บอสคนป่าบนชายหาด

ตอนที่ 4 บอสคนป่าบนชายหาด



ไม่มีเสียงตอบรับจากภายนอก หลินชิงถือมีดสั้นแล้วเดินไปที่ประตูบ้านฟางอย่างเงียบๆ



เมื่อเข้ามาใกล้ประตู เธอได้ยินเสียงหายใจแผ่วเบาคล้ายกับเสียงสัตว์ป่า ราวกับว่ามีสัตว์ร้ายตัวใหญ่ตัวหนึ่งกำลังคลานอยู่หน้าบ้าน คอยสังเกตสถานการณ์อย่างเงียบๆ



เป็นเพราะเธอปรุงเนื้องู แล้วกลิ่นของมันจึงดึงดูดสัตว์ป่าแถวนั้นมาหรือเปล่า



หลินชิงไม่รู้คำตอบ และไม่ค่อยแน่ใจนัก



โชคดีที่กลิ่นเนื้อจางหายไปในไม่ช้า และไม่นานสัตว์ป่าที่อยู่ข้างนอกก็ออกไปจากบริเวณบ้าน หลินชิงจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอกในที่สุด



“ดูเหมือนว่าในช่วงเวลาคุ้มครองสำหรับผู้เล่นใหม่ สัตว์ป่าจะไม่เข้ามาในบ้าน แต่ถ้าช่วงเวลาคุ้มครองหมดลง บางทีบ้านฟางโทรมๆ จากอาจหยุดสัตว์ร้ายตัวใหญ่ไว้ไม่ได้ เมื่อถึงตอนนั้น ฉันอาจตกอยู่ในอันตรายจริงๆ”



“ดูเหมือนว่าจะต้องรีบอัปเกรดห้องโดยเร็วที่สุดเพื่อปรับปรุงระดับการป้องกัน”



เมื่อพบเจอหีบสมบัติ ก็สามารถย่อยสลายมันเพื่อรับวัสดุสำหรับการอัปเกรด รวมถึงข้อมูลการอัปเกรดห้อง คนที่มีเจตนาแอบแฝงจะไม่ขายวัตถุดิบอย่างเช่นแผ่นไม้อย่างแน่นอน



ท้ายที่สุดแล้ว สำหรับผู้เริ่มต้น นี่คือข้อมูลการเอาตัวรอดที่มีค่า



หลินชิงเปิดแผงอัปเกรด บ้านฟางเป็นห้องระดับหนึ่ง เมื่ออัปเกรดเป็นห้องระดับสอง เมื่อเชื่อมกับโลกภายนอกมันจะกลายเป็นบ้านไม้



บ้านฟางสามารถกันฝนได้เท่านั้น และมีเพียงบ้านไม้เท่านั้นที่สามารถป้องกันการจู่โจมจากสัตว์ป่าที่ดุร้ายได้



วัสดุอัปเกรดต้องใช้แผ่นไม้ 20 แผ่น แท่งทองแดง 4 แท่ง และตะปู 20 อัน



ตอนนี้เธอมีแผ่นไม้เพียง 6 แผ่น และแท่งทองแดง 2 แท่ง ซึ่งยังห่างไกลจากการอัปเกรดห้องมาก และระยะเวลาคุ้มครองก็มีเพียง 2 วันเท่านั้น เธอต้องเร่งมือ และเตรียมตัวให้พร้อม



จากนั้น หลินชิงก็เปิดส่วนของร้านค้า กวาดตามองไปรอบๆ และพบว่าไอเทมส่วนใหญ่เป็นเพียงของไร้ประโยชน์ที่ผู้เล่นคนอื่นๆ วางขาย



ยกตัวอย่างเช่น ขวดน้ำเปล่าๆ เคสโทรศัพท์มือถือ และชามที่มีรอยแตก สรุปคือ ไม่มีของกินหรือน้ำดื่มเลย



หลินชิงเปิดช่องแชทภูมิภาคอีกครั้ง และเล่าประสบการณ์ล่าสุดของเธอเพื่อเตือนทุกคนไม่ให้ออกไปข้างนอกในเวลากลางคืนเพราะอาจเกิดอันตรายได้



แน่นอนว่าหลังจากข้อความของเธอถูกส่งออกมา ก็มีผู้เล่นหลายรายตอบกลับ



“ใช่ ฉันก็เห็นดวงตาสีแดงของพวกสัตว์ป่าในหนองน้ำตอนกลางคืน มันน่ากลัวมาก กลัวจนไม่กล้าออกไปไหนเลย”



