พี่เจียง แม่ฉันมา!
หม่า ซ่างสี่ สวมชุดสูทสีดำทั้งตัว เดินอยู่ท่ามกลางพุ่มไม้ เหมือนกับหมีดำตัวหนึ่ง
หลินเจียง ดูนาฬิกา ตอนนี้เป็นเวลาสิบโมงกว่า
ยังไม่ถึงเวลาพักเที่ยงเลย เขาออกมาทำอะไร?
ในใจบ่นพึมพำ หลินเจียง แอบเดินตามไปอย่างเงียบๆ
วืด วืด วืด—
ตอนนั้นเอง โทรศัพท์ในกระเป๋าก็สั่นขึ้นมาอีกครั้ง เป็นข้อความจาก สวีหลิน
สวีหลิน: คุณเชื่อในสัญชาตญาณของผู้หญิงที่แต่งงานแล้วไหม? [ยิ้มร้าย.jpg]
หลินเจียง: ยังไงเหรอครับ?
สวีหลิน ส่งรูปมาให้หนึ่งใบ เป็นรูปของร้านยาฝั่งตรงข้าม
บนเคาน์เตอร์มีผ้าม่านกำมะหยี่สีแดงคลุมอยู่ บนนั้นมีป้ายตั้งเล็กๆ พอขยายดู ก็เขียนว่า ‘หยุดให้บริการชั่วคราว’
หลินเจียง พิมพ์เครื่องหมายคำถามไปสามตัว ไม่ค่อยเข้าใจความหมายของ สวีหลิน
แต่ในวินาทีถัดมา เขาก็เห็น หม่า ซ่างสี่ ที่อยู่ข้างหน้า และในทันใดนั้นเขาก็เข้าใจความหมายทันที
หลินเจียง: กลางวันแสกๆ แบบนี้เลยเหรอ? ผมนึกว่าจะต้องเป็นตอนกลางคืนซะอีก
สวีหลิน: [หัวเราะลั่น.jpg]
[คุณเข้าใจเจตนาของเพื่อนบ้านหญิงสาวแล้ว ค่าสติปัญญา +1]
หลินเจียง รู้สึกเหมือนกับว่าพยายามแทบตายหาไม่เจอ แต่กลับได้มาอย่างง่ายดาย
เรื่องนี้มีแวว!
เขายกโทรศัพท์มือถือในมือขึ้นมา เตรียมพร้อมบันทึกร่องรอยของ หม่า ซ่างสี่ เอาไว้
เมื่อเข้าไปในคอนโดมิเนียมแบบลอฟท์ด้วยกัน หม่า ซ่างสี่ ก็ไม่ได้สนใจ หลินเจียง ที่อยู่ข้างหลัง
เวลาผ่านไปนานขนาดนี้ หลินเจียง ไม่คิดว่า หม่า ซ่างสี่ ยังจะจำเขาได้
แต่ระวังไว้ก่อนย่อมดีกว่าเสมอ รอบคอบไว้หน่อยก็ไม่เสียหาย
ไม่นานลิฟต์ก็มาถึง หม่า ซ่างสี่ เดินเข้าไปก่อน หลินเจียง ก็ตามเข้าไปติดๆ
เมื่อเข้ามาแล้ว หม่า ซ่างสี่ ยืนอยู่ตรงกลางลิฟต์ ส่วน หลินเจียง ยืนอยู่ตรงประตู
เมื่อเห็น หม่า ซ่างสี่ จะกดลิฟต์ หลินเจียง ก็ยื่นมือออกไป แต่จงใจช้าไปหนึ่งจังหวะ รอให้เขากดก่อน
ไฟชั้น 23 สว่างขึ้น หลินเจียง ก็ดึงมือกลับ ทำให้ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะไปชั้นเดียวกัน
ไม่นานลิฟต์ก็ขึ้นไปถึงชั้น 23 หลินเจียง เดินออกไปก่อน
แบบนี้ก็จะไม่ทำให้ หม่า ซ่างสี่ คิดว่าเขากำลังสะกดรอยตามอยู่ เพราะอย่างไรเสียเขาก็เป็นคนออกจากลิฟต์ก่อน
กูแม่งอัจฉริยะจริงๆ!
