หมู่บ้านภูตผีกลางหุบเขา
ตอนที่ 25 หมู่บ้านภูตผีกลางหุบเขา
[ ติ๊ง! โลกภายนอกได้รับการอัปเดตแล้ว ]
[ ติ๊ง! หลังจากระบบตรวจสอบ โลกภายนอกกลายเป็นหมู่บ้านบนหุบเขาไปแล้ว เดิมทีดันเจี้ยนนี้มีชื่อว่า ‘หมู่บ้านภูตผีกลางหุบเขา’ แต่ด้วยเหตุผลที่ไม่ทราบแน่ชัด โลกดันเจี้ยนจึงมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ระดับความอันตรายปานกลางถึงสูง ขอแนะนำให้โฮสต์ออกสำรวจด้วยความระมัดระวัง ]
[ นอกจากนี้ ยังมีผู้เล่นอื่นที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันด้วย โปรดคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองเป็นสิ่งแรก ]
[ เนื่องจากเป็นดันเจี้ยนพิเศษ การใช้ไอเทมจึงมีข้อจำกัด โฮสต์สามารถนำไอเทมติดตัวไปด้วยได้เพียง 3 ชิ้นเท่านั้น และไอเทมจากโลกดันเจี้ยนไม่สามารถนำกลับมาที่ห้องได้ ]
เมื่อหลินชิงตื่นขึ้นมาในตอนเช้าตรู่ เธอก็รู้สึกมึนงงเล็กน้อย
แต่เมื่อได้ยินคำว่า ‘หมู่บ้านภูตผีกลางหุบเขา’ ความง่วงก็หายวับไป และแม้แต่ผ้าห่มก็เหมือนจะแผ่ซ่านความเย็นยะเยือกออกมา
หากเธอได้ยินไม่ผิด หมู่บ้านภูตผีกลางหุบเขาแห่งนี้คือ หนึ่งในโลกที่ถูกกล่าวถึงโดยการ์ดสีดำที่เธอได้รับจากโลกเกาะร้าง…
ดันเจี้ยนประเภทภูตผี ระดับอันตรายปานกลางถึงสูง และข้อจำกัดเกี่ยวกับไอเทม
ดีบัฟถูกซ้อนทับเข้าด้วยกันอย่างเป็นแบบแผน
ขณะนั้น เสียงของระบบเอาชีวิตรอดก็ดังออกมาจากอุปกรณ์กระจายเสียงเหนือประตู
[ โลกภายนอกได้รับการอัปเดตแล้ว และเริ่มนับถอยหลัง 24 ชั่วโมง ขอให้สนุกกับการสำรวจ ]
[ หมายเหตุ : ในระหว่างการสำรวจ ผู้เล่นจะไม่สามารถเปิดไอเทมบ็อกซ์ และจะพกไอเทมติดตัวได้เพียงสามชิ้นเท่านั้น เนื่องจากเอกลักษณ์ขอโลก ผู้เล่นจึงไม่สามารถนำไอเทมจากโลกนี้กลับมาที่ห้องได้ หลังจากก้าวเท้าออกไปแล้ว ผู้เล่นจะไม่สามารถกลับเข้ามาในห้องก่อนเวลาที่กำหนด ]
[ ขอให้ผู้เล่นทุกคนโชคดี ]
มันเหมือนกับที่ระบบคำใบ้บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้เลย
หลินชิงมองออกไปนอกประตู เพราะรู้ว่าโลกนี้ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง
เธอต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนจะออกไป
หลังจากแก้ไขปัญหาสุขอนามัยส่วนบุคคลแล้ว หลินชิงก็เปิดห้องเก็บของเล็กๆ และพบว่า A013 ยังคงปั่นจักรยานมาตลอดทั้งคืน และแบตเตอรี่ก็ถูกชาร์จจนเต็มเปี่ยม
เมื่อมองไปที่ A013 ที่ขยันขันแข็ง หลินชิงก็รู้สึกพึงพอใจ “ทำได้ดีมาก!”
เธอถอดแบตเตอรี่ออกมา เชื่อมกับหม้อสำหรับทำโอเด้ง และวางแผนว่าจะรับประทานอาหารเช้าแสนอร่อยก่อนจะออกสำรวจ
หลังจากตั้งเตา และใส่ส่วนผสม เธอก็ค่อยๆ รอให้น้ำเดือด ค่อยๆ เติมกุ้งสด ไข่ปลา เส้นบุก สาหร่ายป่น เส้นหมี่เสียบ เนื้อสัตว์ และกระดูกอ่อนไก่ที่เธอชื่นชอบ
ซุปที่แสนอร่อย และมีกลิ่นหอมเริ่มเดือดพล่าน กระตุ้นต่อมรับรสของหลินชิงอย่างรวดเร็ว
ขณะที่กำลังท้องว่าง เธอก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้
“ไม่ เดี๋ยวก่อน ฉันต้องอดใจเอาไว้ ถือว่าเป็นการแสดงความเคารพต่ออาหาร!”