“ฉันก็เหมือนกัน ฉันเพิ่งได้ยินเสียงคนเคาะประตู ตอนแรกฉันคิดว่าหูฝาดไป แต่ปรากฏว่าเป็นเรื่องจริง โอ้พระเจ้า นี่มันที่ไหนกันแน่ แล้วข้างนอกนั่นเกิดบ้าอะไรขึ้น”



“พอพูดถึงเรื่องนี้ ฉันรู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่บนหลังคาบ้านเลย แล้วบ้านฟางหลังเล็กๆ ของฉันก็กำลังจะพังทลายลงมา ฉันตัวสั่น และต้องซ่อนตัวอยู่ใต้เตียง นี่มันน่ากลัวมากจริงๆ”



“ฉันก็เหมือนกัน ฉันเป็นผู้หญิง และตอนนี้ฉันอยู่กลางทะเลทราย รู้สึกเหมือนมีเสียงอะไรบางอย่างอยู่ใต้ผืนทราย กลัวจบแทบจะไม่กล้าขยับตัวเลย”



“ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายนั้นไม่สำคัญ พวกเราก็ต่างรู้สึกกลัวกันทั้งนั้นในคืนแรกของการเอาชีวิตรอด”



“ฮ่าๆ พวกผู้หญิงก็งี้แหละ มีแต่เป็นภาระเปล่าๆ”



“นี่นายพูดงั้นหมายความว่ายังไงกัน คิดว่าตัวเองแน่นักเหรอ ฉันจะคอยดูว่าคนอย่างแกจะปากเก่งไปได้อีกนานแค่ไหน”



ท้ายที่สุดแล้ว ชิงเฟิงจ้านก็ต้องออกมาหยุดการทะเลาะวิวาทระหว่างทั้งสองฝ่าย



“ทุกคน โปรดเงียบก่อน ตอนกลางคืนค่อนข้างอันตรายก็จริง แต่หากอยู่ในบ้านเราก็จะปลอดภัย แต่อย่าลืมตี่นแต่เช้าด้วย การเก็บหีบสมบัติเพื่ออัปเกรดห้องเป็นสิ่งสำคัญที่สุด”



“อัปเกรดห้องเหรอ?”



“ใช่ บางคนที่เจอหีบสมบัติมาน่าจะรู้แล้วว่าหีบสมบัติไม้สามารถแยกออกเป็นแผ่นไม้ได้ สำหรับหีบสมบัติสำริด มันก็จะมอบแท่งทองแดงเป็นรางวัล การอัปเกรดห้องต้องใช้วัสดุจำนวนหนึ่ง ดังนั้นควรรีบค้นหาวัสดุเหล่านั้นแล้วรีบอัปเกรด จะได้รับประกันความปลอดภัยของตัวเองได้”



“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ เราเข้าใจแล้ว”



หลายคนต่างหารือเกี่ยวกับการอัปเกรดห้อง คราวนี้หลินชิงไม่ได้เข้าร่วม หลังจากพบว่าเสียงรบกวนหายไป เธอก็รู้สึกง่วงทันที ล้มตัวลงนอนบนเตียงแล้วผล็อยหลับไป



กลางดึกคืนนั้น มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นนอกห้อง พร้อมกับเสียงมนุษย์แผ่วเบา เสียงที่ดังต่อเนื่องทำให้หลินชิงตื่นขึ้นมาอีกครั้ง



“ข้างนอกเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”



เธอรู้สึกสับสน แต่ก็ไม่ได้คิดจะสนใจจริงๆ



เพราะไม่ว่ายังไง ในระหว่างช่วงเวลาคุ้มครอง ตราบใดที่เธอไม่ออกจากห้อง ความปลอดภัยก็จะถูกรับประกัน



แต่ระบบคำใบ้กลับส่งเสียงเตือนออกมาอย่างกะทันหันว่า



[ ติ๊ง! บอสคนป่าถูกตรวจพบอยู่ข้างนอก อันตรายและโอกาสเป็นของคู่กัน แต่พวกเขากำลังตามล่ามนุษย์ที่ติดอยู่บนเกาะร้าง มีโอกาสได้สมบัติล้ำค่า ขอแนะนำให้โฮสต์ไปช่วงชิงมันมา ]



เมื่อหลินชิงได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ เธอก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ



ทุกคนคิดว่าการซ่อนตัวอยู่ในห้องในเวลากลางคืนเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด ดังนั้นข้อเสนอแนะที่ได้รับจากระบบคำใบ้จึงค่อนข้างอันตราย แต่ก็น่าดึงดูดใจมากเช่นกัน



เพราะก่อนหน้านี้ เนื้องูทะเลหายากที่งูทะเลดรอปทิ้งเอาไว้ก็ได้ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางกายของหลินชิงได้ในระดับหนึ่งแล้ว