หลังจากออกจากลิฟต์ หลินเจียง ก็ก้มหน้ามองโทรศัพท์ เปิดวีแชทขึ้นมา แกล้งทำเป็นว่าจะส่งข้อความ พร้อมกับชะลอฝีเท้าลง
หม่า ซ่างสี่ เร่งฝีเท้าขึ้น ไม่นานก็เดินแซง หลินเจียง ไป แล้วเลี้ยวขวา พร้อมกับหยิบกุญแจในกระเป๋าออกมา
หลินเจียง มองไปรอบๆ ก่อน แกล้งทำเป็นไม่คุ้นเคย กำลังหาตำแหน่งที่แน่นอนอยู่
จากนั้นก็ค่อยๆ เลี้ยวตามไป พร้อมกับเปิดฟังก์ชันบันทึกวิดีโอ บันทึกภาพเหตุการณ์นี้ไว้ทั้งหมด
ไม่นานก็เห็น หม่า ซ่างสี่ หยุดอยู่หน้าประตูห้อง 2308 หยิบกุญแจออกมาเปิดประตู แล้วรีบเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว
“ช่างรู้จักเล่นจริงๆ แอบซ่อนนางบำเรอไว้ซะด้วย”
หลินเจียง ถือโทรศัพท์มองไปที่ปลายสุดของทางเดิน แล้วก็เดินไปตามทางนั้น ยืนหันหน้าพิงขอบหน้าต่าง
ถ้า สวีหลิน เดาไม่ผิด เดี๋ยวผู้หญิงที่ใส่ชุดกี่เพ้าคนนั้นก็จะมา
เฝ้ารออยู่ที่นี่ ก็จะเห็นเธอได้
เขาเปิดกล้องหน้า หันไปทางทางเดินทั้งหมด และใช้ร่างกายบังหน้าจอไว้ เหลือเพียงช่องว่างเล็กๆ เพื่อไม่ให้บังกล้องที่กำลังถ่ายอยู่
หลังจากทำทั้งหมดนี้เสร็จ หลินเจียง ก็อยากจะให้รางวัลตัวเองเป็นน่องไก่สักชิ้น
และก็เป็นไปตามคาด…
รอไม่ถึง 20 นาที ก็เห็นผู้หญิงในชุดกี่เพ้าคนนั้น สวมรองเท้าส้นสูงสี่ห้าเซนติเมตร ปรากฏตัวขึ้นในสายตา เดินตรงไปยังห้อง 2308
ดูจากความคล่องแคล่วของเธอแล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่มา
พอหญิงสาวเดินมาถึงหน้าประตู ยังไม่ทันได้เคาะ ประตูก็เปิดออก เห็นได้ชัดว่าได้คุยกันทางโทรศัพท์ไว้ก่อนแล้ว
แม่งเป็นปรมาจารย์ด้านการบริหารเวลาจริงๆ
ตอนนี้ภารกิจสำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง งานที่เหลือก็แค่การเติมแต่งให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อเก็บหลักฐานให้ได้มากขึ้น
หลินเจียง ไม่ได้ขยับโทรศัพท์ เตรียมจะถ่ายภาพตอนที่ทั้งสองคนจากไปไว้ด้วย
เมื่อได้หลักฐานแล้ว เขามีสองทางเลือก
หนึ่งคือเปิดโปงบนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น แต่คนธรรมดาโพสต์เรื่องแบบนี้ ยอดวิวคงจะจำกัด ดังนั้นจึงต้องใช้เงินซื้อโปรโมต ‘โต่วเจีย(1)’ ในเมืองเดียวกัน รับรองว่าผลลัพธ์ต้องดีแน่นอน
ยังมีอีกวิธีหนึ่ง คือการโจมตีแบบเจาะจง
ตัดต่อคลิปวิดีโอตอนนอกใจ พิมพ์เป็นภาพถ่ายไปติดที่หน้าประตูห้าง ผลลัพธ์ก็น่าจะดีไม่น้อย
แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ก็เท่ากับเป็นการประกาศว่าการนับถอยหลังสู่การลาออกของเขาได้เริ่มขึ้นแล้ว
วืด วืด วืด—
โทรศัพท์ของ หลินเจียง สั่นขึ้นมาเป็นครั้งที่สาม เป็นข้อความจาก ฉิน โยวโยว
ฉิน โยวโยว : พี่เจียง ถึงร้านรึยังคะ? ฉันอยากไปกินข้าวที่ร้านพี่
เมื่อเห็นข้อความ หลินเจียง ก็รู้สึกว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะกระชับความสัมพันธ์
หลินเจียง: ตอนนี้ทำได้แค่บะหมี่น้ำมันต้นหอมนะ ได้รึเปล่า?
ฉิน โยวโยว: ได้ค่ะๆ ฉันอยากกินบะหมี่น้ำมันต้นหอมพอดีเลย
หลินเจียง: เท้าคุณยังไม่หาย อย่าขยับไปไหนเลย เดี๋ยวผมเอาไปส่งให้
ฉิน โยวโยว: แบบนี้รบกวนพี่แย่เลย
หลินเจียง: ไม่เป็นไรครับ เรื่องเล็กน้อย
หลังจากตอบกลับแล้ว หลินเจียง ก็ตั้งโทรศัพท์ให้ดีอีกครั้ง
และในตอนนั้นเอง ประตูห้อง 2308 ก็เปิดออก หม่า ซ่างสี่ แต่งตัวเรียบร้อย เดินออกมาก่อน
หืม?
