เรือยาง และอุปกรณ์กลางแจ้ง
ตอนที่ 15 เรือยาง และอุปกรณ์กลางแจ้ง
เมื่อได้ยินเช่นนี้ พี่เหมิงก็ถอนหายใจด้วยความเสียใจ
“เสี่ยวโฮ่ว เสี่ยวซูกำลังมีปัญหาใหญ่ เธอไม่รู้เรื่องนี้เลยหรือยังไง?”
หญิงสาวรู้สึกสับสนเล็กน้อย
โฮ่วรุ่ยก็รู้สึกสับสนไม่น้อยไปกว่ากัน “เกิดอะไรขึ้น? พี่อยากจะบอกอะไรผมกันแน่?”
พี่เหมิงกล่าวว่า "เสี่ยวซูดูเหมือนจะติดหนี้นอกระบบ เธอเลยขายบ้านทิ้งในชั่วข้ามคืน พี่ก็สงสัยเหมือนกันว่าเธอหายตัวไปไหน เธอไม่ได้กลับมาที่นี่หลายวันแล้ว พี่ยังได้ยินมาอีกว่าเธอตกงานแล้วด้วยซ้ำ เด็กน้อยคนนั้นช่างน่าสงสารจริงๆ ถึงเธอจะมีพ่อ แต่เธอก็มีแม่เลี้ยงที่แย่มาก ทั้งสองคนซื้อบ้านของเสี่ยวซูในราคาถูก ฉันได้ยินมาว่าพวกเขาวางแผนจะรีโนเวทบ้านแล้วย้ายเข้าไปอยู่”
“เสี่ยวโฮ่ว หากเธอทราบเรื่องอะไรเกี่ยวกับเสี่ยวซู ได้โปรดบอกพี่ด้วย”
“แน่นอนครับ แน่นอน”
โฮ่วรุ่ยยกมุมปากขึ้นอย่างแข็งทื่อ เขาพยักหน้าเบาๆ และหันหน้าออกไป
กู้เงินนอกระบบ? ขายบ้าน?
ซูโหยวเป็นหนี้มากมายขนาดนั้นได้อย่างไร? ถ้าในอนาคตพวกเขาแต่งงานกัน เงินทั้งหมดก็ควรจะเป็นของเขา!
โฮ่วรุ่ยรู้สึกหัวใจสลายเป็นอย่างยิ่ง
ขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกขอบคุณอย่างมากที่ได้เตรียมตัวมาล่วงหน้า เขารีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาส่งข้อความหารุ่นพี่หญิงอีกคน ถามเธอว่าพรุ่งนี้เธอว่างไปเที่ยวด้วยกันมั้ย
สำหรับซูโหยว ความสัมพันธ์ของพวกเขาจบลงแล้ว และเขาไม่สนใจว่าเธอจะอยู่หรือตาย
ซูโหยวไม่รู้ว่าโฮ่วรุ่ยกำลังวางแผนคิดจะทำอะไร และเธอไม่ได้มีความคิดที่จะสนใจเจ้าสารเลวคนนั้นด้วย
สำหรับเธอ การเสียเวลาใดๆ ก็ตามกับโฮ่วรุ่ยถือเป็นการเสียเวลาเปล่าโดยสิ้นเชิง
เช้าวันรุ่งขึ้น ซูโหยวตื่นแต่เช้า และไปที่ยิมมวยเพื่อฝึกซ้อมมวย โดยตั้งใจว่าจะทำให้ร่างกายของเธออยู่ในสภาพที่ดีก่อนที่วันสิ้นโลกจะมาถึง
จากนั้นเธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา จัดการเรื่องต่างๆ ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านขายยาสักพัก และในที่สุดก็ได้เห็นภาพถ่ายที่แอมเบอร์ส่งมาให้
แอมเบอร์ลงมืออย่างรวดเร็ว และภายในคืนเดียว เขาก็ได้จุดประกายให้เกิดการสนทนาเล็กๆ ระหว่างคนสามัญธรรมดาที่เข้ามาชมเว็บไซต์
ยังมีโพสต์อีกสองสามโพสต์ในฟอรัม แน่นอนว่าเป็นเพียงเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น
แน่นอนว่าซูโหยวเองก็ไม่คาดหวังว่าจะเห็นผลมากนักในช่วงเวลาสั้นๆ เช่นนี้
แต่ตราบใดที่เธอปรากฏตัวในฟอรัม และมีการอัปเดตข่าวสาร กลุ่มผู้ชมก็น่าจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดการพูดคุยกันเล็กน้อย และแม้แต่ชาวเน็ตที่อยากรู้อยากเห็นก็จะเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์นี้ด้วย
นี่เป็นส่วนหนึ่งของการบรรลุเป้าหมายของเธอ
หลังจากทำทั้งหมดนี้แล้ว ซูโหยวก็ดูเวลา และพบว่าเป็นเวลาที่นัดกันเอาไว้พอดี
ด้วยตำแหน่งเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ต ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างกลายเป็นเรื่องง่ายมากขึ้นสำหรับเธอ
