แฟนหนุ่มขยะ

ตอนที่ 14 แฟนหนุ่มขยะ



ซูโหยวคลิกลิงก์ เข้าสู่เว็บไซต์ส่วนหลังบ้าน และเห็นโครงสร้างโดยรวม



หน้ายูไอนั้นเงียบสงบ และมืดมิด โดยมีเวลานับถอยหลังสีแดงเลือดขนาดใหญ่ตรงกลาง ดูเป็นลางร้ายอย่างยิ่ง



กราฟิกตรงกลางได้รับการออกแบบให้ดูเหมือนหัวใจสามมิติที่กำลังเต้น ขณะที่เวลานับถอยหลังค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ หัวใจดวงนั้นดูเหมือนจะถูกกำแน่นด้วยมือล่องหน และดาบดาโมคลีสกำลังห้อยอยู่เหนือหัวของผู้เข้าชม พร้อมที่จะร่วงหล่นลงมาได้ทุกเมื่อ



เมื่อเลื่อนลงมา ก็จะเห็นส่วนสีขาวสำหรับฟอรัม และส่วนความช่วยเหลือสำหรับวันสิ้นโลก



หน้าเว็บและฟังก์ชันต่างๆ อยู่ครบ ดูเหมือนว่าแอมเบอร์จะเข้าถึงไอเดียของเธอได้เป็นอย่างดี



ซูโหยวทำตามขั้นตอน ตั้งค่าเวลานับถอยหลังสู้วันสิ้นโลก และแก้ไขเนื้อหาเกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ ในอีกสามปีข้างหน้า อีกอย่าง เธอได้โพสต์ข้อความแรกในส่วนช่วยเหลือหลังเกิดวันสิ้นโลกเพื่อสรรหาผู้อยู่อาศัยสำหรับฐานลี้ภัย



หลังจากทำทั้งหมดจนแล้วเสร็จ ซูโหยวก็ส่งข้อความกลับไปหาแอมเบอร์ “ทำได้ดีมาก!”



ตามมาด้วยโอนเงิน เพื่อตอบแทนความช่วยเหลือ



แอมเบอร์ทำงานอย่างหนักเป็นเวลาสามวันติด นอนไม่หลับเลยจนกระทั่งเช้า เมื่อเห็นข้อความ เขาก็รู้สึกดีขึ้น “เว็บที่ผมทำสุดยอดไปเลยใช่มั้ยล่ะ”



จากนั้น เมื่อเขาเห็นเงินโอนแล้วก็ต้องตะลึงไปครู่หนึ่ง และหลังจากคลิกเข้าไปก็พบว่าจำนวนเงินนั้นไม่น้อยเลย



แอมเบอร์ตอบสนองอย่างรวดเร็ว และถามอย่างลังเลว่า “พี่โหยว พี่รวยแล้วเหรอ”



ซูโหยวมักจะตระหนี่มาก และไม่มีเงินทุนจัดงาน ส่วนแอมเบอร์ทำงานหนักมาตลอดโดยไม่ได้รับค่าแรงใดๆ เลย



ซูโหยวเพียงแค่ส่งข้อความว่า "อืม"



โอ้เชี่ย! ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องจริงสินะ



แอมเบอร์รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยจึงรีบพิมพ์ตอบ “พี่โหยว ตอนนี้พี่รวยแล้วจริงๆ เหรอ? พี่ถูกลอตเตอรี่หรือได้รับมรดกจากญาติที่หายสาบสูญ?”



ซูโหยว “ประมาณนั้น เอาเงินนี้ไปซื้อของที่เก็บได้นานๆ เถอะ เดี๋ยวฉันจะบอกรายละเอียดอีกทีเมื่อพบหน้ากัน”



พอแอมเบอร์เห็นแบบนี้ เขาก็แทบจะกระโดดขึ้นจากเก้าอี้คอมพิวเตอร์ “พี่โหยว พี่จะบินมาต่างประเทศเหรอ มันใช่เงินเยอะอยู่นะ บริษัทเกมให้ค่าคอมมิชชั่นพี่เท่าไหร่กันแน่ มันคุ้มกับค่าแรงแล้วจริงๆ เหรอ”



“เดี๋ยวสิ พรุ่งนี้เป็นวันทำงานไม่ใช่เหรอ? คุณคิดจะลางานหรือยังไง”



ซูโหยวพูดไม่ออก ปกติเธอตระหนี่มากถึงขนาดนั้นเลยเหรอ



ในสายตาของแอมเบอร์ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ทำอะไรที่ไร้ประโยชน์



ซูโหยว “สำหรับงานหลัก พี่เพิ่งถูกเลิกจ้าง ดังนั้น งานเสริมจึงกลายมาเป็นงานหลักของพี่แทน”



แอมเบอร์เยาะเย้ยว่า “ฮ่าๆๆ ไม่แปลกใจเลยที่มันเป็นแบบนั้น มันเป็นแบบนี้นี่เอง”



