ที่บ้านไม่ได้ซ่อนผู้ชายไว้ใช่ไหม?
“ผมไปซ่อนในตู้เสื้อผ้าก็ได้ครับ”
“ในตู้เสื้อผ้าอัดแน่นไปหมดแล้ว พี่น่าจะเข้าไปไม่ได้หรอกค่ะ”
ฉิน โยวโยว พูดอย่างขอร้องมอง หลินเจียง
“ในห้องน้ำบ้านฉันมีอ่างอาบน้ำ ข้างนอกมีม่านอยู่ คงต้องรบกวนพี่ไปซ่อนที่นั่นสักพักนะคะ ฉันจะพยายามไล่แม่กลับไปให้เร็วที่สุด”
“ได้ครับ”
หลินเจียง หันหลังเดินไปที่ห้องน้ำ มันค่อนข้างรกเล็กน้อย แต่ก็ไม่ถึงกับเกินไป
เขาซ่อนตัวเข้าไปในอ่างอาบน้ำ ดึงม่านลงมา ปิดบังตัวเองเรียบร้อย
หลินเจียง อดถอนหายใจกับโชคชะตาเล่นตลกไม่ได้ ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่ง เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเอง
อีกด้านหนึ่ง ฉิน โยวโยว ก็เปิดประตู
นอกประตูมีผู้หญิงวัยกลางคนยืนอยู่ สวมชุดเดรสสีขาวนวล แม้จะอายุมากแล้วแต่ก็ยังดูอ่อนกว่าวัย
มีเพียงรอยตีนกาที่มุมตาเท่านั้นที่เพิ่มร่องรอยแห่งวัยให้เธอบ้าง
ผู้หญิงคนนั้นชื่อ เจียง หรงหมิ่น เป็นแม่ของ ฉิน โยวโยว
“ทำไมเพิ่งมาเปิดประตู แอบทำอะไรลับๆ ล่อๆ อยู่รึเปล่า”
“เท้าหนูเป็นแบบนี้แล้ว จะไปทำอะไรได้ล่ะคะ” ฉิน โยวโยว แสร้งทำเป็นใจเย็นพูด
“เดินมาเปิดประตูได้ก็บุญแล้ว”
เจียง หรงหมิ่น วางกระเป๋าลง ย่อตัวลงดูเท้าของ ฉิน โยวโยว พบว่ามันบวมขึ้นมาแล้ว
“เท้าบวมขนาดนี้แล้ว กลับบ้านกับแม่เถอะ”
“แม่คะ ทำไมแม่ไม่ห่วงหนูเลย อย่างน้อยก็น่าจะถามหน่อยว่าเจ็บไหม ต้องไปโรงพยาบาลรึเปล่า”
“ก็แค่ข้อเท้าพลิก จะเป็นอะไรไป อย่าทำตัวสำออยนักเลย”
ข้อเท้าพลิกไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรจริงๆ เจียง หรงหมิ่น ไม่ใช่คนประเภทที่อ่อนไหวเกินเหตุ ประกอบกับเป็นลูกสาวของตัวเอง ก็ย่อมไม่พูดจาสำออยแบบนั้นอยู่แล้ว
ในสายตาของพ่อแม่ ตราบใดที่ไม่ใช่แขนหักขาหัก แค่ผิวถลอกข้อเท้าพลิก เรื่องพวกนี้ไม่นับว่าเป็นอะไรเลย
มีแต่พวกไอ้ลูกหมา(1)เท่านั้นแหละ ที่เห็นผู้หญิงบาดเจ็บนิดหน่อยก็ร้องโวยวายจะเป็นจะตาย
“หนูก็ไม่ได้สำออยนี่คะ แม่ดูสิ ตอนนี้หนูก็สบายดีอยู่ อย่าให้หนูกลับไปเลยนะคะ” ฉิน โยวโยว พูด
“ทำไมล่ะ หรือว่าหาผู้ชายมาดูแลได้แล้ว เลยไม่อยากกลับบ้าน”
“หนูยังโสดอยู่เลยนะ จะไปหาผู้ชายที่ไหนมา” ฉิน โยวโยว พูดอย่างจริงจัง “ถ้าแม่อยากอุ้มหลาน ก็ไปเร่งพี่สาวนู่น อย่ามาเลือกบีบลูกพลับนิ่มๆ อย่างหนูเลย”(2)
“เถียงคำไม่ตกฟากเลยนะเรา” เจียง หรงหมิ่น พยุง ฉิน โยวโยว ไปนั่งที่โซฟา
“สภาพลูกเป็นแบบนี้แล้ว แน่ใจนะว่าไม่กลับไปกับแม่? เรื่องกินข้าวก็คงเป็นปัญหาแล้วล่ะสิ?”
“จะไปเป็นได้ยังไงคะ สั่งเดลิเวอรี่เอาก็ได้” ฉิน โยวโยว พูด “แล้วตอนนี้ก็ดีขึ้นเยอะแล้ว แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหนูหรอก รีบกลับไปเถอะค่ะ”
“แม่เพิ่งมาถึงก็จะไล่กลับแล้วเหรอ? ไม่ต้อนรับกันขนาดนี้เลย?”