เช้านี้เธอนัดกับตัวแทนฝ่ายขายของผู้ผลิตเรือยางเพื่อซื้อเรือยางจำนวนหนึ่ง รวมทั้งอุปกรณ์ช่วยชีวิต
พนักงานขายขอให้เธอไปเยี่ยมชมร้านค้าจริงก่อนแล้วค่อยสั่งซื้อ ซูโหยวคิดว่าเป็นความคิดที่ดีเหมือนกัน เธอจึงเลื่อนการสตรีมออกไปก่อนหนึ่งวัน
ทันทีที่เธอเข้าไปในร้าน พนักงานฝ่ายขายของผู้ผลิตสินค้าก็แนะนำตัวตัวอย่างกระตือรือร้นว่า “คุณซู เชิญทางนี้เลยค่ะ เรือยางของเรามีคุณภาพดีที่สุดในจีน ยอดขายก็พุ่งสูงขึ้นมากในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมา และเป็นที่นิยมในหมู่นักตกปลาอย่างกว้างขวาง”
“ดูเรือยางลำนี้สิค่ะ! นี่คือผลิตภัณฑ์ล่าสุดของเรา เรือมีความหนา ทนทานต่อการสึกหรอ และมีกลไกป้องกันการระเบิดถึงสามชั้น แถบป้องกันการชนที่ทำจากวัสดุนาโนล่าสุดระดับสากล ทำให้ทนทานต่อแนวปะการัง เบ็ดตกปลา และของมีคมอื่นๆ เรือยังได้รับการปรับปรุงให้มีเสถียรภาพที่ยอดเยี่ยม ทนทานต่อแรงลมและคลื่น มีความยาวตั้งแต่ 1.7 ถึง 3.5 เมตร รองรับผู้โดยสารได้ 2 ถึง 7 คน ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณเลยทีเดียว”
เธอแนะนำเรือยางสีดำลำหนึ่งที่อยู่ข้างหน้าซูโหยว เมื่อสูบลมจนเต็มแล้ว เรือก็ดูแน่น และเต็มลำ ให้ความรู้สึกมั่นคงปลอดภัย
ซูโหยวพยักหน้า “มีจุดแข็งอื่นๆ อีกบ้างมั้ย”
พนักงานขายยังคงอธิบายต่อไป และซูโหยวก็มีความเข้าใจโดยทั่วไปเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประเภทนี้
เธอซื้อเรือยาง และเรือคายัครุ่นล่าสุดครบชุด รวมไปถึงปั๊มลม ไม้พาย และอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่จำเป็น
การเลือกเรือยางถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเธอในเวลานี้
ด้วยข้อจำกัดมากมาย เธอจึงกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ และมีความอดทน เธอได้รับความไว้วางใจจากผู้ผลิตได้อย่างง่ายดายจากเงื่อนไขการเลือกซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ต
ซูโหยวเคยคิดที่จะเป็นเจ้าของเรือยอทช์หรือเรือประเภทอื่นๆ อีก แต่ขั้นตอนต่างๆ นั้นซับซ้อนเกินไป และข้อกำหนดในการขับขี่ก็ค่อนข้างสูง ดังนั้นเธอจึงได้แต่ยอมแพ้ความคิดนี้ไปก่อน และจะซื้อมันมาสักลำเมื่อเธอมีโอกาส
เมื่อเห็นว่าร้านยังมีอุปกรณ์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ อย่างเช่น สกี เต็นท์ ถุงนอน และอื่นๆ เธอก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาทันที และเนื่องจากเธอมีเงิน เธอจึงซื้อสินค้าอื่นๆ อีกหลายรายการด้วย
ขณะที่เธอกำลังยุ่งอยู่ เธอไม่ได้สังเกตเห็นชายหญิงคู่หนึ่งเดินเข้ามาในร้าน
เมื่อชายหนุ่มเห็นเธอ ท่าทางของเขาก็เปลี่ยนไป และเขาพยายามอย่างหนักที่จะโน้มน้าวหญิงสาวให้เดินออกจากร้านไป
หญิงสาวจ้องมองอย่างงุนงง “เกิดอะไรขึ้น โฮ่วรุ่ย นายไม่ต้องการเรือยางหรือ? ทำไมถึงไม่เลือกซื้อดูล่ะ”
โฮ่วรุ่ยฝืนยิ้มพลางกล่าวว่า “รุ่นพี่ ผมแค่รู้สึกกระหายน้ำขึ้นมานิดหน่อย เลยอยากจะไปสั่งชานมไข่มุกมาดื่มสักแก้ว ผมบังเอิญเห็นร้านชานมไข่มุกอยู่ไม่ไกลนัก เลยอยากจะไปนั่งเล่นที่นั่นก่อน”
