจของเหยาหยวนพลันเกิดความคิดขึ้นมา หรือว่าจะหาเงินจาก เลเจนด์ ออฟ มีร์ ดี?
ซี้ด!
เขาสะท้านไปทั้งตัว ช่างมันเถอะ
หลังจากชั่งใจแล้ว เขาก็วิ่งไปนั่งข้าง ๆ เด็กคนหนึ่งที่กำลังเล่น เซียนเจี้ยน ดูจากท่าทางแล้วน่าจะเป็นเด็กมัธยมต้น ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และหลงใหล ควบคุมหลี่เซียวเหยาในภาพคุณภาพระดับ AV กำลังฆ่ามอนสเตอร์อยู่ที่เนินสิบลี้
เหยาหยวนเปิดหน้าเว็บขึ้นมา ค้นหาเว็บไซต์พอร์ทัลใหญ่สามแห่ง กวาดตามองข่าวอย่างลวก ๆ แล้วก็มองหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ โซหูและซินล่างไม่มี แต่เน็ตอีสมี แถมยังโดดเด่นมาก
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วลองค้นหาเว็บไซต์ระดับรองลงมา พบเพียงใน TOM.com เท่านั้น
ชาวเน็ตที่อายุน้อยหน่อยคงไม่รู้จัก TOM แล้ว นี่คือเว็บไซต์พอร์ทัลที่เปิดตัวในปี 2000 ผู้ลงทุนคือ ทอม กรุ๊ป ของฮ่องกง ซึ่งเป็นธุรกิจของลีกาชิง
TOM.com วนเวียนอยู่ระหว่างปลายแถวของระดับท็อปและหัวแถวของระดับรองมาโดยตลอด เคยมีช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ แต่สุดท้ายก็เลือนหายไป
“มีแค่เน็ตอีสกับ TOM สองเจ้าเองเหรอ ระดับเงินค่าขนมจริง ๆ ด้วย...”
เหยาหยวนปิดหน้าเว็บ เล่นเรดอเลิร์ตแก้เบื่อไปสักพัก ก็เอนตัวพิงเก้าอี้ ดูเด็กข้าง ๆ เล่นเซียนเจี้ยน
“ในป่าเล็ก ๆ ตรงท่าเรือน่ะ หาดี ๆ มีของดี... เออน่า หาไปเถอะ มีแน่นอน!”
“ไปคุยกับพี่ชายคนนั้นสิ แล้วก็เดินกลับมา ใช่ ๆ คุยอีกที นี่ไง ได้ยาเดินทัพแล้ว!”
“ทางนั้น ทางนั้น ไม่มีเหรอ อ๋อ ฉันจำผิด งั้นก็เดินกลับไป เอาเลย เอาอีก มีดาบเหมียวอยู่เล่มหนึ่ง!”
“พี่ชายเทพมาก!”
เด็กมัธยมต้นมองด้วยสายตาชื่นชม
“ธรรมดา ๆ อันดับสามของโลก... ถุย!”
เหยาหยวนถ่มน้ำลายรดหน้าตัวเอง ให้ตายสิ สภาพแวดล้อมมีผลต่อคนจริง ๆ ด้วย แม้แต่มุกตลกก็ยังเริ่มย้อนยุค ดูท่าทางน่าจะโหลดครบ 100% แล้ว
“นายเล่นเซียนเจี้ยนครั้งแรกเหรอ?”
“เคยเล่นตอนต้น ๆ หลายครั้ง แต่ไม่เคยเล่นจบเลย พี่ชายครับ ข้างหลังสนุกไหม?”
“สนุกสิ!”
“จริงเหรอครับ ข้างหลังเนื้อเรื่องเป็นยังไง? ผมชอบจ้าวหลิงเอ๋อร์ที่สุดเลย”
“ทำไมนายถึงชอบจ้าวหลิงเอ๋อร์ล่ะ?”
“เอ่อ...”
“รู้สึกว่าทั้งเรียบร้อยทั้งน่ารัก ทั้งรักเดียวใจเดียวทั้งแข็งแกร่งใช่ไหม?”
“ใช่ ๆ ๆ ครับ ความรู้สึกแบบนี้เลย แต่ผมอธิบายไม่ถูก แล้วเธอเป็นยังไงต่อครับ?”
“ตายแล้ว!”
เด็กมัธยมต้น อึ้ง!
ทำบาปจริง ๆ!
………………………
WTO - องค์การการค้าโลก

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 3 ความคิด

ตอนถัดไป