หากเป็นสมบัติล้ำค่า มันก็ต้องมีประโยชน์มากกว่านั้น



หลินชิงครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้สักพักแล้วในที่สุดก็ตัดสินใจจะก้าวออกไปดู



เธอยังคงเชื่อมั่นในระบบคำใบ้ จนถึงตอนนี้มันก็นำข่าวดีมาให้เธอหลายต่อหลายครั้ง



หลังจากกินเนื้องูทะเลแล้ว ความแข็งแกร่งทางกายภาพของเธอก็เพิ่มขึ้นในระดับหนึ่ง



อย่างแย่ที่สุด เธออาจจะแค่ซ่อนตัว และสังเกตการณ์สักพัก ถ้าสถานการณ์ดูไม่เข้าที่เข้าทาง เธอแค่ต้องวิ่งกลับมา



หลินชิงลงมือทันที เธอกำมีดเหล็กแน่น สวมฮู้ดเสื้อสเวตเตอร์ และดึงเขี้ยวของงูทะเลออกมา



เผื่อกรณีที่เกิดอันตราย มีดเหล็ก และพิษจากเขี้ยวงูทะเลเป็นอาวุธเพียงสองอย่างเท่านั้นที่เธอจะสามารถพึ่งพาได้



หลังจากเตรียมตัวจนพร้อมแล้ว เธอก็เปิดประตูไม้ของบ้านฟางออกอย่างช้าๆ พยายามไม่ส่งเสียงใดๆ และเดินอย่างช้าๆ ไปยังที่มาของเสียงในป่า



“ดูลูลูลู ลูดดู”



บนชายหาดห่างออกไปไม่ไกล มีคนป่าสามคนมารวมตัวกัน และพูดคุยกันโดยมีกองไฟจุดอยู่ตรงกึ่งกลางระหว่างพวกเขา



บนชายหาดเพิ่งฝนตก และอากาศก็เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำทะเลชื้นๆ และอุณหภูมิก็ต่ำกว่าตอนกลางวันเล็กน้อย



คนป่าทั้งสามคนคงเตรียมกองไฟเอาไว้เพื่ออบอุ่นร่างกายของตัวเอง



ในส่วนของแมวน้ำที่พวกเขาล่ามาได้ มันถูกถลกหนัง หั่นเนื้อเป็นชิ้นๆ แล้วนำมาร้อยเข้าด้วยกัน



ดูเหมือนว่าคนป่าทั้งสามคนจะฉลาดมาก พวกเขาสามารถก่อไฟ ย่างเนื้อ และแม้แต่หาฟืนแห้งมาทำเป็นเชื้อเพลิงได้



หลินชิงประเมินความแข็งแกร่งของตน และคนป่าทั้งสาม และรู้สึกว่าตัวเธอน่าจะเทียบกับคนป่าเหล่านั้นที่หาเลี้ยงชีพด้วยการล่าสัตว์ไม่ได้อย่างแน่นอน



กล้ามเนื้ออันแข็งแรงของพวกเขาเห็นได้ชัดว่าพัฒนาขึ้นจากการไล่ล่าเหยื่อมาหลายปี เธอต้องยอมรับว่าตัวเองด้อยกว่าจริงๆ



แล้วเธอจะชิงเนื้อแมวน้ำเหล่านั้นมาได้ยังไง ไม่มีทางที่จะออกไปเผชิญหน้า และสู้กับพวกเขาตรงๆ ได้



เนื่องจากระบบระบุว่ามีโอกาสที่จะได้รับมัน หลินชิงจึงวางแผนที่จะรอดูสักพักเพื่อดูว่าสถานการณ์จะมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นหรือเปล่า



ขณะที่เท้าของหลินชิงกำลังชาจากการนั่งยองๆ ในพงหญ้า เธอก็สังเกตเห็นว่าคนป่าคนหนึ่งมีพฤติกรรมแตกต่างออกไป



หลังจากที่ทั้งสามคนพูดคุยกันแล้ว คนป่าสองคนก็ถือหอกกระดูก และวิ่งไปที่ริมชายฝั่งที่อยู่ไกลออกไปพร้อมกับตะโกนราวกับว่าพวกเขาค้นพบอะไรบางอย่าง



พวกเขาไปไหนกัน?



แต่ไม่ว่าพวกเขาจะพบเจออะไร หลินชิงก็ตระหนักว่าโอกาสของเธอได้มาถึงแล้ว




ตอนก่อน

จบบทที่ บอสคนป่าบนชายหาด

ตอนถัดไป