“แม่ค้าาา~~~”
ฉิน โยวโยว ควงแขน เจียง หรงหมิ่น พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “ไม่ใช่ไม่ต้อนรับนะคะ หนูแค่กลัวจะเสียเวลางานของแม่”
“ตอนบ่ายแม่ว่าง เดี๋ยวพี่สาวลูกจะมาเยี่ยม แล้วเราสองคนจะไปเดินชอปปิงกัน”
“เอ่อ... หมายความว่าแม่จะยังอยู่ที่นี่อีกสักพักเหรอคะ?”
“ไม่ได้เหรอ?”
ฉิน โยวโยว ส่งยิ้มแห้งๆ “ได้ค่ะๆ จะไม่ได้ได้ยังไงล่ะคะ แม่อยากจะอยู่ยังไงก็ได้ทั้งนั้น”
“เอาล่ะ กินบะหมี่ของลูกไปเถอะ”
เจียง หรงหมิ่น ลุกขึ้นยืน เก็บเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายของ ฉิน โยวโยว แล้วเดินไปยังห้องน้ำ
“แม่คะ จะไปทำอะไรคะ”
“เก็บเสื้อผ้าของลูกน่ะสิ หัดเรียนรู้จากพี่สาวลูกบ้างไม่ได้รึไง นี่มันรกอะไรขนาดนี้” เจียง หรงหมิ่น พูด “แล้วก็อ่างอาบน้ำนั่นน่ะ คงเอาไว้ใส่เสื้อผ้าสกปรกสินะ”
“ไม่มีค่ะ หนูเพิ่งเก็บไปเมื่อวาน แม่ไม่ต้องไปหรอก”
ฉิน โยวโยว ตกใจจนลุกขึ้นเร็วไปหน่อย ข้อเท้าเจ็บแปลบจนเกือบล้มลงกับพื้น
“ตกใจอะไรนักหนา”
“คือ เครื่องซักผ้าบ้านหนูเสียค่ะ แม่ไม่ต้องเก็บหรอก”
“เสีย?”
เจียง หรงหมิ่น พิจารณาลูกสาวตัวเอง แล้วมองไปที่ห้องน้ำ “ทำไมเหรอ? ห้องน้ำบ้านลูกนี่ยังไงห้ามเข้ารึไง?”
“เข้าได้ค่ะๆ แค่ซักผ้าไม่ได้เท่านั้นเอง”
สายตาของ ฉิน โยวโยว หลุกหลิก หัวใจแทบจะกระดอนออกมาจากลำคอ
“พูดมาซะดีๆ ซ่อนใครไว้ในห้องน้ำรึเปล่า ถ้าซ่อนไว้ก็รีบออกมาซะ”
“จะเป็นไปได้ยังไงคะ ที่บ้านมีแค่หนูคนเดียว”
“รองเท้าที่หน้าประตูนั่นน่ะ เห็นชัดๆ ว่าเป็นของผู้ชาย ลูกยังจะบอกว่าที่บ้านมีแค่ลูกคนเดียวอีกเหรอ?”
“เอ่อ... แม่เห็นแล้วเหรอคะ?”
“แม่เห็นตั้งแต่เข้าประตูมาแล้ว แค่ไม่อยากจะเปิดโปงลูกซึ่งๆ หน้าเท่านั้น แล้วนี่อะไรหะ ยังจะไม่ยอมรับอีกเหรอ?!”
“เรื่องมันไม่ใช่แบบที่แม่คิดนะคะ หนูข้อเท้าพลิก พี่เจียงเขามาส่งข้าวให้ ก็แค่นั้นเอง”
“จะเป็นแบบไหนก็ช่างเถอะ อย่างน้อยก็ต้องออกมาให้แม่ดูหน้าหน่อยสิ”
ฉิน โยวโยว หันไปมองทางห้องน้ำอย่างอึดอัดใจ “พี่เจียง...”
พรึ่บ...
หลินเจียง ค่อยๆ ดึงม่านห้องน้ำออก แล้วพูดพร้อมด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ
“สวัสดีครับคุณน้า หากผมบอกว่าเป็นเพื่อนเธอ คุณน้าจะเชื่อมั้ยครับ...”
สายตาของ เจียง หรงหมิ่น เฉียบคม เธอพิจารณา หลินเจียง ตั้งแต่หัวจรดเท้า
ดูจากโหงวเฮ้งแล้วก็ถือว่าซื่อๆ หน้าตาและส่วนสูงก็ดีมาก ยืนคู่กับลูกสาวของเธอก็ดูเหมาะสมกันดี ส่วนด้านอื่นๆ คงต้องค่อยๆ พิจารณากันไป
“พวกเธอรู้จักกันนานแค่ไหนแล้ว?”
“เราเพิ่งรู้จักกันค่ะ หนูข้อเท้าพลิก ลงไปข้างล่างไม่สะดวก เขาก็เลยเอาบะหมี่มาส่งให้ บังเอิญมาเจอแม่พอดี”
“ที่แท้ก็เลยเป็นเหตุจะไล่แม่กลับตลอดเลยสินะ”
“โธ่แม่คะ มันก็มีเหตุผลนี่นา”
“เอ่อ...”
