บทที่ 53 หายนะที่ตกลงมาจากฟ้า

วันที่ 1 เมษายน 1848 หลังจากกองทัพออสเตรียถอนตัวออกจากลอมบาร์เดีย กองทัพของราชอาณาจักรซาร์ดิเนียที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วก็รีบเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว
ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของประชาชน ราชอาณาจักรซาร์ดิเนียก็เข้าสู่ลอมบาร์เดียได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ ราวกับว่าวันที่ดีงามที่พวกเขาเฝ้ารอคอยกำลังจะมาถึงแล้ว
ก่อนที่จอมพลราเดทซกีจะจากไป เขาได้ช่วยโฆษณาชวนเชื่อให้พวกเขา ทำให้ในใจของทุกคนดูเหมือนว่าราชอาณาจักรซาร์ดิเนียจะสามารถตอบสนองความต้องการของทุกคนได้ รวมถึงฝ่ายสาธารณรัฐด้วย
ธงสามสีโบกสะบัดตามสายลม ผู้คนตามท้องถนนและตรอกซอกซอยต่างแสดงความยินดีต่อกัน
“สาธารณรัฐจงเจริญ!”
เสียงกึกก้องไปทั่วทั้งลอมบาร์เดีย รัฐบาลชั่วคราวที่นำโดยคาซาติได้ถูกก่อตั้งขึ้น
กองทัพออสเตรียดูเหมือนจะจากไปอย่างเร่งรีบ แม้กระทั่งนักโทษการเมืองในเรือนจำก็ยังไม่ได้นำตัวไปด้วย คนเหล่านี้ทั้งหมดได้กลายเป็นสมาชิกของรัฐบาลชั่วคราว
หากมีใครสังเกต จะพบว่ายุ้งฉางในเมืองมิลานว่างเปล่า หลังจากที่ราชอาณาจักรซาร์ดิเนียและออสเตรียประกาศสงครามต่อกัน จอมพลราเดทซกีก็ได้รวบรวมธัญพืชในลอมบาร์เดียโดยอ้างเหตุผลเรื่องการจัดสรรเสบียงอย่างเป็นเอกภาพ
เนื่องจากเวลาที่จำกัด พื้นที่ชนบทจึงยังไม่ทันได้ดำเนินการ แต่ธัญพืชในเมืองมิลานได้ถูกรวบรวมไว้แล้วจริงๆ
กองทัพออสเตรียได้แอบขนส่งบางส่วนออกไปนอกเมือง ส่วนที่เหลือก็ราดด้วยน้ำมันแล้วจุดไฟเผาเป็นอันเรียบร้อย
เมื่อไม่มีธัญพืชแล้ว ประชาชนก็ไม่ตื่นตระหนกแต่อย่างใด กองทัพของราชอาณาจักรซาร์ดิเนียไม่ได้เข้ามาในเมืองแล้วหรือ?
ว่าไงนะ?
ก่อนที่กองทัพออสเตรียจะถอนทัพออกไป มีข่าวลือแพร่สะพัดว่าพระเจ้าคาร์ล อัลเบิร์ตต้องการให้ทุกคนเผายุ้งฉางในเมือง เพื่อบีบให้กองทัพออสเตรียล่าถอย และเพื่อไม่ให้เมืองมิลานต้องพินาศในกองเพลิง
ดังนั้น จอมพลราเดทซกีจึงส่งคนไปเผาธัญพืชส่วนใหญ่ล่วงหน้าสองวัน ทหารออสเตรียยังเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันดับไฟ
ชาวมิลานผู้ปรารถนาเอกราช ย่อมไม่ยอมจำนนอยู่แล้ว ทุกคนเลือกที่จะปฏิเสธอย่างกล้าหาญ แม้จะถูกทุบตีอย่างทารุณ พวกเขาก็ยังคงไม่ยอมแพ้
ในที่สุดพวกเขาก็ได้รับชัยชนะ สามารถเผายุ้งฉางได้สำเร็จ บีบให้กองทัพออสเตรียต้องล่าถอย และรักษามิลานไว้ได้
ประธานาธิบดีคาซาติผู้กำลังลิงโลดใจ เพิ่งจะเสร็จสิ้นการประชุมที่ไม่เป็นมิตรนักกับนายพลบาดอลิโอแห่งราชอาณาจักรซาร์ดิเนีย ซึ่งทำให้อารมณ์ดีๆ ของเขาหายไปหมดสิ้น