หลินเจียง มองดูเวลา
เขาจำได้ชัดเจนว่า ตอนที่ทั้งสองคนเข้าไปคือ 10:39 น. ตอนนี้คือ 10:50 น. นั่นหมายความว่า ทั้งหมดใช้เวลาไปเพียง 11 นาทีเท่านั้น
ถ้าหักลบเวลาอาบน้ำ ถอดเสื้อผ้า ใส่เสื้อผ้าออกไป เวลาที่เหลือให้ หม่า ซ่างสี่ ก็ไม่มากแล้ว
นี่ถ้าไปลานจอดรถ ยังไม่ต้องเสียค่าจอดรถเลยด้วยซ้ำ
ทั้งสองคนออกมาจากห้องทีละคน แล้วก็เลี้ยวไปยังลิฟต์
เมื่อมองดูหลักฐานในมือ หลินเจียง ก็รู้สึกว่าแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว พอที่จะจัดการ หม่า ซ่างสี่ ให้ตายสนิทได้
ผ่านไปสองสามนาที เมื่อแน่ใจว่าทั้งสองคนจากไปแล้ว หลินเจียง ก็ลงลิฟต์ไปเช่นกัน
พอกลับถึงร้านเล็กๆ หลินเจียง ก็ทำบะหมี่น้ำมันต้นหอมหนึ่งชาม แล้วเอาไปส่งให้ ฉิน โยวโยว พร้อมกับหยิบโค้กไปให้ขวดหนึ่ง
“พี่เจียง ขอบคุณนะคะ”
“เรื่องแค่นี้เองครับ”
เมื่อส่งบะหมี่ให้แล้ว หลินเจียง ก็ยังไม่รีบไปไหน เขาพยุง ฉิน โยวโยว เข้าไปในห้อง
“บะหมี่น้ำมันต้นหอมร้านพี่อร่อยที่สุดเลย”
“ถ้างั้นธุรกิจของผมก็ต้องพึ่งพาคุณแล้วล่ะครับ”
“คิกๆ ไม่มีปัญหาค่ะ”
ทั้งสองคนคุยกันไปเรื่อยเปื่อย ในหัวของ หลินเจียง คิดแต่เรื่องว่าจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จได้อย่างไร
[เนื้อหาภารกิจ: ทำให้แม่ล้มเลิกความคิดที่จะให้ตนเองกลับบ้าน]
นี่มันเรื่องเหนือธรรมชาติชัดๆ
ติ๊งต่อง—
ในตอนนั้นเอง เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น
“พี่เจียงช่วยไปเปิดประตูให้หน่อยได้ไหมคะ น่าจะเป็นคนส่งพัสดุมา”
หลินเจียง พยักหน้าแล้วเดินไปที่ประตู มองดูจออินเตอร์คอม
“ไม่ใช่คนส่งพัสดุครับ เป็นผู้หญิงวัยกลางคน แต่งตัวดูดีมีฐานะมาก”
“ห๊ะ?!”
ฉิน โยวโยว มีท่าทีลนลาน “พี่เจียงช่วยพยุงฉันหน่อย จะใช่แม่ฉันมารึเปล่านะ”
“ห๊ะ?!”
“ฉันบอกเรื่องที่ข้อเท้าพลิกกับพี่สาวไป สงสัยพี่สาวคงไปบอกแม่แล้วล่ะ”
“งั้นคุณรีบมาดูเถอะ แบบนี้มันดูน่ากลัวมากแล้วนะ!”
สถานการณ์แบบนี้เป็นรองก็แค่สามีของผู้หญิงที่แต่งงานแล้วกลับมาเท่านั้น หลินเจียง ไม่กล้าชักช้า เขาพยุง ฉิน โยวโยว ขึ้นมา พาเธอไปที่ประตู
“เป็นแม่ฉันจริงๆ ด้วย!”
“เอ่อ... ผมปรากฏตัวที่นี่ มันจะดูไม่ค่อยเหมาะรึเปล่าครับ?”
“พี่เจียง ช่วยลำบากหน่อยได้ไหมคะ หาที่ซ่อนก่อน นี่ถ้าแม่รู้ว่าฉันพาผู้ชายเข้าบ้าน มีหวังโดนตีตายแน่”
พ่อแม่ก็เป็นแบบนี้แหละ สิ่งที่มองไม่เห็นก็แล้วไป แต่ถ้าเห็นแล้วล่ะก็ยอมไม่ได้เด็ดขาด
แต่บทแบบนี้ผมล่ะ …คุ้นเคยดี
………
(1)[โต่วเจีย (抖加) – คือบริการโปรโมตวิดีโอของแอปพลิเคชันโต่วอิน (Douyin) หรือ TikTok ในเวอร์ชันจีน ผู้ใช้สามารถจ่ายเงินเพื่อให้วิดีโอของตนเองถูกแสดงให้ผู้ใช้คนอื่นเห็นมากขึ้น]