แน่นอนว่าเขาไม่อยากเจอซูโหยว เมื่อคืนเธอทำให้เขาเกือบแข็งตาย แถมยังได้ข่าวว่าซูโหยวติดหนี้ก้อนโต โฮ่วรุ่ยกำลังหลบหน้าเธออยู่ แล้วเขาจะกล้าเข้าใกล้เธอได้ยังไง
หลังจากลังเลอยู่เป็นเวลานาน ในที่สุดโฮ่วรุ่ยก็กลับมาที่ร้านเดิม ตามคำรบเร้าของหญิงสาว
เมื่อเข้ามา เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อไม่เห็นว่าซูโหยวอยู่ในร้านแล้ว
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาเห็นซูโหยวหรือเปล่า แต่เขาดูเหม่อลอยไปเล็กน้อยเมื่อเขามองดูการพายเรือคายัค
เมื่อโฮ่วรุ่ยเห็นโอกาส เขาจึงเรียกพนักงานขายที่อยู่ใกล้ๆ ให้เข้ามาหา แล้วถามว่า “สวัสดีครับ ก่อนหน้านี้ผมเพิ่งเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ในร้าน เธอสวมเสื้อกันลมสีดำกับหมวกสีดำ เธอดูเหมือนเพื่อนผมนิดหน่อย เธอมาทำอะไรที่นี่เหรอครับ เธอมาสมัครตำแหน่งพนักงานขายหรือ”
พนักงานขายคิดอยู่ครู่หนึ่ง รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเธอ เมื่อตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายพูดถึงใคร
“คุณคงเข้าใจผิดไปแล้ว หญิงสาวคนนั้นไม่ได้มาสมัครตำแหน่งพนักงานขายหรอกค่ะ คุณซูเป็นเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในเซินเจิ้น วันนี้เธอมาที่นี่เพื่อดูสินค้าของเราโดยเฉพาะ และจะก่อนออกไปก็ได้สั่งซื้อสินค้าล็อตใหญ่เอาไว้”
โฮ่วรุ่ยรู้สึกประหลาดใจกับคำตอบของพนักงานขาย “คุณซูที่คุณพูดถึงมีชื่อว่าซูโหยวหรือเปล่าครับ”
พนักงานขายคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น”
เมื่อโฮ่วรุ่ยได้รับคำยืนยัน เขาก็รู้สึกเศร้าโศกมากยิ่งขึ้น
เขาแน่ใจว่าคนที่ยืนอยู่ในร้านเมื่อกี้คือ ซูโหยวอย่างแน่นอน
ไม่มีทางที่เขาจะจำเธอผิดได้
แล้วเกิดผิดพลาดตั้งแต่ตรงไหนกัน
หรือว่าพี่เหมิงที่เขาพบเมื่อคืนกำลังหลอกเขาอยู่?
โฮ่วรุ่ยไม่มีอารมณ์ที่จะไปซื้อของกับรุ่นพี่อีกต่อไป ดังนั้น เขาจึงออกไปก่อนเวลาโดยอ้างว่ารู้สึกไม่สบาย
เขาไม่ได้กลับบ้านทันที แต่เลือกที่จะกลับไปยังชุมชนที่ซูโหยวอาศัยอยู่ เขาเห็นด้วยตาตัวเองว่าแม่เลี้ยงของซูโหยวกำลังสั่งการให้กลุ่มคนรีโนเวทบ้านใหม่
เขาจึงรู้สึกโล่งใจเล็กน้อย ดูเหมือนว่าซูโหยวจะไม่มีเงินจริงๆ แม่เลี้ยงคนนั้นทุ่มเทเวลาและความพยายามอย่างมากในรีโนเวทบ้าน ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะยอมยกมันให้กับคนอื่น
แล้วซูโหยวกลายมาเป็นเจ้าของซุปเปอร์มาร์เก็ตได้อย่างไร?
โฮ่วรุ่ยรู้สึกกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ
เขาเจอวีแชทของพนักงานขายที่เขาแอดไว้ และบอกว่าซูโหยวเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยเรียนมัธยมปลายของเขา พวกเขาไม่ได้เจอกันมานานหลายปีแล้ว เลยไม่แน่ใจว่าคนเดียวกันหรือไม่ ตอนนี้ทั้งคำตอบได้รับการยืนยันแล้ว เขาจึงอยากจะพูดคุยกับเธอสักครั้ง
เขาเลยถามว่าซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ซูโหยวเป็นเจ้าของอยู่ที่ไหน
แม้ว่าพนักงานขายจะสับสนเล็กน้อย แต่เธอก็บอกที่อยู่ไป