หลินเจียง ยิ้มแห้งๆ “คุณน้าครับ พวกคุณคุยกันไปก่อนนะครับ ผมมีธุระต้องไปแล้ว”
เจียง หรงหมิ่น พยักหน้า อย่างไรเสียก็เป็นการเจอกันครั้งแรก และวิธีการเจอก็ไม่เป็นทางการเท่าไหร่ จึงไม่สามารถพูดอะไรได้มาก
หลังจากออกมาแล้ว หลินเจียง ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
แม่งเอ๊ย ตื่นเต้นชะมัด
………
ในช่วงบ่าย หลินเจียง ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเดิน เมื่อยก็พัก พอหายเหนื่อยก็เดินต่อ แต่ก็เริ่มรู้สึกได้ชัดเจนว่าขาทั้งสองข้างเริ่มแข็งตึงแล้ว
แต่ความรู้สึกของการออกกำลังกายจนเหงื่อออกมันสุดยอดจริงๆ
ต้องไปเอาน้ำมันยาของ สวีหลิน มาอีกขวดให้ได้ แต่จะไปขอเธออีกคงไม่เหมาะแล้ว
เขาสั่งของในเหม่ยถวน เรียกไรเดอร์ให้ไปซื้อน้ำมันยามาขวดหนึ่ง เตรียมกลับบ้านไปใช้
จากนั้นก็ไปทำซิมโทรศัพท์ใหม่ สมัครบัญชีโต่วอินใหม่ แล้วก็เริ่มตัดต่อวิดีโอ
เพราะฝีมือยังไม่คล่องเท่าไหร่ ทำไปทำมาก็ใช้เวลาไปกว่าสองชั่วโมงถึงจะเสร็จ
โพสต์วิดีโอ!
ซื้อโปรโมตโต่วเจียในเมืองเดียวกัน!
ลองเชิงไปก่อน 5,000 หยวน แล้วค่อยๆ เพิ่ม!
ถ้าผลลัพธ์ไม่ดี พรุ่งนี้ค่อยพิมพ์รูปออกมาหน่อย จ้างคนแก่ๆ ไปช่วยโปรโมตหน้าห้าง รับรองว่าผลลัพธ์ต้องเปรี้ยงปร้างแน่นอน
ส่วนตอนนี้...
ก็ให้กระสุนมันบินไปสักพัก…(3)
………
ตอนหกโมงเย็นกว่า หลินเจียง ดูยอดวิวของวิดีโอ มีเกือบ 500,000 วิวแล้ว
ยอดไลก์ 40,000 คอมเมนต์อีก 3,000 กว่า
มีเงินนี่มันดีจริงๆ
บัญชีใหม่ที่ไม่มีอะไรเลย แค่ใช้เงินก็ดันไปได้ถึงขนาดนี้ ถือว่าไม่เลวเลย
เขาหาร้านกินข้าว พักผ่อนไปประมาณหนึ่งชั่วโมง แล้ว หลินเจียง ก็เริ่มเดินเล่นอีกครั้ง
แม้จะอยากวิ่งอีกสักหน่อย แต่ก็วิ่งไม่ไหวแล้วจริงๆ
เขายังคงทำแบบนี้ต่อไปจนถึงสี่ทุ่ม หลินเจียง จนรู้สึกเหนื่อยล้าอย่างสุดซึ้ง ไม่อยากจะฝืนต่อไปแล้ว
พอกลับถึงบ้าน เขาก็อาบน้ำก่อน แล้วก็นอนแผ่หลาอยู่บนโซฟา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก—
มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
“ดึกขนาดนี้แล้ว ใครมา?”
เขาบ่นพึมพำ แล้วมองผ่านตาแมวไป ก็เห็นว่าเป็น สวีหลิน
เวลานี้ เพื่อนบ้านสาวมาเคาะประตู มันช่างทำให้คนคิดไปไกลได้ง่ายจริงๆ นะ
………
(1)[ไอ้ลูกหมา (舔狗) – เป็นคำสแลงหมายถึง คนที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อเอาใจคนที่ตัวเองชอบแบบไม่ลืมหูลืมตา แม้จะถูกปฏิบัติไม่ดีก็ยังทน]
(2)[เลือกบีบลูกพลับนิ่มๆ (挑我这个软柿子捏) – เป็นสำนวนหมายถึง การเลือกรังแกหรือหาเรื่องกับคนที่อ่อนแอกว่า หรือคนที่จัดการได้ง่ายกว่า]
(3)[ให้กระสุนมันบินไปสักพัก (让子弹飞一会) – เป็นประโยคโด่งดังจากภาพยนตร์จีนเรื่อง ‘คนท้าใหญ่ (Let the Bullets Fly)’ หมายถึง การอดทนรอคอยดูสถานการณ์หรือผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น หลังจากได้ลงมือทำอะไรบางอย่างไปแล้ว]