ซูโหยว “หยุดเลย สำหรับพี่มันเป็นจุดเปลี่ยนที่ดีเลยทีเดียว”



แอมเบอร์ “ได้ เอาตามที่พี่ว่าล่ะกัน แล้วพี่จะมาเมื่อไหร่ล่ะ ผมจะได้ไปรับที่สนามบิน”



ซูโหยว “น่าจะไปถึงที่นั่นวันมะรืนตอนเช้า สำหรับวันพรุ่งนี้ พี่ยังมีเรื่องอื่นที่ต้องทำ”



แอมเบอร์ “โอเค เดี๋ยวผมจะไปรับ”



ซูโหยว “พี่จะรับผิดชอบค่าดำเนินการของเว็บไซต์ และค่าเซิร์ฟเวอร์ให้เอง แล้วก็จะจ่ายเงินอีกก้อนให้ด้วย ช่วยฉันจัดการเรื่องนี้ก่อน ยังไงก็อย่าลืมเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับด้วยล่ะ”



แอมเบอร์ “ไม่ต้องห่วง เชื่อมือผมได้เลย สำหรับเรื่องนี้ผมจะไม่พูดอะไรกันใครทั้งนั้น”



ซูโหยว “ดี”



หลังจากจบหัวข้อนี้แล้ว แอมเบอร์ดูเหมือนจะเชื่อทุกอย่าง และกำลังเตรียมการอย่างแข็งขันสำหรับ ‘กิจกรรมความร่วมมือ’ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วช่วยส่งเสริมแผนการของซูโหยวไปในตัว



สายตาของซูโหยวจับจ้องไปที่เว็บไซต์วันสิ้นโลกบนหน้าจอคอมพิวเตอร์



หัวใจสีแดงเลือดกำลังเต้นแรง



เวลานับถอยหลังสู่วันสิ้นโลก 26 วัน 22 ชั่วโมง 19 นาที และ 55 วินาที



ท่ามกลางแสงสลัวๆ กลางดึกกลับ มันกลับดูสว่างไสวเป็นอย่างยิ่ง



แต่เมื่อเห็นเวลา หัวใจของเธอก็จมดิ่ง ความง่วงแต่เดิมหายวับไปอย่างสิ้นเชิง หลังจากปิดหน้าเว็บ เธอเปิดสมุดบันทึกบนคอม และเตรียมแผนรับมือเกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติตามความทรงจำในชาติก่อน รวมถึงข้อมูลสำคัญอีกต่างๆ นานา



ในขณะนั้น โทรศัพท์ของซูโหยวก็สั่น



สายตาของเธอจ้องไปที่หน้าต่างป๊อปอัปซึ่งมีข้อความเด้งขึ้นมาด้วยความสงสัย



“โหยวโหยว เธอยังทำสงครามเย็นกับฉันอยู่อีกเหรอ? ทำไมเธอไม่ตอบข้อความของฉันล่ะ?”



“เชื่อฉันเถอะ ฉันกับจงเสี่ยวเซียวไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ เธอก็แค่เพื่อนร่วมชั้นของฉันเท่านั้น เราอยู่กลุ่มวิจัยเดียวกัน กินข้าวเย็นด้วยกัน ประชุมด้วยกัน เลยติดต่อกันบ่อยขึ้น อีกอย่าง เสี่ยวเซียวยังบอกอีกว่าเธอมีแฟนแล้ว ฉันก็ปฏิบัติกับเธอเหมือนน้องสาว และฉันก็ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับเธอเลยสักนิด”



“พวกเราเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันมาตั้งแต่มัธยมต้น คบกันมาเกือบสามปีแล้ว เธอยังไม่รู้จักฉันอีกเหรอ ฉันเป็นคนใจอ่อน แต่ก็ไม่ใช่ประเภทที่จีบผู้หญิงไปทั่ว”



“โหยวโหยว มาเจอกันนะ ฉันอยู่ข้างล่างบ้านเธอ นี่มันดึกมากแล้ว ฝนก็ยังตกปรอยๆ เธอยอมให้ฉันอยู่รออยู่ข้างนอกทั้งคืนจริงๆ เหรอ”



หลังจากนั้น ก็ไม่มีข้อความใดๆ ถูกส่งมาอีก



ดูเหมือนอีกฝ่ายกำลังรอคำตอบจากเธออยู่



เมื่อเห็นข้อความเหล่านั้น ซูโหยวก็ยิ้มเยาะ



โฮ่วรุ่ย แฟนหนุ่มของเธอ



เมื่อซูโหยวเรียบจบจากมหาวิทยาลัย เธอยังคงสับสนอยู่ ส่วนโฮ่วรุ่ยได้เข้าเรียนต่อปริญญาโท ระหว่างปิดเทอม เขาก็ดูแลเธอเป็นอย่างดี และถามไถ่ถึงความเป็นอยู่ของเธอ ซูโหยวจึงยอมเปิดใจ และทั้งคู่ก็ยืนยันความสัมพันธ์