หลินชิงมองด้วยดวงตาเปล่งประกาย เธอเปิดแผงคุณสมบัติ และกำลังคิดว่าควรจะนำอะไรติดตัวออกไปด้วยดี
เมื่อเทียบกับตอนแรก ค่าสถานะของเธอก็สูงขึ้นกว่าเดิมไม่น้อย
[ ความเร็ว : 8 / 10 ]
[ ความแข็งแกร่ง : 7 / 10 ]
[ ความคล่องตัว : 7 / 10 ]
[ สติ : 100 / 100 ]
[ พลังชีวิต : 100 / 100 ]
[ ความอิ่ม : 63 / 100 ]
[ สติปัญญา 95 / 100 ]
[หมายเหตุ : ร่างกายของผู้เล่นเหนือกว่าค่าเฉลี่ย เพิ่มโอกาสรอดชีวิตเป็นอย่างมาก ]
ในโลกซอมบี้ที่ได้รับผลกระทบจากการกลายพันธุ์ ด้วยวัคซีนร่างกายของเธอก็เปลี่ยนแปลงไปในระดับหนึ่ง
มันเป็นเหมือนพรที่แฝงเร้นภายในคำสาป
อีกอย่างหนึ่งคือ ค่าสติปัญญาที่ถูกเพิ่มเข้ามาใหม่
หลินชิงจำได้ว่าระบบดูเหมือนจะให้รางวัลเธอเป็นค่าสติปัญหา 5 หน่วย ดังนั้น มันจึงเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 95 หน่วย
นอกจากนี้ยังมีคอลัมน์อาวุธที่เธอถือครองอยู่
[ อาวุธ : มีดสั้นเหล็ก ธนูและลูกศรคนป่า มีดพร้า ปืนพก ดาบเหล็กกล้าชั้นดี ]
[ ไอเทม : ถุงมือนักมวย ( ทิ้งแล้ว ) การ์ดคัดสรรโลก เลื่อยยนต์ของฆาตกร ดาบไม้ท้อปัดเป่าวิญญาณร้าย เซิร์กมาเธอร์คอร์ หนังแมวน้ำ เกล็ดกิ้งก่าเปลี่ยนสี จมูกไฮยีน่า แส้หางจระเข้ ]
เนื่องจากเธอทราบว่าภายนอกเป็นโลกที่เต็มไปด้วยภูตผี และเหล่าสัตว์ประหลาด เธอจึงต้องนำดาบไม้ท้อปัดเป่าวิญญาณร้ายติดตัวไปด้วย
ไอเทมชิ้นที่สองก็คือ เกล็ดกิ้งก่าเปลี่ยนสี
ไอเทมนี้ไม่มีกำหนดเวลา ถ้าเกิดอันตรายจริงๆ เธอก็แค่ต้องอยู่นิ่งๆ เหมือนกับหายตัวไปเฉยๆ
สำหรับไอเทมชิ้นสุดท้าย หลินชิงรู้สึกกังวลเล็กน้อย
เธอคิดจะเลือกระหว่างปืนพก ดาบเหล็ก เลื่อยยนต์ และจมูกไฮยีน่า
สำหรับสามสิ่งแรกมันใช้สำหรับรับมือกับอันตราย
ส่วนจมูกไฮยีน่า มันเป็นสิ่งที่สามารถระบุตำแหน่งของผู้เล่น น่าจะมีประโยชน์เมื่อถึงคราวจำเป็น
ในโลกนี้มีทั้งภูตผี และมนุษย์ การพึ่งพาไอเทมอย่างจมูกไฮยีน่าก็เหมือนกับการโกงกลายๆ
หลังจากดิ้นรนอยู่หลายครั้ง หลินชิงก็เลือกจมูกไฮยีน่า
บางทีถ้าเธอโชคดีพอ เธออาจจะมองหาอาวุธเย็นจากโลกนั้นได้
ถ้าอันตรายจริงๆ เธอก็แค่ต้องหาที่ซ่อนตัว
เมื่อเห็นว่ายังมีเวลาเหลืออยู่ หลินชิงจึงใช้โอกาสนี้กวาดตามองช่องแชทภูมิภาคเพื่อดูว่ามีข่าวใหญ่โตอะไรเกิดขึ้นหรือไม่
“เฮ้พวก กำหนดเวลาของพวกนายยังอยู่ที่ 48 ชั่วโมงอยู่มั้ย ของฉันตอนนี้มันเหลือเพียง 36 ชั่วโมงแล้ว รู้สึกงงๆ ยังไงก็ไม่รู้”
“ฉันมีเวลาแค่ 12 ชั่วโมงเท่านั้น ทำไมมันน้อยกว่าหลายๆ คนล่ะ”
“พักหลังๆ มานี้อยู่ในห้องก็ใช่ว่าจะปลอดภัย ไม่มีใครรู้ว่าจะเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นหรือเปล่า ไม่รู้ว่าโลกภายนอกจะเป็นยังไงบ้าง โลกก่อนหน้า ช้างอพยพแถวนั้นเหยียบผนังห้องฉันพังไปครึ่งหนึ่ง โชคร้ายมากจริงๆ”
ดูเหมือนว่าเวลาในโลกภายนอกจะไม่แน่นอน และหลินชิงก็มีความคิดบางอย่าง