กองทัพราชอาณาจักรซาร์ดิเนียที่ขี้ขลาดตาขาวถึงกับไม่กล้าไล่ตามกองทัพออสเตรีย ช่างเป็นการเสียหน้าของชนชาติอิตาลีผู้ยิ่งใหญ่เสียจริง
ครั้งนี้แตกต่างจากในประวัติศาสตร์ กองทัพออสเตรียถอนทัพออกไปเอง ไม่ได้ถูกพวกเขาขับไล่ออกไป กบฏในเมืองถูกกวาดล้างไปนานแล้ว
กองทัพในมือของรัฐบาลชั่วคราวของคาซาติยังอยู่ในระหว่างการจัดตั้ง แม้แต่ตัวเขาเองก็เพิ่งจะออกมาจากคุก
เมื่อต้องอยู่ใต้ชายคาของผู้อื่น ก็จำต้องก้มหัวให้
รัฐบาลชั่วคราวไม่มีทุนที่จะต่อรองกับราชอาณาจักรซาร์ดิเนีย เมื่อพวกเขาไม่ไปไล่ตามศัตรู คาซาติก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี อย่างไรเสียรัฐบาลชั่วคราวก็ไม่สามารถส่งทหารไปไล่ตามศัตรูได้
ซิรายา รัฐมนตรีมหาดไทยคนใหม่ รีบวิ่งเข้ามาพูดอย่างร้อนรนว่า “ท่านประธานาธิบดี ในเมืองไม่มีเสบียงแล้ว เราไม่มีความสามารถที่จะจัดหาเสบียงอาหารให้กองทัพพันธมิตรได้!”
นี่เป็นปัญหาที่น่าอึดอัดใจ เดิมทีพวกเขาควรจะค้นพบปัญหานี้ได้เร็วกว่านี้ แต่น่าเสียดายที่ตอนที่เกิดเหตุการณ์เผาเสบียง พวกเขาทุกคนยังอยู่ในคุก
ประกอบกับไม่มีประสบการณ์ด้านการบริหาร ทุกคนต่างกำลังเฉลิมฉลองชัยชนะที่ได้มาอย่างยากลำบาก ใครจะไปนึกถึงปัญหาเรื่องอาหารกันเล่า?
คาซาติถามอย่างเพ้อฝันว่า “แล้วจะทำอย่างไรดี? ฉันเพิ่งให้คำมั่นสัญญากับพวกเขาว่าจะจัดหาเสบียงให้กองทัพซาร์ดิเนีย พอจะรวบรวมธัญพืชจากชาวบ้านมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้หรือไม่?”
ซิรายาอธิบายว่า “ท่านประธานาธิบดี นั่นเป็นไปไม่ได้ เพื่อปกป้องเมืองมิลาน พวกออสเตรียได้รวบรวมธัญพืชทั้งหมดในเมือง ทุกคนต้องรับอาหารตามระบบปันส่วน โดยจะจ่ายให้ครั้งละสองวันเท่านั้น
เพื่อเอาชนะออสเตรีย ราชอาณาจักรซาร์ดิเนียได้ส่งสายลับมาเผาเสบียงในเมืองมิลาน คนของเรายังเคยร่วมมือกับพวกเขาด้วย
อันที่จริงแล้ว กองทัพออสเตรียในเมืองมิลานไม่ใช่ว่าจะไม่มีกำลังรบ แต่เป็นเพราะเราเผายุ้งฉางของพวกเขา พวกเขาจึงต้องหนีไปอย่างกระเจิดกระเจิง!”
เมื่อรู้สึกว่าถูกหลอก ความโกรธของคาซาติก็ไม่อาจระงับได้อีกต่อไป เขาสบถออกมาว่า “บัดซบ! พวกซาร์ดิเนียจงใจทำแบบนี้ เมื่อกี้พวกเขาไม่ได้พูดถึงเรื่องเผาเสบียงเลย ฉันถึงได้ตกลงว่าจะจัดหาเสบียงให้กองทัพที่เข้ามาในเมือง!
พวกเขาจงใจดูถูกเรา! ไม่สิ เรื่องมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น จากการพูดคุยเมื่อครู่ พวกซาร์ดิเนียมีเจตนาที่จะผนวกลอมบาร์เดีย นี่มันเป็นแผนการของพวกเขา!”
