บทที่ 16 การแทรกแซงของเหล่าทวยเทพออร์ค
เมื่อเห็นว่าแผนการประสบความสำเร็จ อีเลียนก็ดีดนิ้วเบาๆ เพื่อยุติ เวทสอดแนม
ในอ่างทองคำ วงคลื่นน้ำได้แผ่ขยายออกไปบนผิวน้ำ และภาพสีสันก่อนหน้านี้ก็จางหายไปพร้อมกัน
“พวกออร์คกระหายเลือดและบุ่มบ่าม เชี่ยวชาญการต่อสู้แต่ไม่ชำนาญการวางแผน”
“การปล่อยให้เจ้าพวกสมองทึบและกระหายเลือดเหล่านี้ต่อสู้กันเอง ช่างง่ายดายเสียเหลือเกิน”
รวบรวมข้อมูลข่าวสารจำนวนมาก ทำความเข้าใจความบาดหมางเก่าแก่และจุดขัดแย้งหลักระหว่างเผ่าออร์ค
ลอบโจมตีหน่วยลาดตระเวนของออร์คก่อนล่วงหน้า ใช้การโจมตีที่ไม่ถึงตายเพื่อสร้างผู้บาดเจ็บ ทำให้นักบวชออร์คในเผ่าต้องวุ่นวายกับการรักษาคนเจ็บเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจของผู้ใช้เวทมนตร์ออร์คเพียงไม่กี่คนนี้ที่อาจสังเกตเห็นความผิดปกติได้ เพื่อวางรากฐานอันแนบเนียนสำหรับการแทรกแซงทางเวทมนตร์ในภายหลัง
ปล่อยตัวทหารสอดแนมออร์คที่ถูก เวทเปลี่ยนแปลงความทรงจำ เขียนความทรงจำใหม่กลับไปยังเผ่ามังกรเหมันต์ เพื่อหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความไม่ไว้วางใจด้วยข้อมูลที่ผิดพลาด
เข้าใกล้ทหารคนสนิทของออร์คบางส่วนล่วงหน้าด้วย เวทล่องหนขั้นสูง ร่าย เวทชี้นำหมู่ ใสพวกเขาในขณะที่มึนเมาหลังดื่มสุรายามดึก เพื่อปลุกปั่นความเกลียดชังที่มีอยู่แล้วในใจให้ระเบิดออกมา และนำพาหัวข้อสนทนาไปสู่ความขัดแย้งในอดีตระหว่างเผ่าออร์คอย่างเป็นธรรมชาติ
ใช้เวทควบคุมจิตใจครอบงำทหารออร์คคนหนึ่งที่จะเข้าร่วมการเจรจาล่วงหน้า เพื่อให้เขาเป็นคนแรกที่ชักอาวุธขึ้นมาในชั่วขณะสำคัญ
ด้วยวิธีการต่างๆ เหล่านี้ การต่อสู้ภายในครั้งใหญ่ระหว่างเผ่าออร์คเช่นนี้จึงเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
อีเลียนหันหน้ามา พลางทบทวนการกระทำก่อนหน้านี้ แล้วเล่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ทุกท่าน เราไม่ต้องสูญเสียแม้แต่คนเดียว ก็สามารถทำให้สามเผ่าออร์คใหญ่ทำสงครามกันเองได้ เพราะเราประสบความสำเร็จในการใช้ศัตรูของเราให้หันอาวุธเข้าหาศัตรูอีกกลุ่มหนึ่ง”
“สำหรับจอมเวทที่แท้จริงแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นทรัพยากรที่สามารถนำมาใช้ได้”
“ไม่ว่าจะเป็นผืนน้ำอันสงบนิ่งหรือดินหินบนพื้นดิน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตหรือซากศพที่ตายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเอลฟ์ ออร์ค ก็อบลินในภพวัตถุ หรือปีศาจ ธาตุภูต นางไม้จากต่างภพ ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรหรือศัตรูของเรา”
“ผิวน้ำสามารถถูกควบคุม ดินหินสามารถถูกปั้นแต่ง สิ่งมีชีวิตที่มีความคิดจะยอมจำนนต่อเวทมนตร์ที่บิดเบือนจิตใจ ส่วนจักรกลไร้จิตใจก็จะถูกชักนำไปในทางที่ผิด คนตายจะลุกขึ้นจากพื้นดินภายใต้อำนาจของศาสตร์เนโครแมนเซอร์ สิ่งมีชีวิตจากต่างภพอย่างปีศาจจะยอมจำนนต่อพันธะสัญญาแห่งนามที่แท้จริงและพันธสัญญานอกเหนือกฎธรรมชาติ”
“สภาพแวดล้อมและศัตรูใดๆ ที่อาจเป็นผลเสียต่อเรา ล้วนสามารถหลอมเป็นคมดาบให้เราบุกบั่นฝ่าฟันอุปสรรคได้”
ซอลและจอมเวทคนอื่นๆ พยักหน้า ครุ่นคิดถึงพระดำรัสของฝ่าบาทอย่างละเอียด
“สำหรับจอมเวทแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นทรัพยากรที่สามารถนำมาใช้ได้”
เหล่าจอมเวทแห่งเอลโดเรนในอนาคต จะได้สัมผัสกับความหมายของประโยคนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า
…
ในการ เจรจาที่หุบเขา ซึ่งท้ายที่สุดได้บานปลายเป็นสงครามราตรีเลือด นักรบยอดฝีมือของสามเผ่าออร์คสูญเสียไปเกือบครึ่ง
ในบรรดาหัวหน้าเผ่าออร์คทั้งสาม หัวหน้าเผ่าขวานอัคคีเสียชีวิตอย่างน่าอนาถด้วยน้ำมือของหัวหน้าเผ่าอีกสองคน
นักรบคลั่งผู้ใกล้จะก้าวสู่ขอบเขตตำนานผู้นี้ สุดท้ายก็มิอาจต้านทานการรุมล้อมของนักรบจากสองเผ่าศัตรูได้ และถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ท่ามกลางความโกลาหล
ส่วนหัวหน้าเผ่ามังกรเหมันต์ แม้จะรอดจากสงครามใหญ่ แต่ก็เสียชีวิตจากบาดแผลสาหัสและเสียเลือดมากเกินไปก่อนจะกลับถึงเผ่า
ขณะที่หัวหน้าเผ่าหมาป่าโลหิตต้องสูญเสียดวงตาไปข้างหนึ่งเป็นค่าตอบแทน ทำให้รูปลักษณ์ของเขาใกล้เคียงกับเทพที่ตนนับถือมากยิ่งขึ้น
เป็นที่แน่นอนว่าการเจรจาครั้งนี้ล้มเหลว และท้ายที่สุดก็ได้บานปลายเป็นสงครามระหว่างสามเผ่า
ในช่วงเวลากว่าหนึ่งเดือนถัดมา ออร์คกว่า 100,000 ตนจากสามเผ่าใหญ่แทบจะลืมเลือนการมีอยู่ของมนุษย์ไปจนหมดสิ้น พวกมันทำสงครามทั้งเล็กและใหญ่ต่อกันนับสิบครั้ง
ทุกครั้งที่ความขัดแย้งมีทีท่าว่าจะบรรเทาลงแม้เพียงเล็กน้อย เหล่าจอมเวทใต้บังคับบัญชาของอีเลียนก็จะแอบเข้าไปแทรกแซง สาดเชื้อไฟเข้าไปอีกระลอก เพื่อให้แน่ใจว่าสงครามของพวกออร์คจะไม่หยุดลง
นอกจากนี้ สองเผ่าที่สูญเสียหัวหน้าเผ่าไป ยังเกิดสงครามแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าเผ่าภายในขึ้นอีก ทำให้ระดับความโกลาหลยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น นักรบออร์คผู้แข็งแกร่งจำนวนมากต้องจบชีวิตลงในสงครามแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าเผ่านี้
เผ่าก็อบลินในทุ่งกว้างและฝูงโกโบลด์ในถ้ำจำนวนไม่น้อย ซึ่งเดิมทีเป็นข้ารับใช้ของเผ่าออร์ค เพื่อหลีกหนีชะตากรรมการเป็นเบี้ยในสงครามใหญ่ ก็จำต้องอพยพย้ายถิ่นฐาน ออกจากพื้นที่เอลโดเรน และห่างไกลจากดินแดนของมนุษย์นับแต่นั้นมา
เจ้าหนูเกร็ตและชาวบ้านคนอื่นๆ ในหมู่บ้านหินกลิ้ง ก็ได้เป็นประจักษ์พยานของเหตุการณ์ทั้งหมดนี้เช่นกัน
“ได้ยินหรือไม่ พวกเผ่าออร์คตีกันเองแล้ว!”