แต่ต่อมา ซูโหยวได้พบว่าโฮ่วรุ่ยอาศัยผิวขาว และรูปลักษณ์ที่ดูดีของเขาในการรักษาความสัมพันธ์ที่คลุมเครือกับสาวๆ หลายคนในเวลาเดียวกัน รวมถึงรุ่นน้องของเขาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันด้วย



เป็นเพียงเพราะรายได้เสริมที่เธอได้กล่าวถึงก่อนหน้านี้ที่ทำให้โฮ่วรุ่ยจับจ้อง และเธอก็เหมือนปลาตัวหนึ่งในบ่อของเขา



ในชาติก่อน เมื่อเกิดพายุฝนขึ้น ซูโหยวก็กังวลเกี่ยวกับเขาอยู่พักหนึ่ง แต่หลังจากรู้ความจริง เธอก็กังวลมากเกินไปจริงๆ



โฮ่วรุ่ยเป็นเศรษฐีตั้งแต่ยังเด็ก และย้ายเข้าไปอยู่ในวิลล่าตั้งอยู่บนเชิงภูเขาสูง



ในขณะที่การสื่อสารยังคงไม่ถูกตัดขาด ข้อความที่ซูโหยวส่งไปหาก็เหมือนหยดน้ำหยดหนึ่งในมหาสมุทร



เธอเพิ่งรู้เรื่องนี้เมื่อเธอไปที่บ้านของพี่หมินในหุบเขาหวนซานเพื่อขอยืมเสบียง



เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ซูโหยวก็รู้สึกขยะแขยงกับคำแก้ตัวของเขามาก



ชาติที่แล้วเธอตาบอดขนาดนี้ได้ยังไง ถึงยอมตอบตกลงคบกับคนแบบนี้



ซูโหยวไม่มีความคิดที่จะตอบข้อความของโฮ่วรุ่ย



รอข้ามคืนเหรอ งั้นก็เชิญรอไปเลย



เธอไม่เชื่อว่าเขาจะทำตามที่พูดได้จริงๆ



โฮ่วรุ่ยกุมเสื้อโค้ทของตัวเองจนแน่น และเดินมาที่ประตูพร้อมกับของขวัญ



ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 นาทีที่ผ่านมา เขาหยิบโทรศัพท์ออกมา และมองดูมันเป็นครั้งคราว แต่ก็ไม่เห็นซูโหยวตอบข้อความใดๆ กลับมาเลย



โฮ่วรุ่ยเปิดแอปขึ้นมาดู ซูโหยวไม่ได้อัปเดตวิดีโอใดๆ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา และวันนี้ก็ไม่มีสตรีม



เขารู้สึกงง มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่



ตามปกติแล้ว ซูโหยวไม่ได้นอนเวลานี้ เธอมักจะตัดต่อวิดีโอ และบางครั้งก็เปิดสตรีมเล่นเกมช่วงกลางดึกของวันเสาร์อาทิตย์



นั่นทำให้เธอควรจะเห็นข้อความของเขา



โฮ่วรุ่ยรู้สึกลังเลเล็กน้อย



อุณหภูมิภายนอกค่อยๆ ลดลงเหลือเพียง 13 องศาเท่านั้น



เพื่อที่จะเล่นบทเหยื่อ เขาจึงสวมเสื้อโค้ทบางๆ ด้วยความจงใจ ซึ่งไม่สามารถป้องกันความหนาวเย็นของยามค่ำคืนปลายฤดูใบไม้ร่วงได้เลย



เขาลังเล แล้วเกิดความสงสัยว่าซูโหยวไม่อยู่บ้านหรือเปล่า เขาจึงตัดสินใจกลับไปที่หอพักของทางมหาวิทยาลัย



ระหว่างที่เดินกลับ แล้วมาหยุดอยู่ที่หน้าทางเข้าก่อนจากไป แล้วพบกับพี่เหมิงเพิ่งเลิกงานกะดึกพอดี



“นั่นเสี่ยวโฮ่วไม่ใช่เหรอ ทำไมวันนี้เธอถึงกลับมาช้าจัง”



ปกติแล้ววันหยุดสุดสัปดาห์ โฮ่วรุ่ยมักจะมาเยี่ยมซูโหยวอยู่เสมอ พี่เหมิงอาศัยห้องอยู่ตรงข้ามกับซูโหยว เธอเลยได้ทำความรู้จักเด็กหนุ่มปากหวานคนนี้



ดวงตาของโฮ่วรุ่ยเปล่งประกาย ราวกับว่าเขาเห็นผู้ช่วยชีวิต เขาจึงรีบพูดว่า "พี่เหมิง นี่ผมเองเสี่ยวโฮ่ว"



“ผมกับซูโหยวมีเรื่องทะเลาะกันนิดหน่อย เลยมาที่นี่เพื่อขอคืนดี แต่เธอกลับไม่ตอบข้อความหรือรับสายผมเลย พี่พอรู้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น”





ตอนก่อน

จบบทที่ แฟนหนุ่มขยะ

ตอนถัดไป