เมื่อได้ยินข่าวนั้น ซิรายาก็ตกใจจนหน้าซีดเผือด ตอนนี้รัฐบาลชั่วคราวไม่มีไพ่ในมือแล้ว หากซาร์ดิเนียใช้เรื่องเสบียงมาข่มขู่ พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอม
เขารีบพูดขึ้นว่า “ท่านประธานาธิบดี เราต้องรีบดำเนินการ ตอนที่เผาเสบียง พวกเขาสัญญาไว้แล้วว่าจะจัดหาเสบียงให้เรา ไม่อย่างนั้นคนของเราก็คงไม่ร่วมมือกับพวกเขา!”
คาซาติก็คิดได้เช่นกัน ในเวลานี้ การด่าทอไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แม้จะต้องผนวกรวมกับราชอาณาจักรซาร์ดิเนีย พวกเขาก็ต้องขายตัวเองให้ได้ราคาดี ไม่ใช่จะปล่อยให้ราชอาณาจักรซาร์ดิเนียเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไปง่ายๆ เช่นนี้
“นายพูดถูก รีบกระจายข่าวนี้ออกไป แจ้งให้คนของเราเพิ่มความระมัดระวัง ฉันเกรงว่าพวกซาร์ดิเนียจะโกรธจนทำร้ายพวกเรา!”

ในขณะนั้น พระเจ้าคาร์ล อัลเบิร์ต กษัตริย์แห่งซาร์ดิเนีย ยังคงดื่มด่ำกับความสุขที่ได้ครอบครองลอมบาร์เดียโดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ
เหล่าขุนนางชั้นสูงของราชอาณาจักรซาร์ดิเนียก็กำลังเฉลิมฉลอง หรือไม่ก็กำลังคิดหาวิธีที่จะผนวกลอมบาร์เดีย สรุปคือตอนนี้ทุกคนมองโลกในแง่ดีอย่างยิ่ง
ไม่มีใครตระหนักเลยว่าหายนะกำลังจะตกลงมาจากฟ้า พวกเขาทุกคนเป็นนักการเมือง วิธีการมองปัญหาย่อมแตกต่างกัน
การจงใจสละลอมบาร์เดีย ไม่ใชสิ่งที่นักการเมืองจะคิดขึ้นมาได้ ต้องรู้ว่าตอนนี้สถานการณ์ของออสเตรียไม่ได้ดีนัก วิธีการที่ถูกต้องควรจะเป็นการรวบรวมกำลังเพื่อปราบปรามกบฏ ฆ่าไก่ให้ลิงดูเพื่อข่มขู่ผู้ที่ทะเยอทะยาน
ค่ายทหารของราชอาณาจักรซาร์ดิเนียในเมืองมิลาน ตอนนี้ถึงเวลาอาหารแล้ว แต่เสบียงที่ประธานาธิบดีคาซาติสัญญาไว้ยังไม่มาถึง
นายทหารระดับสูงไม่เดือดร้อนอะไร พวกเขาถูกเชิญไปร่วมงานเลี้ยงของชนชั้นสูงในเมืองแล้ว ต่อให้ขาดแคลนอาหารแค่ไหน คนใหญ่คนโตเหล่านี้ก็ไม่อดตาย
คำกล่าวที่ว่าขุนนางยุโรปเป็นพวกเดียวกันนั้นไม่มีอะไรผิดเลย ขุนนางในมิลานและขุนนางของราชอาณาจักรซาร์ดิเนียก็มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันทางสายเลือดที่ตัดกันไม่ขาด
พันเอกมานสตูที่เฝ้าค่ายอยู่ถึงกับปวดหัว ถึงเวลาอาหารแล้ว ทหารทุกคนต่างมองมาที่เขา ถ้าไม่ใช่เพราะทุกคนอดไปด้วยกัน ป่านนี้ทหารเหล่านี้คงจะอาละวาดไปแล้ว
ถึงกระนั้น ชีวิตของพันเอกมานสตูก็ไม่ได้ง่ายเลย เขาต้องคอยปลอบขวัญทหารให้ใจเย็นลง ในขณะเดียวกันก็ส่งคนไปเร่งรัดรัฐบาลชั่วคราวให้รีบส่งเสบียงมา
ออสเตรียถอนทัพเร็วเกินไป พวกเขาเตรียมตัวไม่ทันจึงได้เข้าเมืองก่อนกำหนด ยุทธปัจจัยทั้งหมดถูกทิ้งไว้ที่ค่ายซึ่งอยู่ห่างจากเมืองไปสิบกิโลเมตร ในตอนนี้จึงต้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลชั่วคราว

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 53 หายนะที่ตกลงมาจากฟ้า

ตอนถัดไป