บทที่ 113 โด่งดังทั่วหนานหยางด้วยภาพถ่ายเพียงใบเดียว
วันต่อมา ณ 11 ประเทศในภูมิภาคหนานหยาง
ถูกบทความข่าวสองฉบับยึดครองพื้นที่สื่อ
เริ่มจาก หนานหยางซางเป้า ได้ตีพิมพ์บทความเรื่อง เจาะลึกตรรกะเบื้องหลังการลดราคาทั่วทั้งสายของนาฬิกาญี่ปุ่น ซึ่งสร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งชุมชนชาวจีนในหนานหยางทันที
จากนั้น บางกอกโพสต์ - เดอะสเตรตส์ไทมส์ - มะนิลาบูเลติน - จาการ์ตาโพสต์ - คอมปาส และ หนานหัวเดลี่ ก็ได้นำไปตีพิมพ์ต่อ
เป็นการขยายอิทธิพลไปสู่กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในหนานหยาง
หนังสือพิมพ์เหล่านี้ไม่ได้เพียงแค่ตีพิมพ์ซ้ำ แต่ยังวิเคราะห์และอภิปรายอย่างลึกซึ้งในแง่มุมต่างๆ เกี่ยวกับนาฬิกาญี่ปุ่นที่นำโดย ไซโก้ และนาฬิกาฮ่องกงที่นำโดย สวอทช์ ที่ได้เริ่มต้นการต่อสู้เพื่อชิงตำแหน่งเจ้าแห่งนาฬิกาควอตซ์อีกครั้ง
ในสายตาของพวกเขา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าครั้งนี้หนานหยางได้กลายเป็นศูนย์กลางของการชิงตำแหน่งนี้
และเพื่อแย่งชิงตลาดแห่งนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างก็ใช้กลยุทธ์ต่างๆ นานา
นาฬิกาญี่ปุ่นใช้การลดราคาและโปรโมชั่น
แล้วสวอทช์ล่ะ?
กลับไม่มีทีท่าว่าจะลดราคาเลยแม้แต่น้อย
“หยิ่งเกินไปแล้วมั้ง?”
“ถ้าฉันจะซื้อนาฬิกา ในราคาเท่ากัน ฉันเลือกไซโก้แน่นอน”
“มาแย่งตลาดในประเทศเรา แต่ไม่ยอมให้ส่วนลดเลย แบรนด์แบบนี้ฉันไม่ซื้อหรอก”
“เพิ่งเคยได้ยินชื่อแบรนด์สวอทช์นี่แหละ ดูเหมือนจะสุดยอดมากเลย สวอทช์เป็นนาฬิกาแบบไหนกันนะ?”
ความผิดปกตินี้ ก่อให้เกิดการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง
หลายคนไม่รู้จักสวอทช์ และเพิ่งเคยได้ยินชื่อแบรนด์นาฬิกานี้เป็นครั้งแรก
แต่กลับวางตำแหน่งของไซโก้และสวอทช์ไว้ในระดับเดียวกันโดยมิได้นัดหมาย
สำหรับสวอทช์ ในใจของหลายคนก็เริ่มเกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา
และความอยากรู้อยากเห็น ก็คือจุดเริ่มต้นของการหลงใหล
ต่อมา หนานหยางซางเป้าก็ได้ตีพิมพ์บทความใหม่ชื่อ ‘สวอทช์ แด่แฟชั่นและวัยหนุ่มสาว’
จะเรียกว่าเป็นบทความก็คงไม่ถูกนัก น่าจะเรียกว่าเป็นบทความโฆษณาเชิงพาณิชย์อย่างโจ่งแจ้งมากกว่า
ไม่เพียงแต่จะบรรยายถึงจุดเด่นหลักของแบรนด์สวอทช์อย่างละเอียด แต่ยังได้ตีพิมพ์ภาพถ่ายเต็มตัวของโจวฮุ่ยหมิ่นในฐานะนางแบบ ที่สวมนาฬิกาสวอทช์สีสันสดใสสำหรับวัยรุ่นเป็นภาพขนาดใหญ่อีกด้วย
ไม่มีใครรู้จักโจวฮุ่ยหมิ่น
แต่ทุกคนที่ได้เห็นเด็กสาววัยเพียง 16 ปีคนนี้ พร้อมรอยยิ้มที่เบ่งบานบนใบหน้า
ต่างก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมากระทบใจ
ความรู้สึกสดใสของวัยรุ่น ความบริสุทธิ์ของหญิงสาว ราวกับจะทะลุออกมาจากหน้าหนังสือพิมพ์
ด้วยฉากหลังที่เป็นโรงเรียน สวมใส่ชุดนักเรียนสีขาว
บนข้อมือขาวนวลนั้นมีนาฬิกาสีสันสดใส เปรียบเสมือนเครื่องประดับที่ดีที่สุดที่ดึงดูดสายตาของผู้คนนับไม่ถ้วน
“ฉันจะซื้อ ฉันจะซื้อนาฬิกาแบบนี้”