จากลีดเดอร์บอร์ด ดูเหมือนเธอจะได้เปรียบคนอื่นเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่อาจประเมินผู้เล่นหลายคนที่นิ่งเงียบ และซุ่มรอโอกาส
ขณะที่กำลังคิดเรื่อยเปื่อย โอเด้งก็พร้อมรับประทานแล้ว
หลินชิงเริ่มกิน และไม่นานร่างกายของเธอก็อบอุ่นขึ้น และความอิ่มก็ถึง 100
เธอไม่ลืมที่จะเตรียมข้าวฟ่าง และน้ำไว้สำหรับแม่ไก่เป็นเวลาหนึ่งวัน และทำความสะอาดกระบะทรายแมวอีกด้วย
จากนั้น ก็ถึงเวลาสำหรับการออกเดินทางจริงๆ เสียที
ก่อนที่จะออกไป หลินชิงพยายามใช้ประโยชน์จากจุดบอด และพา A013 ออกไปด้วย
แต่ก่อนที่เธอจะเปิดประตู ระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือน หยุดความคิดนั้น ห้ามปราบเธอเอาไว้ก่อน
ช่างเถอะ ให้มันนอนพักสักวันล่ะกัน
นอกประตูมีหมอกหนาสีเทาดำ และแผ่ไอเย็นยะเยือก
แม้ว่าอุณหภูมิจะไม่ต่ำมากนัก แต่หลินชิงก็รู้สึกหนาวสั่นที่หลังทันทีที่เธอเดินออกจากประตูไป
วินาทีต่อมาประตูก็หายวับไป
จากหมอกสีเทา มีเสียงร้องโอเปร่าดังออกมาตามสายลมอย่างแผ่วเบา เสียงนั้นอ่อนโยน และเศร้าสร้อย แต่ก็ดังอย่างต่อเนื่องอย่างไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย
หลินชิงไม่รู้เรื่องนี้มากนัก และไม่สามารถบอกได้ว่าบทละครเกี่ยวกับอะไร
“หรือว่าเป็นเรียกหายามค่ำคืนของเหล่าภูตผีกันนะ”
หลินชิงพึมพำ ก้าวเท้าออกไปพร้อมกับดึงฮู้ดขึ้นมาสวม
อย่างไรก็ตาม ในหมอกหนาทึบนั้น มีเพียงถนนสายเล็กๆ ที่ทอดยาวไปสู่บริเวณต้นเสียง และนำไปสู่ส่วนลึกของหมอก
หลินชิงถือดาบไม้ท้อไว้แน่น และเดินไปข้างหน้า
แต่ที่ปลายทางกลับมีบ้านสูงสง่าอยู่หลังหนึ่ง
โคมไฟสีแดงขนาดใหญ่ถูกแขวนเอาไว้ และแสงสีแดงส่องสว่างไปที่แผ่นป้ายที่ทางเข้าบ้าน ซึ่งมีคำว่า ‘คฤหาสน์หลิน’ เขียนไว้อย่างวิจิตรบรรจง
แต่สิ่งที่แปลกคือ ไม่มีใครอยู่ที่หน้าประตู จึงเห็นได้ชัดว่ามีปัญหาบางอย่าง
“นี่มันหมู่บ้านกลางหุบเขาเหรอ จะบรรยากาศแล้วจะมีผีอยู่ก็ไม่แปลก”
หลินชิงแสดงความเห็นด้วยเสียงเบาหวิว
เธอคิดว่าตัวเองควรจะเดินไปรอบๆ บริเวณนั้นเพื่อดูว่าจะพบหีบเสบียงหรือเปล่า
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เธอหันหลังกลับ กลุ่มคนที่สวมหน้ากากตุ๊กตาก็ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางม่านหมอก
หน้ากากของพวกเขาประกอบด้วยผมที่ขึ้นเป็นกระจุกบนหน้าผาก ใบหน้ากลมมีดวงตาที่ยิ้มแย้ม และแก้มป่องๆ ที่ทาด้วยสีแดง ซึ่งดูแปลกประหลาด
“แขกที่เคารพ นายท่านของเรารอคุณมานานแล้ว เชิญทางนี้เลยขอรับ!”
พวกเขาใช้มือ และเท้ารุมล้อม และผลักพยายามผลักร่างของหลินชิงไปที่ประตูคฤหาสน์หลิน
ในเวลานี้ ดาบไม้ท้อที่เธอถืออยู่ก็เริ่มเคลื่อนไหวในที่สุด
ดาบเปล่งแสงหมุนวนอยู่เหนือหัว และตุ๊กตาสวมหน้ากากที่อยู่รอบๆ ก็กรีดร้อง และแตกกระจายหายไป