“ใช่ๆ ออร์คตายไปเยอะเลย ตอนนี้ในทุ่งกว้าง มีแต่ซากศพออร์คเกลื่อนไปหมด แถมยังมีอีแร้งบินวนอยู่บนฟ้าด้วย”
“ทำไมพวกออร์คถึงตีกันเองได้ล่ะเนี่ย ท่านปู่ของข้ายังบอกเลยว่า ไม่เคยเห็นพวกออร์คตีกันเองอย่างดุเดือดขนาดนี้มาก่อน”
“ใครจะไปรู้ล่ะ แต่ก็นะ ไอ้พวกออร์คอัปลักษณ์น่ารังเกียจพวกนั้นน่ะ ยิ่งตายเยอะเท่าไหร่ก็ยิ่งดี!”
“ให้พวกมันตายให้หมดเลยยิ่งดี จะได้ไม่มารุกรานหมู่บ้านของเราอีก!”
“…”
ชาวบ้านที่เป็นมนุษย์รวมตัวกันอยู่หน้ากองไฟ ท่ามกลางเสียงบรรเลงของลูท พวกเขาร้องเพลงเฉลิมฉลองเสียงดังลั่น เฉลิมฉลองให้กับการสู้รบกันเองของพวกออร์ค
ใต้แสงจันทร์ เจ้าหนูเกร็ตถามอาจารย์ของตนด้วยความสงสัย
“ท่านอาจารย์โจเซฟ ช่วงเวลานี้ พวกออร์คก็สู้กันเองอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับองค์เหนือหัวอีเลียนผู้ยิ่งใหญ่ เกี่ยวข้องกับเหล่าจอมเวทจากเมืองลอยฟ้าหรือไม่ขอรับ”
โจเซฟจิบเบียร์ข้าวสาลีแล้วยักไหล่
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”
เขาเป็นเพียงจอมเวทระดับล่างที่มีสถานะธรรมดาคนหนึ่งในเอลโดเรน ยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะล่วงรู้ถึงปฏิบัติการทางทหารของฝ่าบาทและเหล่านักรบเวทมนตร์ชั้นยอด
“ต้องเกี่ยวข้องแน่ๆ เวทมนตร์ทรงพลังขนาดนั้น จะต้องเป็นฝ่าบาทอีเลียนและจอมเวทผู้เก่งกาจคนอื่นๆ ที่ใช้เวทมนตร์อันน่าอัศจรรย์ทำให้พวกออร์คฆ่าฟันกันเอง!” เจ้าหนูเกร็ตคิด “ไม่อย่างนั้น ทำไมถึงเป็นช่วงเวลานี้พอดี ที่พวกออร์คถึงได้มาสู้กันเองเล่า!”
ในใจของเจ้าหนูเกร็ต ณ เวลานี้ เวทมนตร์คือสิ่งสารพัดนึก สามารถแก้ไขได้ทุกปัญหา เรื่องใดๆ ที่อธิบายไม่กระจ่าง ก็สามารถโยนไปให้ เวทมนตร์ ได้ทั้งสิ้น
ในขณะนั้น อาจารย์โจเซฟก็ได้ดื่มเบียร์ข้าวสาลีในขวดจนหมดสิ้น ใบหน้าที่แดงก่ำเพราะความมึนเมาสะท้อนแสงไฟอันเจิดจ้า
“จริงสิ เจ้าหนูเกร็ต หลังจากสอนมาสองสามเดือนนี้ พวกเจ้าก็เรียนจบส่วนพื้นฐานของวิชาสามัญแล้ว”
“ส่วนที่เหลือของวิชาสามัญ สามารถเรียนไปพร้อมๆ กับการสัมผัสเวทมนตร์ได้”
“ใช่แล้ว ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ข้าจะสอนเวทมนตร์ที่แท้จริงให้พวกเจ้าแล้ว!”
เจ้าหนูเกร็ตตื่นเต้นจนแทบจะกระโดดตัวลอย
“พรุ่งนี้ก็จะได้เริ่มเรียนเวทมนตร์จริงๆ แล้วหรือขอรับ”
เขาเข้าใกล้การเป็นจอมเวทที่แท้จริงอีกก้าวหนึ่งแล้ว!