“อ๊าาาา นาฬิการุ่นเดียวกันนี้ซื้อที่ไหนได้บ้าง สวยมากเลย”
“ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร สวยมากเลย”
บทความสองฉบับติดต่อกัน พลิกสถานการณ์ได้ในทันที
สวอทช์ กลายเป็นแบรนด์ที่คนรู้จักมากที่สุดในหนานหยางในเวลาเพียงไม่กี่วัน
โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและนักเรียน ได้รับการตอบรับและชื่นชมอย่างล้นหลาม
ณ โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ หลังเลิกเรียนนักเรียนกำลังพูดคุยถึงหัวข้อที่กำลังเป็นที่สนใจ
เฉินอี้หนาน นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ห้อง 3 พูดเสียงเบาว่า “ลูกพี่ลูกน้องของฉันที่ฮ่องกงโทรมาบอกว่า สวอทช์ที่นั่นขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลย ตอนนี้คนที่โรงเรียนเขาส่วนใหญ่ก็ใส่นาฬิกาแบบนี้กันทั้งนั้น”
ระบบการศึกษาของสิงคโปร์ในระดับประถมศึกษาช่วงสี่ปีแรกมีหลักสูตรเดียวกันทั้งหมด หลังจากนั้นจะมีการแบ่งสายการเรียน เมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ 6 ก็จะมีการสอบวัดผล
นักเรียนที่ผ่านการสอบปลายภาคระดับประถมศึกษาจะสามารถขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ได้ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 หลักสูตร คือ หลักสูตรพิเศษ หลักสูตรเร่งรัด และหลักสูตรปกติ
นักเรียนในสองหลักสูตรแรกสามารถเข้าสอบ GCE 'O' Level ได้ในปีที่สี่ของการเรียนระดับมัธยมศึกษา ส่วนนักเรียนในหลักสูตรปกติที่มีผลการเรียนดีจะสามารถเข้าสอบได้ในปีที่ห้า
ห้องของเฉินอี้หนานก็คือห้องหลักสูตรปกติ
“สวยจริงๆ นะ เห็นรูปในหนังสือพิมพ์รึเปล่า ฉันไม่เคยเห็นผู้หญิงที่สวยขนาดนี้มาก่อนเลย แล้วนาฬิการุ่นนั้นพอใส่อยู่บนข้อมือก็เข้ากันสุดๆ” ฟางหัว เพื่อนสนิทของเขากอดรูปจากหนานหยางซางเป้าไว้ในอ้อมแขน ดวงตาเต็มไปด้วยประกายดาว
“ไม่รู้ว่าที่สิงคโปร์ของเราจะซื้อได้หรือเปล่านะ ในหนังสือพิมพ์บอกว่าสวอทช์มาตลาดหนานหยางของเราแล้ว ทำไมฉันไม่เห็นเลยล่ะ?”
เหมือนกับที่กลุ่มเพื่อนสามคนมักจะมีคนอ้วนหนึ่งคนเสมอ หูเหว่ย เด็กอ้วนที่อยู่ข้างๆ เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้
“แถวบ้านฉันเหมือนจะเห็นป้ายเขียนว่า [มีสวอทช์จำหน่าย] แต่ดูเหมือนไม่ค่อยมีคนเลย ไม่รู้ว่าข้างในขายนาฬิกา สวอทช์ จริงหรือเปล่า”
“เจ้าโง่” ฟางหัวกระโดดขึ้นมา “สวอทช์ ก็คือสวอทช์ไง ตอนเรียนภาษาอังกฤษไม่ได้ฟังเหรอ?”
เสียงของเขาดังขึ้นมา ดึงดูดความสนใจของคนทั้งห้องทันที
เฉินอี้หนานรีบดึงเขาลงมา แล้วพูดเสียงเบา “หลังเลิกเรียน เราไปดูที่ที่เจ้าอ้วนบอกกัน ถ้าซื้อสวอทช์ได้ คนในห้องต้องอิจฉาเราแน่ๆ”
หลังเลิกเรียน ทั้งสามคนรีบวิ่งไปยังทิศทางบ้านของเจ้าอ้วนหูเหว่ย
แต่เมื่อพวกเขาไปถึง ก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า
หน้าร้านซินเซีย วอทช์ เต็มไปด้วยผู้คน
แถวยาวตั้งแต่หน้าร้านไปจนถึงหัวมุมถนน
เฉินอี้หนานกับฟางหัวหันไปมองหูเหว่ยทันที สายตาราวกับจะบอกว่า นี่น่ะเหรอร้านนาฬิกาที่แกบอกว่าไม่ค่อยมีคน?