เขารอคอยวันนี้มานานแสนนานแล้ว
ในใจของเจ้าหนูเกร็ตในตอนนี้ มีทั้งความตื่นเต้นและความกังวลระคนกันไป
ความตื่นเต้นมาจากการจะได้สัมผัสกับเวทมนตร์ที่แท้จริง
ส่วนความกังวลนั้นมาจากความจริงที่ว่า นักเรียนส่วนใหญ่สุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถเป็นจอมเวทที่แท้จริงได้ เขากลัวว่าตนเองจะไม่สามารถเรียนรู้เวทมนตร์ได้ และจินตนาการทั้งหมดที่ผ่านมาก็เป็นเพียงแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ
…
เมื่อเทียบกับความตื่นเต้นของชาวบ้านในแต่ละหมู่บ้านบนพื้นผิวโลก อีเลียนยังคงรักษาความสุขุมเยือกเย็นตามความเป็นจริง
เขารู้ว่าการต่อสู้ยังไม่จบ
ทันทีที่กองกำลังจอมเวทใต้บังคับบัญชาต้องการจะฉลองชัยชนะก่อนเวลาอันควร อีเลียนก็ได้เตือนสติทันท่วงที
“ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาเฉลิมฉลอง เรายังไม่ได้รับชัยชนะ”
“สงครามภายในของพวกออร์คนี้ อาจจบลงเมื่อใดก็ได้ และพวกมันอาจกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง”
“เมื่อถึงเวลานั้น ก็ถึงคราวที่เราต้องออกโรงอย่างเป็นทางการ และเปิดศึกกับพวกออร์คซึ่งๆ หน้าแล้ว!”
จอมเวทคนอื่นๆ อาจจะรู้สึกว่า ขณะนี้สถานการณ์สงครามทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ความขัดแย้งระหว่างสามเผ่าออร์คใหญ่ได้กลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจประนีประนอมได้แล้ว
แม้ว่าพวกเขาจะไม่ทำอะไรเลยนับจากนี้ สงครามของออร์คครั้งนี้ก็คงจะไม่หยุดลงไปอีกเป็นเวลานาน
แต่อีเลียนกลับคิดไปไกลกว่านั้นหนึ่งขั้น
“หากมีเทพองค์ใดในหมู่ทวยเทพออร์คสังเกตเห็นการต่อสู้ภายในครั้งนี้ และประทานเทวโองการลงมา ความขัดแย้งย่อมต้องยุติลงอย่างแน่นอน”
ในปีกาลแรกเริ่ม เหล่าเทพโบราณรุ่นแรกๆ ที่ถือกำเนิดขึ้น ได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มๆ
ในเกมแห่งทวยเทพเกมหนึ่ง กลุ่มเทพแต่ละกลุ่มได้สร้างเผ่าพันธุ์ขึ้นมาเผ่าพันธุ์หนึ่ง
มังกร เอลฟ์ ออร์ค คนแคระ ก็อบลิน
ดังนั้น สรรพชีวิตบนพื้นพิภพจึงเรียกขานกลุ่มเหล่านี้ว่า ทวยเทพคนแคระ ทวยเทพเอลฟ์ ทวยเทพออร์ค เป็นต้น
แม้ว่าเหล่าทวยเทพผู้ยิ่งใหญ่จะไม่ค่อยใส่ใจเผ่าพันธุ์ตัวเล็กๆ เท่าใดนัก แต่สำหรับเผ่าพันธุ์ที่ตนสร้างขึ้น ก็ยังมีความลำเอียงอยู่บ้าง และจะประทานเทวโองการลงมาสักหนึ่งหรือสองครั้งเป็นครั้งคราว
ทุกเผ่าพันธุ์ในโลกล้วนมีเทพของตนเอง มีเพียงมนุษย์เท่านั้น ที่ต่ำต้อยและไร้เทพ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมตามประวัติศาสตร์ดั้งเดิม ในช่วงหลายสิบศตวรรษหลังการล่มสลายของเอลโดเรน มนุษย์จึงเป็นเพียงเผ่าพันธุ์ใกล้สูญพันธุ์ที่มีประชากรน้อยและกำลังอ่อนแอ
…
หลังจากสงครามของสามเผ่าออร์คดำเนินต่อเนื่องมากว่าสองเดือน
ในวันนี้ ขณะที่หัวหน้านักบวชหญิงแห่งเผ่าหมาป่าโลหิตกำลังสวดภาวนาตามปกติ เพื่อขอพลังเทวะจากเทพเจ้าออร์คแห่งต่างมิติ
ทันใดนั้น ดวงตาทั้งสองของนักบวชหญิงก็เบิกโพลง
“องค์เทพประทานเทวโองการลงมาแล้ว มีรับสั่งให้เรายุติสงครามโดยทันที!”