“หา?” หูเหว่ยทำหน้าตาไร้เดียงสา “ตอนฉันไปโรงเรียน ไม่เห็นมีคนเยอะขนาดนี้เลยนี่นา!”
รูปถ่ายของโจวฮุ่ยหมิ่นนั้น เรียกได้ว่าโดนใจคนทุกเพศทุกวัย
ยิ่งไปกว่านั้น นาฬิกาสวอทช์มีหลากหลายรุ่นมาก ไม่เพียงแต่จะมีให้เลือกในทุกช่วงราคา แต่ยังเหมาะกับทุกช่วงวัยอีกด้วย
นักเรียนที่ไม่มีเงินก็สามารถเลือกสไตล์วัยรุ่นหรือสไตล์สปอร์ต ที่เน้นสีสันสดใส
นักศึกษามหาวิทยาลัยและพนักงานออฟฟิศก็สามารถซื้อซีรีส์ 12 ราศี นาฬิกาคู่รักตามราศี หรือนาฬิกาปีนักษัตร
วัยสามสิบถึงสี่สิบที่ต้องการความภูมิฐาน ก็สามารถซื้อนาฬิการุ่นสะสมหรือรุ่นพิเศษที่ร่วมมือกับแบรนด์อื่น ซึ่งมีราคาตั้งแต่หลักพันขึ้นไปได้โดยตรง
สวอทช์ได้คำนวณความต้องการและช่วงวัยของผู้บริโภคไว้ทั้งหมดแล้ว
การจุดกระแสในตลาด เป็นเพียงเรื่องของเวลา
มีคนเริ่มตะโกนแล้ว
“ใครกันแน่ที่บ่นว่าสวอทช์ราคาแพงเกินไป บ่นว่าแพงแล้วยังจะมาต่อคิวทำไม ไปซื้อนาฬิกาไซโก้ญี่ปุ่นของแกสิ!”
“แบรนด์อย่างไซโก้ คาสิโอ ดีไซน์ก็เดิมๆ ไม่เคยเปลี่ยน แถมยังลดราคาอยู่เรื่อยๆ เชยระเบิด ไม่มีระดับเลย ใครจะไปซื้อ!”
…..
ผู้จัดการร้านซินเซีย วอทช์แห่งนี้มองดูแถวที่ยาวเหยียด รู้สึกทั้งดีใจและกังวล
ดีใจที่คนซื้อนาฬิกาเยอะมาก สินค้าในสต็อกของร้านขายออกไปอย่างรวดเร็ว
กังวลที่พวกเขาเป็นร้านแฟรนไชส์ของซินเซีย วอทช์ ตอนแรกเพื่อความปลอดภัย จึงไม่ได้สั่งนาฬิกาสวอทช์มามากนัก
ตอนนี้สต็อกกำลังจะหมดแล้ว
แต่นี่เพิ่งจะวันแรกเองนะ!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็ยิ่งหงุดหงิด
“รักษาระเบียบด้วย ต่อแถวกันดีๆ”
“คนที่ไม่ต่อแถว จะถูกตัดสิทธิ์ในการซื้อนะ!”
…..
ตะวันลับขอบฟ้า แถวที่ยาวเหยียดในที่สุดก็สลายไป
ในที่สุดก็ถึงคิวของเฉินอี้หนานและเพื่อนอีกสองคน
ขณะที่พวกเขามองไปยังตู้โชว์ด้วยความคาดหวัง
เจ้าของร้านส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ขอโทษด้วยนะ สินค้าขายหมดแล้ว”
แม้เฉินอี้หนานจะผิดหวัง แต่ก็ยังถามต่อไปว่า “แล้วพรุ่งนี้ล่ะ? พรุ่งนี้เราจะรีบมาแต่เช้า คุณลุงช่วยเก็บไว้ให้เราสามเรือนได้ไหม!”
“ม่ใช่แค่สินค้าของวันนี้ที่ขายหมดนะ แต่นาฬิกาสวอทช์ทั้งหมดในร้านของลุงขายหมดเกลี้ยงแล้ว”
ผู้จัดการร้านพูดด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย
มองเห็นโอกาสทำเงินอยู่ตรงหน้า แต่เขากลับคว้าไว้ไม่ได้
ความรู้สึกแบบนี้มันช่างน่าอึดอัดเสียจริง